Insight

อ่านเกมงัดข้อ 2 CEO สายการบินอเมริกัน “ไล่ออก VS ไม่บังคับ” พนักงานที่ไม่ (อยาก) ฉีดวัคซีน

United Airlines ทำสถิติเป็นสายการบินขนาดใหญ่แห่งแรกของประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ออกกฎให้พนักงาน 67,000 คนในสหรัฐฯต้องฉีดวัคซีนป้องกัน Covid-19 โดยขีดเส้นภายในวันที่ 25 ต.ค. 64 มิฉะนั้นอาจถูกยกเลิกสัญญา

AirwaysVaccine_new

United Airlines ทำสถิติเป็นสายการบินขนาดใหญ่แห่งแรกของประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ออกกฎให้พนักงาน 67,000 คนในสหรัฐฯ ต้องฉีดวัคซีนป้องกัน Covid-19 โดยขีดเส้นภายในวันที่ 25 ต.ค. 64 มิฉะนั้นอาจถูกยกเลิกสัญญา

ก้าวใหม่นี้กลายเป็นการกดดันสายการบินคู่แข่งที่มองไม่เหมือนกัน เพราะแม้จะมี 3 สายการบินสัญชาติอเมริกันที่ออกประกาศตามมา แต่ก็ยังมีหลายสายการบินที่ไม่เห็นด้วย โดยเฉพาะ American Airlines ที่ไม่คิดใช้ไม้แข็งเพื่อบังคับ เลือกแสดงจุดยืนให้สิทธิ์ในการตัดสินใจด้วยการออกสวัสดิการพิเศษสำหรับจูงใจให้พนักงานรับวัคซีน

หลักคิด 2 ขั้วนี้ไม่เพียงน่าสนใจในแง่การบริหาร แต่ความมันส์ของการงัดข้อครั้งนี้ยังอยู่ที่ความสัมพันธ์ของ Scott Kirby และ Doug Parker ด้วย เพราะ Kirby เคยเป็นมือขวาของ Parker ที่ American Airlines มานานกว่า 20 ปี และเพิ่งย้ายไป United Airlines ในปี 2016 ก่อนจะขึ้นเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารในปี 2020 มวยคนละมุม

1_airwaysVaccine

นัยของการที่ Kirby ย้ายไป United นั้นค่อนข้างชัดเจน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ United ไม่เห็นหนทางก้าวขึ้นตำแหน่งซีอีโอที่ American Airlines สำหรับสถานการณ์ล่าสุด Kirby พยายามแสดงจุดยืนให้ United Airlines มีภาพเด่นเรื่องการใส่ใจในความปลอดภัย จึงออกกฎชัดเจนว่าพนักงานจะต้องได้รับการฉีดวัคซีนภายใน 5 สัปดาห์หลังจากที่สำนักงาน FDA ของสหรัฐฯ อนุมัติวัคซีน Covid-19 อย่างสมบูรณ์ และกฏนี้สอดคล้องกับคำให้สัมภาษณ์เมื่อมกราคม 64 ว่าตัวเขาต้องการบังคับใช้วัคซีน และบริษัทอื่นก็ควรทำเช่นเดียวกัน

2_airwaysVaccine

แต่ฝ่าย Doug Parker ประธานเจ้าหน้าที่ American Airlines กลับไม่เห็นด้วย และไม่เพียงพนักงาน สายการบิน American Airlines แสดงจุดยืนไม่บังคับให้ผู้โดยสารต้องได้รับการฉีดวัคซีนก่อนเดินทางในประเทศด้วย หลักใหญ่คือ Parker มองว่าชาวอเมริกันกว่า 40% ที่ยังไม่ได้รับวัคซีนนั้นมีเหตุผลของตัวเอง ทำให้ American Airlines เลือกที่จะขอความร่วมมือ แทนการบังคับซึ่งจะสร้างความยุ่งยากมากกว่า

สิ่งที่เกิดขึ้นคือสายการบินในสหรัฐฯ กำลังถูกแบ่งเป็น 2 ขั้ว เห็นชัดจากสายการบิน Frontier Airlines ผู้ให้บริการสายการบินในประเทศของสหรัฐฯ ที่ออกมาประกาศในทางเดียวกันว่าพนักงานต้องได้รับการฉีดวัคซีนภายในวันที่ 1 ต.ค. ซึ่งต่อยอดจาก Delta Air Lines ที่ประกาศในเดือนพฤษภาคมโดยเริ่มกำหนดให้พนักงานใหม่ต้องแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีน จน United ทำตามบ้างในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา

ข้อกำหนดของ United ถูกมองเป็นหนึ่งในข้อบังคับด้านวัคซีนที่เข้มงวดที่สุดจากบริษัทในสหรัฐอเมริกา โดยเป็นข้อกำหนดที่ขยายออกนอกกลุ่มพนักงานที่มีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้าเป็นประจำ เช่น พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน และเจ้าหน้าที่เกต ซึ่งหลายบริษัทในสหรัฐอเมริกา เช่น Facebook ก็ประกาศเช่นกันว่าพนักงานต้องพิสูจน์หลักฐานการฉีดวัคซีนเพื่อกลับไปที่สำนักงาน รวมถึงบริษัทผลิตอาหาร Meatpacker และ Tyson Foods ที่ออกแถลงการณ์ว่าพนักงาน 120,000 คนในสหรัฐฯ จะต้องได้รับการฉีดวัคซีนอย่างครบถ้วนในปีนี้ แม้ว่าจะมีประมาณ 56,000 คนที่ได้รับวัคซีนแล้วก็ตาม

แต่ในบริษัทอย่าง Walmart กลับแบ่งข้อกำหนดให้มีผลกับพนักงานขององค์กรเท่านั้น โดยไม่ครอบคลุมพนักงานในคลังสินค้า เช่นเดียวกับ Uber ที่ระบุว่าเจ้าหน้าที่ในสำนักงานที่สหรัฐอเมริกาจะต้องได้รับการฉีดวัคซีนเพื่อกลับไปทำงานในสำนักงาน แต่ไม่บังคับถึงผู้ขับหรือไรเดอร์

3_airwaysVaccine

ในภาพรวม Kirby ยอมรับในบันทึกถึงพนักงานว่าแม้จะรู้ถึงความไม่เห็นด้วยกับการตัดสินใจบังคับฉีดวัคซีนในพนักงานของ United ทุกคน แต่บริษัทต้องการรับรองความปลอดภัยของทุกคนเมื่ออยู่ในที่ทำงาน และข้อเท็จจริงก็ชัดเจน เพราะทุกคนจะปลอดภัยยิ่งขึ้นเมื่อทุกคนได้รับการฉีดวัคซีน

เป้าหมายนี้ไม่ใช่เรื่องเกินคาด เพราะการหยุดการระบาดของ Covid-19 เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจสายการบินซึ่งได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากการระบาด แต่ Kirby ระบุว่าในช่วง 16 เดือนที่ผ่านมา ตัวเขาได้ส่งจดหมายแสดงความเสียใจหลายสิบฉบับถึงสมาชิกในครอบครัวของพนักงาน United ที่เสียชีวิตจาก Covid-19 จึงมีความตั้งใจแน่วแน่ที่จะทำทุกอย่างที่ทำได้ เพื่อพยายาม “ป้องกันไม่ให้ครอบครัว United คนอื่นได้รับจดหมายฉบับนั้น” ในช่วงที่ Covid-19 สายพันธุ์เดลต้ากำลังระบาดมากขึ้น

คำพูดนี้ทำให้พนักงานของ United Airlines ทุกคนต้องอัปโหลดหลักฐานว่าได้รับวัคซีนไฟเซอร์หรือโมเดอร์นา 2 เข็ม หรือ 1 เข็มของจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน โดยจะมีการยกเว้นสำหรับผู้มีปัญหาด้านสุขภาพหรือเหตุผลทางศาสนา 

สถิติล่าสุดคือนักบินมากกว่า 90% และพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน 80% ของ United ได้รับวัคซีนแล้ว ถือว่ามากกว่าเมื่อเทียบกับนักบินของ American Airlines ประมาณ 60% ที่ได้รับการฉีดวัคซีน (ข้อมูล 5 สิงหาคม จากสมาคม Allied Pilots Association) เบื้องต้นสมาคมนักบินสหรัฐเชื่อว่าคำสั่งบังคับฉีดวัคซีนเป็นเรื่องถูกกฎหมาย และ "นักบินส่วนน้อย" ที่ไม่เห็นด้วยกับนโยบายหรือมีแผนไม่เข้ารับวัคซีนควรติดต่อสำนักงานหัวหน้านักบินของตัวเอง

4_airwaysVaccine

สหภาพแรงงานพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน และสมาคมพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน ล้วนออกมาเรียกร้องให้ลูกเรือรับวัคซีนหลังการประกาศของ United แต่ American Airlines ยังยืนยันว่าไม่ได้เปลี่ยนนโยบายที่เน้นสนับสนุนให้พนักงานฉีดวัคซีน แต่ก็ไม่ได้กำหนดเป็นข้อบังคับสำหรับพนักงาน

คำสั่งใหญ่เกินตัว?

ประเด็นนี้ Doug Parker ซีอีโอของ American Airlines ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า หนึ่งใน “เหตุผลง่ายๆ“ ที่ทำให้ตัดสินใจไม่บังคับให้พนักงานหรือแม้แต่ผู้โดยสารได้รับการฉีดวัคซีน คือ “ขอบเขตที่มากเกินไป”

ไอเดียของ Parker คือ การบังคับให้ผู้โดยสารต้องฉีดวัคซีนจึงจะมีสิทธิ์เดินทางในเที่ยวบินภายในประเทศนั้นจะทำให้เกิดความล่าช้าอย่างมาก และขั้นตอนการที่ผู้โดยสารต้องพิสูจน์ว่าตัวเองได้รับวัคซีนแล้วนั้นจะ “ยุ่งยากอย่างเหลือเชื่อ” โดย Parker ให้สัมภาษณ์กับ New York Times ว่าการตรวจสอบหลักฐานการฉีดวัคซีนของผู้โดยสารสามารถทำได้ในการเดินทางระหว่างประเทศ เนื่องจากจะมีเวลามากขึ้นระหว่างเที่ยวบิน และผู้โดยสารได้รับการตรวจสอบหนังสือเดินทางแล้ว

สไตล์ของ Parker สะท้อนการบริหารที่ไม่ใส่ใจกับกระบวนการแบบคลุมทั้งหมด จุดนี้ Parker ยกตัวอย่างว่าทุกวันนี้ยังมีชาวอเมริกัน 40% ที่ไม่รับวัคซีนด้วยเหตุผลส่วนตัว ดังนั้นการกำหนดให้ต้องฉีดวัคซีนเพื่อเดินทาง หรือการไม่ต้องฉีดวัคซีนเพื่อดำเนินการอย่างอื่นทั่วประเทศนั้น ไม่ใช่สิ่งที่สายการบินควรทำ

Parker จึงวางจุดยืนให้ American Airlines ทำการ “ร้องขอ” แต่ไม่บังคับให้พนักงานรับวัคซีน โดยเสนอสิ่งจูงใจให้กับพนักงานที่ฉีดวัคซีนแทน เช่น สิทธิ์การลาพักร้อนเพิ่มหนึ่งวัน และบัตรของขวัญมูลค่า 50 ดอลลาร์สหรัฐ

หมากของ Parker จัดให้ American Airlines มีจุดยืนพร้อม ”สนับสนุนในทุกพื้นที่” ที่สายการบินสามารถสนับสนุนได้ทั้งกับลูกค้าและพนักงาน โดยไม่ได้เน้นใช้อำนาจหน้าที่แบบแข็งกร้าว

ในมุมของ Kirby ต่อผู้โดยสาร ตัวเขาออกมาให้สัมภาษณ์เช่นกันว่าไม่คิดบังคับให้ผู้โดยสารต้องฉีดวัคซีนสำหรับการเดินทางภายในประเทศ แม้จะยอมรับว่ามีความเป็นไปได้สำหรับบางเส้นทางบิน แต่ก็ย้ำว่าเป็นหน้าที่ของรัฐบาล ในพิจารณาความจำเป็นในการวางเงื่อนไขว่าผู้โดยสารเที่ยวบินในสหรัฐฯ จะต้องได้รับการฉีดวัคซีนหรือไม่?

ตัว Kirby ประเมินว่าข้อกำหนดนี้จะไม่เกิดขึ้นในประเทศ เช่นเดียวกับ Ed Bastian ซีอีโอของ Delta Air Lines ที่ไม่ได้แสดงจุดยืนว่าการฉีดวัคซีนเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการบินในประเทศ โดยล่าสุด Delta Air Lines ยังยืนยันว่าสนับสนุนอย่างยิ่งให้พนักงานรับวัคซีน แต่ไม่ได้บังคับกับพนักงานทุกคนของบริษัท ยกเว้นพนักงานใหม่ โดยสถิติพบว่าพนักงานมากกว่า 73% จากทั้งหมด 75,000 คนของบริษัทนั้นได้รับวัคซีนแล้ว

สำหรับ Southwest Airlines ยังไม่ได้ระบุว่ามีแผนจะบังคับใช้วัคซีนหรือไม่ แต่กล่าวว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบายในขณะนี้.

ที่มา :