ทางการสหรัฐฯ อนุมัติใช้วัคซีนป้องกัน COVID-19 เเบบฉีด ‘เข็มเดียว’ ของบริษัท Johnson & Johnson (J&J) อย่างเป็นทางการเเล้ว
นับเป็นวัคซีนป้องกันไวรัสโคโรนา ชนิดที่ 3 ที่ผ่านการรับรองให้ใช้ได้ในอเมริกา เป็นกรณีฉุกเฉินสำหรับผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ต่อจาก Pfizer-Biontech เเละ Moderna
สำนักงานอาหารและยาหรือเอฟดีเอ (FDA) ระบุว่า วัคซีนของ J&J ที่ฉีดเพียงเข็มเดียว มีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันผู้ป่วย COVID-19 ไม่ให้มีอาการหนัก และสามารถป้องกันไวรัสกลายพันธุ์ได้
โดยผลวิจัยทางคลินิกในเฟสสาม จากการทดลองในกลุ่มตัวอย่าง 44,000 คน ปรากฏว่า วัคซีนดังกล่าวสามารถลดการเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลได้ 100% ภายในระยะเวลา 28 วันหลังรับการฉีดวัคซีน แต่หากคำนวณภายในกรอบเวลา 14 วัน จะมีประสิทธิผลป้องกันได้ 85%
ขณะที่ประสิทธิผลใน ‘ภาพรวม’ อยู่ที่ 66% เเบ่งเป็น 64% สำหรับป้องกันอาการป่วยปานกลางจาก COVID-19 และสูงขึ้นเป็น 85% ในการป้องกันอาการป่วยหนัก https://twitter.com/US_FDA/status/1365802117387202570?ref_src=twsrc%5Etfw%7Ctwcamp%5Etweetembed%7Ctwterm%5E1365802117387202570%7Ctwgr%5E%7Ctwcon%5Es1_&ref_url=https%3A%2F%2Fwww.dailynews.co.th%2Fforeign%2F828040 อย่างไรก็ตาม วัคซีนของ J&J ยังต้องมีการวิจัยเพื่อวิเคราะห์เพิ่มเติมว่าอาจจะใช้ป้องกันกรณีการติดโควิด-19 ที่ไม่ได้แสดงอาการป่วยได้หรือไม่
J&J ตั้งเป้าจะส่งมอบวัคซีนให้ได้ 20 ล้านโดส ภายในสิ้นเดือนมีนาคมนี้ และให้ได้ 100 ล้านโดสภายในเดือนมิถุนายน
ล่าสุดประเมินว่า ตอนนี้มีชาวอเมริกันกว่า 65 ล้านคน รับวัคซีนอย่างน้อยหนึ่งโดสไปเเล้วจากวัคซีน Pfizer-Biontech เเละ Moderna ที่ได้รับการอนุมัติมาตั้งเเต่เดือนธันวาคม ปีที่เเล้ว โดยมีประสิทธิภาพเฉลี่ยราว 95% เเต่ต้องฉีดรวม 2 เข็ม รัฐบาลสหราชอาณาจักร สหภาพยุโรปและแคนาดา ได้สั่งวัคซีนป้องกัน COVID-19 ของ J&J เเล้ว ขณะที่โครงการวัคซีน COVAX ภายใต้การนำขององค์การอนามัยโลก ได้สั่งจองเป็นจำนวนกว่า 500 ล้านโดส เพื่อนำไปมอบเเจกจ่ายให้กับประเทศยากจน