ของกิน ของใช้ ปรับทัพรับกำลังซื้อหดตัว

แน่นอนว่าเรื่องปากเรื่องท้องเป็นเรื่องสำคัญ ขณะเดียวกันของใช้ไม้สอยก็สำคัญไม่แพ้กัน ดังนั้น Consumer Product จึงเป็นภาระค่าใช้จ่ายประจำครัวเรือนที่หลีกเลี่ยงได้ยาก หลายบริษัทต้องปรับเป้ากันเป็นระวิง เพื่อให้สอดรับกับสภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้น เช่น เครือสหพัฒน์ บุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) บอกว่า ในปี 2552 ได้ปรับเป้าหมายรายได้รวมลง 50% ขณะเดียวกันก็ยังไม่ตัดสินใจลงทุนใดๆ ในปีหน้า

ในภาวะดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคหดตัว ระแวดระวังไม่ปล่อยให้เงินทองไหลออกกระเป๋าได้ง่ายๆ บรรดา Consumer Product ทั้งหลายจึงต้องงัดสารพัดวิธีดูดเงินลูกค้า ซึ่งดีกว่าอยู่เฉยๆ กลยุทธ์อะไรที่ไม่เคยเห็นก็ได้เห็นกันในคราวนี้ เช่น โค้กแดงทั้งๆ ที่อยู่ในตลาดมานาน แต่ก็ยังตะลุยแจก Sampling ขวดแก้วขนาด 250 มล. จำนวน 2 ล้านขวดทั่วประเทศ เหมือนแบรนด์น้องใหม่ที่เพิ่งเปิดตัว แปลกน่าดู

นอกจากนี้ยังมีกลยุทธ์อื่นๆ รวมถึงแนวทางดำเนินธุรกิจที่ดูดีไปได้สวยในภาวะเช่นนี้

ดิลเวอรี่ที่รัก เศรษฐกิจทรงๆ ทรุดๆ ในทุกวันนี้ ทำให้ผู้บริโภคปรับเปลี่ยนพฤติกรรมด้วยการโทรสั่งอาหารแทน แม้น้ำมันจะถูกลง แต่ดิลิเวอรี่ก็ยังเป็นที่ปรารถนา เนื่องมาจากความสะดวกสบาย

หลายแบรนด์ในตลาดดิลิเวอรี่ เช่น พิซซ่า ฮัท เดอะ พิซซ่า คอมปะนี เคเอฟซี แมคโดนัลด์ ได้ขยายเวลาการส่งยาวขึ้น เพื่อรองรับความต้องการดังกล่าว

โดยพิซซ่า ฮัท มีรายได้จากดิลิเวอรี่ 60% เลยทีเดียว ขณะที่รายได้จากการนั่งทานในร้านลดเหลือ 40%

เอาของขายจริงมาแจกฟรี ลืม Sampling ขวดเล็กขวดน้อยไปเลย เพราะเบบี้มายด์จับมือกับห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลฯ สำหรับลูกค้าที่ซื้อเสื้อผ้าราคาแพง แถมน้ำยาซักผ้าไปให้ใช้กันฟรีๆ ในขนาด 400 มล. ซึ่งวางจำหน่ายจริง โดยมีสินค้ามาร่วมโปรโมชั่นจำนวนนับแสนชิ้น

กลยุทธ์นี้ทำให้ได้ใจลูกค้าไปเต็มๆ เพราะสามารถนำไปใช้งานได้จริง ไม่ใช่แค่ทดลองแค่ครั้งสองครั้งเท่านั้น

ลดไซน์เพื่อให้ได้ของครบ ใครได้รับกระเช้าปีใหม่ปีนี้ไม่ต้องแปลกใจ แม้ว่าของครบเหมือนเดิมแต่ขนาดนี้ซิ จะลดลงจากเดิม เพราะห้างเทสโก้ โลตัส รับจัดกระเช้าปีใหม่ ลดไซน์ ลดราคา ดึงสินค้า House Brand เข้ามาช่วย แต่ตกแต่งให้ดูพรีเมียมขึ้น ราคาตั้งแต่ 95-9,999 บาท เป็นกลยุทธ์การตลาดที่ถูกนำมาใช้บ่อย เมื่อเศรษฐกิจไม่ดี และต้องการดึงเงินจากกระเป๋าผู้บริโภค

แถลงข่าวควบ แบรนด์ซุปไก่สกัด และแบรนด์จูเนียร์ซุปไก่สกัด จัดงานแถลงข่าวพร้อมกัน แม้จะคนละธีม เข้าทำนองทีเดียวคุ้ม กระนั้น ลักขณา ลีละยุทธโยธิน หัวเรือใหญ่เซเรบอส บอกว่า ประหยัดเวลามากกว่าประหยัดเงิน เพราะเธอเดินทางบ่อยเพื่อดูแลหลายประเทศ แม้เธอจะบอกว่าไม่ได้จงใจประหยัด แต่ที่แน่ๆ ก็ประหยัดไปแล้ว ไหนจะค่าพีอาร์ ไหนจะค่าเช่าสถานที่

เธอมองวิกฤตครั้งนี้ว่า เศรษฐกิจทั่วโลกย่ำแย่เปรียบเสมือนไฟไหม้ป่า รุนแรง ยาวนาน แต่คราวที่แล้วเหมือนไฟไหม้บ้าน แต่ไม่นานก็ดับได้ มีเพื่อนบ้านช่วยกันดับ แต่พอไฟไหม้ป่าก็บ้านใครบ้านมัน ต้องช่วยเหลือตัวเองก่อน

ขุดของเก่ามาเล่าใหม่ โออิชิ กรุ๊ป ดันอะมิโน โอเค อีกรอบ แม้จะวางตลาดมานานพอควร แต่กระแสตอบรับยังไม่ดีเท่าไหร่ จึงหันมาทำ TVC กระตุ้นอีกรอบในช่วงที่สื่อเผชิญภาวะย่ำแย่เหมือน

ธุรกิจอื่นๆ ทำให้เจรจาต่อรองลดราคาเป็นเรื่องง่าย

ลดให้จริง แถมให้หนัก หากทำเป็นกั๊กลดหลอกๆ แค่ 10-20% ก็คงยากที่จะทำให้ผู้บริโภคสนใจ หรือแม้แต่ม่านตากะพริบ เพราะแม้แต่ป้ายลดราคา 50% ยังดูเป็นของเฉยชาในยุคนี้ ตัวเลขลดาราคา 70% จึงมีให้พบเห็นหนาตาในภาวะเช่นนี้

ปิดบริการก่อนกำหนด แคลิฟอร์เนีย ว้าว เอ็กซ์พีเรียนซ์ ฟิตเนส เซ็นเตอร์รายใหญ่ แอบติดป้ายประกาศบอกแบบเงียบๆ ว่าตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2551 เป็นต้นไป เวลาการปิดเปิดของแต่ละสาขาจะไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับทราฟฟิกของแต่ละโลเกชั่น แต่ดูท่าทางจะเป็นนโนบายประหยัดพลังงานที่ทำให้บรรดาสมาชิกไม่ปลื้มเอาเสียเลย

ขณะที่แมคโดนัลด์ 24 ชั่วโมง ยังไม่มีท่าทีว่าจะปรับลดเวลาการให้บริการแต่อย่างใด

ใช้พรีเซ็นเตอร์กันเหนียว เราจึงเห็นดาราพาเหรดลง TVC กันเป็นทิวแถว บ้างต่อสัญญาจากแบรนด์เดิม บ้างรับงานแบรนด์ใหม่ ใครขาขึ้นช่วงนี้ก็รับทรัพย์กันเปรม

เป๊ปซี่ใช้บริการมาริโอ้ต่อเนื่อง หวังกระแสความดังที่ยังไม่จางขับเคลื่อนตลาดน้ำดำไม่ให้ร่วง

พอลล่าแรงดีไม่มีตก ซันซิลฉวยมาเป็นพรีเซ็นเตอร์แบบไม่ห่วงช้ำ เช่นเดียวกับแอ๊ฟ ทักษอร ที่โกยเงินเป็นว่าเล่นทั้งจากโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์และการ์นิเย่

นอกจากนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ “อย่าหยุดนวัตกรรม” และ “อย่าหยุดการลงทุน” เพราะหากมัวแต่ชะลอการตัดสินใจ หรือรอดูท่าทีแบบคนใจมดแล้วละก็ รับรองเจ็บหนักกว่าเดิม อันนี้ ตัน ภาสนกรนที เจ้าพ่อโออิชิ ยืนยันมา

ซูเปอร์พรีเมียมสดใส สินค้ากลุ่มฟุ่มเฟือย แบบ Luxuary ถ้าไม่ซูเปอร์พรีเมียมจริง รับรองไม่รอด เพราะระดับ “รวยจริง” ไม่ได้รับผลกระทบในวิกฤตเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจการเงินอย่างแบงก์ที่เล็งเงินในกระเป๋าลูกค้ามาลงทุนต่อยอด เกือบทุกแบงก์ใหญ่เวลานี้จึงเปิดห้องหรูต้อนรับลูกค้าแบงก์ระดับซูเปอร์พรีเมียม อย่างแบงก์กรุงเทพ มี “บัวหลวงเอ็กซคลูซีฟ” เคแบงก์มี “Signature Private Banking” ที่เคแบงก์มีลูกค้าอยู่ประมาณ 2,000 คน รวยรวมกัน 2.25 แสนล้านบาท

อย่างในกลุ่มบัตรเครดิต เคทีซี ก็หันมาจับกลุ่มซูเปอร์พรีเมียม เป็นครั้งแรก สำหรับลูกค้าที่สามารถรูดบัตรได้เดือนหนึ่งไม่ต่ำกว่า 1 แสนบาท กลุ่มนี้เคทีซีเชิญมาสมัครเพียง 500 คนเท่านั้น ภายใต้บัตรที่ชื่อว่า The Jewel ที่มีลวดลายประดับทอง และเพชร มูลค่าการผลิตบัตรละ 1 หมื่น ซึ่งลูกค้าต้องจ่ายเอง พร้อมให้บริการสิทธิพิเศษมากมาย

แม้แต่ในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ก็หันมาจับกลุ่มบ้านสุดหรู เช่น เอสซี แอสเสท เพิ่งแถลงโครงการล่าสุดรุกตลาดบ้านระดับมูลค่า 50 ล้านบาทขึ้นไป

ซูเปอร์พรีเมียมเท่านั้นที่ยังคึกคักในยามนี้

โอกาสทองสินค้าสะดวกซื้อและสุขภาพ

ใช่ทุกธุรกิจจะหมดหนทางเกิด หรือตอกฝาโลงชนิดไม่ได้ผุดได้เกิด เพราะยังมีอีกหลายธุรกิจที่ยังคงสามารถเติบโตได้ในภาวะเช่นนี้ หากพิจารณาจากผลสำรวจของ Nielsen Retail Index ซึ่งชี้ชัดว่า Conveniene Trend ได้รับความนิยมสูงและเติบโตกันแบบถ้วนหน้า เป็นอานิสงส์ที่เกิดขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจนจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ รวมถึงผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพที่ยังคงมาแรงและไม่มีวี่แววว่าจะตก

จากกราฟิกต่อไปนี้แสดงให้เห็นถึงโอกาสที่มีอยู่ของธุรกิจในปัจจุบัน

1. Volume growth 07/08 Jan-Jun
กาแฟสำเร็จรูป 3 in 1 16%
กาแฟสำเร็จรูป 12%
บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแบบถ้วยกระดาษ 12%
Rice Porridge ซุป 10%
อาหารแช่แข็ง 9%
ผ้าอ้อมเด็ก 35%

2. Volume growth 07/08 Jan-Jun
เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ 697%
เครื่องดื่มไร้น้ำตาล ชา กาแฟไม่ใส่น้ำตาล 353%
ซุปธัญพืช 282%
น้ำอัดลม Low Sugar 98%
ครีมเทียมแบบ Low Fat 86%
ชาสมุนไพร 20%