Strategic Move

กางแผน "โออิชิ กรุ๊ป" 2020 : เครื่องดื่ม อาหาร RTE ต้องเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผู้บริโภค

โออิชิ กรุ๊ปเปิดกลยุทธ์ปี 2020 บุกตลาดทั้งธุรกิจเครื่องดื่ม อาหาร และแพ็คเกจจิ้งฟู้ด เดินหน้าด้วยนวัตกรรม แตกไลน์สินค้าพรีเมี่ยม ต้องเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผู้บริโภคในชีวิตประจำวัน ดันแพ็คเกจจิ้งฟู้ดเป็นธุรกิจหลักขาที่ 3 สร้างการเติบโต

oishi
โออิชิ กรุ๊ปเปิดกลยุทธ์ปี 2020 บุกตลาดทั้งธุรกิจเครื่องดื่ม อาหาร และแพ็กเกจจิ้งฟู้ด เดินหน้าด้วยนวัตกรรม แตกไลน์สินค้าพรีเมียม ต้องเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผู้บริโภคในชีวิตประจำวัน ดันแพ็กเกจจิ้งฟู้ดเป็นธุรกิจหลักขาที่ 3 สร้างการเติบโต

เดินเกมหลักด้วยนวัตกรรมใหม่ๆ

ต้องบอกว่าการทำธุรกิจในยุคนี้ หลายแบรนด์ต่างให้ความสำคัญกับการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ กันทั้งสิ้น เพราะเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคต่างมองหาสิ่งใหม่ๆ ที่จะมาเติมเต็มการใช้ชีวิตให้ดีมากยิ่งขึ้น แม้แต่ธุรกิจอาหาร และเครื่องดื่มเองต่างต้องมีนวัตกรรมใหม่ๆ ที่มัดใจผู้บริโภคอยู่ตลอดเวลา

ในปี 2019 ที่ผ่านมา "โออิชิ กรุ๊ป" ได้ครบรอบ 20 ปีพอดิบพอดี ในอดีตมีเพียง 2 ธุรกิจหลักเท่านั้น ได้แก่ ธุรกิจเครื่องดื่ม นั่นก็คือชาเขียว และธุรกิจอาหาร เป็นตระกูลร้านอาหารญี่ปุ่น แต่ในช่วงปีที่ผานมาได้ปัดฝุ่นกลุ่ม "อาหารพร้อมทาน" หรือแพ็กเกจจิ้งฟู้ดให้เป็นอีก 1 ธุรกิจหลัก รีแบรนด์ในชื่อ "โออิชิ อีทโตะ" รับเทรนด์ผู้บริโภคยุคอิ่มสะดวก

open_oishi2

ในช่วงหลายปีที่ผานมาโออิชิ กรุ๊ปได้จับเทรนด์ของผู้บริโภคมาพัฒนาสินค้า และบริการอยู่ตลอด ไม่ว่าจะเป็นเทรนด์ผู้สูงอายุ เทรนด์ดูแลสุขภาพ เทรนด์เรื่องความสะดวกสบาย หรือแม้แต่ทุกวันนี้ต้องเป็นเทรนด์เรื่องสิ่งแวดล้อม

เพราะฉะนั้นหัวใจหลักของการพัฒนาสินค้า และบริการจึงอยู่ที่นวัตกรรมใหม่ๆ ที่ต้องแตกต่างจากในตลาด และแตกต่างจากเดิม เทรนด์ดูแลสุขภาพมาแรง ต้องมีสินค้าที่ทานแล้วบำรุงร่างกายจริงๆ อย่างที่ล่าสุดได้เปิดตัว "โออิชิ โกลด์" เป็นไลน์เครื่องดื่มชาเขียวระดับพรีเมียม ซึ่งตลาดนี้มีการเติบโตสูง รับกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่ดูแลสุขภาพ ทานน้ำตาลน้อยลง

02CEO-e1580060740830

นงนุช บูรณะเศรษฐกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) บอกว่า

“ปัจจุบันต้องยอมรับว่าโลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การดำเนินธุรกิจถูก Disrupt จากการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ผู้บริโภคให้ความสำคัญด้านสุขภาพ ความสะดวกสบาย ความพรีเมียม ทั้งยังตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น จึงเป็นความท้าทายของ โออิชิ กรุ๊ป ในฐานะผู้นำด้านธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มสไตล์ญี่ปุ่น ที่จะต้องก้าวตามให้ทัน พร้อมพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆ ให้สอดรับกับพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภค”

“เครื่องดื่ม"  ขยายฐานผู้ดื่ม รุกพรีเมียม – เพิ่มส่งออก

สำหรับธุรกิจใหญ่อย่างเครื่องดื่มนั้น แม้ภาพรวมตลาดชาเขียวเริ่มมีแนวโน้มดีขึ้น และโออิชิยังครองตลาดเป็นเบอร์ 1 อย่างต่อเนื่อง แต่โจทย์หลักของปีนี้ก็คือต้องเป็นหนึ่งอย่างยั่งยืนให้ได้

03-1-e1580060775132

เจษฎากร โคชส์ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจเครื่องดื่ม บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เล่าว่า

ตลาดชาเขียวพร้อมดื่มเริ่มพลิกฟื้นหลังจากได้รับผลกระทบจากการเก็บภาษีสรรพสามิต แต่อย่างไรก็ตาม การบริโภคยังไม่กลับสู่ระดับเดิมเมื่อเทียบกับปี 2560 ดังนั้นกลยุทธ์ในการกระตุ้นการบริโภคด้วย 3 กลยุทธ์หลักดังนี้

  1. ขยายฐานผู้ดื่ม โดยมุ่งเน้นไปที่การสร้างฐานผู้บริโภคใหม่เจาะกลุ่มเป้าหมายวัยรุ่น โดยใช้แพลตฟอร์มเกมผ่านแคมเปญ OISHI x ROV ซึ่งได้ทำให้ฐานผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายในช่วงอายุ 13-24 ปี เพิ่มขึ้น
  2. ขยายฐานพรีเมียม ตอบโจทย์เทรนด์สุขภาพ และผู้บริโภคที่เห็นความสำคัญของผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าจากธรรมชาติพร้อมยอมจ่ายเพื่อสิ่งที่ดีที่สุด เปิดตัว "โออิชิ โกลด์ เกียวคุโระ" ชาเขียวที่ได้รับการยกย่องจากชาวญี่ปุ่นว่าเป็นหนึ่งในชาที่หายาก และให้รสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ ทำจากยอดอ่อนใบชาแท้นำเข้าจากไร่ชารางวัลจักรพรรดิ ประเทศญี่ปุ่น
  3. ขยายตลาดส่งออก จากเดิมส่งออกเพียง 13 ประเทศ ปัจจุบันสามารถขยายการส่งออก 33 ประเทศทั่วโลก โดยสร้างความแข็งแกร่งในตลาดหลักคือกัมพูชาและลาว รวมถึงสร้างความเป็นผู้นำในตลาดเกิดใหม่ ขยายตลาดในกลุ่มธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ สร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักและขายในระดับภูมิภาคด้วย
07-1-e1580060829944

“ร้านอาหาร” เติมแบรนด์ใหม่ เสริมแกร่งพอร์ต

ในส่วนของธุรกิจร้านอาหาร ยังคงตอกย้ำจุดยืน “เจ้าตำรับอาหารญี่ปุ่น” (King of Japanese Food) ในปีนี้ยังคงขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง และเปิดแบรนด์ใหม่ที่จะเข้ามาเติมพอรืตให้แข็งแกร่งมากขึ้น

04-1-e1580060858194

ไพศาล อ่าวสถาพร รองกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจอาหาร บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เผยว่า

สำหรับ 4 กลยุทธ์หลักของธุรกิจร้านอาหารญี่ปุ่น โออิชิ ประกอบด้วย

  1. Growth Engine : สร้างการเติบโตให้กับธุรกิจ ผ่านผลิตภัณฑ์ และเมนูใหม่ๆ การสร้างสรรค์แคมเปญการตลาดที่ น่าสนใจ และการขยายสาขาต่อเนื่อง เพื่อเข้าถึงและขยายฐานกลุ่มผู้บริโภคให้มากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังพัฒนาช่องทางการสั่งซื้อออนไลน์ (เพิ่มเติมจากการสั่งซื้อผ่านทางโทร. 1773) ผ่านแพลตฟอร์มของตัวเอง ซึ่งได้แก่ oishidelivery.com และ Food Delivery อย่าง GrabFood, LINE MAN และ foodpanda
  2. Re-engineering Brand’s Business Model : ปรับภาพลักษณ์แบรนด์ร้านอาหารญี่ปุ่นให้มีความทันสมัย เช่น รูปแบบโมเดลธุรกิจใหม่ ชาบูชิ “บริการ 24 ชั่วโมง” รับวิถีคนเมือง “สังคมคนนอนดึก"
  3. Reinvented Customers Experience : สร้างประสบการณ์ให้ผู้บริโภคผ่านสินค้า และบริการใหม่ๆ
  4. Spin-off Brands : พัฒนาและเปิดตัวแบรนด์ใหม่ ทั้งร้านอาหาร และร้านขนมหวานสไตล์ญี่ปุ่น ได้แก่ โฮว ยู (HOU YUU), ซากาเอะ (SAKAE) จับกลุ่มลูกค้าระดับบน และ โอโยกิ (OYOKI) ไอศกรีมซอฟต์เสิร์ฟ ซึ่งเป็นแบรนด์ร้านขนมหวานแบรนด์แรกของโออิชิ
Oishi-Food-Station_2

Diversify สู่อาหารพร้อมทาน รีแบรนด์สู่ "โออิชิ อีทโตะ”

เทรนด์อาหารสำเร็จรูปมาแรงและโตต่อเนื่อง ในปี 2019 ที่ผ่านมาตลาดมีมูลค่า 40,000 ล้านบาท เติบโต 7-8% เป็นอาหารที่อยู่ในตู้เย็น กับอาหารแช่แข็ง หรือเรียกว่า RTE (Ready to Eat)

เมขลา เนติโพธิ์ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานธุรกิจอาหารสำเร็จรูป บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เล่าว่า

05-e1580060901803

“ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ตลาดอาหารอาหารสำเร็จรูปพร้อมปรุง พร้อมทาน ได้เข้ามามีบทบาทกับวิถีชีวิตหรือไลฟ์สไตล์ของคนในชุมชนเมืองมากขึ้น เนื่องจากสินค้าในกลุ่มนี้มีคุณภาพ มีความสะดวกในการบริโภค และมีความหลากหลายของประเภทอาหาร"

ในปี 2019 โออิชิจึงทำการรีแบรนด์กลุ่มอาหารพร้อมทานอยู่ภายใต้แบรนด์ "โออิชิ อีทโตะ" ทั้งหมด เพื่อทำการตลาด และการสื่อสารที่ง่าย และเป็นการใช้จุดแข็งของแบรนด์โออชิในการทำตลาดด้วย

"เรามองเห็นโอกาสในตลาดมากมาย มองว่าเป็นโอกาสที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังไม่รู้ว่าโออิชิมีอาหารพร้อมทาน ตอนนี้อาจจะยังไม่ชัดเจนมาก แต่ต้องทำให้เติบโตเรื่อยๆ ให้อยู่ในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคทั้งวันตั้งแต่อาหารเช้า กลางวัน เย็น และอาหารว่างให้ได้ การมีอีกหนึ่งธุรกิจจะช่วยสร้างคความแข็งแรงมากขึ้น เราสามารถรู้ข้อมูลว่าลูกค้ามีความชอบอะไร แล้วมาพัฒนาเป็นสินค้าเพื่อตอบโจทย์ความต้องการ"

oishi-eato-e1580060974131

สำหรับผลประกอบการของ “โออิชิ กรุ๊ป” รอบปีงบประมาณ 2562 (ตั้งแต่ 1 ต.ค. 2561 ถึง 30 ก.ย. 2562) โดยมียอดรายได้รวม 13,631 ล้านบาท เติบโต 8.2% และผลกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,229 ล้านบาท

  • ธุรกิจเครื่องดื่ม 6,501 ล้านบาท เติบโต 8.6%
  • ธุรกิจอาหาร 7,130 ล้านบาท เติบโต 7.9%
  • กำไรสุทธิรวมของบริษัท 1,229 ล้านบาท เติบโต 21.9%
  • กำไรจากธุรกิจเครื่องดื่ม 869 ล้านบาท เติบโต 12.6%
  • กำไรจากธุรกิจอาหาร 360 ล้านบาท เติบโต 52.4%

อ่านเพิ่มเติม เปิดผลประกอบการ “โออิชิ กรุ๊ป” ปี 62 ฟาด 13,000 ล้าน จ่ายปันผลสูงสุดเป็นประวัติการณ์!