อันที่จริง ฐานข้อมูลของ Google Earth ยังไม่สมบูรณ์เสียทีเดียวนัก เพราะภาพหน้าจอยังชัดไม่เท่ากันในทุกพื้นที่ แต่ทยอยอัพเดตเรื่อยๆ ในทุกเดือนที่ผ่านมา (ความชัดหรือไม่ชัดนี้ ไม่เกี่ยวกับบริการฟรี หรือเก็บสตางค์เพราะใช้ฐานข้อมูลเดียวกันทั้งหมด) แต่ก็ยังเหนือกว่าคู่แข่งอย่างเช่น Virtual MSN ของไมโครซอฟท์ ที่ยังห่างมากในเรื่องความละเอียด ข้อมูล และความน่าสนใจ
ในหลายกรณี ความสำคัญของภาพดาวเทียมอยู่ที่มุมมองมากกว่าข้อมูลที่นำเสนอ ภาพท้องทุ่งเขียวขจีของที่ราบภาคกลางของไทย ที่นำเสนอผ่าน Google Earth ก็น่าสนใจไม่แพ้กัน
ข้อเด่นของซอฟต์แวร์ที่ Google Earth นำมาเสนอก็คือ ในพื้นที่เดียวสามารถมองได้หลายมุม ตั้งแต่มุมตั้งที่เราเห็นตามปกติจากภาพถ่ายทางดาวเทียม ซูมเข้าไปเพื่อเก็บรายละเอียด และเอียงระดับมุมมองเพื่อสร้างมุมภาพแบบ 3D สามมิติ นอกจากนั้นยังดูได้หลายระยะความสูงตั้งแต่หลายร้อยกิโลเมตร 5 กิโลเมตร หรือแม้กระทั่งไม่กี่ร้อยเมตร ภาพชุดนี้ที่นำมาเป็นตัวอย่าง คือภาพท่าเรือและนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ที่ผู้ใช้สามารถพลิกแพลงดูในมุมต่างๆ (สังเกตว่าเนื่องจากสิ่งก่อสร้างในภาพมีความสูงไม่มากนัก ดังนั้นในการแสดงภาพสามมิติจึงมีสัดส่วนที่ผิดเพี้ยนไปบ้าง)
การสร้างโลกดิจิตอลขึ้นมามีความซับซ้อนสูงมาก ดังนั้นโอกาสที่จะพลาดก็มีเช่นกัน สองภาพนี้ แสดงให้เห็นว่ามีบางจุดที่ภาพขยายของกูเกิลเอิร์ธมีจุดบกพร่อง ภาพแรกจะเห็นว่า สะพานข้ามแยกวงศ์สว่าง ตรงบริเวณบิ๊กซีมีการเหลื่อมของรอยต่อภาพจนถนนไม่ตรงแนวกัน ส่วนภาพที่สอง เป็นการแสดงข้อมูลที่ยูสเซอร์ซอฟต์แวร์ของ Keyhole เดิมป้อนเอาไว้ ที่แสดงที่ตั้งอยุธยา ไปอยู่บริเวณเขาใหญ่แทน น่าจะมีสาเหตุมาจากการกรอกพิกัดผิด (ในกรณีนี้ ข้อมูลนี้เป็นของยูสเซอร์ ไม่ใช่ของกูเกิล และจะเลือกให้แสดงขึ้นมาเป็น layer หรือไม่ก็ได้)
อัลคาโปน เคยสร้างตำนานอาชญากรรมเลื่องชื่อไว้กับเมืองชิคาโก แต่มาวันนี้อัลคาโปนยุคใหม่จะต้องคิดหนัก เพราะมีองค์กรอิสระ chicagocrime.org หันมาใช้เทคโนโลยีกูเกิลเอิร์ธ และ Google Local ในการสร้างแผนที่การเกิดอาชญากรรมขึ้นมา นับจากนี้ไปทุกๆ คดีอาชญากรรมที่เกิดขึ้นในชิคาโกจะถูกบันทึกไว้หมด และที่เด็ดกว่าการแค่บันทึกไว้ก็คือ มีการทำแผนที่โดยใช้ข้อมูลจากกูเกิล แสดงให้เห็นด้วยว่าคดีนั้นเกิดขึ้นที่ไหน ประเภทคดีอะไร มีการจับกุมคนร้ายหรือไม่ เกิดเวลาอะไร เว็บไซต์นี้กำลังได้รับการกล่าวขานถึงเป็นอย่างมากในอเมริกา และแสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีสร้างผลกระทบอย่างไร ทั้งในแง่สังคมและธุรกิจ วงการธุรกิจที่ได้รับผลกระทบแน่นอนคือ เรียลเอสเตท และประกันภัย เพราะต่อไปผู้ซื้อบ้านในชิคาโกจะมีพฤติกรรมใหม่ นอกจากจะเช็กเรื่องอื่นแล้ว ยังเช็กต่อด้วยว่า ย่านนั้นปลอดภัยแค่ไหน มีคดีเกิดขึ้นบ่อยหรือไม่ (ข้อมูลอาชญากรรมที่ได้ไม่ได้มาจากตำรวจชิคาโก...
ไอเดียที่จะคิดโฆษณาผ่านดาวเทียมอาจเป็นเรื่องแปลก เพราะการทำป้ายตัวหนังสือ หรือภาพขนาดใหญ่ให้กล้องดาวเทียมดูนั้น คงมีกลุ่มคนดูน้อยยิ่งกว่าน้อย แต่การมาของกูเกิลเอิร์ธจะเปลี่ยนทุกอย่างไปหมด ยกตัวอย่างจากตัวอย่างภาพดาวเทียมในไทย ที่จะแสดงให้เห็นว่า อนาคตของสื่อโฆษณากำลังมีเรื่องใหม่เกิดขึ้นอีกรอบ และน่าสนใจว่า หน่วยงานภาครัฐของไทยแห่งหนึ่งได้ทำเรื่องนี้ไปแล้วแบบไม่รู้ตัว
นับตั้งแต่บริการ Google Earth เปิดตัวมาก็สร้างกระแสฮือฮาให้กับผู้ใช้ทั้งในเมืองไทยและทั่วโลก ประเด็นร้อนในบ้านเรากลับเล่นตามแค่กระแสข้อมูลความมั่นคง ที่ถกเถียงกันว่า ปกปิด หรือเปิดเผย จนถึงขั้นว่าหน่วยงานภาครัฐควรจะบล็อกบริการนี้หรือไม่...แต่ละเลยอีกด้านหนึ่งของเรื่องราวที่จะเป็นเหมือนการปฏิวัติทางธุรกิจครั้งใหญ่ และการรุกก้าวใหญ่ครั้งนี้ของกูเกิลจะสร้างระลอกของการเปลี่ยนแปลงได้ยิ่งใหญ่ไม่แพ้ปรากฏการณ์ของการเกิดโปรแกรมเบราเซอร์ และเวิลด์ ไวด์ เว็บในอดีตเสียด้วยซ้ำ...ปัญหา คือ เมืองไทยเตรียมรับมือตรงนี้หรือยัง เพราะ Google Earth จะกระทบต่อธุรกิจในทุกระดับนับตั้งแต่ นายหน้าขายที่ พ่อค้าเร่ คนแจกใบปลิว แท็กซี่ ไล่ไปจนถึง เจ้าของรีสอร์ต ฯลฯ ลองนึกภาพดูว่าวงการธุรกิจไทยในวันนี้และวันหน้าจะเปลี่ยนไปมากมายแค่ไหน ถ้าโลกเราทั้งใบกลายร่างมาเป็นข้อมูลสำเร็จรูปปรากฏอยู่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ใคร ๆ ก็เอาใช้ได้ ไม่ได้ตกอยู่ในมือหน่วยงานภาครัฐ และธุรกิจขนาดใหญ่อีกต่อไป หลายคนยกประเด็นเรื่องความมั่นคงขึ้นมาแย้ง แต่คงลืมไปว่า ถึงไม่มี Google Earth ...
ไลฟ์สไตล์ชายส่วนใหญ่มักจะสนใจเรื่องเกี่ยวกับรถยนต์ เทคโนโลยี ดนตรี และกีฬา เพื่อใช้เวลาว่างในการผ่อนคลาย สังสรรค์ เพื่อเพิ่มสีสันให้ชีวิต หรือแม้แต่สร้างโอกาสใหม่ๆ ทางธุรกิจ เช่นเดียวกับ “ปพนธ์ รัตนชัยกานนท์” ชายผู้ประยุกต์ไลฟ์สไตล์ที่ชื่นชอบด้านเพลง และรถมาเป็นงานประจำในชีวิตได้อย่างลงตัว “ผมชอบการฟังเพลง เรียนเครื่องเสียง และเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ที่มากับเพลง จนอยากซื้อเครื่องเล่นแผ่นที่มีในร้าน Cofee @ true ที่ข้าวสารไปเก็บไว้เล่นที่บ้าน เพราะผมเป็นคนชอบฟังเพลงทุกแบบ โดยเฉพาะเพลง Hip Hop ผมฟังเพลงพวกนี้เยอะมาก ตั้งแต่ประมาณ 10 ปีก่อนสมัยที่ยังไม่ฮิตในบ้านเรา ที่เราชอบเพราะตอนนั้นไปเรียนอยู่บอสตัน สหรัฐอเมริกา เหตุผลที่ชอบฟังเพลง เริ่มจากอยากพัฒนาภาษาอังกฤษ จึงเลือกเรียนภาษาจากเพลง ทั้งแนว Hip Hop...
ใครจะเชื่อว่า 6 ปีของแบรนด์ไอศกรีมไทย Iberry เกิดขึ้นจากน้ำพักน้ำแรงของหญิงสาววัย 29 ปีอดีตแอร์โฮสเตส และเลขานุการประชาสัมพันธ์โรงแรม ยิ่งเธอสารภาพว่า ไม่เคยรู้จักเลยกับทฤษฎีการตลาด บริหารงานขายใดๆเลยแม้แต่น้อย แต่ประสบการณ์จริงจากโมเดลร้านเล็กๆ การตลาดแบบนอกตำราของเธอ ทำให้ร้านไอศกรีมยี่ห้อนี้ขยายสู่ความเป็นแบรนด์ดัง ไปพร้อมๆกับชื่อของ อัจฉรา บุรารักษ์ ผู้บริหารกิจการรุ่นใหม่ไฟแรง 12 สาขาของ Iberry พนักงานประมาณ 120 คน...ในวันนี้คงไม่ใช่เรื่องเล็กๆ สำหรับผู้หญิงในวัย 29 ปีที่จะต้องนั่งบริหารงาน ดูแลร้านเองทั้งหมด ยิ่งอัจฉรา บุรารักษ์ หวนคิดถึงวันที่พี่ชาย (วิวรรธน์ บุรารักษ์) หัดปั่นไอศกรีมด้วยมือ ทำส่งตามร้าน เป็นเหมือนตัวจุดประกายความคิดให้เธออยากทำธุรกิจไอศกรีมขึ้นมา เป็นอาชีพ...
ผู้หญิงตัวเล็กๆ เพรียวบาง ผมยาวเหยียดตรง ให้เธอลองยิ้มซิ!..รอยยิ้มที่สร้างดวงตาหยีๆ ของเธอ ย่อมบ่งบอกได้ว่า เธอเป็นลูกสาวของใคร ใช่, เธอเป็นทายาทของ “เสี่ยเจียง” สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ เป็นสาวน้อยนักบริหารการตลาด ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จในเวลานี้ของสหมงคลฟิล์ม อวิกา หรือ เอ๋ เป็นลูกสาวคนโต ที่มีใบหน้าละม้ายคล้ายเสี่ยเจียง ผู้เป็นพ่อมาก เมื่อเปรียบเทียบกับลูกคนอื่นๆ บางคนเห็นหน้าต่างบอกว่าเหมือนถอดออกมาจากพิมพ์เดียวกัน เธอเรียนจบรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แต่วิชาการปกครองดูเหมือนไม่ใช่ชะตาชีวิตในการทำงานของเธอ “ตั้งใจแต่แรกๆ เรียนรัฐศาสตร์จบ อยากจบมาทำงานที่ยูเอ็น กระทรวงต่างประเทศ แต่เหมือนพ่ออยากให้เรามาช่วยธุรกิจของครอบครัวมากกว่า คิดไปคิดมาก็ดีเหมือนกัน ทำให้ธุรกิจของเราให้ประสบความสำเร็จไปเลยดีกว่าไปทำงานให้คนอื่น” สมัยเรียนจบใหม่ๆ เธอเล่าว่า คุณพ่อส่งไปลองไปทำงาน โกเอนเตอร์เทนเมนต์ ทำพีอาร์...









