Strategic Move

จับตาตลาด ‘Online Grocery’ เมื่อ ‘โลตัส’ ยกเครื่องแอปใหม่ เดินกลยุทธ์ O2O เต็มรูปแบบ

หากพูดถึงตลาด อีคอมเมิร์ซ ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดเพราะ COVID-19 อีกบริการที่เติบโตไม่แพ้กันก็คือ Online Grocery หรือ บริการสั่งซื้อของสดออนไลน์ ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าภายในปี 2030 สัดส่วนของ คือ Online Grocery จะเติบโตเป็น 5.6% ของตลาด Grocery ในไทยเลยทีเดียว

Print
หากพูดถึงตลาด อีคอมเมิร์ซ ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดเพราะ COVID-19 อีกบริการที่เติบโตไม่แพ้กันก็คือ Online Grocery หรือ บริการสั่งซื้อของสดออนไลน์ ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าภายในปี 2030 สัดส่วนของ Online Grocery จะเติบโตเป็น 5.6% ของตลาด Grocery ในไทยเลยทีเดียว

ออนไลน์ในยุค Lotus’s

ย้อนไปในปี 2013 ยุคที่ยังเป็น เทสโก้ โลตัส (Tesco Lotus) ศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าประเภทไฮเปอร์มาร์เก็ตนี้ได้เปิดตัวบริการ เทสโก้ โลตัส ช้อป ออนไลน์ เป็นครั้งแรก ถือว่าเป็นเจ้าแรกๆ ที่บุกตลาดช้อปออนไลน์ ต่อมาในปี 2014 ก็บุกเข้าสู่ธุรกิจออนไลน์หนักมากขึ้นโดยเปิดร้านบนแพลตฟอร์ม ลาซาด้า (Lazada) ตามด้วย ช้อปปี้ (Shopee) ในปี 2019

และมาปี 2020 เมื่อโลตัสได้กลับมาอยู่ในมือ เจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ อีกครั้งหลังจากที่เคยขายกิจการให้กับ Tesco อังกฤษไปในปี 1998 เนื่องจากวิกฤตต้มยำกุ้ง โดยซีพีสามารถชนะการประมูลไปด้วยมูลค่า 338,445 ล้านบาท และมาในปี 2021 ก็ได้ฤกษ์รีแบรนด์และโลโก้ใหม่ในชื่อ Lotus’s

นอกจากจะปรับโลโก้ใหม่ให้เป็นสีพาสเทลดูสดใสขึ้นแล้ว แต่สัญลักษณ์ ‘s ที่เพิ่มเข้ามายังแฝงนัยสำคัญ โดยเครื่องหมาย ’ ที่ออกแบบเป็นรูป Drop Pin สื่อถึงการปักหมุดให้โลตัสเป็นจุดหมายที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้า ส่วนตัวอักษร S สื่อถึงความ Smart ที่มากขึ้น

โลตัส

ที่น่าสนใจคือ นอกจากเปลี่ยนโลโก้ใหม่ที่แสดงถึงความสมาร์ทมากขึ้นแล้ว โลตัสยังได้ ธรินทร์ ธนียวัน อดีตซีอีโอ GRAB ที่เข้ามานั่งในตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจอีคอมเมิร์ซ กลุ่มโลตัสส์ เอเชีย-แปซิฟิก ยกเว้นประเทศจีน ซึ่งความเคลื่อนไหวแรกก็คือ การยกเครื่องแอปใหม่เป็น Lotus’s SMART App ซึ่งไม่ใช่แค่เป็นแอปสั่งของออนไลน์เท่านั้น แต่ยังออกแบบมาแก้ Pain Pont รอยัลตี้โปรแกรมของ คลับการ์ด (Club Card) บัตรสมาชิกสะสมแต้ม ที่อยู่คู่กับโลตัสมายาวนาน 12 ปี ปัจจุบันมีฐานสมาชิก 18 ล้านราย

เนื่องจากเดิม โลตัสมีทั้งแอปสำหรับซื้อสินค้า และแอปคลับการ์ด หากจะสะสมแต้มลูกค้าก็ต้องแสดงบัตรคลับการ์ดให้พนักงาน อีกทั้งระบบการจัดส่งคูปองส่วนลดก็ใช้เวลาถึง 3 เดือนในการจัดส่ง ดังนั้น Lotus’s SMART App จะรวมทุกอย่างไว้ที่เดียวทั้งการสั่งซื้อและสะสมคะแนนเพื่อกันความสับสน และสร้างประสบการณ์ซื้อสินค้าแบบ Omnichannel หรือ O2O ของทั้งสาขาและออนไลน์

สำหรับโปรแกรมคลับการ์ด ก็ได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น My Lotus’s (มายโลตัส) โดยจะย้ายสมาชิกคลับการ์ดไปอยู่ใน My Lotus’s โดยอัตโนมัติ ลูกค้าสมาชิกบัตรคลับการ์ดเดิมสามารถ login เข้า Lotus’s SMART App ด้วยเบอร์โทรศัพท์ก็จะสามารถใช้งานได้เหมือนเดิม

Lotuss-App-Launch-3

Lotus’s go fresh จุดเปลี่ยนสำคัญ

การยกเครื่องแอปใหม่เพื่อแก้ Pain Pont ลูกค้าให้ใช้งานสะดวกขึ้นอาจไม่ได้มี Impact ต่อตลาดขนาดนั้น แต่สิ่งที่สร้างแรงกระเพื่อมของจริงคือ เครือข่ายของ โลตัส โก เฟรช (Lotus’s go fresh) หรือเดิมก็คือ โลตัส เอ็กซ์เพรส (Lotus Express) ที่กระจายอยู่ในชุมชนต่าง ๆ กว่า 2,300 สาขา มากกว่า เพราะนั่นไม่ต่างอะไรกับ 7-Eleven Delivery

เดิมบริการ O2O ของโลตัส ให้บริการเฉพาะโลตัสขนาดใหญ่เพียง 90 สาขา จากที่มีกว่า 200 สาขา เท่านั้น แถมยังไม่ได้ใช้ประโยชน์จากโลตัส โก เฟรชเลย แต่การยกเครื่องใหม่ครั้งนี้ โลตัสจะให้บริการผ่านโลตัส โก เฟรชด้วย ซึ่งคาดว่าจะครอบคลุมภายในไตรมาส 3 ปีนี้

ซึ่งการที่โลตัสขยายบริการสู่ โลตัส โก เฟรช จะทำให้สามารถ จัดส่งในวันเดียวกัน (same day delivery) และ จัดส่งในวันถัดไป (next day delivery) โดยทางโลตัสจะมีฟลีทขนส่งของตัวเอง รวมถึงได้จับมือกับพันธมิตรแพลตฟอร์ม delivery ต่าง ๆ อีกด้วย

แต่ไม่จบแค่อาหารสด อาหารแห้ง และสินค้าอุปโภคบริโภค เพราะในอนาคตจะมีการเพิ่มฟังก์ชัน Lotus’s Eat เพื่อ สั่งอาหารจากร้านในพื้นที่ศูนย์การค้าโลตัส ได้อีกด้วย ทั้งนี้ ในปีที่ผ่านมา มียอดผู้ใช้งานผ่านทางออนไลน์และอีคอมเมิร์ซเฉลี่ยอยู่ที่ 100,000 คนต่อสัปดาห์ เติบโตกว่า 250% และหลังจากยกเครื่องเป็น Lotus’s SMART App โลตัสก็ได้วางเป้าที่จะเพิ่มสัดส่วนของออนไลน์จากเลขหลักเดียวเป็น เลขสองหลักภายใน 5 ปี

Lotuss-App-Launch-4-1170x658-1

คู่แข่งปาดเหงื่อ?

หากไล่เรียงผู้เล่นในตลาดห้างสรรพสินค้าประเภทไฮเปอร์มาร์เก็ต อย่าง Big C, Tops Supermarket ที่มีบริการออนไลน์อยู่แล้วอาจจะเสียเปรียบในด้าน พื้นที่ ให้บริการ เพราะตอนนี้โลตัสดัน โลตัส โก เฟรช ซึ่งจะช่วยให้เข้าถึงชุมชนต่าง ๆ ได้มากขึ้น

ต้องบอกว่าตลาด Online Grocery ไม่หมูเท่าไหร่นัก เป็นตลาดที่คู่แข่งเยอะไม่แพ้ค้าปลีกในเซ็กเมนต์อื่นๆ นอกจากผู้เล่นไฮเปอร์มาร์เก็ต และซูเปอร์มาร์เก็ตจะลงมาเล่นตลาดออนไลน์ด้วยกันแล้วยังมีผู้เล่นจาก Food Delivery ลงมาจอยด้วยเช่นกัน

pandamart

Food Panda มีฟีเจอร์แพนด้ามาร์ทส่วน LINE MAN และ Grab ก็มีฟีเจอร์ Mart เช่นกัน สำหรับบริการสั่งซื้อสินค้าจากซูเปอร์มาร์เก็ต ไม่ว่าจะอาหารแห้ง อาหารสด ข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ มากไปกว่านั้นคือการที่เริ่มเข้าถึงบริการในตลาดสดมากขึ้นด้วย เป็นการจับมือกับพ่อค้าแม่ค้าในแผงตลาดเพื่อนำสินค้าขายในแพลตฟอร์ม

นอกจากนี้ยังมีในส่วนของแพลตฟอร์มที่เกิดมาเพื่อของสดโดยเฉพาะ ได้แก่ Freshket และ HappyFresh เหล่าแพลตฟอร์มกลางเหล่านี้มักจับมือกับบรรดาซูเปอร์มาร์เก็ตในไทยอยู่แล้ว รวมถึงการเป็นพาร์ตเนอร์กับตลาดสดอื่น ๆ อีก อาทิ ตลาด อ.ต.ก. ตลาดสามย่าน และตลาดยิ่งเจริญ รวมไปถึงการจับตลาดร้านอาหาร เป็นการเข้าถึงตลาด B2B มากขึ้น

ตอนนี้การเปลี่ยนแปลงเพิ่งเริ่มต้น อาจจะยังไม่เห็นผลกระทบกับตลาดมากนัก คงต้องรอดูในสิ้นปีว่าตลาด Online Grocery ของไทยจะเปลี่ยนไปในทิศทางไหน และจะสร้างอิมแพ็คได้เหมือนกับ 7-Eleven Delivery ได้หรือไม่ ต้องรอดูกัน