จองโรงเเรม – Positioning Magazine https://positioningmag.com Thailand's Leading Marketing Magazine Fri, 29 Oct 2021 01:04:02 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.6 167543101 ท่องเที่ยวคัมเเบ็ค ‘airasia Super App’ รุกเเผนสู่ OTA อันดับ 1 อาเซียน จองตั๋ว 700 สายการบิน https://positioningmag.com/1359014 Thu, 28 Oct 2021 15:09:34 +0000 https://positioningmag.com/?p=1359014 รับกระเเสท่องเที่ยวคัมเเบ็ค ‘airasia Super App’ วางเเผนเร่งปูทางสู่การเป็น OTA อันดับ 1 ในอาเซียน ขยายดีลจองตั๋ว 700 สายการบินทั่วโลก 3,000 จุดหมายปลายทาง โรงเเรม 3 เเสนเเห่ง อัดโปรโมชันกระตุ้นเดินทาง

Airasia สายการบินโลว์คอสต์เจ้าใหญ่จากมาเลเซีย เริ่มปลุกปั้นเเนวคิดสู่การเป็น ‘Super App’ มาตั้งเเต่ปี 2018 เพื่อสร้างช่องทางรายได้ใหม่ๆ นอกเหนือจากเที่ยวบิน โดยเน้นความ ครบวงจรทั้งส่งอาหาร ช้อปปิ้ง ชำระเงินความบันเทิง ไลฟ์สไตล์ สุขภาพ การศึกษาและการเดินทาง

โดยในช่วงสองปีที่ผ่านมา airasia Super App (แอร์เอเชีย ซูเปอร์แอพ) ได้เปิดให้บริการในฐานะตัวแทนท่องเที่ยวออนไลน์ หรือ OTA ขึ้นมา มีกระเเสตอบรับที่ดีจนติด 1 ใน 3 OTA ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในอาเซียน

หลังต้องประคับประคองธุรกิจในช่วงวิกฤตโควิด จากข้อจำกัดการเดินทางต่างๆ มาวันนี้ หลายประเทศเตรียมตัวเปิดพรมเเดนรับนักท่องเที่ยวเเล้ว (รวมถึงไทย) นับเป็นโอกาสสำคัญของ airasia Super App ที่จะเข้ามาตีตลาดอีกครั้ง เพื่อตอบสนองความต้องการท่องเที่ยวของผู้บริโภคที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ หลังอัดอั้นมานาน

ขยายจองตั๋วได้ 700 สายการบิน 3,000 จุดหมายปลายทาง

airasia Super App เป็น 1 ใน 3 บริษัท OTA ชั้นนำในภูมิภาคอาเซียน โดยพิจารณาจากสถิติผู้เข้าชมถึงหน้าเว็บไซต์ ที่มีเฉลี่ยมากกว่า 100 ล้านครั้งต่อเดือน

ดังนั้นเป้าหมายต่อไปของ airasia Super App จึงเป็นการก้าวขึ้นมาเป็น OTA อันดับ 1 ในอาเซียนให้ได้ในเร็ววัน เเละสิ่งสำคัญที่ต้องทำก็คือการขยายพันธมิตรเพื่อนำเสนอทางเลือกที่หลากหลายเเก่ลูกค้า ให้ง่าย ครบเเละจบที่เดียว

อแมนดา วู ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แอร์เอเชีย ซูเปอร์แอพ บอกว่าข้อได้เปรียบของ airasia Super App คือการที่เป็น OTA เพียงเจ้าเดียวที่เป็นเจ้าของสายการบินด้วย

เหล่านี้ ทำให้บริษัทสามารถนำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการดำเนินธุรกิจสายการบินและการบริหารจัดการเที่ยวบิน มาปรับใช้ได้เพื่อให้แน่ใจว่าผู้ใช้บริการจะได้รับข้อเสนอที่คุ้มค่าที่สุด

นอกจากนี้ ยังรวมไปถึงการเข้าถึงฐานข้อมูลขนาดใหญ่ด้านการเดินทางที่มีความสมบูรณ์ จากการขับเคลื่อนด้วยระบบดิจิทัลมาโดยตลอดตั้งแต่วันแรกของการดำเนินธุรกิจสายการบินเมื่อ 20 ปีที่แล้ว

ล่าสุด airasia Super App ได้ขยายบริการให้ลูกค้าสำรองที่นั่งบัตรโดยสารจาก 700 สายการบินชั้นนำทั่วโลก ไปยังจุดหมายปลายทางกว่า 3,000 แห่ง

โดยมีสายการบินพันธมิตรใหม่ล่าสุด อย่าง Air Canada, Air France, Air Mauritius, Bamboo Airways, Ethiopian Airlines, flydubai, Go First, KLM, Mahan Air, Qatar Airways, Turkish Airlines, Philippine Airlines, US Bangla Airlines และอื่นๆ

ผู้ใช้ airasia Super App ยังสามารถจองโรงแรมและสั่งอาหารจากหลากหลายแบรนด์ดัง รวมถึงร้านเด็ดขนาดเล็ก รวบรวมบริการที่หลากหลาย ตั้งเเต่การเดินทาง, ที่พัก, เดลิเวอรี่, สุขภาพและ Edutech ไปจนถึงสื่อและคอมมูนิตี้ต่างๆ ที่เข้าถึงได้ด้วยการเข้าสู่ระบบครั้งเดียว

ส่วนฟีเจอร์เเนะนำคือ SNAP เป็นตัวช่วยค้นหาวิธีการเดินทางที่ ‘ถูกเเละเร็วที่สุดทั้งราคาตั๋วเครื่องบินเเละที่พัก พร้อมโปรโมชันต่างๆ บน airasia Super App

อัดโปรโมชัน กระตุ้นการเดินทาง

ราจีฟ กุมาร์ ผู้อำนวยการฝ่ายเที่ยวบิน ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า บริษัทมองหาโอกาสการสนับสนุนพันธมิตรสายการบินด้วยวิธีการใหม่ๆ ที่สร้างสรรค์ รวมไปถึงช่องทางในการสร้างรายได้ จากฐานข้อมูลที่มีผู้ใช้งาน 51 ล้านคน และมีผู้ติดตามบนโซเชียลมีเดียมากกว่า 55 ล้านคน

การใช้เทคโนโลยี Virtual Interlining ทำให้แพลตฟอร์มสามารถรวมรายการเที่ยวบินที่หลากหลายยิ่งขึ้น เเละสามารถเสนอแผนการเดินทาง พร้อมข้อเสนอส่วนลดค่าโดยสารที่น่าดึงดูดใจ

ในโอกาสนี้ ได้จัดโปรโมชัน 3 วันกับส่วนลด 50%’ เมื่อจองเที่ยวบินจากกัวลาลัมเปอร์ สู่ ลอนดอน อิสตันบูล เฮลซิงกิ อาบูดาบี ภูเก็ต กรุงเทพฯ และบินจากกรุงเทพฯ สู่ ลอนดอน ลอสแองเจลิส เซี่ยงไฮ้ มิวนิก ภูเก็ต และเชียงใหม่

เที่ยวบินที่ร่วมโปรโมชัน สามารถจองได้ตั้งแต่วันที่ 29 .. 64 (9.00 . เวลาประเทศไทย) จนถึงวันที่ 31 .. 64 เพื่อใช้เดินทางได้ตั้งแต่วันที่ 8 .. 64 ถึงวันที่ 29 .. 65

สำหรับประเทศไทยสามารถใช้เดินทางได้ตั้งแต่วันที่ 3 .. 65 ถึงวันที่ 29 .. 65 สำหรับการจองโรงแรมที่พักผ่านทาง airasia Super App สามารถใช้โค้ด AAHOTEL50 ได้เลยตั้งแต่วันที่ 28-31 .. 64

ผู้เดินทางที่ต้องการส่วนลด 50% สำหรับที่พักที่จองผ่าน AirAsia Super App สามารถใช้โค้ด AAHOTEL50 ตั้งแต่วันที่ 28 .. 2564 ถึงวันที่ 31 .. 2564

โฟกัสตลาด ‘อาเซียน’ 

วิกฤตโควิด-19 เป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้บริษัทต้อง ‘Lean Cost’ มากขึ้น ลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นลง ปรับเปลี่ยนเร็วเพื่อความคล่องตัว

ผู้บริหาร airasia Super App มองว่า ธุรกิจการท่องเที่ยวจะฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็วในปีหน้า จากการกระจายวัคซีนเเละสถานการณ์โรคระบาดเริ่มดีขึ้น โดยตลาดอาเซียนถือเป็นประตูสำคัญ’ ไปสู่ตลาดอื่นๆ เป็นตลาดที่มีศักยภาพในการเติบโตสูง

ดังนั้น ทิศทางของบริษัทจากนี้ไปจะมีการเจาะตลาดอาเซียนมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในอินโดนีเซียที่มีฐานลูกค้าเดิมของ Gojek อยู่จำนวนมาก รวมไปถึงเมืองท่องเที่ยวอย่างประเทศไทย เเละหวังว่า airasia Super App จะเติบโตในระดับดับเบิลดิจิตได้

]]>
1359014
สตาร์ทอัพอินโดนีเซีย คึกคัก ‘Traveloka’ เตรียมเข้าตลาดหุ้นสหรัฐฯ ผ่านวิธี SPAC ภายในปีนี้ https://positioningmag.com/1319802 Wed, 17 Feb 2021 07:30:04 +0000 https://positioningmag.com/?p=1319802 เหล่าสตาร์ทอัพสัญชาติอินโดนีเซียกำลังรุ่ง ท่ามกลางวิกฤตโรคระบาด ล่าสุด ‘Traveloka’ เเพลตฟอร์มด้านท่องเที่ยวออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน เตรียมยื่นจดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ ผ่านวิธี SPAC ภายในปีนี้ 

Ferry Unardi ซีอีโอของ Traveloka ให้สัมภาษณ์กับ Bloomberg ถึงมุมมองต่อ Special Purpose Acquisition Company หรือ SPAC ว่ามีประสิทธิภาพมาก

ถ้าเรายิ่งทำได้เร็ว ก็จะสามารถมุ่งเน้นไปที่การดำเนินการและการเติบโตของบริษัทได้พร้อมเเย้มว่า Traveloka อาจพิจารณาจดทะเบียนเข้าตลาดหุ้นอินโดนีเซียในอนาคต

โดยขณะนี้ บริษัทได้หารือกับ JP Morgan เพื่อจดทะเบียนเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ ซึ่งต้องมีการศึกษาเพื่อหาตัวเลือกที่เหมาะสมก่อนที่จะควบรวม หรือซื้อกิจการ หลังการจดทะเบียนต่อไป

การเข้าตลาดหลักทรัพย์ผ่านวิธี SPAC มากกว่าจะขายหุ้นให้สาธารณะเเบบ IPO ดั้งเดิม กำลังเป็นเทรนด์ใหม่ที่บริษัทสตาร์ทอัพเลือกใช้ เรียกง่ายๆ ว่า SPAC คือบริษัทที่สร้างขึ้นมาเพื่อระดมเงินทุนไปซื้อบริษัทอื่น

โดย Pwc ให้คำจำกัดความของ SPAC ว่า เป็นบริษัทที่จดทะเบียนเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ ได้ระดมเงินจากนักลงทุนแล้ว แต่ไม่มีแผนธุรกิจแน่ชัด อาจเป็นบริษัทที่ตั้งขึ้นเพื่อลงทุนในธุรกิจอื่น หรือมีความตั้งใจจะควบรวมเเละเข้าซื้อกิจการอื่น ซึ่งบริษัท SPAC มีเวลา 2 ปีในการหาธุรกิจที่น่าสนใจเพื่อลงทุน หากเลยระยะเวลาดังกล่าวเเล้วบริษัทจะต้องคืนเงินให้แก่นักลงทุน

ด้านสตาร์ทอัพยักษ์ใหญ่ของอินโดนีเซียอย่าง Gojek และ Tokopedia ก็กำลังอยู่ระหว่างการสรุปเงื่อนไขการควบรวมกิจการ ก่อนที่จะจดทะเบียนนิติบุคคลร่วมกันในอินโดนีเซียและสหรัฐฯ

โดยทางการอินโดนีเซีย กำลังพิจารณาเรื่องการอนุญาตให้ถือหุ้นแบบ ‘Dual-Class’ สำหรับหุ้น IPO ของสตาร์ทอัพระดับยูนิคอร์น

Traveloka เริ่มก่อตั้งบริษัทมาตั้งเเต่ปี 2012 ให้บริการจองโรงแรมและตั๋วเครื่องบิน ได้รับความนิยมในภูมิภาคอาเซียน เมื่อผู้บริโภคสามารถจองเที่ยวบินและโรงแรมข้ามประเทศได้ง่ายขึ้น มีเเผนจะขยายการให้บริการในด้านไลฟ์สไตล์ให้หลากหลาย ไปจนถึงให้บริการทางการเงิน

เมืองฮอยอัน ประเทศเวียดนาม (Photo : Photo by Văn Long Bùi from Pexels)

ปัจจุบัน Traveloka ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทลงทุนใหญ่ๆ อย่าง Expedia Group , กองทุนความมั่งคั่งของสิงคโปร์ GIC และ JD.com ผลักดันให้บริษัทมีมูลค่ามากกว่า 3,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

จากการเเพร่ระบาดของ COVID-19 ที่สั่นสะเทือนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวทั่วโลก มีรายงานว่า Traveloka เกือบจะตัดสินใจระดมทุน เมื่อเดือนกรกฎาคมปีที่ผ่านมา ด้วยมูลค่าต่ำกว่าการระดมทุนรอบก่อน

นอกจากนี้ ยังลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานต่างๆ ด้วยการปรับลดตำแหน่งงานในช่วงการเเพร่ระบาด โดยมีการปลดพนักงานในสิงคโปร์ไปราว 80 ตำเเหน่ง เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม ซีอีโอ Traveloka ยืนยันว่า มีการวางแผนจะลงทุนเพิ่มเติมในผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อดึงดูดนักเดินทางมากขึ้น โดยในส่วนธุรกิจท่องเที่ยวของบริษัท เริ่มกลับมามีกำไรบ้างเเล้ว หลังประเทศต่างๆ ผ่อนปรนมาตรการล็อกดาวน์ แต่ก็ยังไม่มากนัก

 

 

ที่มา : Bloomberg , nikkei

]]>
1319802
Expedia เตรียมปลดพนักงาน 3,000 คนทั่วโลก เพราะผลการดำเนินงาน “น่าผิดหวัง” https://positioningmag.com/1265824 Tue, 25 Feb 2020 09:58:31 +0000 https://positioningmag.com/?p=1265824 Expedia ผู้ให้บริการด้านท่องเที่ยวทางออนไลน์ชื่อดัง เตรียมปลดพนักงานกว่า 3,000 คนทั่วโลก คิดเป็น 12% ของทั้งบริษัท เพราะการดำเนินงานที่ “น่าผิดหวัง”

จากข้อความในอีเมลที่ส่งผ่านให้พนักงานทุกคนของ Expedia ระบุว่า จากผลการดำเนินงานที่น่าผิดหวังในปี 2019 ทีมผู้บริหารได้ประเมินว่าธุรกิจของเรากำลังเติบโตไปในแบบที่ไม่ดีต่อองค์กรเเละไร้ระเบียบวินัย

โดย Expedia จะปลดพนักงานราว 12% คิดเป็น 3,000 คนทั่วโลก ในจำนวนนี้กว่า 500 คน คือพนักงานที่ปฏิบัติงานที่สำนักงานใหญ่ในเมืองซีแอตเติลของสหรัฐฯ นอกจากนี้ยังจะลดการใช้ตัวแทนการขายด้วย เพื่อให้องค์กรมีความคล่องตัวมากขึ้น ซึ่งพนักงานที่ได้รับผลกระทบครั้งนี้จะได้รับเงินชดเชยและยืดระยะเวลาการคุ้มครองของประกันสุขภาพ

ทั้งนี้ ในปี 2019 Expedia มีพนักงานทั่วโลก 25,400 คน เพิ่มขึ้น 1,100 คน จากสิ้นปี 2018 มีเเพลตฟอร์มในเครือหลายเเบรนด์อย่าง HomeAway, Hotels.com, Orbitz, Travelocity เเละ Vrbo

สำหรับการปรับลดพนักงานครั้งนี้ คาดว่าจะเป็นส่วนหนึ่งของแผนการปรับลดค่าใช้จ่ายราว 300-500 ล้านดอลลาร์สหรัฐให้ได้ภายในปี 2020 ตามที่ Barry Diller ประธานบริษัทเคยประกาศไว้เมื่อวันที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา เนื่องจากผลประกอบการของปีที่เเล้วค่อนข้างน่าผิดหวัง

ณ สิ้นปี 2019 บริษัทมีรายได้ 1.2 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 3.8 แสนล้านบาท) ยอดขายเพิ่มขึ้น 8% กำไรสุทธิ 4% และกำไรต่อหุ้น 6% เเต่ไตรมาสที่แล้วมีกำไรสุทธิลดลง 4% และกำไรต่อหุ้นลดลง 1%

อย่างไรก็ตาม เเม้ช่วงต้นปีธุรกิจการท่องเที่ยวทั่วโลกจะได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการเเพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธ์ใหม่ (Covid-19) เเต่ทาง Expedia ระบุว่าการปรับลดพนักงานครั้งนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโรค Covid-19 เเต่อย่างใด ซึ่งบริษัทยังไม่ประกาศคาดการณ์ผลประกอบการประจำปีนี้ เนื่องจากยังต้องรอประเมินผลกระทบก่อน

 

ที่มา : geekwire , cnbc , cna

]]>
1265824
Booking เเชมป์จองโรงแรมในไทย ปี 2019 จับตานักท่องเที่ยว “อินเดีย” มาไทยมากขึ้น https://positioningmag.com/1264425 Fri, 14 Feb 2020 12:38:52 +0000 https://positioningmag.com/?p=1264425 เปิด 12 เเพลตฟอร์มจองโรงเเรมสุดฮิตของคนชอบเที่ยว Booking.com ครองเเชมป์ในไทยในปี 2019 ท่ามกลางการเเข่งขันเดือดทั้งการจองตรงและผู้นำในตลาด จับตา Goibibo คนอินเดียเที่ยวไทยมากขึ้น

SiteMinder เผยผลสำรวจจากรายได้เว็บไซต์การจองที่พัก บ่งชี้ว่ามูลค่าตลาดนักท่องเที่ยวอินเดียและจีนนับเป็นส่วนสำคัญในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย

“ในปี 2019 ประเทศไทยต้อนรับนักท่องเที่ยวถึง 40.7 ล้านคน เพิ่มขึ้นถึง 188% จาก 10 ปีที่ผ่านมา การเติบโตนี้ถือเป็นการเปิดโอกาสอย่างมหาศาลให้กับผู้ประกอบกิจการโรงแรมในประเทศ แต่ในขณะเดียวกันสิ่งที่ผู้ประกอบการไม่ควรมองข้ามคือการติดตามพฤติกรรมการจองที่พักที่เปลี่ยนแปลงไป และมีความเข้าใจปัจจัยที่ผู้บริโภคใช้ในการเลือกจองห้องพัก” แบรด ไฮนส์ รองประธานกรรมการบริษัท SiteMinder ประจำภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก กล่าว

โดยสุดยอด 12 แพลตฟอร์มจองโรงแรมในประเทศไทยประจำปี 2019 เมื่อประเมินจากรายได้รวมที่สร้างให้กับลูกค้าธุรกิจโรงแรมของ SiteMinder ได้แก่

1.Booking.com
2.Agoda
3.Expedia Group
4.เว็บไซต์โรงแรม (การจองตรง)
5.Hotelbeds
6.Trip.com
7.Traveloka
8.Goibibo
9.Fusion Holidays
10.Global Distribution System
11.Flight Centre Travel Group
12.Destinations of the World จาก WebBeds

จาก 12 อันดับช่องทางการจองยอดนิยม รายชื่อที่น่าจับตามองที่สุดคือ Goibibo ซึ่งถือเป็นตัวชี้วัดถึงยอดการเติบโตของนักท่องเที่ยวชาวอินเดีย โดยปัจจุบันอินเดียถือเป็น 1 ใน 5 ตลาดหลักของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาประเทศไทยเลยทีเดียว

โดย 14 จาก 20 จุดหมายปลายทางยอดนิยม ชี้ให้เห็นว่าการจองตรงผ่านเว็บไซต์ของโรงแรม มีการไต่อันดับขึ้นจากปีที่แล้วหรือยังสามารถคงระดับอยู่ใน 5 อันดับแรกไว้ได้ และเฉพาะ Agoda ที่มีสำนักงานใหญ่ในเอเชียเท่านั้นที่มีอัตราการเติบโตที่ดี เช่นเดียวกับช่องทางการจองตรง ซึ่งมีการเติบโตแบบก้าวกระโดดในแถบภูมิภาคยุโรปตะวันออกกลางและแอฟริกา (EMEA)

นอกจากนี้ยังมีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจในตลาดการท่องเที่ยวโลก ดังนี้

  • การเปิดตัวของ Airbnb ในตลาด 6 แห่งภายในยุโรป แอฟริกา และอเมริกาเหนือและใต้
  • การขยายสู่ตลาดยุโรปเพิ่มขึ้นในประเทศอิตาลีของ Trip.com เพิ่มเติมจากฝรั่งเศส ถือเป็นบริษัทสัญชาติจีนแห่งแรก ที่ได้เปิดตัวแพลตฟอร์มของตนในประเทศฝั่งตะวันตกเป็นผลสำเร็จเมื่อปี 2018
  • แบรนด์ต่างๆภายใต้ WebBeds อย่าง JacTravel, totalstay, Destinations of the World และ Sunhotels มีชื่อติดอันดับสุดยอด 12 แพลตฟอร์มจองโรงแรมที่จัดขึ้นในรอบครึ่งปีของ 2018
  • การปรากฏชื่ออีกครั้งของ Flight Centre Travel Group ซึ่งติดสุดยอด 12 อันดับของประเทศออสเตรเลีย หลังจากที่ห่างหายไปถึง 4 ปี ซึ่งเป็นผลมาจากการใช้กลยุทธ์การกระจายธุรกิจและการเข้าซื้อกิจการในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการรวมการจัดการการท่องเที่ยวเข้าด้วยกัน นอกจากนี้ยังปรากฏชื่อเป็นครั้งแรกในแอฟริกาใต้อีกด้วย
  • การเปิดตัวของ Lastminute.com ในตลาดทวีปยุโรปตะวันออกกลางและแอฟริกาถึง 2 แห่ง
    แสดงให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของจำนวนผู้บริโภคที่ตัดสินใจแบบไม่วางแผนล่วงหน้า

เจมส์ บิชอป ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายพันธมิตรของ SiteMinder กล่าวว่า การจองตรงผ่านระบบออนไลน์ยังคงมีส่วนสำคัญในการสร้างรายได้จำนวนมหาศาลให้กับโรงแรมทั่วโลก เห็นได้จากการที่เว็บไซต์ของโรงแรมยังคงอยู่ใน 4 อันดับแรกของช่องทางการจองในตลาดหลัก และในบางตลาดยังกระโดดขึ้นมาในอันดับที่สูงขึ้นด้วย เป็นผลมาจากการที่โรงแรมผลักดันให้คนติดต่อเข้ามาจองห้องพักผ่านของทางหลักของตนเองมากขึ้น ผ่านการโปรโมทและการนำนวัตกรรมมาปรับใช้ รวมถึงการลงทุนเพิ่มในเมตาเสิร์ช (Metasearch)

นอกจากนี้เรายังเห็นผู้ให้บริการทางเทคโนโลยีมีส่วนในการส่งเสริมด้วยการสร้างบริการเสริมร่วมกับช่องทางการจองตรง ซึ่งทำหน้าที่เสมือนเป็นตัวแทนด้านการตลาดในรูปแบบดิจิทัลให้กับโรงแรมด้วย

 

]]>
1264425