Strategic Move

ผ่ากลยุทธ์เอปสัน “แย่งแชร์คู่แข่ง-กินตลาดทดแทน” ทางรอดธุรกิจพรินเตอร์ ในยุคผู้บริโภคเมินการพิมพ์บนกระดาษ

โลกของดิจิทัลได้ Disrupt ธุรกิจหลายเซ็กเตอร์ หนึ่งในนั้นคือธุรกิจ “พรินเตอร์” เพราะพฤติกรรมของผู้บริโภค องค์กรธุรกิจต่างๆลดใช้ “กระดาษ” น้อยลง ทำให้ช่วง 2- 3 ปีที่ผ่านมา ตลาดพรินเตอร์มูลค่า 1.3 ล้านเครื่อง หรือประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท อยู่ในภาวะ “ทรงตัว” ต่อเนื่อง

open_epson

โลกของดิจิทัลได้ Disrupt ธุรกิจหลายเซ็กเตอร์ หนึ่งในนั้นคือธุรกิจ “พรินเตอร์” เพราะพฤติกรรมของผู้บริโภค องค์กรธุรกิจต่างๆลดใช้ “กระดาษ” น้อยลง ทำให้ช่วง 2- 3 ปีที่ผ่านมา ตลาดพรินเตอร์มูลค่า 1.3 ล้านเครื่อง หรือประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท อยู่ในภาวะ “ทรงตัว” ต่อเนื่อง

“เอปสัน” หนึ่งในผู้เล่นตลาดพรินเตอร์รายสำคัญ จึงต้องหาทางสร้างการเจริญเติบโตให้ธุรกิจทั้ง 3 กลุ่ม โดยเฉพาะธุรกิจพรินเตอร์ ซึ่งเป็นเรือธงที่ทำรายได้สูงสุดให้บริษัทสัดส่วน 80% ขณะเดียวกันก็พยายามหา “โอกาส” จากสินค้าพระรองทั้ง โปรเจคเตอร์ และหุ่นยนต์แขนกลเพื่อเข้าทำตลาดเพิ่มเติมด้วย

1_epson

“ยรรยง มุนีมงคลทร ผู้จัดการทั่วไปด้านการขาย ผลิตภัณฑ์ และการตลาด บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด ฉายภาพการขับเคลื่อนธุรกิจในปี 2561 สำหรับกลุ่มเครื่องพิมพ์ (พรินเตอร์) พฤติกรรมผู้บริโภครายย่อยมีการใช้พิมพ์กระดาษ พิมพ์ภาพน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด เพราะคนยุคนี้เก็บรูปไว้ในระบบดิจิทัล มือถือ และโลกโซเชียลกันหมดแล้ว เมื่อตลาดขาลงก็ต้องหันไปโฟกัสลูกค้าที่เป็น “องค์กร” มากขึ้น เพราะยังมีโอกาสให้เข้าไปเก็บเกี่ยวยอดขาย

ถึงแม้ว่าองค์กรก็เริ่มให้ความสำคัญกับการลดต้นทุนกระดาษ นโยบายใช้กระดาษน้อยลง แต่บริษัทเหล่านั้นก็ยังมองหาพรินเตอร์อิงเจ็ทที่มีคุณภาพ ราคาเหมาะสม พิมพ์เร็ว ซึ่งเอปสันมีผลิตภัณฑ์ที่มีฟังก์ชันหลากหลายสนองความต้องการได้ รวมถึงการมองโอกาสเข้าไปแทนที่พรินเตอร์เลเซอร์ และเครื่องถ่ายเอกสารมากขึ้นด้วย

อีกตลาดที่น่าสนใจ คือตลาดดิจิทัลแล็บหรือร้านล้างอัดรูปต่างๆ ที่มีประมาณ 3,000 แห่งทั่วประเทศ แอคทีฟกว่า 2,000 แห่ง ที่บริษัทต้องนำสินค้าเข้าไปทดแทนเครื่องล้างอัดภาพให้ได้ เสนอต้นทุนการได้ผลลัพธ์ด้านภาพที่ “ถูกกว่า” ล้างอัดภาพแบบเดิม  

“โลกการพิมพ์จะเป็นยังไง ธุรกิจพรินเตอร์จะเจ๊งไหม? มองว่าทั้ง 2 ยังจำเป็นต่อภาคธุรกิจ แต่รูปแบบการพิมพ์และเทคโนโลยีการพิมพ์จะเปลี่ยนไป ผู้ผลิตจะต้อง Disrupt ตัวเองก่อน เช่น อิงค์เจ็ทของเราพิมพ์ได้ 100 แผ่นต่อนาที อนาคตจะต้องพัฒนาให้พิมพ์ได้ 200 แผ่นต่อนาที และเราต้องไปกินตลาดเครื่องถ่ายเอกสาร ตลาดอื่นๆ มากขึ้น”   

การ Disrupt ตัวเองก่อนปัจจัยภายนอกมากระทบธุรกิจ ทำให้ต้องทุ่มงบใกล้เคียงปีก่อนที่ 5.4 หมื่นล้านเยน หรือคิดเป็น 5.2% ของรายได้ เพื่อวิจัยและพัฒนาสินค้า (R&D) นวัตกรรม มีประสิทธิภาพตอบสนองลูกค้าให้ได้

2_epson-1

ส่วนธุรกิจโปรเจคเตอร์ จะหาช่องว่างตลาดในกลุ่มโรงเรียน เพื่อนำสินค้าใหม่เลเซอร์โปรเจคเตอร์ซึ่งเป็นสินค้าระดับกลางบนเข้าไปแทนที่สินค้าเดิมมากขึ้น (Replace) รวมถึงการขยายพอร์ตโฟลิโอสินค้าเจาะตลาดระดับแมสไปยังกลุ่มลูกค้าธุรกิจขนาดเล็ก และใช้ตามบ้าน จากเดิมสินค้ากระจุกตัวและจับเฉพาะตลาดบน

และในปีนี้จะเห็นการเดิมเกมเชิงรุกคือกลุ่มหุ่นยนต์แขนกล เนื่องจากเทรนด์ภาคอุตสหากรรมต่างๆ ขานรับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 นำหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติมาใช้ในสายการผลิตเพิ่ม นอกจากช่วยเรื่องประสิทธิภาพ ยังลดต้นทุนได้ด้วย ที่สำคัญ ประเทศไทยไม่ได้ใช้แรงงานข้มข้น (Labor intensive) เหมือนในเดิมอีกต่อไปแล้ว

ขณะที่กลยุทธ์การทำตลาดปีนี้วางไว้ 4 ด้าน ได้แก่ 1.Customer Solutions รวมเทคโนโลยีและออกแบบสินค้า บริการเป็นโซลูชั่นให้ลูกค้าแต่ละรายโดยเฉพาะ เรียกว่าลูกค้าอยากได้แบบไหนก็สั่งได้เพื่อให้ตรงความต้องการจริงๆ 2.Customer Value พยายามสื่อสารตลาดชี้ให้เห็นถึงความคุ้มค่า ความน่าเชื่อถือ และประหยัด เมื่อใช้สินค้าของบริษัท เพราะยุคนี้ของดูต้องมาพร้อมราคาที่เหมาะสม จึงจะซื้อใช้ลูกค้าได้ 3.Convenience Channel ขยายตัวแทนจำหน่ายให้ครอบคลุมตลาดเป้าหมาย ข้อนี้สำคัญ เพราะถ้าลูกค้าต้องการซื้อสินค้า แต่ช่องทางไปไม่ถึง ก็ปิดโอกาสทำเงินทันที 4.Communications การสื่อสารตลาด และสร้างแบรนด์เป็นสิ่งจำเป็นมาก และข้อนี้ไม่ได้ทำกันระยะสั้นแล้วแจ้งเกิด แต่ต้องทำต่อเนื่องหลายปีจึงจะทำให้แบรนด์เข้าครองใจ (Top of Mind) ของผู้บริโภคได้

2_epson

การจะขายสินค้าให้เติบโตข้ามคืนทำไม่ได้ เราต้องทำตลาดสร้างแบรนด์ให้ลูกค้ามั่นใจในผลิตภัณฑ์ การกระจายต้องเพิ่มการเข้าถึงไม่ใช่หาซื้อยาก มีบริการหลังการขาย สิ่งเหล่านี้ต้องสื่อสารต่อเนื่อง เพราะจะช่วยเสริมความมั่นใจว่าเราเป็นแบรนด์ที่น่าเชื่อถือ” 

การทำตลาดและสร้างแบรนด์ยังช่วยขจัด Pain Point ของผู้บริโภคชาวไทยที่มองพรินเตอร์แบรนด์อิงค์เจ็ทมีจุดอ่อนทั้งคุณภาพการพิมพ์ ราคาหมึกที่ใช้พิมพ์แพง ให้เปลี่ยนวิธีการคิด (Mindset) ใหม่ด้วย  

จากแผนดังกล่าวเอปสันตั้งเป้ารายได้ปี 2561 เติบโต 7% แบ่งป็นตลาดในประเทศโต 5% และต่างประเทศภายใต้การดูแลของเอปสันได้แก่ ลาว กัมพูชา เมียนมา ปากีสถาน โต 15% จากปี 2560 รายได้เติบโต 7% แบ่งเป็นตลาดในประเทศโต 6% และตลาดต่างประเทศโต 14% โดยรวมกับรายได้จากเวียดนามด้วย.

info_epson