Insight

LGT มองกระแสโลกาภิวัตน์ยังไม่จางหาย ปริมาณการค้าโลกที่ยังสูง แต่ประเทศอื่นได้ประโยชน์จากการแข่งขัน

Private Banking เจ้าใหญ่จากประเทศลิกเตนสไตน์อย่าง LGT ได้ให้มุมมองทางเศรษฐกิจว่า กระแสโลกาภิวัตน์ยังไม่จางหายไปไหน จากปริมาณการค้าที่ยังเพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก แต่ประเทศอื่นจะได้ประโยชน์จากการแข่งขันนี้ ขณะเดียวกันก็มองว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะไม่ถดถอย แต่ชะลอตัวลงหลังจากนี้

Cargo Ships Container เรือ ส่งสินค้า
ภาพจาก Unsplash
Private Banking เจ้าใหญ่จากประเทศลิกเตนสไตน์อย่าง LGT ได้ให้มุมมองทางเศรษฐกิจว่า กระแสโลกาภิวัตน์ยังไม่จางหายไปไหน จากปริมาณการค้าที่ยังเพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก แต่ประเทศอื่นจะได้ประโยชน์จากการแข่งขันนี้ ขณะเดียวกันก็มองว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะไม่ถดถอย แต่ชะลอตัวลงหลังจากนี้

สเตฟาน โฮเฟอร์ กรรมการผู้จัดการและหัวหน้านักยุทธศาสตร์การลงทุนในทีมบริการด้านการลงทุน บริษัท หลักทรัพย์ แอลจีที (ประเทศไทย) จำกัด หรือ LGT ได้กล่าวถึงกระแสที่โลกาภิวัตน์จะจางหายไป และจะเกิดกระแส Deglobalization หรือการทวนกระแสโลกาภิวัตน์นั้นเขามองว่าสามารถดูได้จากปริมาณการค้าโลกที่ยังทำสถิติสูงอยู่ไม่ได้ลดลงแต่อย่างใด

เขาได้ชี้ถึงสินค้าจากภาคการผลิตยังมีการแข่งขันที่สูงในตลาดโลก ไม่ว่าจะเป็นสินค้าจากจีน หรือแม้แต่สินค้าจากประเทศต่างๆ ที่มีการย้ายฐานการผลิต ไม่ว่าจะเป็น ไทย เวียดนาม ไปจนถึง เม็กซิโก ที่ล่าสุดสหรัฐฯ นำเข้าสินค้าแซงประเทศจีนไปแล้ว แต่ก็มองว่านี่คือการแข่งขันซึ่งหลายประเทศเองก็ได้ประโยชน์

LGT มองว่าเมื่อมีสินค้าจำนวนมากขึ้นในท้องตลาดจะช่วยขับเคลื่อนให้เงินเฟ้อลดต่ำลงในอนาคดทั้งระยะกลางและระยะยาว และเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้ภาคธุรกิจมีความมั่นใจว่าอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานในสหรัฐฯ และยุโรปจะสามารถกลับเข้าสู่ระดับปกติที่ 2% ภายในกลางปี 2024 ได้

นอกจากนี้ในมุมของ สเตฟาน ยังมองว่าจีนจะค่อยๆ ปรับค่าเงินหยวนให้อ่อนค่าลง เพื่อจะช่วยให้ภาคการผลิตจีนส่งออกสินค้าได้มากขึ้น แต่จะไม่เห็นค่าเงินหยวนอ่อนค่าอย่างรวดเร็วทันที เพราะไม่งั้นจะเห็นปัญหาอีกปัญหาหนึ่งก็คือเม็ดเงินไหลออกจากประเทศจีนอย่างรวดเร็ว

ขณะที่เศรษฐกิจสหรัฐฯ LGT มองว่าในช่วงที่ผ่านมาธนาคารกลางสหรัฐฯ ได้ปรับอัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเร็ว และแรงเพื่อที่จะสกัดเงินเฟ้อให้ได้ แม้ว่าอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ ล่าสุดจะอยู่ที่ 5.25% แต่ตัวเลขเงินเฟ้อก็กำลังปรับตัวลงมาแล้ว ทำให่เขามองว่าหลังจากนี้จะมีการขึ้นดอกเบี้ยอีกแค่ 1 ครั้งเท่านั้น

แต่ถ้าหากมองไปยังตลาดแรงงานแล้วนั้น สเตฟานชี้ว่า ตอนนี้อัตราว่างงานของสหรัฐอเมริกาอยู่ที่ 3.8% เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน แต่ยังถือว่าต่ำอยู่ ขณะที่ค่าจ้างในสหรัฐฯ เมื่อเทียบกับอัตราเงินเฟ้อก็ยังเติบโตเป็นบวก เขาได้อธิบายเพิ่มว่าแรงงานสหรัฐฯ มีรายได้เพิ่มขึ้นโดยเฉลี่ย แม้ว่าเงินเฟ้อจะสูงขึ้น ปัจจัยนี้จะช่วยให้การอุปโภคบริโภคและการใช้จ่ายในภาพรวมของสหรัฐฯ อยู่ในเกณฑ์ดี

ปัจจุบัน LGT เป็นกลุ่มบริษัทด้านการบริการไพรเวตแบงก์กิ้งและการจัดการสินทรัพย์ใหญ่ที่สุดในโลกซึ่งบริหารงานโดยราชวงศ์แห่งลิกเตนสไตน์ โดยบริษัทเปิดสำนักงานในประเทศไทยอย่างเป็นทางการในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา และให้บริการด้านการลงทุนและการบริหารความมั่งคั่งที่มีเอกลักษณ์ให้กับลูกค้าบุคคลที่มีความมั่งคั่งลูกค้าองค์กร และสถาบันการเงินในประเทศ

ในปี 2024 นี้ สเตฟาน มองว่าจะเป็นปีที่ดีมากขึ้น เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางน่าจะลดลงช่วงกลางปี และเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะชะลอตัวลงแต่ไม่ใช่เข้าสู่สภาวะถดถอย กำไรต่อหุ้นของบริษัทในสหรัฐอเมริกาจะกลับมาฟื้นตัวได้ ขณะเดียวกันเขาก็มองว่าค่าเงินบาทอาจจะทรงตัวมากขึ้น