Strategic Move

‘ซัมซุง’ ประเมิน หลังมี.ค. มือถือจ่อขึ้นราคา 5-30% แถมเสี่ยงโดนหั่นสเปก จากวิกฤตชิปขาดตลาด อาจลากยาวถึงปี 2027

ถ้าใครกำลังคิดจะเปลี่ยนมือถือในปีนี้ อาจถึงเวลาที่ต้องรีบตัดสินใจ เพราะสมาร์ทโฟนที่ว่าแพงแล้วอาจจะกำลังแพงขึ้นอย่างน้อย 5-30% และอาจมีการหั่นสเป็กลงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน และปัญหาอาจลากยาวไปถึงปีนี้

samsung
ถ้าใครกำลังคิดจะเปลี่ยนมือถือในปีนี้ อาจถึงเวลาที่ต้องรีบตัดสินใจ เพราะสมาร์ทโฟนที่ว่าแพงแล้วอาจจะกำลังแพงขึ้นอย่างน้อย 5-30% และอาจมีการหั่นสเปกลงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน และปัญหาอาจลากยาวไปถึงปีนี้

ตลาดมือถือส่งสัญญาณชะลอ เพราะแพงขึ้น

หากมองภาพรวมย้อนหลัง ตลาดมือถือไทยถือว่าสวนกระแสเศรษฐกิจได้อย่างโดดเด่นในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา โดยปี 2024 ตลาดโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และปี 2025 เติบโตต่อเนื่องอีกระดับหนึ่ง แต่ภาพรวมตลาดสมาร์ทโฟนไทยในปีนี้เริ่มส่งสัญญาณชะลอตัว โดย สิทธิโชค นพชินบุตร President of Mobile Experience Division บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด เล่าว่า

ช่วงต้นปี 2026 ตลาดเริ่มช้าลงราว 5% ขณะที่ภาพรวมทั้งปีมีโอกาสที่ตลาดจะทรงตัว เนื่องจากความท้าทายเรื่อง

ชิปหน่วยความจำที่ขาดแคลน

ความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดของตลาดในขณะนี้คือ วิกฤตราคาชิปหน่วยความจำ ที่ต้นทุนปรับขึ้นถึง 40-50% สาเหตุหลักมาจากการแย่งชิงชิปความจำระหว่างสมาร์ทโฟนกับ Data Center ซึ่งมีกำลังจ่ายสูงกว่ามาก ทำให้ซัพพลายที่มีอยู่ไหลไปสู่ตลาดที่ให้มาร์จิ้นสูงกว่าก่อน

ดังนั้น เป็นไปได้ที่จะเห็นการปรับขึ้นราคาสมาร์ทโฟนตั้งแต่ 5-30% โดยเริ่มทยอยปรับตั้งแต่เดือนมีนาคมนี้ สำหรับ Samsung เองจะปรับขึ้นในช่วง

5-20% 

“แม้ Samsung จะมีโรงงานผลิตชิปความจำเป็นของตัวเองในเครือ แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะได้ในราคาต้นทุนพิเศษ เพราะเป็นคนละบริษัทกัน ดังนั้น ต้องให้ของกับมาร์จิ้นที่ดีกว่า”

samsung-06

ไม่ใช่แค่ปรับราคา แต่จะเห็นการหั่นสเปก

แนวทางรับมือจากฝั่งซัพพลายที่เริ่มเห็นคือการ ลดสเปกสินค้า เช่น ปรับ Storage เริ่มต้นลงมาที่ 64 GB เพื่อควบคุมต้นทุน ขณะที่ Samsung ประกาศชัดว่าไม่มีแผนลดสเปก และจะยังคง Portfolio ไว้ในระดับ Premium อย่างไรก็ตาม สิทธิโชค มองว่า วิกฤตนี้คาดว่าจะ ยืดเยื้อไปจนถึงปี 2027 ก่อนที่สถานการณ์จะผ่อนคลายลง

ผ่อน กลไกช่วยสำคัญของตลาด

หนึ่งในปัจจัยหลักที่ทำให้ตลาดขยายตัวได้ท่ามกลางเศรษฐกิจที่อ่อนแอในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาก็คือ การเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคจากการ ซื้อเงินสด มาเป็นการ ผ่อนชำระ ซึ่งปัจจุบันกว่า 70% ของการซื้อสมาร์ทโฟนในไทยเป็นการผ่อน จากที่เคยเป็น 70% เงินสดเมื่อไม่กี่ปีที่ผ่านมา 

เมื่อผู้บริโภคไม่ต้องรอ เก็บเงินก้อน เพื่อซื้อสมาร์ทโฟน ทำให้ผู้บริโภคเลือกจะ อัปเกรด ไปใช้มือถือรุ่นที่สูงขึ้น และระยะเวลาในการเปลี่ยน สั้นลง จากเดิมเฉลี่ยที่ 3 ปี

“วงจรการเปลี่ยนมือถือเร็วขึ้นเพราะผู้บริโภคไม่ต้องรอเก็บเงินก้อน และเขาเลือกจะอัปเกรดไปใช้รุ่นที่สูงขึ้น เพราะส่วนต่างราคาระหว่างรุ่นเริ่มต้น และรุ่น Premium Ultra เมื่อหารออกมาเป็นรายเดือนแล้ว จ่ายเพิ่มหลักร้อยบาท    ก็สามารถได้รุ่น Premium ไปใช้” 

สิทธิโชค อธิบาย

ดังนั้น แม้ว่าตลาดปีนี้จะมีการปรับราคาสินค้าขึ้น แต่ สิทธิโชค มั่นใจว่าด้วยโปรแกรม Samsung Finance ที่ทำมาตลอด 8 ปี จะเป็นกลไกช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงได้ ปัจจุบัน Samsung Finance มีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยไม่เกิน 20% ต่อปี ซึ่งถือว่าถูกมากเมื่อเทียบกับระบบนอกระบบที่สูงถึง 80-100% ต่อปี

samsung-01

S26 Ultra ยอดจองโต 40% เทียบกับ S25

แน่นอนว่าข้อจำกัดด้านการเงินที่ปลดล็อก ถือเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ยอดจอง Samsung Galaxy S26 Ultra ในไทย เพิ่มขึ้น +40% เมื่อเทียบกับ S25 Ultra แต่ สิทธิโชค อธิบายว่า มีอีก 2 ปัจจัยที่ ขับเคลื่อนความสำเร็จครั้งนี้ ได้แก่ นวัตกรรมที่โดดเด่น และ

กลยุทธ์การตลาด

โดยฟีเจอร์เด่นปีนี้คือ Privacy Display ซึ่งเป็น World First ที่สามารถป้องกันไม่ให้คนรอบข้างมองเห็นหน้าจอได้ ควบคู่กับความสามารถด้าน AI ที่ Samsung มั่นใจว่า

นำหน้าคู่แข่งในตลาด

“คนไทยเน้นใช้ AI ในการถาม-ตอบ และการถ่ายรูป ซึ่งคนไทย 93% ของผู้ใช้งาน S25 ยังคงใช้ฟีเจอร์นี้ทุกเดือน ติดอันดับ Top 1-2 ของโลกอย่างต่อเนื่อง สะท้อนให้เห็นว่าคนไทยมีแพสชั่นเรื่องรูปถ่ายเป็นพิเศษ”

อีกปัจจัยคือ กลยุทธ์การตลาดที่เน้น Consumer-Centric ไม่ว่าจะเป็นแคมเปญ เผือก ที่คว้าดาราอย่าง เผือก พงศธร จงวิลาส ไปจนถึงคลิป จอง แล้วก็เอาพี่ จอง คันแลน มาใช้ ด้วยชื่อดาราที่ล้อไปกับแคมเปญ ส่งผลให้ Search Trend เพิ่มขึ้นกว่า 20% และภาพรวม Engagement บน Social Media ทั้งหมดสูงกว่า S25 Series ถึง

2.1 เท่า

samsung-04

สิทธิโชค ย้ำว่า

AI ถือจุดขายหลักที่ Samsung นำหน้าตลาด แม้ว่าจะมีหลายแบรนด์ที่พูดถึงการนำ AI มาใช้ในสมาร์ทโฟนก็ตาม ซึ่งปัจจุบัน Samsung เป็นผู้เดียวในตลาดที่เสนอ AI ถึง 2 ตัวในเครื่องเดียว ได้แก่ Gemini และ Perplexity

ทั้งนี้ ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา Galaxy S Series มีฐานลูกค้าโตขึ้น 230% และยังได้ลูกค้ากลุ่ม Gen Z เพิ่มขึ้นอีก 25% สะท้อนว่า Samsung กำลังประสบความสำเร็จในการดึงดูดคนรุ่นใหม่จากการมาของ AI และแคมเปญการตลาด