อาลีบาบา รุกตลาด ‘คลาวด์ คอมพิวติ้ง’ สู้เจ้าใหญ่ Amazon ดัน ‘ไลฟ์สด’ เจาะร้านค้าออนไลน์ทั่วโลก

(Photo credit should read Costfoto/Barcroft Media via Getty Images)
อาลีบาบา’ (Alibaba) ยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซของจีน รุกตลาดคลาวด์ คอมพิวติ้ง’ สู้เจ้าใหญ่อย่าง Amazon ขยายบริการไลฟ์สตรีมมิ่งสำหรับร้านค้าออนไลน์ที่กำลังเป็นเทรนด์ฮิต ท่ามกลางการเเข่งขันในที่ดุเดือดขึ้น

สำหรับคลาวด์ คอมพิวติ้ง’ (Cloud computing) ถูกมองว่าเป็นส่วนสำคัญที่จะมาทำกำไรให้อาลีบาบาในระยะยาว ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทได้ทุ่มเงินทุนเเละผลักดันให้ธุรกิจนี้ขยายเชิงรุกออกไปยังต่างประเทศ

อาลีบาบา เพิ่งประกาศแผนการเปิดศูนย์ข้อมูลแห่งใหม่ในฟิลิปปินส์ภายในสิ้นปีนี้ และกำลังจะเปิดตัวศูนย์ข้อมูลแห่งที่ 3 ในอินโดนีเซีย เพื่อสามารถเพิ่มประสิทธิภาพเเละบริการในระดับภูมิภาค

ล่าสุดมีการออกโซลูชันใหม่ เพื่อเจาะกลุ่มร้านค้าออนไลน์โดยเฉพาะ ด้วยการเปิดตัวบริการไลฟ์สตรีมมิ่งสำหรับร้านค้าในอีคอมเมิร์ซ ให้สามารถสตรีมบนเว็บไซต์หรือเเอปพลิเคชันของตัวเองบนคลาวด์ของอาลีบาบา มีฟีเจอร์หลากหลาย เพื่อรองรับการนำเสนอสินค้า แสดงตัวหนังสือข้อความระหว่างไลฟ์ เเละเครื่องมือเพื่อนำไปสู่การซื้อขายต่างๆ

โดยเทรนด์การสตรีมมิ่งหรือไลฟ์สดได้รับความนิยมอย่างมากในจีนเเละประเทศอื่นๆ ในเอเชีย ส่วนใหญ่จะเป็นไปในรูปเเบบที่มี โฮสต์ (ผู้ขาย) พูดคุยเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ลูกค้าสามารถกดซื้อได้โดยตรงผ่านการถ่ายทอดสด

ในปี 2020 โมเดลการไลฟ์สตรีมมิ่งเพื่อขายของออนไลน์ ดึงดูดผู้ใช้ชาวจีนมากกว่า 388 ล้านคน คิดเป็น 1 ใน 3 ของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตจีน 

อาลีบาบา หวังว่าบริการใหม่นี้จะสร้างความเเตกต่างจากผู้บริการคลาวด์รายอื่นของสหรัฐฯ อย่าง Microsoft และ Amazon

ตามข้อมูลของ IDC อาลีบาบานับเป็นเบอร์หนึ่งเป็นในตลาดคลาวด์ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยมีส่วนแบ่ง 19.2% สิ้นปี 2020 จากแรงหนุนจากความนิยมในจีน ตามมาด้วยอันดับสองอย่าง Amazon ที่มีส่วนแบ่ง 10.5% เเต่ในตลาดโลกเเล้วอาลีบาบายังเป็นผู้ให้บริการคลาวด์ที่มีส่วนเเบ่งเป็นอันดับ 4 เป็นรองจาก Amazon, Microsoft และ Google ตามลำดับ

ความเคลื่อนไหวของอาลีบาบาที่ขยับมาดันธุรกิจคลาวด์ครั้งนี้มีขึ้นหลัง บริษัทขาดทุนจากการดำเนินงาน 7.66 พันล้านหยวนในไตรมาส 4 ของปีการเงินล่าสุด  นับเป็นครั้งแรกที่อาลีบาบาขาดทุนจากการดำเนินงานในฐานะบริษัทมหาชน หลังรัฐบาลจีนสั่งปรับเป็นเงินกว่า 1.8 หมื่นล้านหยวนในข้อหาผูกขาดตลาดเมื่อเดือนที่ผ่านมา

การหันมาหารายได้จากธุรกิจใหม่จึงกลายมาเป็นกลยุทธ์สำคัญของบริษัทในปีงบประมาณปัจจุบัน ท่ามกลางการเเข่งขันในตลาดที่ดุเดือดขึ้น โดยอาลีบาบากำลังเผชิญกับคู่เเข่งที่เป็นยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีในจีนอย่าง Huawei และ Tencent ที่เพิ่งประกาศเพิ่มลงทุนด้านคลาวด์ คอมพิวติ้งไปเมื่อเร็วๆ นี้

 

ที่มา : CNBC , technode