ในยุคที่การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ผู้บริโภค สื่อ และเทคโนโลยีต่างก้าวไปพร้อมกัน สร้างโอกาสและความท้าทายใหม่ให้กับนักการตลาดในทุกระดับ Positioning ได้สรุปประเด็นสำคัญที่แบรนด์ควรให้ความสำคัญในปี 2026 จากคำแนะนำของ วรินทร์ ทินประภา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเติบโต บริษัท มีเดียอินเทลลิเจนซ์กรุ๊ป จำกัด (MI GROUP)
3 พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป
แม้ว่าแต่ละเจเนอเรชั่นจะมีความแตกต่างและซับซ้อน แต่มี 3 พฤติกรรมหลักที่ครอบคลุมทุกกลุ่มผู้บริโภค และจะส่งผลกระทบอย่างมากในปี 2026
1. Smart Spending – การมองหาความคุ้มค่า ผู้บริโภคไม่ได้มองแค่เรื่องราคาอีกต่อไป แต่มองหา ‘Value’ หรือความคุ้มค่าที่แท้จริง เมื่อแบรนด์สามารถสื่อสารคุณค่าของสินค้าและบริการได้ชัดเจน ทุกกลุ่มพร้อมที่จะจ่ายเมื่อเขารู้สึกว่าคุ้มค่าและมั่นใจในแบรนด์
สิ่งที่แบรนด์ควรทำ:
- สื่อสารคุณค่าและความแตกต่างของสินค้าอย่างชัดเจน
- ใช้การรีวิวและคำแนะนำเพื่อกระตุ้นให้เห็นความคุ้มค่า
- สร้างความมั่นใจให้ผู้บริโภคว่าการตัดสินใจซื้อนั้นถูกต้อง
2. Transparency & Trust – ความโปร่งใสนำไปสู่การซื้อ
ในอดีต Brand Trust สร้างความแข็งแกร่งให้แบรนด์ แต่ปัจจุบัน Trust สามารถขับเคลื่อนไปถึง Conversion ได้โดยตรง โดยตัวเลขที่น่าสนใจคือ
- 91% ของลูกค้าพร้อมซื้อทันที หากเห็นกระบวนการคืนสินค้าที่ชัดเจน
- 56% ของผู้บริโภคจะทิ้งตะกร้าทันที หากพบค่าใช้จ่ายแอบแฝงตอนชำระเงิน
3. Application Ease & Simplification – ความเรียบง่ายคือพลัง
ผู้บริโภคปัจจุบันถูกข้อมูลท่วมท้น การกระตุ้นให้เกิด Action ต้องง่ายและชัดเจน ความเรียบง่าย ไม่ซับซ้อน กลายเป็นพลังใหม่ในการปิดการขาย
สิ่งที่ต้องชัดเจน:
- Value Proposition ต้องเสิร์ฟให้ชัด
- ขั้นตอนการซื้อต้องง่ายและไม่ซับซ้อน
- การสื่อสารต้องตรงไปตรงมา
- ช่องทางการขายทุกช่องต้องมีข้อมูลเหมือนกัน (Omnichannel Consistency) เช่น โปรโมชั่นออนไลน์ต้องเหมือนกับออฟไลน์

เทรนด์สื่อที่นักการตลาดต้องรู้
- Video First – วิดีโอคือจุดเริ่มต้นของการซื้อ ไม่ว่าจะอยู่บนแพลตฟอร์มไหน เราเห็นคอนเทนต์วิดีโอมากขึ้นเรื่อยๆ วิดีโอกลายเป็นจุดฐานสำคัญที่นำไปสู่การตัดสินใจซื้อ ตั้งแต่วิดีโอสั้น 6 วินาทีแรก จนถึงวิดีโอยาว ทุกความยาวมีบทบาทที่แตกต่างกัน ดังนั้น ควรให้ความสำคัญกับการวางแผนคอนเทนต์วิดีโอในทุกแพลตฟอร์ม
- Streaming for Reach – โอกาสใหม่จากโฆษณาบนแพลตฟอร์ม Streaming แพลตฟอร์ม Streaming เริ่มมีตัวเลือก Tier ที่ให้ดูโฆษณาได้ (Ad-supported tier) สร้างโอกาสใหม่ให้นักการตลาดเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคที่ใช้บริการ Streaming ซึ่งเดิมโฆษณาเข้าไม่ถึง ดังนั้น นักการตลาดต้องมอง Video Space ในมุมกว้างขึ้น ไม่ใช่แค่ Social Media แต่รวมถึงทุกแพลตฟอร์มที่มีวิดีโอ
- From Search to AI Synthesis – การค้นหาผ่าน AI โดย AI กำลังเปลี่ยนวิธีที่ผู้บริโภคค้นหาข้อมูล AI Synthesis หมายถึงการที่ AI รวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่างๆ แล้วประมวลผลเป็นคำตอบที่กระชับ ผู้บริโภคเริ่มพึ่งพาคำแนะนำจาก AI มากขึ้น โดยความท้าทายสำหรับแบรนด์ คือ ต้องศึกษาและทำให้ข้อมูลแบรนด์ปรากฏในคำตอบของ AI เพื่อให้ AI เลือกแบรนด์เราเป็นคำแนะนำ
ช่องทางการขายแยกกันได้อีกต่อไป
ในยุคปัจจุบัน เราไม่สามารถมองช่องทางการขายแยกกันได้อีกต่อไป โดยแพลตฟอร์ม คอนเทนต์ และ Creator ทำงานเป็นระบบนิเวศเดียวกัน แบ่งออกเป็น 3 Layer ได้แก่
Layer 1: Platform – แพลตฟอร์ม Social Media ทั้งหลาย (TikTok, YouTube, Meta, LINE) ต่างพัฒนาตัวเองเพื่อให้เกิดการขายและ Conversion เช่น
- TikTok: Shopping Entertainment – สามารถขายได้โดยตรงบนแพลตฟอร์ม
- YouTube: ทริกเกอร์ความสนใจผ่าน Short-form แล้วลากไปปิดขายที่แพลตฟอร์มอื่น
- Meta: ปรับปรุง Generative AI เพื่อเพิ่ม Conversion และเพิ่มประสิทธิภาพโปรแกรม
- LINE: เน้น 1-on-1 Communication ทำให้ลูกค้าสามารถคุยกับแบรนด์โดยตรงและปิดขายได้
Layer 2: Content – ตัวขับเคลื่อนการตัดสินใจ จากนี้ คอนเทนต์ไม่ใช่แค่การสื่อสารให้เข้าใจอีกต่อไป แต่ทุกคอนเทนต์ในปัจจุบันต้องลากไปสู่การตัดสินใจซื้อ
Layer 3: Creator & Talent – เครื่องยนต์สร้าง Trust และ Conversion โดยใช้ครีเอเตอร์สร้างความเชื่อมั่นได้ดีเพราะรีวิวจากการใช้จริง แสดงผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัด และใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย ทำให้เป็นตัวเร่งสำคัญในการปิดการขาย
ชนะใจคนไม่พอ ต้องชนะใจ AI ด้วย
แบรนด์ที่จะเป็นผู้ชนะในยุค AI ต้องสร้างระบบนิเวศที่เชื่อมโยง 3 ส่วนสำคัญ คือ AI + Brand + Human เพราะโลกของ AI: Algorithm จะคัดเลือกข้อมูลที่จะแสดงให้ผู้บริโภค แบรนด์ต้องทำงานหนักเพื่อให้ AI เลือกแบรนด์เราขึ้นมาในคำแนะนำ ไม่ใช่แค่สร้างโฆษณาที่ดี แต่ต้องสื่อสารให้ AI เรียนรู้ด้วย
โลกของมนุษย์: การสร้างความสัมพันธ์ ความไว้วางใจ และความเชื่อมั่นยังคงสำคัญ เพราะคนที่ตัดสินใจซื้อจริงๆ ยังคงเป็นมนุษย์ ดังนั้น แบรนด์ที่จะชนะต้องมี Customer Journey ที่ทำให้เข้าใจทั้งมนุษย์และ AI ไปพร้อมกัน
สรุป แบรนด์ต้องขยายศักยภาพด้วย AI แต่ไม่จำเป็นต้องลงทุนใหญ่ใน AI ทันที แค่ต้องพยายาม สร้างบริบทเพื่อให้การสื่อสารของแบรนด์เชื่อมโยงกับ AI และใช้ประโยชน์จาก AI ให้มากที่สุด แน่นอนว่า ในเรื่องของยอดขายนั้นสำคัญ แต่อย่าลืมสร้างแบรนด์ เพราะเมื่อปัจจัยลบเข้ามา แบรนด์ที่มีตัวตนจะสามารถเติบโตได้มากกว่าแบรนด์ที่แข่งขันด้วยราคาเพียงอย่างเดียว ดังนั้น แบรนด์ต้องสร้างความแตกต่างและหา Brand Value เพราะการแข่งขันกับสินค้าจีนที่ราคาถูก ต้องหาจุดขายที่แตกต่างและสร้างคุณค่าที่ชัดเจน





