Strategic Move

เจาะระดับตำบล “ซิงเกอร์” เร่งเปิดแฟรนไชส์ 7,000 สาขา หวังปั้นรายได้โต “7 เท่า” ปี 65

“ซิงเกอร์” ถือเป็นแบรนด์สินค้าอายุกว่า 130 ปี ที่คนไทยรู้จักเป็นอย่างดี เริ่มจากจักรเย็บผ้า ปัจจุบันมีทั้งสินค้าและบริการของแบรนด์ซิงเกอร์ และที่ไม่ใช่แบรนด์ซิงเกอร์ การทำตลาดในช่วง 3 ปีนี้ คือการเข้าถึงผู้บริโภคลงลึกระดับ “ตำบล” ด้วยเป้าหมายเปิดร้านแฟรนไชส์ให้ครบ 7,000 สาขา

open_singer

“ซิงเกอร์” ถือเป็นแบรนด์สินค้าอายุกว่า 130 ปี ที่คนไทยรู้จักเป็นอย่างดี เริ่มจากจักรเย็บผ้า ปัจจุบันมีทั้งสินค้าและบริการของแบรนด์ซิงเกอร์ และที่ไม่ใช่แบรนด์ซิงเกอร์ การทำตลาดในช่วง 3 ปีนี้ คือการเข้าถึงผู้บริโภคลงลึกระดับ “ตำบล” ด้วยเป้าหมายเปิดร้านแฟรนไชส์ให้ครบ 7,000 สาขา

กิตติพงศ์ กนกวิไลรัตน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SINGER กล่าวว่าแผนธุรกิจในช่วง 3 ปีนี้จะขยายสาขาหรือ “ร้านซิงเกอร์” ให้ครอบคลุมทั่วประเทศถึงระดับตำบล ด้วยการขาย แฟรนไชส์ให้กับผู้ที่สนใจร่วมธุรกิจ โดยตั้งเป้าขยายแฟรนไชส์หรือสาขาย่อยให้มีประมาณ 300 สาขาหลัก และ 7,000 สาขาย่อย ครอบคลุม 925 อำเภอ รวม 77 จังหวัด ภายในปี 2565 เพื่อสร้างกรเติบโตมีรายได้เพิ่มเป็น 7 เท่า ภายในปี 2565

3-_singer

จากปัจจุบัน ซิงเกอร์ มีสาขารวมกัน 1,051 สาขา แบ่งเป็นร้านสาขาหลัก 182 สาขา ร้านแฟรนไชส์หรือสาขาย่อย 869 สาขา ครอบคลุม 763 ตำบล จาก 475 อำเภอ ใน 76 จังหวัดทั่วประเทศ ขาดจังหวัดเดียวคือ แม่ฮ่องสอนที่จะเปิดเร็วๆ นี้ หลังจากที่เคยมีสาขาและปิดไปก่อนหน้านี้

โดยวางเป้าหมายต้องเปิดสาขาได้ประมาณ 150 สาขาต่อเดือนจากนี้ เพื่อให้ถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยช่วง 2 – 3 เดือนที่ผ่านมาเปิดสาขาเฉลี่ย 120 - 140 สาขาต่อเดือน ซึ่งคาดว่าภายในสิ้นปี 2562 จะมีรวมเป็น 200 สาขาหลัก กับอีก 2,000 สาขาย่อย

2_singer

โมเดลแฟรนไชส์ของซิงเกอร์ จะไม่มีการเก็บค่าแรกเข้า ค่าธรรมเนียมรายปี ไม่ต้องลงทุนในการซื้อสินค้าไปสต๊อก ได้เป็นเจ้าของกิจการของตนเอง ในแต่ละโมเดลจะใช้ยอดขายเป็นเกณฑ์ในการแบ่งรายได้ ซึ่งจะส่งผลต่อการจัดรูปแบบร้าน การวางสินค้า และการคิดคำนวณค่าตอบแทนการขายที่ไม่เหมือนกัน และขายสินค้าได้ทั้งในรูปแบบของระบบเงินสดและเงินผ่อน

สำหรับร้านแฟรนไชส์ มี 3 รูปแบบและเงื่อนไขต่างกันไปแต่หลักๆ คือ 1. แบบสแตนดาร์ดหรือมาตรฐาน จะมีรายได้คือ 6% จากยอดขาย และค่าบริการเก็บเงินอีก 5 - 10% 2. แบบพรีเมียม รักษายอดขายไว้ที่ 3 แสนบาทต่อเดือน ค่าบริหารงานขาย 8% และค่าบริหารการเก็บเงิน 5 - 10% และ 3. แบบพาร์ทเนอร์ มียอดขาย 6 แสนบาทต่อเดือน ค่าบริหารงานขาย 10% และค่าบริหารการเก็บเงิน 5 - 10%

“ผู้เป็นแฟรนไชส์ไม่ต้องซื้อสินค้าจากเรา ไม่ต้องมีสต๊อก เพียงแต่มีคนค้ำประกันให้เท่านั้น ตามวงเงินที่รับสินค้าไป แต่จะมีรายได้จากการขาย การสร้างทีมขาย การบริหารบัญชีลูกค้าของตนเอง ขายสินค้าได้ทั้งระบบเงินสดและเงิน ผ่อน โดยจะได้รับเงินสัปดาห์ละ 2 ครั้งเข้าบัญชี และทุกสิ้นเดือนจะได้รับส่วนแบ่งที่เป็นอินเซนทีฟ บริษัทจะเป็นผู้ดูแลด้วยการนำระบบที่ใช้งานได้ทันทีผ่านแอปพลิเคชันบนมือถือ และมีทีมงานบริหารหลังบ้าน (back office) คอยสนับสนุน”

4-_singer

สำหรับสินค้าและบริการมี 2 - 3 ระดับและมีสัดส่วนรายได้ยอดขายคือ 1. การทำคาร์ฟอร์แคชหรือนอนซิงเกอร์ มีสัดส่วน 50% และ 2. การขายสินค้าแบรนด์ซิงเกอร์ ซึ่งจ้างผลิตทั้งหมด มีสัดส่วน 50% แต่ในแง่สินค้านั้นมี 3 กลุ่ม คือ เครื่องใช้ไฟฟ้า เช่น ทีวี ตู้เย็น แอร์ เครืองซักผ้า สัดส่วน 65%, กลุ่มหยอดเหรียญ ตู้แช่ สัดส่วน 30% และกลุ่มมือถือ 5%

โดยวางเป้าหมายจะปรับสัดส่วนเป็น กลุ่มนอนซิงเกอร์ 65% และ การขายสินค้าแบรนด์ซิงเกอร์ 35% ในปีหน้า และภายในปี 2565 จะเป็นนอนซิงเกอร์หรือการปล่อยสินเชื่อ 75% ส่วนแบรนด์ซิงเกอร์ 25%

ปัจจุบันมียอดสินเชื่อจากลูกหนี้หรือลูกค้าประมาณ 4,000 ล้านบาท โดยมีวงเงินหนี้สำรองประมาณ 20 - 30 ล้านบาทต่อเดือน และจะเพิ่มเป็น 6,000 ล้านบาทในปีหน้า และปี 2565 จะเพิ่มเป็น 8,000 ล้านบาท

Source