วิกฤตพลังงาน – Positioning Magazine https://positioningmag.com Thailand's Leading Marketing Magazine Wed, 07 Sep 2022 11:58:56 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.6 167543101 “เยอรมนี” กลับลำ! ยังไม่ยกเลิก “โรงไฟฟ้านิวเคลียร์” เก็บเป็นแผนสำรองหลังรัสเซียลดส่งก๊าซ https://positioningmag.com/1399246 Wed, 07 Sep 2022 10:09:04 +0000 https://positioningmag.com/?p=1399246 “เยอรมนี” เปลี่ยนแผน “ไม่ยกเลิก” ใช้งาน “โรงไฟฟ้านิวเคลียร์” 2 แห่ง จากเดิมวางเป้าปิดตัวภายในสิ้นปี 2022 เพราะจำเป็นต้องเก็บไว้เป็นแผนสำรองหากเกิดวิกฤตก๊าซธรรมชาติ หลังจากรัสเซียลดการส่งก๊าซให้ยุโรป

เยอรมนีประกาศว่าจะเก็บโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไว้ก่อน เตรียมพร้อมเป็นแผนสำรองหากเกิดวิกฤตพลังงานขึ้น ถือเป็นการกลับลำเปลี่ยนนโยบายจากเดิมที่จะทยอยลดการใช้พลังงานนิวเคลียร์ไปจนหมดในช่วงสิ้นปี 2022

โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 2 แห่งนั้น แห่งหนึ่งตั้งอยู่ในบาเดิน เวิร์ทเทอมแบร์ก รัฐทางตะวันตกเฉียงใต้ และอีกแห่งหนึ่งตั้งอยู่ในรัฐบาวาเรียทางตะวันออกเฉียงใต้ จากนโยบายล่าสุด รัฐบาลจะเปลี่ยนมาเปิดทำการต่อไปจนถึงกลางเดือนเมษายน 2023

โรเบิร์ต ฮาเบค รัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจของเยอรมนี กล่าวว่า “ประเทศนี้มีความมั่นคงด้านซัพพลายพลังงานไฟฟ้าสูงมาก” แต่ก็กล่าวด้วยว่า “ปีนี้เป็นปีที่พิเศษสำหรับทั่วทั้งยุโรป”

“การที่รัสเซียเข้าโจมตียูเครนได้สร้างสถานการณ์กดดันต่อตลาดพลังงาน และเรากำลังทำทุกทางที่ทำได้เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาก๊าซขาดแคลน” ฮาเบคกล่าว

เยอรมนีนั้นพึ่งพิงก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียคิดเป็น 35% ของการนำเข้าเชื้อเพลิงทั้งหมดของประเทศ อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันเยอรมนีกำลังเผชิญแนวโน้มการขาดแคลนพลังงานในฤดูหนาว หากรัสเซียจะปิดท่อส่งก๊าซมายังเยอรมนี

“ไม่น่าจะเป็นไปได้ที่จะมีสถานการณ์วิกฤตหรือกรณีรุนแรงสุดขั้ว” ฮาเบคกล่าว “แต่ในฐานะรัฐมนตรีที่ต้องรับผิดชอบด้านความมั่นคงของซัพพลายพลังงาน ผมจะทำทุกอย่างที่จำเป็นเพื่อรับประกันความมั่นคงนั้นไว้”

ฮาเบคเสริมด้วยว่า เยอรมนีจะยังค่อยๆ ลดการใช้พลังงานนิวเคลียร์ต่อไป โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทั้งสองแห่งนั้นจะถูกใช้งานก็ต่อเมื่อจำเป็นเท่านั้น

กระแสการปิดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในเยอรมนีเกิดขึ้นขนานใหญ่ หลังจากเกิดกรณีหายนะโรงไฟฟ้าฟุกุชิมะที่ญี่ปุ่นเมื่อเดือนมีนาคม 2011 เป็นประเด็นที่ทำให้กระแสปิดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์จุดติดในประเทศ หลังจากกลุ่มต่อต้านพลังงานนิวเคลียร์เรียกร้องกันมาตั้งแต่ทศวรรษ 1970s แล้ว

อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดความไม่แน่นอนเรื่องวิกฤตพลังงาน แม้แต่พรรคกรีนซึ่งเป็นพรรคที่สนับสนุนการปิดโรงไฟฟ้านิวเคลียร์มาตั้งแต่ต้นก็ยังต้องคิดใหม่ โดยฮาเบคนั้นเป็นหนึ่งในสมาชิกพรรคกรีนด้วย

“เราต้องเตรียมตัวรับกรณีที่เลวร้ายที่สุด” ฮาเบคกล่าว “โรงไฟฟ้านั้นจะเปิดทำการก็ต่อเมื่อเราจำเป็นต้องมีพลังงานไฟฟ้าเพิ่มเท่านั้น”

Source

]]>
1399246
ไม่จ่ายด้วยรูเบิลไม่ขาย! “รัสเซีย” ตัดการส่ง “ก๊าซธรรมชาติ” ให้เนเธอร์แลนด์เป็นประเทศที่ 4 ในยุโรป https://positioningmag.com/1387213 Tue, 31 May 2022 09:41:31 +0000 https://positioningmag.com/?p=1387213 Gazprom ผู้ขาย “ก๊าซธรรมชาติ” รัสเซียระบุ งดส่งก๊าซให้ “เนเธอร์แลนด์” แล้ว หลังผู้นำเข้าฝั่งดัตช์ไม่ยอมจ่ายด้วยเงินรูเบิลตามคำสั่งรัฐบาลรัสเซีย โดยเป็นประเทศที่ 4 ของยุโรปที่รัสเซียตัดการส่งก๊าซ คาดว่าเป้าหมายต่อไปคือ “เดนมาร์ก”

บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานของรัสเซีย “Gazprom” ประกาศเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2022 ว่า บริษัทได้ระงับการส่งก๊าซธรรมชาติให้กับบริษัท GasTerra ผู้นำเข้าก๊าซของฝั่งเนเธอร์แลนด์เรียบร้อยแล้ว เนื่องจากบริษัทคู่ค้า “ผิดพลาดในการชำระเงินเป็นสกุลเงินรูเบิล”

ตามคำสั่งรัฐบาลรัสเซียภายใต้การนำของ วลาดิเมียร์ ปูติน เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2022 ปูตินออกคำสั่งให้การซื้อก๊าซธรรมชาติรัสเซียจะต้องชำระด้วยเงินรูเบิลเท่านั้น และในรายละเอียดการจ่ายเงินจะต้องเปิดบัญชีกับธนาคาร Gazprombank ในกรุงมอสโก พร้อมสำรองเงินด้วยสกุลเงินยูโรและรูเบิล

“GasTerra จะไม่ทำตามวิธีการชำระเงินที่ Gazprom เรียกร้อง” GasTerra กล่าวในแถลงการณ์ ทั้งนี้ บริษัทนี้มีรัฐบาลดัตช์ถือหุ้นอยู่บางส่วน และถือเป็นตัวแทนการค้าโดยรัฐ

“เหตุที่ไม่ทำตามเพราะเกรงว่าจะเป็นการละเมิดมติการคว่ำบาตรที่ EU กำหนด และเนื่องจากมีความเสี่ยงด้านการเงินและการปฏิบัติการที่มากเกินไป จากเส้นทางการชำระเงินที่คู่ค้ากำหนด” บริษัทระบุในแถลงดังกล่าว ซึ่งประกาศไปเมื่อวานนี้ “ในขณะนี้ การเปิดบัญชีในมอสโควตามกฎหมายรัสเซียและการปกครองของรัสเซียปัจจุบันจะสร้างความเสี่ยงมากเกินไป”

เมืองไอนด์โฮฟเวน ประเทศเนเธอร์แลนด์

รัฐบาลดัตช์ระบุว่าทางภาครัฐเข้าใจการตัดสินใจของ GasTerra ที่จะไม่ทำตามข้อกำหนดการชำระเงินด้วยเงินรูเบิลของ Gazprom

“การตัดสินใจนี้จะไม่ส่งผลต่อเนื่องต่อซัพพลายก๊าซที่จะส่งให้บ้านเรือนชาวดัตช์” Rob Jetten รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานและภูมิอากาศ กล่าวผ่านแพลตฟอร์ม Twitter ทั้งนี้ สำนักข่าว Reuters รายงานด้วยว่า เนเธอร์แลนด์พึ่งพิงก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 15% ของการใช้ก๊าซทั้งประเทศ

รัฐบาลเนเธอร์แลนด์ระบุว่าประเทศยังมีแหล่งสำรองก๊าซธรรมชาติเพียงพอในระยะสั้น ส่วนในระยะยาวมีแผนจะนำเข้าก๊าซจากประเทศอื่นๆ นอกจากรัสเซียเพิ่มขึ้น

 

“เดนมาร์ก” อาจเป็นรายต่อไป

ขณะเดียวกัน ประเทศเพื่อนบ้านอย่าง “เดนมาร์ก” ก็น่าจะทำตามเนเธอร์แลนด์ เนื่องจาก Orsted บริษัทพลังงานของเดนมาร์ก เริ่มออกมาเตือนแล้วว่า Gazprom น่าจะตัดซัพพลายส่งก๊าซเพราะบริษัทเองก็ปฏิเสธจ่ายเงินในสกุลเงินรูเบิลไปแล้ว

Copenhagen City, Denmark, Scandinavia. Beautiful summer day

“เราไม่มีข้อผูกมัดทางกฎหมายที่จะต้องทำตามที่คู่ค้ากำหนด และเราได้บอกกล่าวกับทาง Gazprom Export ไปหลายครั้งแล้วว่าเราจะไม่ทำ” Orsted กล่าวในแถลงการณ์เมื่อวานนี้

Orsted คาดว่าบริษัทจะสามารถซื้อก๊าซจากตลาดก๊าซของยุโรปได้ ทั้งนี้ ทั้งเนเธอร์แลนด์และเดนมาร์กเป็นประเทศที่สามารถผลิตก๊าซธรรมชาติของตัวเองได้ และรัฐบาลเดนมาร์กเองก็มองว่าประเทศจะไม่ได้รับผลกระทบจากการตัดการส่งก๊าซกะทันหันของรัสเซีย รวมถึงมีแผนฉุกเฉินสำหรับประเด็นนี้แล้ว

ก่อนจะมาถึงเนเธอร์แลนด์ Gazprom เริ่มตัดการส่งก๊าซให้กับประเทศในยุโรปมาแล้ว 3 ประเทศ คือ โปแลนด์ บัลแกเรีย และฟินแลนด์ เนื่องจากทั้งหมดปฏิเสธชำระเงินเป็นเงินรูเบิล

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่ทั้งยุโรปจะพร้อมใจกันไม่จ่ายเป็นเงินรูเบิลได้ในขณะนี้ เพราะผู้ซื้อรายใหญ่ เช่น Eni บริษัทของอิตาลี และ Uniper บริษัทของเยอรมนี ต่างก็ยอมตกลงเปิดบัญชี Gazprombank และจ่ายเงินตามข้อกำหนดที่รัสเซียต้องการไปแล้ว

Source

]]>
1387213
ยังไม่หายเคือง! ‘จีน’ เมินนำเข้าถ่านหินจาก ‘ออสเตรเลีย’ หันหา ‘รัสเซีย’ แทน https://positioningmag.com/1358992 Thu, 28 Oct 2021 07:17:58 +0000 https://positioningmag.com/?p=1358992 ในขณะที่จีนพยายามแก้ไขปัญหาการขาดแคลนพลังงาน ประเทศก็เดินหน้าเพิ่มการนำเข้าถ่านหิน โดยครั้งนี้หันไปหาถ่านหินจาก ‘รัสเซีย’ แทน โดยปริมาณเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า จากเดิมที่จีนเคยมี ‘ออสเตรเลีย’ เป็นคู่ค้ารายใหญ่สุด

ในเดือนกันยายนที่ผ่านมา ปัญหาวิกฤตพลังงานของจีนยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น จนส่งผลให้จำเป็นต้องตัดไฟโรงงานทั่วประเทศจีน โดยปัญหาด้านพลังงานดังกล่าวเกิดขึ้นเนื่องจากรัฐบาลพยายามที่จะสร้างสมดุลระหว่างความต้องการไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นกับการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน

อย่างไรก็ตาม จากปัญหาดังกล่าวทำให้การนำเข้าถ่านหินของจีนในเดือนกันยายนเพิ่มขึ้น 76% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา โดยคิดเป็น 32.9 ล้านตัน โดยข้อมูลศุลกากรแสดงให้เห็นว่า ถ่านหินส่วนใหญ่มาจากรัสเซียและอินโดนีเซีย ไม่ใช่ออสเตรเลีย จากที่ในปี 2019 จีนนำเข้าถ่านหินความร้อนประมาณ 38% ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตไฟฟ้าจากออสเตรเลีย

‘จีน’ ยืดเวลาขึ้นภาษี ‘ไวน์’ จากออสเตรเลีย 218% ไปอีก 5 ปี

ทั้งนี้ จีนนำเข้าถ่านหินความร้อนจากรัสเซียประมาณ 3.7 ล้านตันในเดือนกันยายน ตามข้อมูลศุลกากรที่เข้าถึงผ่าน Wind Information ซึ่งเพิ่มขึ้น 28% จากเดือนสิงหาคมและเพิ่มมากกว่า 230% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว โดยรวมแล้วการนำเข้าถ่านหินความร้อนของจีนจากรัสเซีย เพิ่มขึ้นเป็น 2-3 เท่านับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม เมื่อเทียบกับปี 2020 และถือว่าสูงกว่าระดับก่อนเกิดการระบาดของ COVID-19 ในปี 2019

ในส่วนของประเทศอินโดนีเซีย จีนนำเข้าถ่านหินเทอร์มอลเป็นจำนวน 3 ล้านตันเมื่อเดือนที่แล้ว เพิ่มขึ้น 19% จากเดือนสิงหาคม และเพิ่มขึ้น 89% จากเดือนกันยายน 2020 ข้อมูลศุลกากรเผย

อย่างไรก็ตาม ออสเตรเลียเคยเป็นแหล่งถ่านหินนำเข้าที่ใหญ่ที่สุดของจีน แต่ความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างทั้งสองประเทศเพิ่มขึ้นหลังจากออสเตรเลียสนับสนุนการสอบสวนว่ารัฐบาลจีนจัดการกับการระบาดใหญ่ของ COVID-19 ดังนั้น แม้ว่าจีนจะมีความต้องการถ่านหินเพิ่มขึ้น แต่ข้อมูลของหน่วยงานศุลกากรแสดงให้เห็นว่าการนำเข้าถ่านหินเทอร์มอลจากออสเตรเลียยังคงเป็น ศูนย์

ไม่ง้อ! ‘ออสเตรเลีย’ ได้ ‘อินเดีย’ ตลาดส่งออกใหม่หลังถูก ‘จีน’ กีดกัน

Source

]]>
1358992
วิกฤตพลังงานพ่นพิษ! ฉุด GDP ‘จีน’ ไตรมาส 3 โตไม่ถึง 5% https://positioningmag.com/1357234 Tue, 19 Oct 2021 05:49:14 +0000 https://positioningmag.com/?p=1357234 จากในตอนแรกที่ ‘จีน’ ประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับสองของโลก สามารถฟื้นตัวอย่างรวดเร็วจากการระบาดของโรค COVID-19 ในปีที่แล้ว โดยการเติบโตของ GDP พุ่งกลับคืนสู่ระดับก่อนเกิดโรคระบาด แต่แม้จะรับมือกับการระบาดได้ดี แต่ตอนนี้ต้องเจอกับวิกฤต ‘พลังงาน’ เป็นตัวแปรใหม่เข้ามาอีก

นักวิเคราะห์ 12 คนสำรวจโดย AFP คาดการณ์ว่า การเติบโตของจีนจะอยู่ที่ 4.9% เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งถือว่าชะลอตัวลงอย่างมากจาก 7.9% ในช่วงไตรมาสที่สอง โดยเหล่านักวิเคราะห์ได้ปรับประมาณการการเติบโตทั้งปีเป็น 8.1% จากที่คาดการณ์ไว้ว่าจะเติบโตได้ 8.5%

นักวิเคราะห์กล่าวว่า การเติบโตของจีนที่ชะลอตัวส่วนใหญ่เกิดจากมาตรการ ‘จัดการโควิดให้เป็นศูนย์’ หรือ ‘zero-tolerance COVID’ โดยรัฐบาลทั้งปิดพรมแดน มีการจำกัดการเดินทาง รวมถึงการเข้าประเทศของชาวต่างชาติ บวกกับนโยบายที่เข้มงวดในปีนี้

โดยเฉพาะในภาคอสังหาริมทรัพย์และารขับเคลื่อนเพื่อลดการปล่อยมลพิษ รวมถึงมีเรื่องของวิกฤตพลังงานเข้ามาอีก โดยในภาคอสังหาริมทรัพย์มีการเติบโตที่ชะลอตัวด้วยกฎระเบียบและนโยบายสินเชื่อที่เข้มงวดสำหรับนักพัฒนา เนื่องจากกรณีของบริษัท Evergrande ที่สร้างปัญหาหนี้สินกว่า 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ ทำให้ภาคอสังหาริมทรัพย์ในจีนได้รับแรงกดดันจากความเสี่ยงด้านการชำระหนี้ไปด้วย

Christina Zhu จาก Moody’s Analytics กล่าวว่า การลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์และราคาบ้านที่ชะลอตัวอาจส่งผลกระทบต่อการเติบโต เนื่องจากการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์มีส่วนสำคัญในการลงทุนในสินทรัพย์ถาวร ซึ่งเธอกล่าวว่ามีสัดส่วนมากกว่า 40% ของ GDP ทั้งหมด

“ความเสี่ยงหลักสองประการในช่วงที่เหลือของปีคือ ปัญหาหนี้ในตลาดอสังหาริมทรัพย์ และการขาดแคลนพลังงาน”

ด้านปัญหาวิกฤตพลังงานของจีนในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมาพร้อมกับปัญหาต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น บวกกับการที่รัฐบาลพยายามผลักดันนโยบายการลดปล่อยคาร์บอน ส่งผลให้กิจกรรมการขุดและการผลิตเหมืองถ่านหินลดลง โดยการหยุดชะงักดังกล่าวไม่เพียงแต่สร้างแรงกดดันต่อตลาดแรงงานในประเทศและการบริโภคเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบอย่างมากต่อการค้าและราคาทั่วโลก

โดยนักเศรษฐศาสตร์ของ UBS เชื่อว่ารัฐบาลจีนจะปรับนโยบายเพิ่มเติมเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาด้านพลังงานที่รุนแรง โดยได้แนะนำแนวทางในการเพิ่มการผลิตและนำเข้าถ่านหินแล้ว ในขณะเดียวกัน รัฐบาลกำลังพยายามปรับเทียบเศรษฐกิจให้เป็นเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนโดยผู้บริโภค หลีกเลี่ยงการลงทุนและการส่งออก

ยีน หม่า หัวหน้าฝ่ายวิจัยของจีนที่สถาบันการเงินระหว่างประเทศ กล่าวว่า แม้อุปสงค์จากต่างประเทศยังคงแข็งแกร่ง แต่ปัจจัยต่าง ๆ เช่น สภาพอากาศและการระบาดของไวรัส นอกเหนือไปจากปัญหาการขาดแคลนพลังงานและตลาดที่อยู่อาศัยล้วนส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของจีน

“เพราะทั้งปัญหาน้ำท่วมเหมืองถ่านหิน สภาพอากาศที่ทำลายพืชผล และการล็อกดาวน์หลายครั้ง ทำให้การฟื้นตัวอย่างน่าทึ่งของจีนหลังเกิด COVID-19 จะหมดลงในฤดูร้อนปีนี้”

Source

]]>
1357234
ตามจีนไปอีกราย! ‘อินเดีย’ กำลังเจอ ‘วิกฤตพลังงาน’ หลังปริมาณ ‘ถ่านหิน’ เริ่มไม่พอผลิตไฟฟ้า https://positioningmag.com/1356373 Wed, 13 Oct 2021 02:10:46 +0000 https://positioningmag.com/?p=1356373 ช่วงเดือนที่ผ่านมา จะมีข่าวว่า ‘จีน’ กำลังเจอกับวิกฤตพลังงาน ซึ่งยิ่งส่งผลต่อซัพพลายเชนทั่วโลก แต่ดูเหมือนจะไม่ได้มีแค่จีน เพราะ ‘อินเดีย’ อีกประเทศยักษ์ใหญ่ของเอเชียก็กำลังเผชิญกับวิกฤตด้านพลังงานเช่นกัน และหากปัญหายืดเยื้อ ซัพพลายเชนทั่วโลกจะยิ่งได้รับผลกระทบ

โรงไฟฟ้าในอินเดียใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงหลัง คิดเป็นประมาณ 70% ของการผลิต แต่ปริมาณถ่านหินที่อยู่ในคลังกลับมีระดับต่ำอย่างยิ่ง ซึ่งถือเป็นช่วงเวลาที่เศรษฐกิจกำลังฟื้นตัว ซึ่งยิ่งกระตุ้นความต้องการใช้ไฟฟ้า โดยข้อมูลของรัฐบาลแสดงให้เห็นว่า ณ วันที่ 6 ต.ค. 80% ของโรงไฟฟ้าถ่านหิน 135 แห่งของอินเดียมีปริมาณถ่านหินเหลือใช้น้อยกว่า 8 วัน และมากกว่าครึ่งเหลือถ่านหินใช้งานได้ไม่เกินสองวัน เมื่อเปรียบเทียบกับช่วง 4 ปีที่ผ่านมา ปริมาณถ่านหินเฉลี่ยที่โรงไฟฟ้ามีอยู่นั้นจะสามารถใช้งานได้ 18 วัน

“เราควรเห็นระดับสต็อกจะสูงถึง 8 ถึง 10 วันอีกครั้งในเดือนธันวาคม แต่ชัดเจนว่าจะไม่ขึ้นไปถึงระดับ 18 วัน ดังนั้น จำเป็นต้องมีการตรวจสอบอย่างใกล้ชิดในอีกหกเดือนข้างหน้า” Hetal Gandhi ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยของบริษัทจัดอันดับ CRISIL ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ S&P Global กล่าว

อินเดียถือเป็นผู้นำเข้าถ่านหินรายใหญ่อันดับสามของโลก แม้ว่าจะมีถ่านหินสำรองจำนวนมากก็ตาม อย่างไรก็ตาม เมื่อราคาถ่านหินในต่างประเทศที่พุ่งสูงขึ้น ประกอบกับปัญหาด้านโลจิสติกส์ ทำให้การนำเข้าลดลงอย่างมากในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา โดยในช่วงเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม การนำเข้าลดลง 45% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

นอกจากนี้ ถ่านหินในประเทศก็เจอปัญหาฝนที่ตกหนักในฤดูมรสุมได้ส่งผลกระทบต่อการส่งถ่านหินไปยังโรงไฟฟ้า ในขณะที่ภาคส่วนที่นอกเหนือจากพลังงานก็มีความต้องการใช้งานถ่านหินเพิ่มมากขึ้น เช่น อุตสาหกรรมอะลูมิเนียม, เหล็ก, ปูนซีเมนต์ และกระดาษ ที่ต้องใช้การเผาไหม้ในปริมาณมาก ทำให้ความต้องการมีมากกว่าปริมาณถ่านหิน

“ถ่านหินในประเทศของอินเดียมีค่าความร้อนที่ต่ำกว่า ซึ่งหมายความว่าจำเป็นต้องนำเข้าถ่านหินมากขึ้น”

อินเดียกำลังจะมีงานเทศกาลซึ่งจะเริ่มต้นในเดือนนี้ ทำให้การบริโภคมีแนวโน้มที่จะถึงจุดสูงสุด ความต้องการพลังงานอาจเพิ่มขึ้นอีก และสถานการณ์อาจเลวร้ายลง อาจส่งผลต่อการส่งออกของอินเดีย

Source

]]>
1356373
จับตาปัญหา ‘พลังงานขาดแคลน’ ครั้งใหญ่ของ ‘จีน’ ที่ส่อแววสร้างปัญหาซัพพลายเชนทั่วโลก https://positioningmag.com/1340064 Thu, 01 Jul 2021 07:18:26 +0000 https://positioningmag.com/?p=1340064 ประเทศจีนกำลังเผชิญกับวิกฤตด้านพลังงานครั้งใหญ่ เนื่องจากสภาพอากาศเลวร้าย ความต้องการพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น และการจำกัดการใช้ถ่านหินที่เข้มงวด ส่งผลให้โครงข่ายไฟฟ้าของประเทศได้รับผลกระทบถึงสามเท่า มันเป็นปัญหาที่อาจกระทบไปถึงการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ รวมถึงผลกระทบต่อการค้าโลก

ปัญหาดังกล่าวนับเป็นปัญหาการขาดแคลนพลังงานที่เลวร้ายที่สุดในจีนนับตั้งแต่ปี 2554 เมื่อภัยแล้งและราคาถ่านหินที่พุ่งสูงขึ้น ทำให้ 17 จังหวัดหรือภูมิภาคต่าง ๆ ต้องควบคุมการใช้ไฟฟ้า โรงไฟฟ้าไม่เต็มใจที่จะผลิตกระแสไฟฟ้าจำนวนมากเมื่อถ่านหินที่เผามีราคาแพง ขณะที่ปักกิ่งควบคุมต้นทุนพลังงาน ดังนั้นผู้ผลิตจึงไม่สามารถขึ้นราคาได้ง่าย ๆ

สาเหตุหนึ่งที่ราคาถ่านหินพุ่งขึ้นมาจาก ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ต้องการให้จีนปล่อยก๊าซคาร์บอนเป็นศูนย์ภายในปี 2060 ซึ่งถือเป็นเป้าหมายที่ทะเยอทะยานสำหรับประเทศที่ใช้ถ่านหินรายใหญ่ที่สุดของโลก ทำให้เหมืองถ่านหินของประเทศผลิตน้อย ลงส่งผลให้ราคาสูงขึ้น เหยา เป่ย หัวหน้านักยุทธศาสตร์ของบริษัทโบรกเกอร์ Soochow Securities ของจีนกล่าว

มณฑลเกือบ 12 มณฑลในจีนกำลังเผชิญกับวิกฤตด้านพลังงานในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา อาทิ มณฑลกวางตุ้ง ซึ่งเป็นศูนย์กลางการผลิตที่มีมูลค่าถึง 1.7 ล้านล้านดอลลาร์ หรือคิดเป็นมากกว่า 10% ของผลผลิตทางเศรษฐกิจประจำปีของจีนกำลังเจอปัญหาด้านพลังงานทำให้ บริษัทต่าง ๆ ในมณฑลต้องปิดตัวลง 2-3 วัน/สัปดาห์ เพื่อแบ่งสันปันส่วนในการใช้พลังงาน ซึ่งหน่วยงานท้องถิ่นคาดการณ์ว่าสถานการณ์ดังกล่าวอาจคงอยู่ยาวจนถึงสิ้นปี

จีนกระทบเท่ากับโลกกระทบ

การขาดแคลนนั้นอาจส่งผลต่อการฟื้นตัวของจีน และอาจเป็นการเพิ่มปัญหาให้กับซัพพลายเชนทั่วโลกที่กำลังเจอกับวิกฤตนับตั้งแต่การระบาดเริ่มดีขึ้น โดย Yan Qin หัวหน้านักวิเคราะห์คาร์บอนของ Refinitiv กล่าวว่า “การปันส่วนพลังงานจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

การขาดแคลนไฟฟ้าสามารถลดการผลิตในแทบทุกภาคส่วนของเศรษฐกิจ รวมถึงอุตสาหกรรมการก่อสร้างและการผลิตที่สำคัญ สำนักงานสถิติแห่งชาติระบุว่า ในปีที่แล้วธุรกิจดังกล่าวใช้ไฟฟ้าเกือบ 70% และเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของการฟื้นตัว ในปี 2564

Chengde New Material ซึ่งมีฐานอยู่ในกวางตุ้ง ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ผลิตเหล็กกล้าไร้สนิมรายใหญ่ที่สุดของประเทศ บอกกับลูกค้าเมื่อปลายเดือนที่แล้วว่าทางบริษัทจะ ปิดการดำเนินงานเป็นเวลา 2 วันต่อสัปดาห์ จนกว่าจะไม่มีการปันส่วนพลังงานอีกต่อไป บริษัทคาดว่าปริมาณการผลิตจะลดลง -20% หรือมากถึง 10,000 ตัน ต่อเดือน

“บริษัทสมาชิกของหอการค้ามากถึง 80 แห่งในจีนอาจได้รับผลกระทบจากคำสั่งของรัฐบาลให้ระงับการดำเนินงานเป็นเวลาสองสามวันต่อสัปดาห์ บริษัทบางแห่งถึงกับเริ่มเช่าเครื่องปั่นไฟดีเซลราคาแพงเพื่อให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้” Klaus Zenkel ประธานหอการค้าสหภาพยุโรปในจีนตอนใต้กล่าว

การลดกำลังการผลิตทั่วประเทศจีนยังเสี่ยงต่อการเพิ่มปัญหาให้กับซัพพลายเชนทั่วโลกที่ตึงตัวอยู่แล้ว เพราะแค่กวางตุ้งเพียงแห่งเดียวคือศูนย์กลางการผลิตซึ่งคิดเป็น 1 ใน 4 ของการค้าทั้งหมดของจีน ตั้งแต่ เสื้อผ้า ของเล่น และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

“ปัญหาการขาดแคลนไฟฟ้า อาจยิ่งทำให้การขนส่งทั่วโลกเกิดความล่าช้า” Henning Gloystein ผู้อำนวยการฝ่ายพลังงาน สภาพภูมิอากาศ และทรัพยากรของ Eurasia Group กล่าว

ไม่ใช่แค่ปัญหาด้านพลังงาน เพราะมณฑลกวางตุ้ง กำลังเผชิญกับการระบาดของ COVID-19 ระลอกใหม่ ซึ่งกำลังเป็นปัญหาด้านการขนส่งอยู่ในปัจจุบัน การจัดส่งที่ค้างอยู่อาจใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะเคลียร์ และนำไปสู่การขาดแคลนสินค้าเทศกาลช้อปปิ้งช่วงวันหยุดสิ้นปี

ลดใช้ถ่านหินแต่พลังงานหมุนเวียนไม่พอ

Lauri Myllyvirta หัวหน้านักวิเคราะห์ของศูนย์วิจัยพลังงานและอากาศบริสุทธิ์ กล่าวว่า ถ่านหินยังคงมีส่วนร่วมถึง 60% ของการใช้พลังงานของประเทศ แต่รัฐบาลระวังว่าตัวเลขดังกล่าวจะพุ่งสูงขึ้น และได้พยายามลดการใช้ถ่านหิน เพื่อเป้าหมายลดการปล่อยคาร์บอนให้เป็นศูนย์ภายในปี 2060 อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดในการใช้ถ่านหินนั้นอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องการใช้พลังงานเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ ขณะที่ประเทศกำลังเผชิญกับปัญหาด้านสภาพอากาศ นั่นทำให้เกิดความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นระหว่างอุปสงค์และอุปทาน

อากาศร้อนจัดในบางพื้นที่ทำให้ความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น เนื่องจากผู้คนใช้เครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็นมากขึ้น ในขณะเดียวกันมีความตึงเครียดอย่างมากในการผลิตพลังงานแหล่งพลังงานหมุนเวียน เช่น ไฟฟ้าพลังน้ำ ที่จีนกำลังประสบปัญหาภัยแล้ง

Gloystein ของ Eurasia Group กล่าวว่า การนำเข้าถ่านหินมีราคาแพงมาก ซึ่งราคาได้เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวในปีที่แล้ว นอกจากความตึงเครียดทางการค้ากับออสเตรเลียที่ปี 2019 มีส่วนสำคัญในการนำเข้าถ่านหินของจีนเกือบ 60% แต่เมื่อปีที่แล้ว ออสเตรเลียได้เรียกร้องให้มีการสอบสวนเกี่ยวกับต้นกำเนิดของ COVID-19 ในจีน ทำให้จีนหันไปนำเข้าถ่านหินจากอินโดนีเซียและแอฟริกาใต้เพิ่มขึ้นเพื่อชดเชยการขาดดุล แต่นั่นก็ไม่ได้เติมเต็มช่องว่าง

“สิ่งนี้ทำให้สาธารณูปโภคบางอย่างของจีนขาดแคลนเชื้อเพลิงสำหรับโรงไฟฟ้า และคงเป็นเรื่องยากที่จะได้รับอุปทานเพิ่มเติมในเวลาอันสั้นจากประเทศต่าง ๆ เช่น อินโดนีเซีย”

ปัญหาการขาดแคลนไฟฟ้ามีแนวโน้มที่จะดำเนินต่อไปอย่างน้อยในหลายเดือนข้างหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อความต้องการยังคงสูงในช่วงฤดูร้อน Qin จาก Refinitiv กล่าวว่า ยังมีความเสี่ยงที่สำคัญที่ภาคใต้และภาคกลางของจีนที่จะต้องแบ่งปันส่วนพลังงานต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากสภาพอากาศร้อนกว่าปกติ

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลก็มีทางเลือกอื่น เช่น กลับลำมานำเข้าถ่านหินของออสเตรเลีย แม้ว่านั่นจะทำให้ ปักกิ่งดูค่อนข้างอ่อนแอ

ท้ายที่สุด ทางการอาจต้องคิดที่จะปรับเป้าหมายด้านสภาพอากาศลงบางส่วน เพราะปัญหาที่จีนต้องเผชิญคือ จะตอบสนองความต้องการด้านไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ต้องการลดการปล่อยคาร์บอนได้อย่างไร เพราะในขณะที่จีนกำลังพัฒนาแหล่งพลังงานหมุนเวียนจำนวนมาก แต่แหล่งเหล่านั้นก็ยังไม่เสถียรเท่ากับแหล่งที่ใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล

Source

]]>
1340064