“เบอร์เกอร์คิง” เปิดแฟลกชิปสโตร์ “รัชดา” โชว์ ‘Delivery Locker’ จัดการคำสั่งซื้อได้แม่นยำ

ปีแห่งการฟื้นตัวจากโควิด-19 “เบอร์เกอร์คิง” (Burger King) ลงทุนครั้งใหญ่เปิดตัว “แฟลกชิปสโตร์” สาขารัชดา โชว์นวัตกรรมใหม่ในร้าน เช่น Delivery Locker ตู้รับสินค้าของพี่ๆ ไรเดอร์เพื่อให้คำสั่งซื้อไม่สับสน ตอบโจทย์การเติบโตของเดลิเวอรี หรือการมีเตาย่างรุ่นใหม่ตั้งด้านหลังเคาน์เตอร์ที่เปิดให้ลูกค้าเห็นว่าแบรนด์นี้ย่างสดด้วยไฟจริงๆ

“ธนวรรธ ดำเนินทอง” ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เบอร์เกอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวร้านแบบสแตนด์อโลนแห่งใหม่ของ “เบอร์เกอร์คิง” โดยเป็นแฟลกชิปสโตร์บนถนนรัชดาภิเษก ทำเลด้านหน้าม.ราชภัฏจันทรเกษม ที่มีขนาดพื้นที่ 400 ตารางวา เป็นร้านเดี่ยวที่ไม่ได้อยู่ในสถานีน้ำมันหรือคอมมูนิตี้มอลล์

การต้องลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเองทำให้สาขานี้เป็นสาขาที่ลงทุนสูงที่สุดของเบอร์เกอร์คิง แต่ก็ทำให้ร้านสามารถออกแบบเป็น “แฟลกชิป” ได้สมบูรณ์ โดยมีที่นั่งในร้านรวม 60 ที่นั่ง พร้อมปลั๊กและ Wi-Fi ฟรี มีที่จอดรถ 20 คัน และช่องทางไดรฟ์ทรู เปิดบริการ 24 ชั่วโมง รวมถึงองค์ประกอบใหม่ที่มีในสาขานี้เป็นแห่งแรกในไทย ได้แก่

1.Delivery Locker ตู้รับสินค้าอัจฉริยะสำหรับกลุ่มไรเดอร์ เมื่อมีคำสั่งซื้อเดลิเวอรี ทั้งหน้าสาขาและไรเดอร์จะได้รับรหัสเฉพาะที่ตรงกัน จากนั้นไรเดอร์สามารถนำรหัสมาเปิดตู้รับสินค้าตามคำสั่งซื้อของตนเองได้ โดยไทยเป็นประเทศที่สองต่อจากจีนที่มีนวัตกรรมนี้ในร้านเบอร์เกอร์คิง

เบอร์เกอร์คิง
Delivery Locker ของเบอร์เกอร์คิง

2.เตาย่างเนื้อเปลวไฟรุ่นใหม่ เป็นเครื่องย่างเนื้อรุ่นใหม่ที่เปิดให้เห็นเปลวไฟจากอีกฝั่งหนึ่งของเตา และสาขานี้นำมาวางด้านหลังเคาน์เตอร์ เพื่อเป็นการสร้างแบรนด์ทำให้ลูกค้าสัมผัสด้วยตนเองว่าเบอร์เกอร์คิงย่างเนื้อด้วยไฟจริงๆ ซึ่งถือเป็นสาขาแรกในเอเชียที่มีเตาย่างรุ่นนี้

เตาย่างเนื้อเปลวไฟ

3.ดีไซน์สไตล์ใหม่ ตามแผนการรีโนเวตที่เริ่มตั้งแต่ปี 2563 ทำให้บรรยากาศร้านมีความโมเดิร์น ใช้โลโก้ใหม่ มีมุมถ่ายรูปสวยๆ

4.EV Charger ตามเทรนด์สมัยใหม่ที่ลูกค้าหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น ร้านจึงพาร์ทเนอร์กับ PTTOR ติดตั้งหัวจ่าย 3 หัวจ่ายแบบ fast-charge ชาร์จเร็วภายใน 15 นาที

6.เมนูพิเศษ King’s Selection ทั้งหมด 3 เมนูที่มีเฉพาะสาขาแฟลกชิปสโตร์รัชดากับสยามพารากอนเท่านั้น

EV Charger ที่เบอร์เกอร์คิง สาขารัชดา

 

สัดส่วนยอดขายผ่านเดลิเวอรีพุ่ง 3 เท่าตัว

ไฮไลต์สำคัญสำหรับสาขานี้คือโมเดลต้นแบบของ Delivery Locker ซึ่งตอบโจทย์การขายยุคใหม่ของเบอร์เกอร์คิง ธนวรรธระบุว่า หลังจากผ่านสถานการณ์โควิด-19 แล้ว ยอดขายผ่านเดลิเวอรีมีสัดส่วนที่เติบโตขึ้นสูงมาก จากมีสัดส่วน 10% ของยอดขายเบอร์เกอร์คิงปี 2562 พุ่งขึ้นเป็นสัดส่วน 30% ในปีนี้ จึงกลายเป็นช่องทางการขายที่สำคัญมากของร้าน

สำหรับ Delivery Locker จะมาแก้โจทย์ลดความผิดพลาดในการส่งสินค้า เพราะที่ผ่านมาจะเป็นระบบให้พนักงานร้านขานเลขออเดอร์ให้ไรเดอร์มารับสินค้า และในช่วงพีคที่มีคำสั่งซื้อมาก สินค้าจะวางรวมกันในจุดรับสินค้า ซึ่งอาจจะหยิบสินค้าผิดได้ง่าย ดังนั้น เมื่อจัดเป็นตู้เฉพาะแยกออเดอร์และมีรหัสส่วนตัวก็จะทำให้รับสินค้าได้ถูกต้องและรวดเร็ว ไรเดอร์ไม่ต้องรอสอบถามกับพนักงานหน้าร้าน

เบอร์เกอร์คิง

Delivery Locker แบบนี้จะมีการขยายไปยังสาขาอื่นๆ เพิ่ม แต่ยังไม่ระบุว่าเป็นสาขาใด โดยจะดูจากดาต้าสาขาที่มีสัดส่วนเดลิเวอรีสูง

ทั้งนี้ ธนวรรธบอกอินไซต์ด้วยว่า ปัจจุบันเบอร์เกอร์คิงมี 123 สาขา โดยมี 36 สาขาที่เปิด 24 ชั่วโมง เพราะตั้งแต่การสั่งเดลิเวอรีติดตลาด ทางร้านพบว่าหลายๆ สาขานั้น คำสั่งซื้อเดลิเวอรีจะเข้ามามากในช่วงตั้งแต่ 4 ทุ่มไปจนถึงหลังเที่ยงคืน ทำให้หลายสาขาเปลี่ยนมาเป็นการเปิด 24 ชั่วโมงเพื่อตอบสนองลูกค้ามื้อดึกโดยเฉพาะ

 

ปี’66 ตั้งเป้าโต 20%!

ด้านรายได้เบอร์เกอร์คิงปี 2565 ธนวรรธระบุคาดว่าจะเติบโต 30% จากปี 2564 โดยยอดขายที่ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องนั้น ในเดือนธันวาคมกลับมาทำยอดขายได้เท่ากับธันวาคมปี 2562 ก่อนเกิดโควิด-19 แล้ว เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับเข้ามาอย่างคึกคัก รวมถึงสาขาในโซนไนท์ไลฟ์กลับมาขายดีหลังสถานบริการกลับมาเปิดบริการทุกอย่างได้ตามปกติ

เบอร์เกอร์คิง
“ธนวรรธ ดำเนินทอง” ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เบอร์เกอร์ (ประเทศไทย) จำกัด

สำหรับปี 2566 เบอร์เกอร์คิงตั้งเป้าจะโตถึง 20% ทั้งจากการเปิดสาขาใหม่ 10 สาขา การกลับมาของการท่องเที่ยว และการผลักดันยอดขายผ่านเดลิเวอรีที่แม้จะโตช้าลงแล้ว แต่ก็ถือว่าเป็นสัดส่วนสำคัญของรายได้

10 สาขาใหม่ที่จะเปิดปีหน้า จะเน้นทั้งในปริมณฑลคือ สมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี และหัวเมืองต่างจังหวัด เป็นแผนการขยายต่อเนื่องจากปีนี้ที่แบรนด์เข้าไปบุก จ.ขอนแก่น และ อ.หาดใหญ่ เป็นการอุดช่องว่างทางการค้าในพื้นที่ที่ยังไม่มีสาขา