รัฐบาลอังกฤษ ประกาศขยายมาตรการช่วยเหลือพนักงานของบริษัทเอกชนต่างๆ ที่ไม่สามารถสามารถปฏิบัติงานได้ในช่วงการเเพร่ระบาดของ COVID-19 ออกไปอีก 4 เดือนจนถึงเดือน ต.ค.นี้
โดยรัฐบาลยังจะคงให้เงินสนับสนุนเงินเดือนพนักงานต่อไปอย่างน้อย 80% ของอัตราเงินเดือนเดิมเเต่ต้องไม่เกิน 2,500 ปอนด์ (ราว 9.8 หมื่นบาท) ต่อเดือน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการเลิกจ้างงานเเละปิดกิจการ ซึ่งตามกำหนดเดิมมาตรการนี้จะสิ้นสุดในเดือน มิ.ย. เเต่เห็นว่าสถานการณ์การเเพร่ระบาดในอังกฤษยังคงน่าเป็นห่วง จึงขยายออกไปอีก 4 เดือน จนถึงเดือน ต.ค.นี้
Rishi Sunak รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหราชอาณาจักร เปิดเผยว่า ตอนนี้มีพนักงานกว่า 7.5 ล้านคนที่ได้รับความช่วยเหลือจากโครงการนี้ เพิ่มขึ้นจาก 6.3 ล้านคนในสัปดาห์ก่อน
ขณะเดียวกันมีบริษัทในอังกฤษราว 9.35 เเสนบริษัทเข้าร่วมโครงการนี้ โดยทางบริษัทต้องจ่ายเงินให้ลูกจ้างที่ถูกพักงาน 20% (ส่วนรัฐจ่ายเเทนอีก...
นายวุฒิพงศ์ เจริญเกษกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เส-นอร์สห โลจิสติกส์ จำกัด หนึ่งในบริษัทพันธมิตรที่ได้เข้าร่วม “โครงการผู้ประกอบการพลาสติกรวมใจ เคียงข้างคนไทย ฝ่าวิกฤติ COVID-19” จัดตั้งโดย บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จํากัด (มหาชน)ร่วมกับกลุ่ม Young PEP ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ประกอบการพลาสติก โดยโครงการนี้ได้จัดตั้งขึ้นเพื่อบริจาคฟิล์มพลาสติกให้กับโรงพยาบาลที่แจ้งความประสงค์ขอรับบริจาคฟิล์ม เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั้งนี้บริษัทฯ ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ โดยดำเนินการจัดส่งฟิล์มพลาสติกให้กับโรงพยาบาลทั่วประเทศ
พร้อมกันนี้บริษัทฯ ยังสนับสนุนการจัดส่งอาหารแห้งและของใช้จำเป็นที่ทางบริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) ได้บริจาคให้กับกรุงเทพมหานคร เพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโรคโควิด-19 โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายในการขนส่ง
ในขณะที่เศรษฐกิจส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบจาก COVID-19 แต่อุตสาหกรรมเกมกำลังเฟื่องฟู ขนาด Nintendo Switch ราคายังพุ่งไปเท่าตัว ขณะที่ค่ายเกมหลายค่ายก็สามารถทำรายได้อย่างน่าพอใจ อาทิ Electronic Arts หรือ EA เจ้าของเกมฮิต 'Madden NFL 20' และ 'The Sims 4' ทำรายได้ไตรมาสแรกรวม 1.4 พันล้านดอลลาร์โตขึ้น 12% หรืออย่าง ‘Activision Blizzard’ หนึ่งในค่ายเกมยักษ์ใหญ่ของโลก เจ้าของหลากหลายเกมฮิต อาทิ Call of Duty, World of Warcraft, Overwatch ก็มีผลประกอบการเติบโตขึ้นถึง 21% เช่นกัน
แจ็คหม่า ผู้ก่อตั้งกลุ่มอาลีบาบาครองอันดับหนึ่งใน 500 มหาเศรษฐีในแผ่นดินใหญ่ที่ร่ำรวยที่สุดด้วยความมั่งคั่งสะสมกว่า 3 แสนล้านหยวน
เจ้าของร้านขายโลงศพใน จ.ชลบุรี นำโลงที่ยังไม่ใช้ดัดแปลงเป็น "ตู้แบ่งปันความสุข" ใส่สิ่งของให้ผู้ยากไร้และผู้ได้รับผลกระทบจากพิษ COVID-19 ได้หยิบไปบรรเทาทุกข์ เตือนสติรู้จักพอดีและพอเพียง กระตุ้นคนไทยร่วมทำดี
ศูนย์การค้าเมกาบางนาร่วมมือกับพันธมิตรร้านค้าภายในศูนย์ฯ ดำเนินมาตรการสร้างความปลอดภัยให้กับผู้มาใช้บริการและพนักงานทั้งหมด เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19อย่างต่อเนื่อง โดยได้เพิ่มมาตรการที่เข้มข้นมากยิ่งขึ้น เพื่อเตรียมความพร้อมในการเปิดให้บริการทั้งอาคารอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ตามกำหนดที่ภาครัฐจะประกาศต่อไป โดยจะดำเนินการอย่างเข้มข้นตลอดทั่วทั้งศูนย์พร้อมกันกับการทำงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานราชการ เพื่อเพิ่มข้อปฏิบัติรวมทั้งเสริมความพร้อมด้านต่างๆ โดยมุ่งเน้นให้ความสำคัญกับเรื่องสุขอนามัย ความสะอาดและความปลอดภัยสำหรับลูกค้าพนักงานของศูนย์ฯ ตลอดจนพนักงานร้านค้าที่ต้องกลับมาปฏิบัติหน้าที่ เพื่อให้พวกเราพร้อมมอบบริการและประสบการณ์ที่สนุกสนานอย่างปลอดภัยให้กับลูกค้าทุกท่าน ตามภารกิจที่เราพวกเราได้มุ่งมั่นปฏิบัติมาตลอดระยะเวลา 8 ปีที่ผ่านมา
นางสาวปพิตชญา สุวรรณดี กรรมการผู้จัดการศูนย์การค้าเมกาบางนา กล่าวว่า เมกาบางนาทำหน้าที่เป็นมีทติ้งเพลส (Meeting Place) ของคนในย่านนี้มาตลอดระยะเวลา 8 ปี เราเป็นมากกว่าที่ช้อปปิ้ง เพราะเราคือสถานที่พบปะของครอบครัวและเพื่อนฝูง สถานที่ที่มอบประสบการณ์แห่งเสียงหัวเราะและความสุขให้กับลูกค้าของเราทุกคน จากสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในปัจจุบัน เราได้ตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของสังคมไทยและการปรับตัวของกลุ่มลูกค้าที่ในการใช้ชีวิตให้เข้ากับ New Normal Life ที่ถึงแม้จะปรับตัวยากในตอนแรก แต่เราก็เห็นว่า ณ ขณะนี้ ทุกคนสามารถปรับตัวรับกับรูปแบบการใช้ชีวิตใหม่นี้ได้เป็นอย่างดี เพราะแต่ละคนเข้าใจถึงความจำเป็นและความรับผิดชอบต่อสังคมร่วมกัน
สิ่งสำคัญที่สุดของพวกเราในขณะนี้คือการมอบมีทติ้งเพลสที่ปลอดภัยให้กับลูกค้าของเรา...
คำที่ทุกคนเริ่มพูดกันติดปากอย่าง “New Normal” ซึ่งหมายถึงความปกติใหม่ หรือฐานวิถีชีวิตใหม่ คือรูปแบบการดำเนินชีวิตอย่างใหม่ที่แตกต่างจากอดีต และด้วยวิถีชีวิตที่ต้องเปลี่ยนไป สิ่งที่ทุกคนให้ความสำคัญเป็นอันดับต้นๆ คงหนีไม่พ้นเรื่องของความสะอาด ปลอดภัย ห่างไกลเชื้อโรค ซัมซุง ขอนำเสนอทิปส์ง่ายๆ ให้คุณนำไปปรับใช้กับชีวิตประจำวัน ทั้งเมื่อเวลาออกไปข้างนอก เดินทางกลับโดยไม่นำเชื้อโรคติดตัวกลับมาฝากคนที่คุณรักในบ้าน และใช้ชีวิตในบ้านอย่างสะดวกสบายไร้ความกังวล
New Normal สำหรับสิ่งที่จำเป็นต้องพกติดตัวเวลาออกไปข้างนอก
แม้ว่าจำนวนผู้ป่วยลดลงและหลายที่เริ่มคลายล็อกดาวน์กันแล้ว แต่การป้องกันตัวเองเวลาออกไปข้างนอกก็ยังคงต้องทำอย่างรัดกุมเช่นเดิม ห้ามชะล่าใจ ใส่มาสก์ทุกครั้งเวลาออกจากบ้าน หลีกเลี่ยงการสัมผัสพื้นผิวต่างๆ ให้มากที่สุด พร้อมพกแอลกอฮอล์เจลติดกระเป๋า และนำมาใช้ทันทีหากไม่สามารถหลีกเลี่ยงการสัมผัสพื้นผิวบางกรณี อย่างเช่น การกดเอทีเอ็ม กดลิฟต์ จับเสาหรือราวเวลาโดยสารรถไฟฟ้าและรถไฟฟ้าใต้ดินเป็นต้น นอกจากนี้ยังคงต้องล้างมือบ่อยๆ อย่างน้อย 20 วินาที ให้เป็นนิสัย พร้อมใส่ของที่จำเป็นในการเดินทางครั้งนั้นๆ ในกระเป๋าใบที่มีขนาดเล็ก เพื่อไม่ให้กระเป๋าไปสัมผัสพื้นผิว หรือผู้อื่นซึ่งอาจปนเปื้อนเชื้อไวรัสมาสู่เราได้ และอย่าลืม Social Distancing อยู่ไกลจากผู้อื่น 1 – 1.5 เมตร
New Normal เมื่อเดินทางกลับถึงบ้าน
พฤติกรรมใหม่ที่จะเปลี่ยนไป เพื่อรักษาความสะอาดให้กับตัวเราเองและคนที่อยู่ในบ้านซึ่งอาจจะเป็นเด็ก หรือผู้สูงอายุให้มากที่สุด ทุกครั้งที่กลับถึงบ้าน ถอดหน้ากากอนามัย โดยจับที่หูหน้ากาก ใส่ถุงพร้อมรัดปากถุงให้แน่น แยกทิ้งสำหรับขยะติดเชื้อ หรือถังขยะนอกบ้านที่มีฝาปิดมิดชิด จากนั้นถอดรองเท้าไว้นอกบ้าน และใส่กล่องปิดฝาให้เรียบร้อย...
นางสาวศิริวรรณ เปี่ยมเศรษฐสิน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มการตลาด บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ "โฮมโปร" เผยว่า จากสถาการณ์การระบาดของโควิด - 19 ที่มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง และสามารถควบคุมได้ในระดับหนึ่งทำให้หน่วยงานภาครัฐได้ออกประกาศมาตรการผ่อนปรนกิจการ และกิจกรรมเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด -19 นั้น
โฮมโปร ตระหนักถึงความสำคัญของสุขอนามัย และความปลอดภัยของลูกค้า พนักงาน ทุกคนเป็นอันดับแรก เพื่อความปลอดภัย และความมั่นใจในการมาใช้บริการ บริษัทฯ ได้เฝ้าระวังและปฏิบัติตามมาตรการการป้องกันขั้นสูงสุดตามแนวทางการควบคุมการแพร่กระจายของโรคตามแนวทางของรัฐบาลอย่างเคร่งครัด โดยเน้นด้านความสะอาดการเว้นระยะทางสังคม (Social Distancing) รวมถึงเฝ้าระวังอาการของพนักงาน และผู้มาใช้บริการอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ลูกค้ามีความเชื่อมั่น และไว้วางใจในการเข้ามาใช้บริการได้อย่างปลอดภัยตามมาตรการป้องกัน และเฝ้าระวังการระบาดของโควิด-19
ด้านลูกค้า และผู้มาใช้บริการ
บริษัทฯ ดำเนินมาตรการป้องกัน และรักษาสุขภาพ และความปลอดภัยของลูกค้า...
ธนาคารไทยพาณิชย์ มีความห่วงใยและตระหนักถึงความเดือดร้อนรวมถึงความกังวลของสังคมไทยที่มีต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สานต่อแคมเปญ “SCB Stand By You สู้ไปด้วยกัน” เพื่อเป็นกำลังใจให้ลูกค้าทุกคนสามารถก้าวผ่านช่วงเวลายากลำบากไปด้วยกัน ภายใต้แนวคิด “อยากเห็นรอยยิ้มของคุณอีกครั้ง” ล่าสุด จับมือ ช้อปปี้ (Shopee) ผู้นำแพลทฟอร์มอีคอมเมิร์ซในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวัน ส่ง “สินเชื่อมณีทันใจ เพื่อธุรกิจ” สินเชื่อสำหรับร้านค้าออนไลน์ในช้อปปี้ ที่เดินบัญชีผ่านธนาคารไทยพาณิชย์ วงเงินอนุมัติสูงสุด 300,000 บาท ผ่อนหมื่นละ 350 บาทต่อเดือน สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระรายงวดนานสูงสุด 36 เดือน ไม่ต้องใช้หลักทรัพย์หรือบุคคลค้ำประกัน ไม่ต้องส่งเอกสารเพิ่มเติม ลูกค้าที่สนใจสมัครจะต้องลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน Shopee ก่อน โดยจะทราบผลอนุมัติภายใน 5 วันทำการ และรับเงินผ่านแอปพลิเคชัน SCB EASY ธนาคารคาดว่า “สินเชื่อมณีทันใจ เพื่อธุรกิจ” จะสามารถช่วยเสริมสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการร้านค้าในช้อปปี้มีเงินทุนสำหรับสต๊อกสินค้า พร้อมลุยรับทุกออเดอร์ในช่วงที่พฤติกรรมผู้บริโภคหันมาซื้อสินค้าผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น
นางสาวอรรัตน์ ชุติมิต รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจ Retail and Business Banking ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า “ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ธนาคารมีความห่วงใยและตระหนักถึงความเดือดร้อนของลูกค้าธนาคารในทุกกลุ่ม ที่ผ่านมาธนาคารได้เปิดตัวแคมเปญ “SCB...
เพื่อสนับสนุนความพยายามเพื่อต่อสู้กับการระบาดโควิด-19 บริษัท ฟาสต์ รีเทลลิ่ง จำกัด ได้ขอความร่วมมือจากพันธมิตรผู้ผลิตในประเทศจีนในการจัดหาหน้ากากอนามัยจำนวน 10 ล้านชิ้น เพื่อนำมาบริจาคให้กับสถาบันการแพทย์ในประเทศญี่ปุ่น และอีกหลายประเทศทั่วโลก โดยบริษัทฯ ได้บริจาคหน้ากากอนามัยจำนวน 500,000 ชิ้นให้กับประเทศไทย ที่ยังคงมีความต้องการอุปกรณ์ป้องกันทางการแพทย์ต่างๆ ซึ่งรวมถึงหน้ากากอนามัย
การบริจาคครั้งนี้เป็นไปตามสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-19 ที่ทำให้เกิดความต้องการอุปกรณ์ป้องกันทางการแพทย์เป็นอย่างสูง ซึ่งรวมถึงประเทศที่บริษัท ฟาสต์ รีเทลลิ่ง ดำเนินกิจการอยู่ รวมทั้งในประเทศไทยที่มีจำนวนผู้ป่วยสะสมประมาณ 3,000 ราย ซึ่งฟาสต์ รีเทลลิ่ง จะบริจาคหน้ากากอนามัยจำนวน 500,000 ชิ้น ผ่านทางบริษัท ยูนิโคล่ ประเทศไทย ตั้งแต่เดือนพฤษภาคมนี้ เพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับโรงพยาบาลต่างๆ ทั่วประเทศ จำนวน 11 โรงพยาบาล
“ยูนิโคล่ ประเทศไทย...









