Strategic Move

“โอสถสภา” ขายเอเจนซี่ “FCB BANGKOK” ให้ “YDM Thailand” เติมจิ๊กซอว์การสร้าง Branding

สัปดาห์ที่แล้วได้มีดีลใหญ่ในวงการเอเยนซี่เกิดขึ้น เมื่อ “PUBLICIS GROUP” ประกาศควบรวมกับ “Brilliant & Million (B&M)” โดยมีเป้าหมายเพื่อต่อจิ๊กซอว์ด้านดิจิทัล ผ่านมาไม่กี่วันก็มีการแถลงควบรวมกิจการขึ้นอีก แต่ครั้งนี้เป็นฝ่ายดิจิทัลเอเยนซี่เข้าไปซื้อออฟไลน์เอเยนซี่ โดย “YDM Thaila…

open_FCB

Thanatkit

สัปดาห์ที่แล้วได้มีดีลใหญ่ในวงการเอเยนซี่เกิดขึ้น เมื่อ “PUBLICIS GROUP” ประกาศควบรวมกับ “Brilliant & Million (B&M)” โดยมีเป้าหมายเพื่อต่อจิ๊กซอว์ด้านดิจิทัล ผ่านมาไม่กี่วันก็มีการแถลงควบรวมกิจการขึ้นอีก แต่ครั้งนี้เป็นฝ่ายดิจิทัลเอเยนซี่เข้าไปซื้อออฟไลน์เอเยนซี่ โดย “YDM Thailand” ได้เข้าซื้อ “FCB BANGKOK”

โอสถสภาอยากเข้าตลาดจึงต้องขายเอเยนซี่

จุดเริ่มต้นของดีลนี้เกิดขึ้นจาก โอสถสภา ได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ไปเมื่อเดือนตุลาคมปี 2018 ซึ่งโอสถสภา ต้องการนำเพียงธุรกิจอุปโภคและบริโภคเข้า ดังนั้นธุรกิจที่ไม่เกี่ยวข้องอย่าง “FCB BANGKOK” ซึ่งเป็นเอเยนซี่โฆษณาที่ โอสถสภา ถือหุ้น 100% จึงต้องหาเจ้าของใหม่

ย้อนกลับไป FCB BANGKOK เป็นชื่อใหม่เพิ่งใช้มาได้ประมาณ 6 ปี เนื่องจาก ประกิต แอนด์ เอฟซีบี หนึ่งในเอเยนซี่เก่าแก่ของไทย ได้แยกทางกัน “FCB International” เอเจนซียักษ์ใหญ่จากสหรัฐอเมริกาที่ก่อตั้งมาแล้ว 145 ปี จึงต้องหาพันธมิตรธุรกิจใหม่ ก่อนที่จะสนใจ อินเตอร์แอคทีฟ คอมมิวนิเคชั่นส์ ก่อตั้งเมื่อปี 1989 หรือมีอายุเกือบ 30 ปีแล้ว จึงให้ใช้เครื่องหมายการค้าเพื่อความต่อเนื่องในเมืองไทย แต่ไม่ได้เข้ามาบริหาร

การเปลี่ยนชื่อมีผลให้ FCB BANGKOK มีลูกค้ารายใหญ่ติดมาด้วยคือ ไบเออร์สด๊อรฟ ที่มีสินค้าในกลุ่มเครื่องสำอางอย่าง นีเวีย นีเวียฟอร์เมน และ ยูเซอริน นอกจากนั้นยังมีอีกหนึ่งแบรนด์ใหญ่ที่ดูแลอยู่คือ มอนเดลีซ ในกลุ่มสินค้าโอรีโอ และ ริช ปัจจุบันมีพนักงานทั้งหมด 35 คน และปีที่ผ่านมามีรายได้ 100 ล้านบาท

“YDM Thailand” อยากเติมจิ๊กซอว์การสร้าง Branding

1_FCB

ในขณะที่ “YDM Thailand” ดิจิทัลเอเจนซี่ลูกครึ่งไทย - เกาหลีใต้ ซึ่งมี Yello Digital Marketing (YDM) ประเทศเกาหลีใต้ถือหุ้น 25% ก็กำลังมองหาออฟไลน์เอเยนซี่เข้ามาเสริมในกลุ่มบริษัท ด้วยมองว่า แม้ผู้บริโภคจะหันไปใช้ชีวิตในโลกออนไลน์จนทำให้แบรนด์ต้องหันไปทำโฆษณาในช่องทางนี้ กระตุ้นเม็ดเงินในอุตสาหกรรมโฆษณาดิจิทัลเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง คาดปีที่ผ่านมามีมูลค่า 15,000 ล้านบาท

แต่ที่สุดแล้วเวลา 24 ชั่วโมงในแต่ละวัน ผู้บริโภคก็ยังใช้ชีวิตประจำวันในโลกออฟไลน์มากกว่าอยู่ดี ดังนั้นคอนเทนต์ที่มีบทบาทมากขึ้นในอนาคต คือ คอนเทนต์ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี และมีรูปแบบการสื่อสารที่ผนวกทั้งออนไลน์และออฟไลน์เข้าด้วยกัน

ประจวบเหมาะกับที่ FCB BANGKOK มีความเชี่ยวชาญในด้านการทำ Branding การวางกลยุทธ์ด้านการสื่อสาร การบริหารแคมเปญโฆษณา และการออกแบบแคมเปญการตลาด ซึ่งเป็น Know-how ที่ YDM Thailand ยังไม่เชี่ยวชาญ แม้จะมีเอเยนซี่ในเครืออยู่แล้ว 9 แห่งก็ตาม

จึงทำให้การซื้อในครั้งนี้เข้ามาเติมจิ๊กซอว์ที่ YDM Thailand ยังไม่มี และได้เข้ามาเป็นบริษัทในเครือแห่งที่ 10 พอดี ซึ่งก่อนหน้านี้ทั้งคู่ไม่เคยร่วมงานกันเลย โดยจริงๆ แล้วดีลนี้ FCB BANGKOK เป็นฝ่ายเดินมาคุยก่อนด้วยซ้ำ มีการเจรจาพร้อมกันถึง 3 ราย ก่อนที่จะตกลงเป็น YDM Thailand

3_FCB

ธนพล ทรัพย์สมบูรณ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท วายดีเอ็ม (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า

ดีลนี้ตกลงกันภายใน 30 นาที และใช้เวลา 3 เดือน ในการซื้อขายเสร็จสิ้นเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา แต่ไม่ขอเปิดเผยมูลค่าของการซื้อ

ความท้าทายอยู่ที่ “Culture”

2_FCB

ความท้าทายของการเข้าซื้อกิจการระหว่างเอเยนซี่ด้วยกัน อยู่ที่ความต่างใน “Culture” หรือวัฒธรรมขององค์กร ทุติยา ดิสภานุรัตน์ Managing Director - FCB BANGKOK อธิบายให้ฟังว่า

พนักงานในดิจิทัลเอเจนซี่จะมีลักษณะการคิด ที่ไม่ได้มองความสำคัญของเรื่อง Branding แต่ให้ความสำคัญกับเทคนิคและการดึงความสนใจ เนื่องจากรูปแบบแคมเปญในดิจิทัล ต้องดึงความสนใจของผู้บริโภคให้ได้มากที่สุด ที่สำคัญต้องเร็วด้วย

ส่วนออฟไลน์เอเยนซี่เหมือนกับ FCB BANGKOK จะให้ความสำคัญกับเรื่องของ Branding และใช้เวลากับการใส่รายละเอียดในชิ้นงาน เนื่องจากไม่ได้อยากให้เกิดกระแส Talk of the town ที่มาพร้อมกับภาพของแบรนด์ที่เสียหาย ซึ่งบางครั้งก็ต่างกับการทำในออนไลน์ที่ต้องสร้างกระแสให้มากที่สุด

เราทั้งคู่กังวลกับเรื่อง Culture มาก แต่จากการที่ได้ทำงานร่วมกันมาแล้วในช่วง 3 เดือนมานี้ ปัญหาที่กังวลกลับไม่ได้เกิดขึ้น แต่เป็นในลักษณะแบ่ง Know-how ที่ยังไม่เคยรู้มากกว่า เช่น การใช้ Data และ AI มาใช้ในการยิงโฆษณา

หยุดการซื้อกิจการก่อน

อีก 3 ปีต่อจากนี้ “YDM Thailand” วางแผนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯธนพล” บอกว่า ต่อจากนี้คงไม่มีดีลในลักษณะของการควบรวมกิจการอีกแล้ว เพราะไม่อย่างนั้นจะเกิดความยุ่งยากในการจัดการบัญชี จากบริษัทในเครือที่มีอยู่ 10 แห่ง

การเติบโตจึงจะมาจากการเพิ่มบริการใหม่ๆ รวมไปถึงอาจจะมีการออกหลักสูตรเทรนนิ่ง ให้กับคนที่ต้องการเข้าไปทำงานในสายดิจิทัลเสียมากกว่า โดยปี 2019 ภาพรวมของบริษัทคาดว่าจะมีรายได้ 800 ล้านบาท โดยปีก่อนหน้าที่มีรายได้ 550 ล้านบาท ส่วน FCB BANGKOK ต้องการเติบโต 15%

“การเมือง” สีสันโฆษณาดิจิทัล

ในช่วงท้าย ธนพล” ได้ประเมินอุตสาหกรรมโฆษณาดิจิทัลปีนี้จะเติบโตไม่น้อยกว่า 40% จากปกติอยู่ที่ 20-30% เนื่องจากมีเม็ดเงินจากการหาเสียงของพรรการเมืองเข้ามาเติม ในช่วงที่การเลือกตั้งที่ใกล้เข้ามาทุกที โดยมีบางพรรคการเมืองได้เข้ามาติดต่อให้ “YDM Thailand” ช่วยวางแผนและทำสื่อในออนไลน์ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้รับ

ด้านอุตสาหกรรมที่เชื่อว่าจะหันมาใช้มากขึ้น คือกลุ่มสินค้าที่ผู้บริโภคต้องหาข้อมูลก่อนตั้งสินใจซื้อ เช่น รถยนต์ ธนาคาร ประกันชีวิต โทรศัพท์มือถือ และเครื่องสำอาง แบรนด์จึงจะเน้นทำโฆษณาในลักษณะของการให้ข้อมูล

ส่วนกลุ่มสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม ก็จะใช้สื่อดิจิทัลเหมือนกัน แต่อาจจะไม่มากเท่าเพราะเป้าหมายจะต่างกัน ตรงสินค้ากลุ่มนี้เน้นสร้างยอดขายเป็นหลัก เนื่องจากเป็นสินค้าราคาที่ไม่ได้สูงมาก จึงไม่จะเป็นต้องใช้เวลาเยอะในตัดสินใจซื้อ นอกจากนี้ยังมีธุรกิจ SME ที่แม้จะมีจำนวนเยอะแต่ใช้เงินไม่เยอะมาก.