Strategic Move

ตลาดอสังหาชะลอตัว “จระเข้” ปรับแผนปี 69 ขยายพอร์ต ตปท. เป็น 20% เร่งสินค้า DIY-Green Products สู้สินค้าจีนทะลัก

แบรนด์จระเข้ (1).png

ตลาดก่อสร้างไทย ปี 2569 อาจไม่ใช่ปีที่สดใสนัก ข้อมูลจาก SCB EIC ประเมินมูลค่าตลาดอยู่ที่ราว 1.41 ล้านล้านบาท ทรงตัวจากปีก่อน

-ภาครัฐยังเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก เติบโต 1% YoY

-ภาคเอกชนอยู่ในภาวะชะลอตัว หดตัว 1% YoY จากที่อยู่อาศัยระดับกลาง-ล่างที่กำลังซื้อยังอ่อน และสต็อกบ้านสร้างเสร็จระบายได้ช้าลง

ส่งผลให้ “จระเข้” ปรับแผนปี 2569 เร่งกระจายพอร์ตฯ รายได้ หวังสร้างการเติบโต

บ้านใหม่ชะลอตัว สวนทางกลุ่มรีโนเวตโตพุ่ง

ดร. จิรัฏฐ์ สิริเฉลิมพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า แม้ภาพรวมตลาดก่อสร้างปีนี้จะ "ทรงตัว" ไปจนถึง "ชะลอเล็กน้อย"

แต่ยังมีเซกเมนต์ที่เติบโต โดยเฉพาะ "งานรีโนเวต ซ่อมแซม และบำรุงรักษา" ซึ่งเป็นตลาดที่จระเข้มองเห็นโอกาสจากทั้งบ้านมือสอง งานกันซึม งานซ่อมแซมพื้นและถนน รวมถึงโครงการโรงแรม อาคารพาณิชย์ และพื้นที่ค้าปลีก

ภาพตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังซื้ออ่อนแรงไม่ได้หมายความว่าเงินจะหายไปจากตลาดก่อสร้างทั้งหมด แต่บางส่วนกำลังเปลี่ยนจาก “ซื้อบ้านใหม่” มาเป็น “ซ่อมและปรับปรุงบ้านเดิม”

โดยเฉพาะบ้านมือสองและบ้านที่ส่งต่อกันภายในครอบครัว ซึ่งต้องมีการซ่อมแซม ปรับปรุง หรือแก้ปัญหาการใช้งาน ทำให้สินค้ากลุ่มกันซึม ซ่อมพื้น ซ่อมถนน และเคมีภัณฑ์สำหรับงานซ่อมยังมีโอกาสเติบโต

ขณะเดียวกัน โครงการขนาดใหญ่ยังเป็นอีกแรงขับเคลื่อน โดยเฉพาะโรงแรมและมิกซ์ยูสในเมืองท่องเที่ยวอย่าง ภูเก็ตและสมุย รวมถึงโครงการภาครัฐและโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยพยุงดีมานด์กลุ่มเคมีภัณฑ์ก่อสร้าง

จระเข้จึงพยายามกระจายพอร์ตจากธุรกิจหลักเดิมที่มี กาวซีเมนต์เป็นสัดส่วนใหญ่ที่สุด ไปยังเคมีภัณฑ์ก่อสร้าง ซึ่งเป็นกลุ่มที่เติบโตสูงจากงานโครงการ เช่น รถไฟฟ้าและงานภาครัฐ รวมถึงธุรกิจสีที่แม้ยังเป็นนิชมาร์เก็ต แต่มีโอกาสจากเทรนด์สีที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ดร. จิรัฏฐ์ สิริเฉลิมพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที.JPG

แตกไลน์เปิด “จระเข้อีซี่” จับคนรุ่นใหม่ที่อยากซ่อมบ้านเอง

อีกโจทย์ที่จระเข้กำลังขยาย คือการทำให้สินค้าก่อสร้างเข้าใกล้ผู้บริโภคทั่วไปมากขึ้น จากเดิมที่ตลาดหลักผูกกับช่าง ผู้รับเหมา และร้านวัสดุก่อสร้าง

หนึ่งในตัวอย่างคือ “จระเข้อีซี่” กลุ่มสินค้า DIY ที่ออกแบบให้ใช้งานง่ายขึ้น ขนาดกะทัดรัด และจัดเป็นเซ็ต เพื่อให้คนทั่วไปสามารถหยิบไปใช้กับงานซ่อมแซมเล็ก ๆ ในบ้านได้ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่เริ่มสนใจการซ่อมบ้านด้วยตัวเองมากขึ้น

จระเข้อีซี่เติบโตผ่านช่องทางออนไลน์ และกลายเป็นอีกหนึ่ง Growth Engine ที่บริษัทใช้เข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง นอกเหนือจากฐานเดิมที่เติบโตผ่าน Traditional Trade และเครือข่าย JORAKAY SHOP กว่า 2,000 แห่งทั่วประเทศ

พฤติกรรมนี้สะท้อนการเปลี่ยนของตลาดก่อสร้าง จากเดิมที่ “งานช่าง” เป็นเรื่องของช่างมืออาชีพ กลายเป็นงานบางส่วนที่เจ้าของบ้านสามารถลงมือทำเองได้

ขณะเดียวกัน ภาวะเศรษฐกิจที่ทำให้ผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่าย ก็ยิ่งทำให้การซ่อมของเดิมแทนการซื้อใหม่มีความน่าสนใจมากขึ้น

แบรนด์จระเข้.jpg

ขยายต่างประเทศ แผนระยะยาวหวังดันรายได้ให้แตะ 20%

นอกจากการหาตลาดใหม่ในประเทศ จระเข้ยังเดินหน้าลดการพึ่งพาตลาดไทย ด้วยการ "ขยายธุรกิจในต่างประเทศ" หลังเริ่มทำตลาดต่างประเทศมาแล้วประมาณ 10 ปี ครอบคลุมทั้งอาเซียน รวมถึงมีการเข้าไปในตลาดแอฟริกาและเอเชียกลางผ่านพันธมิตร ตลาดหลักที่ยังให้น้ำหนักคือกลุ่ม LMV (ลาว เมียนมา เวียดนาม)

โดยเวียดนามถือเป็นตลาดที่เติบโตแข็งแกร่งที่สุด จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและการขยายตัวของเมือง ขณะที่บริษัทมี JORAKAY Vietnam Co., Ltd. เป็นฐานธุรกิจในประเทศ และอยู่ระหว่างการขยายเครือข่ายให้ครอบคลุมมากขึ้น

ส่วนลาวมีการเติบโตจากโครงการพาณิชย์ โรงแรม และอสังหาริมทรัพย์ ขณะที่เมียนมายังมีดีมานด์ แต่ต้องเผชิญข้อจำกัดด้านใบอนุญาตนำเข้าและสถานการณ์ภายในประเทศ

จระเข้ยังเริ่มเข้าไปในตลาด "ฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย" โดยรูปแบบการทำตลาดแต่ละประเทศแตกต่างกัน ทั้งการใช้พาร์ตเนอร์ การตั้งบริษัทลูก หรือการทำตลาดผ่าน Traditional Trade

เป้าหมายระยะยาวคือการเพิ่มสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 20% เพื่อสร้างสมดุลให้พอร์ตธุรกิจ และลดการพึ่งพาการเติบโตของตลาดไทยเพียงตลาดเดียว
จระเข้.jpg

Green Products ขยับจากเทรนด์สู่แกนธุรกิจ

อีกด้านที่จระเข้เดินหน้าต่อเนื่องคือ Green Construction โดยปัจจุบัน JORAKAY Green Products มีสัดส่วนสินค้าราว 63% ของพอร์ตฯสินค้า และบริษัทพยายามเพิ่มสินค้าในกลุ่มนี้ทุกปี

หนึ่งในแบรนด์ที่เดินตามทิศทางนี้คือ “สีจระเข้” ซึ่งวางจุดขายเรื่องความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม ใช้ปูนขาวเป็นเบส และไม่มีสารก่อมะเร็ง ขณะที่เทรนด์สีที่ไม่มีกลิ่นและปลอดภัยต่อผู้อยู่อาศัยเริ่มได้รับความสนใจมากขึ้น

สำหรับจระเข้ Green Products ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การขายสินค้า แต่ครอบคลุมตั้งแต่วัตถุดิบ กระบวนการผลิต บรรจุภัณฑ์ ไปจนถึงความปลอดภัยของช่างและผู้ใช้งาน โดยบริษัทตั้งเป้าหมาย Carbon Neutrality ภายในปี 2045 และ Net Zero GHG Emissions ภายในปี 2050

ตลาดแข่งเดือด แบรนด์จีนบุก แต่จระเข้เลี่ยงสงครามราคา เน้นสายยั่งยืนชูคุณภาพ

โจทย์ที่จระเข้ต้องรับมือพร้อมกันคือการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากสินค้าจีน ซึ่งเข้ามาทำตลาดด้วยจุดแข็งด้านราคา ส่งผลให้ผู้เล่นในตลาดก่อสร้างบางส่วนสูญเสียลูกค้าไป

อย่างไรก็ตาม จระเข้เลือกที่จะไม่ลงไปแข่งขันด้วยราคาเพียงอย่างเดียว แต่พยายามรักษาจุดยืนเรื่อง มาตรฐาน คุณภาพ และความยั่งยืน โดยมองว่าการแข่งขันด้วยราคาต่ำอาจไม่ใช่เกมที่ยั่งยืนในระยะยาว

บริษัทมองว่าลูกค้าบางรายอาจทดลองใช้สินค้าราคาถูกกว่า แต่เมื่อเจอปัญหาด้านคุณภาพหรือการใช้งานในโครงการจริง ก็มีโอกาสกลับมาเลือกแบรนด์ที่ให้ความมั่นใจด้านมาตรฐานมากกว่า โดยเฉพาะกลุ่มบริษัทก่อสร้างที่มีต้นทุนความเสียหายจากงานผิดพลาดสูงกว่าความแตกต่างของราคาวัสดุ