Strategic Move

คอนโดฯ “สร้างก่อนขาย” แบบ “แกรนด์ ยูนิตี้” ทำราคาได้ดีกว่า ตอบโจทย์ยุคคนซื้อมีทางเลือก

ภาวะวิกฤตทำให้เราได้เห็นโมเดลธุรกิจใหม่ๆ ในวงการอสังหาริมทรัพย์ “แกรนด์ ยูนิตี้” มีการปรับกลยุทธ์มาสร้างคอนโดฯ ไปครึ่งทางก่อนจะเปิดขาย ซึ่งทำให้ได้ราคาดีกว่าขายตั้งแต่ยังไม่ลงเสาเข็ม และ ‘ใช่กว่า’ สำหรับคนยุคนี้ที่ซื้อเพื่ออยู่เองมากกว่าเก็งกำไร ต้องการเห็นโครงการจริงก่อนตัดสินใจ

แกรนด์ ยูนิตี้
ภาวะวิกฤตทำให้เราได้เห็นโมเดลธุรกิจใหม่ๆ ในวงการอสังหาริมทรัพย์ “แกรนด์ ยูนิตี้” มีการปรับกลยุทธ์มาสร้างคอนโดฯ ไปครึ่งทางก่อนจะเปิดขาย ซึ่งทำให้ได้ราคาดีกว่าขายตั้งแต่ยังไม่ลงเสาเข็ม และ ‘ใช่กว่า’ สำหรับคนยุคนี้ที่ซื้อเพื่ออยู่เองมากกว่าเก็งกำไร ต้องการเห็นโครงการจริงก่อนตัดสินใจ

บริษัท แกรนด์ ยูนิตี้ ดิเวลล็อปเมนท์ จำกัด ผ่อนคันเร่งตามภาวะตลาดซบเซาช่วงโควิด-19 ก่อนจะกลับมาบุกอีกครั้งในปีนี้ พร้อมกับทิศทางธุรกิจที่ปรับใหม่ หมุนเลนส์โฟกัสให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

“ทัดดาว จิระสวัสดิ์” รักษาการกรรมการผู้จัดการ บริษัท แกรนด์ ยูนิตี้ ดิเวลล็อปเมนท์ จำกัด เปิดเผยภาพรวมการดำเนินงานรอบปีบัญชีที่ผ่านมา ช่วงต.ค. 2564 - ก.ย. 2565 บริษัทปิดยอดขายไปได้ 3,000 ล้านบาท และรับรู้รายได้ 3,700 ล้านบาท

สำหรับยอดขายนั้นตกเป้าไปเล็กน้อย เพราะช่วงปลายปี 2564 ตลาดยังค่อนข้างซบเซา กลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพิ่งจะมาคึกคักดีขึ้นชัดเจนตั้งแต่มกราคม 2565 นี้เอง

แกรนด์ ยูนิตี้

อนิล สาทร 12

โครงการในมือของแกรนด์ ยูนิตี้นั้นมีอยู่หลายแห่ง ส่วนใหญ่เป็นคอนโดมิเนียมในตลาดระดับจับต้องได้ง่ายจนถึงระดับกลาง แต่มีหนึ่งโครงการที่แกรนด์ ยูนิตี้มาพัฒนาในระดับซูเปอร์ลักชัวรีเป็นครั้งแรกคือ “อนิล สาทร 12” มูลค่าโครงการ 3,400 ล้านบาท ซึ่งตึกเพิ่งก่อสร้างเสร็จและเริ่มโอนกรรมสิทธิ์แล้ว

อนิล สาทร 12 ถือเป็นโครงการที่บริษัทชูเป็นเรือธงสร้างชื่อเสียง เพราะเป็นโครงการประเภทที่พักอาศัยแห่งแรกของอาเซียนที่ได้รางวัล WELL Multifamily Residential Certified ในระดับ Gold รางวัลนี้คือการการันตีวิธีการก่อสร้าง วัสดุ ฟังก์ชันใช้งาน ฯลฯ ที่จะ “ดีต่อสุขภาวะการอยู่อาศัยของมนุษย์” ตามมาตรฐาน WELL จากสหรัฐอเมริกา

S__66363474

อนิล สาทร 12 โครงการประเภทที่พักอาศัยแห่งแรกของอาเซียนที่ได้รางวัล WELL Multifamily Residential Certified ในระดับ Gold

ทัดดาวกล่าวว่า ปัจจุบัน อนิล สาทร 12 มียอดขายแล้ว 65% หรือคิดเป็นมูลค่า 2,300 ล้านบาท ยังคงมียูนิตเหลือขายราคาเริ่มต้น 11.9 ล้านบาท หรือเฉลี่ย 280,000 บาทต่อตร.ม. คาดว่าจะปิดการขายทั้งโครงการได้ต้นปี 2567

ไม่ต้องรีบ สร้างก่อนขายได้ราคาดีกว่า

สำหรับแผนงานปี 2566 ทัดดาวกล่าวว่าที่จะมีการเปิดตัวแน่นอนแล้วคือโครงการ “บลู สุขุมวิท 89” เป็นคอนโดฯ ตึกเตี้ย 8 ชั้นในซอย มูลค่าโครงการไม่เกิน 1,000 ล้านบาท

ไฮไลต์ของโครงการนี้คือจะใช้โมเดล “สร้างก่อนขาย” คือลงงานก่อสร้างตึกไปได้ครึ่งหนึ่งก่อนแล้วจึงเริ่มเปิดขาย ซึ่งข้อดีสำหรับลูกค้าคือจะได้โอนกรรมสิทธิ์เร็ว ระยะผ่อนดาวน์ไม่นาน

BLUE-phonyothin35-Resize

บลู พหลโยธิน 35 สร้างยอดขายแล้ว 50%

ส่วนข้อดีสำหรับผู้ประกอบการคือ สร้างมูลค่าได้มากกว่า เพราะปกติคอนโดฯ จะตั้งราคาต่ำสุดในช่วงเริ่มพรีเซลก่อนสร้าง และทยอยปรับขึ้นตามการก่อสร้าง เมื่อมาสร้างก่อนแล้วขายทีหลัง ทำให้ทุกห้องจะได้ราคาดีกว่า

รวมถึงยุคหลังผ่านวิกฤตโควิด-19 ผู้บริโภคที่เป็นกลุ่มซื้ออยู่เองหรือปล่อยเช่า ไม่ใช่เก็งกำไร เริ่มจะเห็น ‘new normal’ ของตลาดแล้วว่า ในเมื่อในตลาดมีสินค้าให้เลือกมากโดยเฉพาะที่สร้างเสร็จแล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องรีบแย่งซื้อตั้งแต่วันแรกๆ ก่อนที่คอนโดฯ จะลงเสาเข็ม แต่รอดูโครงการจริงช่วงใกล้เสร็จแล้วค่อยตัดสินใจก็ยังทัน

ไม่ใช่ใครก็ทำได้

ในตลาดคอนโดฯ นั้น Positioning พบว่ามีคอนโดฯ ที่ใช้วิธี “สร้างก่อนขาย” แบบนี้อยู่เป็นระยะๆ ด้วยเหตุผลความเหมาะสมต่างๆ กันไป แต่ที่เหมือนกันอย่างหนึ่งคือ ผู้ประกอบการที่จะทำแบบนี้ได้ต้อง “ทุนหนา” เพียงพอที่จะลงทุนการก่อสร้างเองได้โดยไม่ต้องพึ่งสินเชื่อธนาคารหรือพึ่งพาน้อย

BLUE-Sukhumvit-105

บลู สุขุมวิท 105 เปิดตัวเมื่อเดือน ก.ค. 65 ทำยอดขายไป 30%

เนื่องจากโครงการคอนโดฯ ทั่วไปที่ต้องใช้สินเชื่อธนาคาร จะได้รับเงินกู้เป็นงวดๆ ไปตามความสำเร็จของงาน และหนึ่งในงวดสำคัญที่ผู้ประกอบการจะเบิกเงินออกมาได้ คือการทำยอดขายพรีเซลให้ได้ถึงระดับที่แบงก์เชื่อมั่น เช่น เมื่อมียอดขายครบ 40%  จึงจะอนุมัติเงินสำหรับก่อสร้าง เราจึงอาจจะเคยเห็นบางโครงการที่มีที่ดินว่างเปล่าอยู่นาน แต่ไม่เริ่มการก่อสร้างเสียทีเพราะทำยอดขายไม่ได้ตามเป้าจนไม่ได้รับอนุมัติสินเชื่อ และต้องพับโครงการไปในที่สุด

ตัดภาพกลับมาที่ผู้ประกอบการที่มีทุน เช่น บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ หรือกรณี “แกรนด์ ยูนิตี้” เป็นอสังหาฯ ในเครือตระกูลสิริวัฒนภักดี จึงมีความพร้อมที่จะลงทุนเอง และพร้อมในแง่ความเชี่ยวชาญว่าโครงการที่ออกทุนไปก่อนนี้จะ ‘ขายได้’

ปีหน้าเน้นตลาด “แมส” เชื่อมั่นเศรษฐกิจไม่แย่ไปกว่านี้

แกรนด์ ยูนิตี้

เซียล่า เจริญนคร ยอดขาย 50%

รอบปีบัญชี ต.ค. 65 - ก.ย. 66 ทัดดาวกล่าวว่าบริษัทตั้งเป้ายอดขายไว้ 4,000 ล้านบาท และเป้ารับรู้รายได้ 3,600 ล้านบาท พร้อมงบจัดซื้อที่ดินกว่า 1,000 ล้านบาท

โครงการที่จะเน้นในการซื้อที่ดินจะเป็นกลุ่มตลาดแมส ไม่ว่าจะเป็นแบรนด์ “บลู” คอนโดฯ ตึกเตี้ยราคาเฉลี่ย 70,000-100,000 บาทต่อตร.ม., “เดนิม” คอนโดฯ ตึกสูง โครงการขนาดใหญ่ ราคาเฉลี่ย 90,000-100,000 บาทต่อตร.ม. หรือ “เซียล่า” คอนโดฯ ระดับกลาง ตึกสูงใกล้รถไฟฟ้า ราคาเฉลี่ย 90,000-120,000 บาทต่อตร.ม. (ย้อนอ่านการปรับจัดระเบียบแบรนด์ในแกรนด์ ยูนิตี้ ต่อที่นี่)

“ตลาดแมสอย่างไรก็ยังขายได้ มีดีมานด์อยู่ตลอด” ทัดดาวกล่าว “เราเชื่อว่าเศรษฐกิจจะไม่กระทบหนักไปกว่าที่เป็นวันนี้แล้ว และบ้านก็เป็นปัจจัยสี่ของมนุษย์ที่คนจำเป็นต้องมี”