"เอชทีซี" โอกาสสุดท้ายที่ "เอเชีย"


10-07-2011 00:00:00

เอชทีซีเป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่เคยบิ๊กในกลุ่มสมาร์ทโฟน แต่ในช่วงปีที่ผ่านมา กลับเงียบและส่วนแบ่งตลาดวูบหายไป โดยตัวเลขสิ้นปี 2010 “เอชทีซี” ในตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต้องเสียตำแหน่งอันดับ 4 ให้กับ “ซัมซุง” จากรุ่น Galaxy S นี่คือนาทีที่ทำให้ “เอชทีซี” ต้องขยับครั้งใหญ่ และล่าสุดได้ปรับโครงสร้างการบริหารในตลาดเอเชีย ที่ให้ความสำคัญกับภูมิภาคเอเชียใต้มากขึ้น ซึ่งแน่นอนรวมอาเซียนและไทยด้วย

เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา “เอชทีซี” ได้ปรับโครงสร้างองค์กร โดยแบ่งตลาดเอเชียออกเป็น 2 ส่วนจากเดิมดูแลเอเชียทั้งหมดโดยสำนักงานเดียวที่ไต้หวัน มาเพิ่มสำนักงานที่สิงคโปร์อีก 1 แห่ง และแต่งตั้งผู้บริหารใหม่มาดูแลโดยเฉพาะคือ “เลนนาร์ด ฮูร์นิค” ในตำแหน่งประธานประจำภาคพื้นเอเชียใต้ เอชทีซี ซึ่งมีเป็นผู้บริหารด้านการตลาดของกลุ่มบริษัทโซนี่ อิริคสันดูแลสินค้าที่อยู่ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคอย่างกล้องโซนี่และโทรศัพท์มือถือมานาน 16 ปี

หลังจากรับตำแหน่งเมื่อ 18 พฤษภาคม 2554 “เลนนาร์ด” มีจังหวะได้เข้ามาเยี่ยมตลาดในไทยเป็นประเทศแรกกับผู้บริหารอีกหลายคนจากบริษัทแม่ ที่มาพร้อมกับยุทธศาสตร์ที่ “เลนนาร์ด” บอกว่าเอชทีซีกำลังเปลี่ยนแปลงตัวเอง เพื่อให้ได้ส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้น

3 ยุทธศาสตร์ที่เอชทีซีกำลังเน้น คือ 1.การเปลี่ยนกลุ่มเป้าหมายหลักจากเดิมที่เคยเน้นการทำตลาดโดยจับกลุ่มลูกค้าคนทำงานมาก่อน ต่อไปนี้กลุ่มผู้ค้าผู้หญิง วัยรุ่น วัยทำงานเริ่มต้น ที่เป็นกลุ่มใหญ่ในตลาดที่กำลังต้องการใช้สมาร์ทโฟน จากอิทธิพลของกระแสโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค และท่องอินเทอร์เน็ต 2.เอชทีซีจะเน้นการจับมือกับผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถืออย่างใกล้ชิด ซึ่งเมืองไทย “ดีแทค” คือพันธมิตรที่เหนียวแน่นของเอชทีซี และร่วมกันทำตลาดมาแล้วหลายรุ่น แน่นอนว่า “เลนนาร์ด” จึงไม่พลาดในการแถลงข่าวความร่วมมือในการเสนอแพ็กเกจค่าบริการกับดีแทคในการเปิดตัวเอชทีซี 3 รุ่นล่าสุด และ 3.การเน้นแพลตฟอร์มที่กำลังเติบโตอย่างแอนดรอยด์ ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการที่กำลังมีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นทั่วโลก ซึ่งเอชทีซีมั่นใจว่าจะเติบโตในไทยด้วย เพราะสมาร์ทโฟนเข้าสู่ตลาดคนส่วนใหญ่แล้ว ขณะที่แบรนด์อื่นอย่างไอโฟนยังเน้นจับกลุ่มไฮเอนด์จ่ายซื้อเครื่องแพงกว่า

“เควิน โฮห์” กรรมการผู้จัดการ ประจำภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอชทีซี บอกว่าตลาดภูมิภาคนี้ทำยอดขายสูงสุดให้เอชทีซีในช่วงปีที่ผ่านมา (เอเชียมียอดขายโต 200% และคาดว่าปี 2554 จะเติบโตถึง 300%) เป็นตลาดเติบโตกว่าในสหรัฐอเมริกาแล้วในขณะนี้ ส่วนประเทศไทยถือว่ามีผลงานดี จากการบริหารของ “ณัฐวัชร์ วรนพกุล” ผู้จัดการประจำประเทศไทย เอชทีซี (ไทยแลนด์) ในเวลานี้จึงยังไม่มีแผนการปรับโครงสร้างสำนักงานในไทย

“ณัฐวัชร์” บอกว่าเอชทีซีได้พยายามสร้างแบรนด์ให้ใกล้ชิดกลุ่มเป้าหมายระดับกลางมากขึ้น ในระดับราคาเครื่อง 1 หมื่นบาทต้นๆ จากเดิมที่เคยเน้นในกลุ่มไฮเอนด์ เน้นจุดแข็งเรื่องเทคโนโลยี ดีไซน์ และราคาที่กลุ่มเป้าหมายพึงพอใจ ตามเทรนด์กลุ่มเป้าหมายที่กล้าแสดงออก เข้าโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค จึงต้องทำให้เห็นว่าสมาร์ทโฟนเอชทีซีมีประโยชน์ต่อชีวิตประจำวันของลูกค้ามากที่สุด

ถึงเวลาที่เอชทีซี บริษัทจากไต้หวันต้องมุ่งเข้าสู่เอเชียด้วยกันเองอย่างจริงจัง หลังจากข้ามทวีปไปหารายได้จากอเมริกา ยุโรป ชาติอาหรับมาหลายปี เพียงแต่ต้องรอพิสูจน์ว่ามาช้าเกินไปหรือไม่ เพราะตลาดนี้หลายคนเกือบลืมเอชทีซีไปแล้ว

    ส่วนแบ่งตลาดสมาร์ทโฟนในค่ายดีแทค แบ่งตามระบบปฏิบัติการ (จากลูกค้าที่ใช้สมาร์ทโฟน 2.6 ล้านเครื่อง)
  • ซิมเบียน(โนเกีย) 70%
  • แบล็คเบอร์รี่ 14%
  • ไอโอเอส(ไอโฟน) 13%
  • แอนดรอยด์ 3%
    ส่วนแบ่งตลาดสมาร์ทโฟนเอเชีย ปี 2553
  • เอชทีซี 7%
  • ซัมซุง 7.6%
  • โนเกีย 33.1%
  • แบล็คเบอร์รี่ 16.1%
  • ไอโฟน 15.7%
  • อื่นๆ ที่เหลือ
  • ที่มา : ไอดีซี

โครงสร้างเอชทีซี เอเชีย

แจ็ค ถง ประธาน เอชทีซี เอเชียเหนือ สำนักงานไต้หวัน ดูแลตลาดไต้หวัน ฮ่องกง เกาหลี ญี่ปุ่น เวียดนาม และจีน

เลนนาร์ด ฮูร์นิค ประธานเอชทีซี เอเชียใต้ สำนักงานสิงคโปร์ ดูแลตลาดสิงคโปร์ อินเดีย ไทย มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์

ติดตามทุกข่าวสารได้ผ่านช่องทาง LINE
Add friend ที่ @Positioningmag
เพิ่มเพื่อน

ติดตามผ่านช่องทาง Twitter