Friday, April 24, 2026
Home Blog Page 3370
อีกหนึ่งปีหมุนเวียนผ่านไป "วันเดอร์แมน ธอมสัน" จัดทำประมวล The Future 100 เทรนด์อนาคตและความเปลี่ยนแปลงที่แบรนด์ต้องจับตามองประจำปี 2021 เพื่อก้าวให้ทันพฤติกรรมและความคิดของผู้บริโภค โดยเฉพาะหลังจากช่วงปีที่โลกต้องเผชิญความเปลี่ยนแปลงอย่างที่สุดเนื่องจากโรคระบาด
จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 นับตั้งแต่ต้นปี 2563 ต่อเนื่องมาจนถึงการระบาดระลอกใหม่ในปัจจุบัน ไม่เพียงแต่จะส่งผลกระทบและสร้างการเปลี่ยนแปลงต่อทุกภาคส่วน ทั้งในด้านสุขอนามัยและความปลอดภัยในชีวิตประจำวัน พฤติกรรมการใช้ชีวิตที่ทุกคนต้องปรับตัวให้เข้ากับยุคนิวนอร์มอล แต่ยังรวมไปถึงรูปแบบการทำงานและการหารายได้เพื่อเลี้ยงปากท้องด้วย ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของกิจการหรือผู้ประกอบการทั้งรายใหญ่และรายย่อย พนักงานประจำ ลูกจ้างทั่วไป พ่อค้าแม่ค้า เกษตรกร หรือแม้แต่ผู้ประกอบอาชีพอิสระหรือกลุ่มฟรีแลนซ์ สถานการณ์ครั้งนี้ได้มอบบทเรียนสำคัญให้กับทุกคน นั่นคือ การดำเนินชีวิตอย่างมีสติ ไม่ประมาท และต้องเตรียมพร้อมที่จะรับมือกับความเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การวางแผนชีวิตและการเงินถือเป็นรากฐานสำคัญที่จะช่วยให้เราสร้างความมั่นคงทางการเงิน และเตรียมพร้อมสำหรับเหตุการณ์ที่ไม่อาจคาดฝันในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามวิกฤติ หนึ่งในหนทางง่ายๆ ที่หลายคนรู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก นั่นคือ “การออมเงิน” ซึ่งเป็นสิ่งแรกที่ทุกคนควรทำให้เป็นนิสัยเมื่อมีรายได้ โดยการแบ่งส่วนหนึ่งของรายได้มาเลือกออมในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น การหยอดกระปุก การฝากประจำ การลงทุนในกองทุนรวม หรือการทำประกันชีวิต เป็นต้น โดยสัดส่วนจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้จ่ายและความจำเป็นของแต่ละคน เพื่อสำรองในยามฉุกเฉินหรือเก็บไว้ใช้หลังเกษียณ สำหรับข้าราชการหรือพนักงานที่มีรายได้ประจำนั้นคงคุ้นเคยกับการออมเพื่อเก็บเงินไว้ใช้หลังเกษียณผ่านกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ หรือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ แต่ปัจจุบันยังมีอีกหนึ่งรูปแบบการออมที่ช่วยวางแผนทางการเงินเพื่อสร้างความอุ่นใจในวัยเกษียณให้กับกลุ่มผู้ประกอบอาชีพอิสระหรือคนที่ไม่ได้มีรายได้แน่นอนเหมือนแรงงานในระบบ นั่นคือ การออมผ่าน “กองทุนการออมแห่งชาติ” โดยสามารถส่งเงินออมขั้นต่ำเพียง 50 บาทเท่านั้น...
ในช่วงเทศกาลตรุษจีนที่ผ่านมา หลายคนเลี่ยงการเดินทางกลับบ้านเกิดในช่วงวันหยุด ในขณะที่ภัตตาคารหลายแห่งได้จำกัดจำนวนลูกค้าที่สามารถรับประทานอาหารภายในร้าน เพราะความกังวลต่อสภาวะโรคระบาดที่ยังไม่จางหายไปไหน สาเหตุดังกล่าว ส่งผลให้เกิดความร่วมมือระหว่างหัวเว่ย ซึ่งเป็นบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก และไหตี่เลา แบรนด์ร้านอาหารหม้อไฟชื่อดังจากประเทศจีน ในการปฏิวัติประสบการณ์การรับประทานอาหารขึ้นอีกขั้นผ่านเทคโนโลยีคลาวด์ เชื่อมต่อผู้คนที่ต้องอยู่ห่างไกลให้ได้ใกล้ชิดคนที่รัก และเพลิดเพลินไปกับมื้ออาหารพร้อม ๆ กับคนสำคัญในอีกฟากโลกอย่างไม่มีสะดุด ผ่านหน้าจอขนาดใหญ่ด้วยความคมชัดระดับ 4K นับเป็นการผสมผสานเทคโนโลยีแห่งอนาคตเข้ากับกิจกรรมในชีวิตประจำวันของผู้คนได้อย่างลงตัวและไม่ซ้ำใคร บริการการรับประทานอาหารทางไกลผ่านระบบคลาวด์บนหน้าจออัจฉริยะจากหัวเว่ยและไหตี่เลา เริ่มเปิดให้บริการเป็นครั้งแรกไปเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับเทศกาลตรุษจีน โดยได้ให้บริการ ณ ร้านสาขาต่าง ๆ ใน 57 เมือง ไม่ว่าจะเป็นเซินเจิ้น เซี่ยงไฮ้ ปักกิ่ง และสาขาอื่น ๆ ของไหตี่เลา ทั้งในประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย รวมถึงในประเทศไทยด้วย จึงทำให้ผู้คนสามารถเฉลิมฉลองการเริ่มต้นปีใหม่จีนกับครอบครัวและคนที่รักในต่างประเทศได้อย่างไร้อุปสรรค บริการมื้ออาหารทางไกลผ่านระบบคลาวด์ให้ผู้ใช้บริการได้สัมผัสกับหน้าจออัจฉริยะที่มีชื่อว่า “HUAWEI IdeaHub” ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถทำงานร่วมกับ HUAWEI CLOUD Meeting รองรับการใช้งาน Cloud Video Conferencing ของแพลตฟอร์มอื่น...
วันนี้ ไอบีเอ็มได้ประกาศลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเหลือศูนย์ภายในปี 2573 สานต่อความพยายามที่มีมาหลายทศวรรษในการร่วมแก้วิกฤตโลกร้อน และเพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายดังกล่าว ไอบีเอ็มจะเริ่มเดินหน้าลดการปล่อยมลพิษ วางแผนและควบคุมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น รวมถึงเพิ่มการใช้พลังงานสะอาดในสำนักงานที่มีอยู่ใน 175 ประเทศ “ไอบีเอ็มมีความภูมิใจในฐานะผู้นำที่ได้เดินหน้าดำเนินมาตรการต่างๆ ที่ช่วยลดการปล่อยมลพิษลงได้อย่างมีนัยสำคัญ” นายอาร์วินด์ กฤษณะ ประธานและซีอีโอของไอบีเอ็ม กล่าว “วิกฤตโลกร้อนเป็นหนึ่งในปัญหาที่สำคัญที่สุดในยุคของเรา และการปฏิญาณตั้งคำมั่นที่จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เหลือศูนย์ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวย่างสำคัญที่ตอกย้ำความเป็นผู้นำในเรื่องสภาวะอากาศมาอย่างยาวนานของเรา ซึ่งถือเป็นก้าวที่รุดไปไกลกว่าเป้าหมายที่ความตกลงตามกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Paris Climate Agreement) ได้กำหนดไว้” เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายดังกล่าว ไอบีเอ็มวางแผนที่จะ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 65% ภายในปี 2568 เมื่อเทียบกับปี 2553 ทั้งนี้ สิ่งสำคัญที่สุดในการต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศคือการลดการปล่อยมลพิษ โดยเป้าหมายเป็นศูนย์ที่ไอบีเอ็มตั้งไว้ จะเชื่อมโยงกับเป้าหมายตัวเลขการลดมลพิษที่ยังเหลือค้างอยู่ หลังจากที่ได้พยายามลดมลพิษที่เกิดจากการปฏิบัติการต่างๆ ไปก่อนหน้าแล้ว จัดหา 75% ของพลังงานไฟฟ้าที่บริษัทต้องใช้ในสำนักงานทั่วโลก...
บริษัท เอส โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ ‘SHR’ บริษัทเรือธงในการประกอบธุรกิจโรงแรมของสิงห์ เอสเตท เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติให้ S Hotels and Resorts (UK) Limited (“SHR UK”) บริษัทย่อยที่บริษัทฯ ถือหุ้นทางอ้อมร้อยละ 100 เข้าซื้อหุ้นสามัญของ FS JV Co., Ltd. (“FS JV”) จำนวน 500,000 หุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 ปอนด์ หรือ คิดเป็นร้อยละ 50 ของทุนที่ชำระแล้ว จากผู้ร่วมทุนเดิม FICO Holding (UK) Limited (“FICO UK”) โดยภายหลังการทำรายการ SHR UK จะถือหุ้นใน FS JV ร้อยละ 100 และทำให้ FS JV เป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ ใช้มูลค่าเงินลงทุน 13.75 ล้านปอนด์ (หรือประมาณ 564.49 ล้านบาท) สำหรับ FS JV ประกอบธุรกิจโรงแรมในสหราชอาณาจักรจำนวนทั้งหมด 26 แห่ง ประกอบด้วยห้องพักรวม 2,886 ห้อง ภายใต้แฟรนไชส์โรงแรมที่เป็นที่รู้จักทั่วโลกในแบรนด์ Mercure เสริมทัพด้วยการแต่งตั้งบริษัทรับบริหารโรงแรมชั้นนำอย่าง Interstate Hotels &...
หลังจากเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา และได้รับผลตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากเหล่าเกมเมอร์ชาวไทย ในปี 2021 เลอโนโวยังคงมุ่งมั่นส่งมอบเทคโนโลยีอันชาญฉลาดตามแนวทาง Service-Led Transformation ของแบรนด์อย่างต่อเนื่องโดยนำผลิตภัณฑ์เกมมิ่งสมาร์ทโฟน Lenovo Legion Phone Duel สีแดง Vengeance Red กลับมาให้เกมเมอร์ได้ซื้อหาจับจองกันอีกครั้งพร้อมโปรโมชั่นแบบจัดเต็มที่แม้แต่เกมเมอร์พันธุ์ดุ สายแข็งยังต้องร้อง ว้าววววว Lenovo Legion Phone Duel คือเกมมิ่งสมาร์ทโฟนแห่งยุคที่ผสมผสานระหว่างประสิทธิภาพเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยและดีไซน์ที่โดดเด่นได้อย่างลงตัว เพื่อยกระดับประสบการณ์การเล่นเกมบนมือถือให้คอเกมได้แสดงฝีมือแบบ on the go ผ่านสถาปัตยกรรมการออกแบบ Dual Architecture และไฮไลท์ฟีเจอร์ที่เกมเมอร์ให้ความสำคัญ โดยครั้งนี้กลับมาอีกครั้งในราคาที่เข้าถึงได้มากกว่าเดิม เพียง 20,990 บาท (จากปกติ 23,990 บาท) พร้อมรับสิทธิผ่อน 0%...
‘บมจ.โรจูคิส อินเตอร์เนชั่นแนล’ หรือ KISS ผู้พัฒนานวัตกรรมและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์เพื่อความงามและสุขภาพที่มุ่งเน้นการเข้าถึงผู้บริโภคอย่างแท้จริงภายใต้แบรนด์ Rojukiss, PhDerma, Best Korea, Wonder Herb และ Sis2Sis พร้อมนำหุ้นเข้าเทรดในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเป็นวันแรก 19 ก.พ.นี้ ชูแผนลงทุนสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ที่เข้าถึงผู้บริโภคได้อย่างทั่วถึงกว้างขวาง และเสริมความแข็งแกร่งช่องทางจำหน่ายทั้งในและต่างประเทศ พร้อมพัฒนาเทคโนโลยีความงาม ก้าวสู่ผู้นำนวัตกรรมความงามและสุขภาพของเอเชีย ตั้งเป้าการเติบโตอย่างก้าวกระโดด มีรายได้แตะ 3,000 ล้านบาท ภายในปี 2567 นางวรวรรณ ไชยกำเนิด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โรจูคิส อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ KISS  เปิดเผยว่า บริษัทฯ พร้อมนำหุ้นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2564 โดยใช้ชื่อย่อ ‘KISS’ หลังจากปิดการเสนอขายหุ้น IPO จำนวนไม่เกิน 152,641,600 หุ้น หรือ คิดเป็นไม่เกิน 25.4% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายหุ้นในครั้งนี้ ที่ราคาเสนอขายสุดท้ายหุ้นละ 9.00 บาท ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุนที่เชื่อมั่นในพื้นฐานทางธุรกิจและศักยภาพการเติบโตในอนาคต ทั้งนี้ ด้วยวิสัยทัศน์การดำเนินธุรกิจ ‘มุ่งก้าวสู่การเป็นผู้นำด้านความงามและสุขภาพของเอเชีย’ (True Health and Beauty Company) บริษัทฯ มีแผนลงทุนวิจัยและพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ภายใต้แบรนด์พอร์ตโฟลิโอที่มีอยู่และผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ใหม่เพื่อตอบโจทย์และขยายฐานลูกค้าให้ครอบคลุมหลากหลาย โดยจะขยายไลน์สินค้าให้ครอบคลุมกลุ่มความงามและสุขภาพอย่างครบวงจร (Health & Beauty) อาทิ ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อสุขภาพภายใต้แบรนด์ Rojukiss และผลิตภัณฑ์บำรุงผิวภายใต้แบรนด์ใหม่ Wonder Herb ขณะเดียวกัน จะพัฒนาด้านดิจิทัลและเทคโนโลยี เครื่องมือวิเคราะห์สภาพผิว Mobile Skin...
เพราะวิกฤต COVID-19 ที่กินเวลายาวนานกว่า 1 ปีมาแล้ว ซึ่งวิกฤตดังกล่าวได้เปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมเครื่องแต่งกายทั่วโลก และทำให้ ‘Fast Retailing’ บริษัทแม่ของ ‘Uniqlo’ ยักษ์ใหญ่ด้านเครื่องแต่งกายของญี่ปุ่นมีมูลค่าตลาด 10.87 ล้านล้านเยน หรือราว 1.03 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (3.08 ล้านล้านบาท) หลังจากปิดทำการเมื่อวันอังคาร ซึ่งแซงหน้าบริษัท แม่ของ ‘Zara’ อย่าง ‘Inditex’ เป็นครั้งแรก และทำให้กลายเป็นบริษัทค้าปลีกเครื่องแต่งกายที่ใหญ่ที่สุดในโลก
หลายคนคงรู้จัก หรืออาจจะเคยไปเยือน "คุ้งบางกะเจ้า" กันมาบ้างแล้ว ที่แห่งนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ใกล้กรุงเทพฯ อุดมสมบูรณ์ด้วยระบบนิเวศต่างๆ ใครๆ ต่างพากันเรียกว่าเป็น "ปอดกลางเมือง" เพราะเป็นแหล่งผลิตออกซิเจนแห่งสำคัญของประเทศเลยทีเดียว ด้วยความที่มีพื้นที่สีเขียวมหาศาล ทำให้คุ้งบางกะเจ้าเป็นชุมชนที่ทรงคุณค่าทั้งด้านสิ่งแวดล้อม การท่องเที่ยว สังคม วัฒนธรรม และเศรษฐกิจ จากชุมชนเล็กๆ ก็เริ่มพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวมากขึ้น มีโฮมสเตย์เพิ่มมากขึ้นเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยว แน่นอนว่าทำให้คุ้งบางกะเจ้ากำลังประสบปัญหาจากการขยายตัวของการพัฒนาเมือง และการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมอย่างหนัก ถ้าเราไม่ร่วมมือกันดูแลกันในตอนนี้ ปอดกลางเมืองอาจจะยิ่งเสื่อมโทรมก็เป็นได้ ด้วยเหตุนี้เองจึงเกิดเป็นโครงการ "OUR KhungBangKachao" เริ่มก่อตั้งในปี 2561 ภายใต้การกำกับของมูลนิธิชัยพัฒนา และร่วมมือจากองค์กรชั้นนำระดับประเทศทั้งภาครัฐ เอกชน ภาควิชาการ และประชาสังคม ผสานความร่วมมือในการอนุรักษ์คุ้งบางกะเจ้าด้วยรูปแบบ Social Collaboration with Collective Impact เป็นการน้อมนำ "ศาสตร์พระราชา" แห่งพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช...
คนไทยนิยมการ “ศัลยกรรม” เสริมความงามสูงขึ้นทุกปี โดยมีมูลค่าตลาดเมื่อปี 2562 กว่า 4 หมื่นล้านบาท และมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องปีละ 10% แต่กระแสความนิยมที่มากขึ้น ยิ่งทำให้ผู้รับบริการต้องระมัดระวังในการเลือกทำศัลยกรรม โดยทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 30 ปีของโรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งดับเบิ้ลยู มีคำแนะนำในการตัดสินใจก่อนการทำศัลยกรรมมาฝาก โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งดับเบิ้ลยู ก่อตั้งขึ้นจากการรวมตัวกันของกลุ่มศัลยแพทย์ฝีมือดีที่ต้องการพัฒนาวงการให้มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น โดยปัจจุบันมี นายแพทย์กำธร ศิริพันธุ์ ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร วางวิสัยทัศน์เป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านศัลยกรรมที่มีมาตรฐาน มีจรรยาบรรณ ให้บริการด้วยแพทย์ประสบการณ์สูงและเทคโนโลยีใหม่ โดยมีทั้งบริการด้านศัลยกรรมตกแต่งและผิวพรรณ เพื่อความงามแบบครบวงจร การก่อตั้งรพ.ดับเบิ้ลยูมี รศ.นพ.ศิรชัย จินดารักษ์ ดำรงตำแหน่งเป็นประธานที่ปรึกษาฝ่ายการแพทย์ โดยรศ.นพ.ศิรชัยเคยดำรงตำแหน่งนายกสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งเสริมสวยแห่งประเทศไทย และเป็นหนึ่งในผู้วางวิสัยทัศน์ให้รพ.ดับเบิ้ลยูยึดนโยบายด้านจรรยาบรรณและมาตรฐานที่ถูกต้องเป็นหลัก รศ.นพ.ศิรชัย จินดารักษ์ ประธานที่ปรึกษาฝ่ายการแพทย์ โรงพยาบาลศัลยกรรมตกแต่งดับเบิ้ลยู รศ.นพ.ศิรชัยยังมี ข้อแนะนำให้คนไทยที่ต้องการศัลยกรรมเสริมความงาม 4 ข้อ ดังนี้ 1) รู้จักความต้องการของตนเอง...