ครบรอบ 40 ปี “ดูโฮม” ค้าวัสดุก่อสร้างแดนอีสาน รุกคืบเพิ่ม 3 สาขา เชียงราย-อยุธยา-ปทุมธานี

ดูโฮม
ฉลองครบรอบ 40 ปี “ดูโฮม” ร้านค้าวัสดุก่อสร้างจากอุบล ปีนี้วางแผนเปิดเพิ่ม 3 สาขาใหญ่ เชียงรายอยุธยาปทุมธานี คาดรายได้เติบโตชะลอตัวจากปีก่อน เนื่องจากครึ่งปีแรกเป็นช่วงเปลี่ยนรัฐบาล หวังอีก 3 ปีข้างหน้ามีโอกาสเบียดขึ้น Top 3 ค้าวัสดุก่อสร้างของไทย

“อดิศักดิ์ ตั้งมิตรประชา” ประธานกรรมการบริหาร และ “นาตยา ตั้งมิตรประชา” รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ดูโฮม จำกัด (มหาชน) นำทีมจัดฉลองครบรอบ 40 ปีบริษัท ขอบคุณลูกค้า ซัพพลายเออร์ และพันธมิตรทางธุรกิจ ที่ช่วยให้วันนี้ดูโฮมเติบโตระดับประเทศ

ดูโฮมเริ่มต้นมาจากการเป็นร้านวัสดุก่อสร้างเล็กๆ ในจ.อุบลราชธานี ก่อนจะขยายตัวในภาคอีสาน และขยายไปทั่วประเทศ จนในที่สุดได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อปี 2562

ผู้บริหารรุ่น 1 และ รุ่น 2 : (จากซ้าย) สลิลทิพ เรืองสุทธิภาพ, นาตยา ตั้งมิตรประชา, อดิศักดิ์ ตั้งมิตรประชา, อริยา ตั้งมิตรประชา และ มารวย ตั้งมิตรประชา

นาตยากล่าวว่า ธุรกิจของดูโฮมจากนี้จะเป็น ‘เหรียญ 2 ด้าน’ ในตนเอง เพราะมีทั้งส่วนค้าส่งและค้าปลีก รวมถึงยังเป็นธุรกิจที่มีรากฐานจากกิจการครอบครัวที่มีความจริงใจต่อพันธมิตร แต่เสริมความเป็นมืออาชีพในการทำงานมากขึ้น

ขณะที่สโลแกนหลัก คือ “ครบ ถูก ดี” จะยังยึดถือไว้เช่นเดิม ร้านดูโฮมจะใช้จุดเด่นต่อสู้ในตลาด ของครบทุกรุ่นทุกเกรด ราคาถูก และมีคุณภาพมาตรฐาน

 

“ดูโฮม” ปีนี้ขยายเพิ่ม 3 สาขาใหญ่

ด้าน “อริยา ตั้งมิตรประชา” รองกรรมการผู้จัดการสายงานปฏิบัติการและจัดซื้อ ดูโฮม เปิดเผยผลการดำเนินงาน นับตั้งแต่เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ฯ รายได้บริษัทเติบโตขึ้นมาถึง 75% จากในปี 2562 ทำรายได้เกือบ 18,000 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 725 ล้านบาท ล่าสุดปี 2565 ปิดรายได้ที่ 31,500 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 774 ล้านบาท

ปัจจุบันร้านค้าของดูโฮมมี 2 รูปแบบ คือ

  • ร้านขนาดใหญ่ พื้นที่ 20,000 ตร.ม. ลงสินค้าครบ มีทั้งหมด 21 สาขา
  • ร้านขนาดเล็ก ‘To Go’ เน้นลงสินค้าประเภทซ่อมแซมบ้าน ทำเลในเมือง มีทั้งหมด 8 สาขา
ดูโฮม
ดูโฮม To Go สาขาท่าอิฐ

โดยสินค้าของดูโฮมมีมากกว่า 100,000 SKUs ครอบคลุมทุกประเภทสินค้า คือ วัสดุก่อสร้าง เครื่องมือช่าง เฟอร์นิเจอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ตกแต่งบ้าน ทำสวน

ด้วยสินค้าครบทำให้บริษัทมีลูกค้าทุกประเภท แบ่งสัดส่วนเป็น 1) 40% คือกลุ่มคนสร้างบ้าน ผู้รับเหมาโครงการ 2) 30% คือกลุ่มคนซ่อมบ้าน นายช่างรับจ้างซ่อมแซมบ้าน และ 3) 30% คือกลุ่มคนรักบ้าน เจ้าของบ้านซ่อมเอง/ซื้อเอง หรือตกแต่งบ้าน

ดูโฮม
การเติบโตของดูโฮม และเป้าเปิดสาขาปี 2566

“สลิลทิพ เรืองสุทธิภาพ” รองกรรมการผู้จัดการสายงานบัญชี การเงิน และสนับสนุนองค์กร ดูโฮม กล่าวต่อว่า เมื่อปี 2565 บริษัทมีการเปิดสาขาใหม่ 5 สาขาขนาดใหญ่ ขณะที่ปี 2566 มีแผนเปิด 3 สาขาใหญ่ใน 3 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย อยุธยา และปทุมธานี รวมถึงจะเปิดสาขาเล็กแบบ To Go อีก 6 สาขา โดยการเปิดสาขาทั้งหมดจะใช้งบลงทุนรวม 3,000 ล้านบาท

เหตุที่ปักหมุดใน 3 จังหวัดนี้ สำหรับเชียงรายถือเป็นหัวเมืองสำคัญอีกแห่งของภาคเหนือ ต่อจากเชียงใหม่และพิษณุโลกที่ดูโฮมเข้าไปเปิดสาขาแล้ว ส่วนอยุธยาและปทุมธานีถือเป็นจังหวัดอุตสาหกรรมที่มีกำลังซื้อสูง

 

รายได้เติบโตช้าลง ครึ่งปีแรกชะลอตัว

สลิลทิพกล่าวต่อว่า สำหรับคาดการณ์รายได้ปี 2566 น่าจะเติบโตได้ไม่เท่ากับปีก่อน (เมื่อปี 2565 รายได้เติบโตพุ่งสูง 25.7%) เนื่องจากช่วงครึ่งปีแรกเป็นช่วงของการเปลี่ยนรัฐบาล ทำให้กลุ่มผู้รับเหมาโครงการภาครัฐจะมีการเบิกจ่ายล่าช้า ส่งผลถึงการซื้อวัสดุก่อสร้าง

ในไตรมาส 1 ปี 2566 ดูโฮมแจ้งผลประกอบการทำรายได้กว่า 8,500 ล้านบาท เติบโตเพียง 1.9% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 258 ล้านบาท ซึ่งลดลง -43.8% จากช่วงเดียวกันปีก่อน

อย่างไรก็ตาม สลิลทิพเชื่อว่าหลังตั้งรัฐบาลได้และมีการเบิกจ่ายตามปกติ รวมถึงดูโฮมจะเปิดทั้ง 3 สาขาใหม่ในครึ่งปีหลังนี้ จึงน่าจะทำให้ครึ่งปีหลังมีผลประกอบการที่ดีขึ้นกว่าครึ่งปีแรก

ขณะที่ความท้าทายปีนี้มองถึงประเด็น “ค่าแรง” 450 บาทต่อวัน ซึ่งว่าที่รัฐบาลใหม่ประกาศนโยบายไว้ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันดูโฮมจ่ายค่าแรงที่สูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำอยู่แล้ว จึงกระทบไม่มาก คาดว่าอาจทำให้ต้นทุนสูงขึ้นประมาณ 0.05% ของยอดขายเท่านั้น

 

ลุยต่ออีคอมเมิร์ซ หวังเติบโตเท่าตัวทุกปี

ด้าน “มารวย ตั้งมิตรประชา” รองกรรมการผู้จัดการสายงานเทคโนโลยีสารสนเทศ และการตลาดออนไลน์ ดูโฮม กล่าวถึงส่วนการขายในรูปแบบอีคอมเมิร์ซที่บริษัทเริ่มขึ้นเมื่อ 6-7 ปีก่อน ปัจจุบันขยายการขายผ่านหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์, โซเชียลคอมเมิร์ซ​ (Line และ Facebook) และมาร์เก็ตเพลส เช่น ลาซาด้า ช้อปปี้

โดยช่องทางเว็บไซต์มีสินค้าลงจำหน่ายแล้ว 3-4 หมื่นรายการ ส่วนในมาร์เก็ตเพลส ลงขายแล้ว 4-5 พันรายการ รวมทั้งหมดสร้างรายได้เป็นสัดส่วน 1% ของรายได้รวมบริษัท แม้สัดส่วนยังน้อยแต่มีทิศทางที่ดี เพราะรายได้ออนไลน์เติบโตเท่าตัวมาทุกปี และต้องการจะให้เติบโตสม่ำเสมอเช่นนี้

ส่วนการลงระบบ CRM ของบริษัทที่เริ่มต้นเมื่อ 2 เดือนก่อน ขณะนี้มียอดสมาชิกแล้ว 2 ล้านราย และเปิดระบบให้ลูกค้าแลกแต้มส่วนลดได้ เริ่มเป็นระบบที่ช่วยให้บริษัทแก้ปัญหาให้ลูกค้าหลังการขายได้ดีขึ้น

 

เป้าหมาย 3 ปี 36 สาขา

สลิลทิพกล่าวต่อถึงเป้าหมายระยะกลางใน 3 ปีข้างหน้า วางแผนไว้ว่าจะเปิดให้ครบ 36 สาขา โดยขณะนี้ศูนย์กระจายสินค้า (DC) ของบริษัทที่ขยายพื้นที่เมื่อปี 2565 พร้อมแล้วที่จะรองรับเป้าหมายดังกล่าว

สาขาใหม่ที่จะขยายจะเน้นหัวเมืองที่ยังไม่มีแบรนด์ดูโฮม เช่น ภูเก็ต และมองว่าโอกาสการขยายตัวยังมีอีกมาก เพราะมีอีกหลายเมืองที่ดูโฮมยังไม่ครอบคลุม

ถ้าวัดจากรายได้บริษัทปี 2565 แล้ว นับว่าขณะนี้ “ดูโฮม” เป็นอันดับ 4 ของตลาดโมเดิร์นเทรดค้าวัสดุก่อสร้าง รองจากอันดับ 1 คือ “โฮมโปร” ทำรายได้กว่า 69,000 ล้านบาท อันดับ 2 คือ “โกลบอลเฮ้าส์” ทำรายได้เกือบ 36,000 ล้านบาท และอันดับ 3 คือ “ไทวัสดุ” ทำรายได้มากกว่า 30,000 ล้านบาท (*เป็นรายได้ปี 2564 ซึ่งไทวัสดุเคยคาดการณ์ว่าปี 2565 รายได้จะเติบโต 18%)

ผู้สื่อข่าวถามว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่การเปิดสาขาครบ 36 สาขาจะทำให้ดูโฮมขึ้นมาเป็น Top 3 ของประเทศ สลิลทิพตอบคำถามนี้ว่า “เป็นไปได้” แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับการขยายตัวของคู่แข่งในช่วงเวลาเดียวกันด้วยเช่นกัน

ทั้งนี้ โอกาสฉลองครบรอบ 40 ปีของดูโฮมในปีนี้จะมีการจัดแคมเปญพิเศษ “Better Together ครบ ถูก ดี ตลอดไป” ซื้อสินค้าครบตามกำหนด รับคูปองลุ้นโชครางวัลรถกระบะ รถจักรยานยนต์ ฯลฯ ที่ดูโฮมทุกสาขา ตั้งแต่วันที่ 2 มิถุนายน – 31 ธันวาคม 2566