Baidu – Positioning Magazine https://positioningmag.com Thailand's Leading Marketing Magazine Wed, 18 Oct 2023 03:50:31 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.6 167543101 Baidu เปิดตัว ERNIE 4.0 แชทบอท AI ตัวใหม่ ชูความสามารถสูสีกับ GPT-4 ของ OpenAI https://positioningmag.com/1448257 Tue, 17 Oct 2023 15:39:59 +0000 https://positioningmag.com/?p=1448257 Baidu บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของจีนอีกราย ได้ประกาศเปิดตัว ERNIE 4.0 แชทบอทที่ใช้เทคโนโลยี AI โดยบริษัทได้เปรียบเทียบความสามารถของระบบดังกล่าวว่าสูสีกับ ChatGPT ซึ่งเทคโนโลยีดังกล่าวล่าสุดสามารถแก้ปัญหาคณิตศาสตร์ที่ซับซ้อน หรือแม้แต่สร้างโครงเรื่องสำหรับนวนิยายศิลปะการต่อสู้ตั้งแต่เริ่มต้นได้

Robin Li ซึ่งเป็น CEO และผู้ก่อตั้งของ Baidu ได้เปิดตัวเทคโนโลยีแชทบอท AI ใหม่ ในงาน Baidu World 2023 ว่า ERNIE 4.0 แชทบอทตัวใหม่นั้นไม่ได้ด้อยกว่า GPT-4 ซึ่งเป็นเทคโนโลยีของ OpenAI ในทุกด้าน โดยแชทบอทตัวใหม่นี้ได้รับการอัปเกรดอย่างเต็มรูปแบบในด้านความเข้าใจ การสร้างสิ่งต่างๆ เหตุผล และความจำ

นอกจากนี้ CEO ของ Baidu ยังกล่าวเสริมว่า ในอดีต คนมักจะพูดว่าแชทบอทยังฉลาดไม่พอ แต่ในวันนี้มันสามารถที่จะเข้าใจเกือบทุกอย่างที่คุณพูด และในหลายกรณีมันเข้าใจสิ่งที่คุณพูดได้ดีกว่าเพื่อนหรือเพื่อนร่วมงานของคุณด้วยซ้ำ

แชทบอท AI ของ Baidu ตัวใหม่นี้สามารถสร้างโฆษณาสำหรับรถยนต์ได้ภายในไม่กี่นาที แก้ปัญหาคณิตศาสตร์ที่ซับซ้อน และสร้างโครงเรื่องสำหรับนวนิยายศิลปะการต่อสู้ตั้งแต่เริ่มต้น อย่างไรก็ดีแชทบอทดังกล่าวทำงานเป็นภาษาจีนซึ่งเป็นภาษาหลัก แต่ก็สามารถจัดการกับคำถามและสร้างคำตอบเป็นภาษาอังกฤษได้

ก่อนหน้านี้ในบริษัทได้มีข่าวถึงการสร้าง ERNIE ในช่วงเดือนมกราคม ก่อนที่จะประกาศเปิดตัวต่อสาธารณะชนอย่างเป็นทางการในเดือนสิงหาคม โดยแชทบอทดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างรวดเร็ว โดยมีผู้ใช้งานมากกว่า 45 ล้านคน

สำหรับแชทบอท ERNIE 4.0 บริษัทยังไม่ได้กล่าวว่าจะเปิดให้ใช้งานอย่างเป็นทางการในช่วงใด แต่ในงาน Baidu World ทางหัวเรือใหญ่ของ Baidu ได้เชิญผู้ใช้งานบางส่วนให้เข้ามาร่วมทดสอบได้

Charlie Dai รองประธานและผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยด้านเทคโนโลยีของ Forrester ได้กล่าวกับ CNN ว่า Baidu เป็นบริษัทเทคโนโลยีรายแรกมในประเทศจีน ที่อ้างว่าแชทบอทที่ใช้เทคโนโลยี AI สามารถทำงานได้ดีเท่ากับ GPT-4 ซึ่งเป็นเทคโนโลยีของ OpenAI

อย่างไรก็ดี Charlie ได้กล่าวว่า ประสิทธิภาพของ ERNIE นั้นยังต้องการหลักฐานการเปรียบเทียบเพิ่มเติมกับแชทบอทของ OpenAI เพื่อพิสูจน์ว่าแชทบอทดังกล่าวทำงานได้ดีเท่ากันจริงๆ แต่เขาก็ยังมองโลกในแง่ดีว่านี่คือช่วงเวลาของเทคโนโลยีของ AI จากฝั่งประเทศจีน ซึ่งถือว่าเป็นเทคโนโลยีดังกล่าวนั้นเป็นเรื่องที่ต้องลงทุนในระยะยาว

ข้อมูลล่าสุดจากบทวิเคราะห์ของ CLSA จีนมีเทคโนโลยี AI ที่ใช้โมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) อย่างน้อย 130 โมเดล ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 40% ของทั้งหมดทั่วโลก ตามหลังสหรัฐอเมริกาที่ครองส่วนแบ่งมากถึง 50% อยู่ในขณะนี้ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการแข่งขันของเทคโนโลยีดังกล่าวของ 2 มหาอำนาจในขณะนี้

ที่มา – CNN, Reuters

]]>
1448257
Geely เตรียมนำแชทบอท AI ของ Baidu ใส่ในรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อตอบโต้กับคนขับได้ดีขึ้น https://positioningmag.com/1420262 Wed, 22 Feb 2023 05:15:33 +0000 https://positioningmag.com/?p=1420262 จีลี่ (Geely) ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของจีน ได้จับมือกับ Baidu เตรียมนำแชทบอท AI มาใส่ในรถยนต์ไฟฟ้าในรุ่นราคากลางค่อนสูง โดยบริษัทให้เหตุผลถึงการตอบสนองระหว่างรถยนต์กับผู้ใช้งาน และสร้างประสบการณ์ในการเดินทางจะดีมากขึ้นไปอีก

สื่อจีนอย่าง Securities Times ได้รายงานข่าวว่าผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของจีนอย่าง Geely เตรียมนำระบบแชทบอท AI ของยักษ์ใหญ่ไอทีจีนอย่าง Baidu มาใส่ในรถยนต์ไฟฟ้าของบริษัท ซึ่งตัวแชทบอทดังกล่าวนี้คล้ายคลึงกับ ChatGPT ที่สร้างชื่อเสียงอยู่ในตอนนี้

การที่ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่จากจีนได้นำแชทบอท AI มาใส่ในรถยนต์นั้นเนื่องจากต้องการให้ตัวของรถยนต์มีการตอบสนองกับผู้ใช้งานได้ดีมากขึ้น และทำให้ประสบการณ์ในการเดินทางดีมากยิ่งขึ้น

โดยรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกที่ Geely จะนำแชทบอท AI เข้ามาใส่ก็คือรุ่น Galaxy L7 ซึ่งบริษัทจะมีการเปิดตัวในภายหลัง นอกจากนี้บริษัทยังเตรียมนำระบบแชทบอท AI มาใช้ในรถยนต์ไฟฟ้าในรุ่นที่มีราคากลางค่อนสูงขึ้นไป

สำหรับ AI ของ Baidu เตรียมที่จะเปิดตัวในเดือนมีนาคม หลังจากบริษัทกำลังทดลองแชทบอทดังกล่าวเป็นการภายใน และจะนำระบบดังกล่าวเข้ามาผนวกกับระบบค้นหาเว็บไซต์ของบริษัทในภายหลังด้วย ซึ่งความเคลื่อนไหวดังกล่าวตามมาจาก ChatGPT ของ OpenAI ที่สร้างความฮือฮาในการตอบคำถามยากๆ ได้

ไม่ใช่แค่ Geely เท่านั้นที่นำแชทบอทดังกล่าวมาใช้ในรถยนต์ไฟฟ้า แล้วยังมีบริษัทรถยนต์ในจีนหลายรายที่เตรียมจะทำแชทบอท AI ของ Baidu มาใส่ภายในรถยนต์ไฟฟ้าด้วย ไม่ว่าจะเป็น Great Wall Auto หรือแม้แต่ Dongfeng Nissan เป็นต้น

]]>
1420262
เอากับเขาบ้าง Baidu เตรียมเปิดตัวแชทบอทระบบ AI คล้ายกับ ChatGPT ในเดือนมีนาคม https://positioningmag.com/1417227 Mon, 30 Jan 2023 09:00:41 +0000 https://positioningmag.com/?p=1417227 ไป่ตู้ (Baidu) บริษัทเทคโนโลยีของจีน เตรียมเปิดตัวแชทบอทระบบ AI คล้ายกับ ChatGPT ที่ได้สร้างความฮือฮาให้กับโลกไอทีในช่วงที่ผ่านมา โดยคาดว่าจะเปิดตัวได้ในเดือนมีนาคมนี้ นอกจากนี้บริษัทยังเตรียมนำเทคโนโลยีดังกล่าวมารวมกับระบบค้นหาผ่านเว็บไซต์ด้วย

สำนักข่าว Reuters รายงานข่าวโดยอ้างอิงแหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องว่า Baidu หนึ่งในบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของจีนเตรียมที่จะเปิดตัวแชทบอทระบบ AI คล้ายกับ ChatGPT ในช่วงเดือนมีนาคม ซึ่งระบบแชทบอทดังกล่าวได้สร้างความฮือฮาถึงความสามารถในการตอบปัญหาหลากหลายชนิด

โดยการเปิดตัวแชทบอทดังกล่าวบริษัทเตรียมที่จะเปิดตัวเป็นแอปพลิเคชันแยกออกมา

ในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา Baidu ได้เปิดตัวระบบ AI ที่ทดลองเป็น Creators ในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคนเขียนบท คนวาดภาพประกอบ บรรณาธิการ รวมถึงแอนิเมเตอร์ ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาบริษัทจีนรายดังกล่าวนี้ได้โฟกัสธุรกิจไปในเรื่องของระบบ AI รวมถึง Machine Learning อย่างหนัก เพื่อที่จะหารายได้ใหม่ๆ ในอนาคต

เป้าหมายของ Baidu คือการพัฒนาระบบ AI ให้กับลูกค้าเพื่อเป้าหมายทางธุรกิจ นอกจากนี้ยังมีบริการ Baidu AI Cloud ให้บริการกับลูกค้าในช่วงที่ผ่านมา

สำหรับ ChatGPT ของ OpenAI นั้นทำงานโดยการเรียนรู้จากข้อมูลจำนวนมหาศาลถึงวิธีการตอบคำถามของผู้ใช้ในลักษณะที่เหมือนมนุษย์ และยังนำเสนอข้อมูลเช่นเครื่องมือค้นหา รวมถึงความสามารถอันหลากหลาย เช่น การเขียนบทความให้เหมือนกับกวีได้

ล่าสุดทาง Microsoft ได้ประกาศที่จะลงทุนใน OpenAI เจ้าของ ChatGPT ด้วยเงินมากถึง 10,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และยักษ์ใหญ่ไอทีรายนี้มองถึงการเปลี่ยนผ่านของระบบ AI ที่จะเข้ามาในชีวิตประจำวันมากขึ้น

นอกจากนี้ทาง Baidu ยังเตรียมนำระบบดังกล่าวรวมระบบดังกล่าวเข้ากับระบบค้นหาในเว็บไซต์ด้วย และจะมีคำตอบให้กับผู้ใช้งานได้ทันที ไม่ใช่แค่มีผลลัพธ์จากการค้นหา

]]>
1417227
ลือหึ่ง! Baidu เตรียมขายหุ้นทั้งหมดใน iQIYI สตรีมมิ่งรายใหญ่อันดับ 2 ของจีน https://positioningmag.com/1388822 Wed, 15 Jun 2022 10:28:27 +0000 https://positioningmag.com/?p=1388822 ยักษ์ใหญ่เสิร์ชเอ็นจิ้นของจีน “Baidu” (ไป่ตู้) เตรียมขายหุ้นทั้งหมดใน iQIYI (อ้ายฉีอี้) สตรีมมิ่งแพลตฟอร์มอันดับ 2 ในแดนมังกร เนื่องจากต้องการมุ่งเน้นธุรกิจหลัก เช่น AI, ยานยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ ให้มากขึ้น คาดว่าผู้สนใจซื้อจะเป็นบริษัทไพรเวทอิควิตี้ PAG และบริษัทยักษ์โทรคมนาคม China Mobile

แหล่งข่าววงในให้สัมภาษณ์กับ Reuters ว่า บริษัท Baidu กำลังเจรจาขายหุ้นทั้งหมดที่มีใน iQIYI โดยปัจจุบัน Baidu ถือหุ้น 53% ใน iQIYI และมีสิทธิออกเสียงในกลุ่มผู้ถือหุ้นถึง 90%

ระหว่างที่ประเทศจีนต้องล็อกดาวน์เพราะ COVID-19 ตลาดสตรีมมิ่งและวิดีโอออนไลน์กลายเป็นธุรกิจที่เบ่งบานอย่างมาก โดยบริษัทที่ปรึกษา Zhiyan คาดการณ์ว่ารายได้ในตลาดสตรีมมิ่งจีนจะก้าวขึ้นไปแตะ 1.63 แสนล้านหยวน (ประมาณ 8.5 แสนล้านบาท) ในปี 2022 นี้ หรือเท่ากับโตขึ้น 17% จากปีก่อน

ด้าน iQIYI นั้นเป็นสตรีมมิ่งเบอร์ 2 ของจีน รองจาก Tencent Video ของค่าย Tencent Holdings บริษัท iQIYI จดทะเบียนอยู่ใน Nasdaq ปัจจุบันมีมูลค่าตลาดที่ 4,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 1.4 แสนล้านบาท) แต่การขายหุ้นของ Baidu ที่คาดว่าจะตั้งราคาขาย 8.13 เหรียญต่อหุ้น จะทำให้บริษัทถูกตีมูลค่าเพิ่มขึ้นไปแตะ 7,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 2.45 แสนล้านบาท)

Apollo Park ศูนย์การพัฒนารถยนต์ไร้คนขับในเขตอี้จวง ชานเมืองปักกิ่ง

แหล่งข่าววงในสองรายกล่าวว่า บริษัท Baidu นั้นต้องการจะขายหุ้น iQIYI ออกจากพอร์ตบริษัท เพราะต้องการมุ่งเน้นกับธุรกิจหลักให้มากขึ้น ได้แก่ ปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ แผนกยานยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ ซึ่งเป็นธุรกิจที่ต้องใช้เงินลงทุนสูงมากทั้งคู่

การเปิดขายหุ้น iQIYI ได้รับความสนใจจากหลายบริษัทมาก ตั้งแต่บริษัทด้านการเงินจนถึงบริษัทที่ดำเนินการโดยรัฐบาลจีน โดยมีสองบริษัทที่เป็นตัวเก็ง คือ PAG บริษัทไพรเวทอิควิตี้จากฮ่องกง และเบอร์ 1 ด้านโทรคมนาคมในจีนอย่าง China Mobile ซึ่งเป็นบริษัทที่พัฒนาสตรีมมิ่งของตัวเองอยู่แล้วด้วยในชื่อ Migu Video

ทั้ง Baidu, PAG และ China Mobile ยังไม่มีความคิดเห็นตอบกลับผู้สื่อข่าวในขณะนี้

หากว่า Baidu สามารถปิดราคาขายได้ถึง 8.13 เหรียญต่อหุ้นจริง จะทำให้บริษัทได้กำไรมากกว่า 100% เนื่องจากราคาหุ้นเฉลี่ยในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมาของ iQIYI นั้นอยู่ที่ 3.97 เหรียญต่อหุ้นเท่านั้น โดยราคาหุ้นของ iQIYI เป็นหนึ่งในผู้ได้รับผลกระทบจากกระแสการเทขายหุ้นเทคจีนในรอบ 12 เดือนก่อน ทำให้ราคาหุ้นตกไปกว่า 70%

ด้านบริษัท iQIYI ตอบกลับ Reuters ผ่านทางอีเมลอย่างสั้นๆ ว่า “นี่เป็นข่าวลือในตลาดหุ้นชัดๆ”

ในตลาดจีนนั้น มี 3 อันดับสตรีมมิ่งและวิดีโอแพลตฟอร์มที่ใหญ่ที่สุดคือ Tencent Video, iQIYI และ Youku (เป็นของ Alibaba Group) ทั้งหมดต่างนำเสนอคอนเทนต์ประเภทภาพยนตร์ ซีรีส์ และเรียลลิตี้โชว์ มีทั้งการผลิตออริจินอล คอนเทนต์และการซื้อคอนเทนต์จากผู้ผลิตหลายราย

สำหรับ iQIYI มีการผลิตคอนเทนต์สุดฮิตหลายเรื่อง เช่น ซีรีส์ The Long Night (ความจริงที่หลับใหล), The Wind Blows From Longxi (สายลมแห่งหล่งซี) รวมถึงเรียลลิตี้โชว์อย่าง The Rap of China, The Big Band ซึ่งเป็นตัวจุดกระแสร้อนแรงบนโซเชียลมีเดีย หากเป็นในประเทศไทยก็จะมีคอนเทนต์ดังคือรายการ Youth With You ซึ่งมี ‘ลิซ่า Blackpink’ เป็นเมนเทอร์

ในแง่การเงิน บริษัทที่ก่อตั้งมา 12 ปีมีโอกาสทำกำไรน้อยมาก รอบล่าสุดที่ทำกำไรคือเมื่อไตรมาสแรกของปีนี้ แต่ก็เป็นการทำกำไรครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2016 โดยไตรมาสแรกปี 2022 บริษัทมีกำไร 169 ล้านหยวน (ประมาณ 880 ล้านบาท) แต่เมื่อไตรมาสแรกปี 2021 บริษัทเคยขาดทุนถึง 1,300 ล้านหยวน (ประมาณ 6,800 ล้านบาท) นับว่าเป็นธุรกิจที่ยัง ‘เผาเงินทุน’ มากในตลาดที่แข่งขันสูงอย่างสตรีมมิ่ง

Source

]]>
1388822
‘Baidu’ อวดโฉม ‘XiRang’ แพลตฟอร์ม Metaverse คาดอีก 6 ปีเปิดตัวเต็มรูปแบบ https://positioningmag.com/1368772 Sun, 26 Dec 2021 13:23:34 +0000 https://positioningmag.com/?p=1368772 Metaverse ที่อาจจะพูดได้ว่าเป็นอินเทอร์เน็ตยุคต่อไป ซึ่งจะเป็นยุคของโลกเสมือนจริงที่มนุษย์โต้ตอบผ่านอวตารสามมิติ โดยในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา บริษัทโซเชียลเน็ตเวิร์กยักษ์ใหญ่อย่าง Facebook ก็ประกาศชัดว่าจะมุ่งพัฒนา Metaverse โดยเปลี่ยนชื่อเป็น Meta และประกาศลงทุนถึง 10,000 ล้านดอลลาร์

ไม่ใช่แค่ในฝั่งโลกตะวันตกเท่านั้น ฝั่งเอเชียเองก็มีประเทศจีนที่ไม่ยอมตกขบวน อย่าง Baidu (ไป่ตู้) เทคคอมปานี ที่วางแผนจะพัฒนา Metaverse เช่นกัน โดยแพลตฟอร์มดังกล่าวจะใช้ชื่อว่า XiRang และบริษัทจะใช้ในการประชุม metaverse ครั้งแรกของจีน ในงานนักพัฒนาประจำปี

โดน Ma Jie รองประธานของ Baidu กล่าวว่า บริษัทเริ่มพัฒนาแอปเริ่มต้นเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว แต่ยังคงใช้เวลาประมาณ 6 ปี ในการเปิดตัวอย่างเต็มรูปแบบ แต่แอปของ Baidu ที่มีอยู่ตอนนี้สามารถรองรับผู้เข้าร่วมเสมือนได้ 100,000 คนสำหรับการประชุม

ทั้งนี้ Baidu มีเป้าหมายที่จะสร้างแพลตฟอร์มโอเพ่นซอร์สสำหรับนักพัฒนา Metaverse ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำหรับโลกเสมือนจริง และงานที่จะจัดในวันจันทร์ถือเป็นการเปิด XiRang ให้กับนักพัฒนา โดยส่วนใหญ่อยู่ในประเทศจีนในตอนนี้

“การเปิดกว้างเป็นส่วนหนึ่งของบริษัท และด้วยการส่งเสริมการพัฒนาโอเพ่นซอร์ส เพื่อให้แอปพลิเคชันสามารถนำมาใช้อย่างกว้างขวางและรวดเร็วยิ่งขึ้น” Ma Jie รองประธานของ Baidu กล่าว

Brian Tycangco นักวิเคราะห์จาก Stansberry Research กล่าวว่า Metaverse ยังคงเป็นคำที่นิยมในชุมชนเทคโนโลยีและการลงทุนทั่วโลก แต่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น และผู้คนจำนวนมากไม่เข้าใจถึงความหมายของคำว่าวันนี้หรือจะหมายถึงในอีก 3-5 ปีข้างหน้า

“เห็นได้ชัดว่าไป่ตู้พยายามก้าวไปข้างหน้าเพื่อ ‘เป็นเจ้าของ’ metaverse ในตลาดบ้านเกิดของตน” Brian Tycangco นักวิเคราะห์จาก Stansberry Research กล่าว

ทั้งนี้ Baidu ก่อตั้งขึ้นเมื่อเกือบ 22 ปีที่แล้วในฐานะเสิร์ชเอนจิ้นของประเทศจีน และตั้งแต่นั้นมาก็ได้เปลี่ยนโฟกัสไปที่คลาวด์คอมพิวติ้ง ปัญญาประดิษฐ์ โรโบแทกซิสและเทคโนโลยีอื่น ๆ โดยที่ผ่านมา รัฐบาลจีนควบคุมอินเทอร์เน็ตอย่างเข้มงวด โดยบล็อกเว็บไซต์โซเชียลมีเดียต่างประเทศอย่าง Facebook, Twitter รวมถึงเสิร์ชเอนจิ้นอย่าง Google โดยเคยได้ให้บริการในจีนเพียงช่วงสั้น ๆ เท่านั้น

Source

]]>
1368772
โดนอีก! จีนสั่งปรับ อาลีบาบา , Baidu และ JD.com รายละ 2.5 ล้านบาทฐานผูกขาด https://positioningmag.com/1363140 Sun, 21 Nov 2021 11:52:40 +0000 https://positioningmag.com/?p=1363140 เรียกได้ว่าเดินหน้าลงดาบรัว ๆ สำหรับหน่วยงานควบคุมการตลาดของจีน โดยล่าสุด อาลีบาบา , Baidu และ JD.com ก็โดนปรับอีก เนื่องจากไม่ได้รายงานการเข้าซื้อกิจการรวม 43 รายการเมื่อ 8 ปีที่แล้ว ซึ่งถือเป็นการละเมิดกฎหมายต่อต้านการผูกขาด

บริษัทที่เกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าวนี้จะถูกปรับ 500,000 หยวน หรือราว 2.5 ล้านบาทต่อราย สูงสุดตามกฎหมายต่อต้านการผูกขาดปี 2551 ของจีน โดยในช่วงปีที่ผ่านมา รัฐบาลจีนได้เข้มงวดขึ้นในการเข้าถือครองแพลตฟอร์มอินเทอร์เน็ต ในแนวทางที่ไม่เป็นธรรม หรือมีความเสี่ยงของการใช้อำนาจตลาดในทางที่ผิดเพื่อยับยั้งการแข่งขัน การใช้ข้อมูลของผู้บริโภคในทางที่ผิด และการละเมิดสิทธิของผู้บริโภค

โดยข้อตกลงแรกสุดในรายการคือ การเข้าซื้อกิจการในปี 2555 ของ Baidu และหุ้นส่วน และล่าสุดคือข้อตกลงปี 2564 ระหว่าง Baidu และผู้ผลิตรถยนต์จีน Zhejiang Geely Holdings เพื่อสร้างบริษัทรถยนต์พลังงานใหม่ ส่วนข้อตกลงอื่น ๆ ที่หน่วยงานกำกับดูแลได้กล่าวถึงนั้น มีการเข้าซื้อกิจการ AutoNavi บริษัทการทำแผนที่และการนำทางดิจิทัลของจีนในปี 2557 ของอาลีบาบา และการซื้อหุ้น 44% ใน Ele.me ในปี 2561 เพื่อเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดของบริการส่งอาหาร

ทั้งนี้ อาลีบาบา เคยถูกปรับ 2,800 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 9.1 หมื่นล้านบาท ในฐานะผูกขาดมาแล้ว

Source

]]>
1363140
เปิดสาเหตุ ทำไมเหล่า ‘บิ๊กเทคคอมปานี’ ถึงเดินหน้าปั้น ‘ชิป’ ของตัวเอง https://positioningmag.com/1350764 Wed, 08 Sep 2021 06:01:02 +0000 https://positioningmag.com/?p=1350764 จะเห็นว่าตั้งแต่เกิดวิกฤตการระบาดของ COVID-19 ได้ส่งผลต่อซัพพลายเชนทั่วโลก โดยเฉพาะซัพพลายเชนของสินค้า ‘อิเล็กทรอนิกส์’ เนื่องจากการใช้งานเทคโนโลยีที่มากขึ้นทั่วโลก ส่งผลให้สินค้าไอทีเป็นที่ต้องการ และในช่วงปี 2021 นี้ ‘ชิป’ หรือ ‘เซมิคอนดักเตอร์ชิป’ ที่ถือเป็นชิ้นส่วนสำคัญก็ขาดตลาดด้วยเช่นกัน แต่ไม่ใช่แค่เรื่องขาดแคลนที่ทำให้เหล่าบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของโลกตัดสินใจที่จะทำ ‘ชิป’ ของตัวเอง

ชิปในท้องตลาดไม่ตอบโจทย์

บริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่เบอร์ต้น ๆ ของโลกหลายรายกำลังพัฒนาเซมิคอนดักเตอร์ของตนเอง เนื่องจาก ไม่พอใจกับการพึ่งพาชิปมาตรฐาน ที่มีความต้องการสูง โดยบริษัท อาทิ Apple, Amazon, Facebook, Tesla และ Baidu จากจีนต่างก็กำลังพัฒนาชิปมาใช้เอง

“บริษัทเหล่านี้ต้องการชิปที่ผลิตขึ้นโดยเฉพาะ เพื่อให้สอดคล้องกับข้อกำหนดเฉพาะของแอปพลิเคชันมากกว่าที่จะใช้ชิปทั่วไปแบบเดียวกันกับคู่แข่ง ด้วยสิ่งนี้ทำให้บริษัทเหล่านั้นควบคุมการผนวกรวมซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ได้มากขึ้น ในขณะที่สร้างความแตกต่างจากคู่แข่งSyed Alam หัวหน้าฝ่ายเซมิคอนดักเตอร์ระดับโลกของ Accenture กล่าว

ด้าน Russ Shaw อดีตกรรมการของ Dialog Semiconductor กล่าวเสริมว่า ชิปที่ออกแบบเองสามารถ ทำงานได้ดีขึ้น และช่วยให้ลดการใช้พลังงาน

“ชิปที่ออกแบบมาโดยเฉพาะเหล่านี้สามารถช่วยลดการใช้พลังงานสำหรับอุปกรณ์และผลิตภัณฑ์จากบริษัทเทคโนโลยี ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องกับสมาร์ทโฟนหรือบริการคลาวด์”

ปัญหาการขาดแคลนชิปทั่วโลกเป็นสาเหตุให้บริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่มีความคิดที่จะทำชิปของตัวเอง โดย เกล็น ดอนเนลล์ ผู้อำนวยการวิจัยที่นักวิเคราะห์ บริษัท Forrester กล่าวว่า ”หลายบริษัทรู้สึกว่ามีข้อจำกัดในการก้าวสู่นวัตกรรมของตน”

Photo : shutterstock

ตัวอย่างที่ดีที่สุดในตลาดตอนนี้คือ Apple ที่ในเดือนพฤศจิกายน 2020 ที่ผ่านมา บริษัทได้ประกาศว่าจากไม่ใช้ชิปของ Intel ที่มีสถาปัตยกรรม x86 โดยหันไปสร้างโปรเซสเซอร์ M1 ของตัวเอง ซึ่งตอนนี้ใช้งานอยู่ใน iMac และ iPads ใหม่

Tesla ที่ประกาศว่ากำลังสร้างชิป Dojo เพื่อฝึกเครือข่ายปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในศูนย์ข้อมูล จากที่ปี 2019 บริษัทได้ เริ่มผลิตรถยนต์ด้วยชิป AI ที่เรียกว่า Hardware 3 ที่ช่วยให้ซอฟต์แวร์ออนบอร์ดตัดสินใจตอบสนองต่อสิ่งที่เกิดขึ้นบนท้องถนน

เมื่อเดือนที่แล้ว Baidu ได้เปิดตัวชิป AI ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้อุปกรณ์ประมวลผลข้อมูลจำนวนมากและเพิ่มพลังการประมวลผล โดย Baidu กล่าวว่าชิป Kunlun 2 เพื่อช่วยให้อุปกรณ์ต่าง ๆ สามารถประมวลผลข้อมูลจำนวนมาก และสามารถใช้ได้ในสาขาที่หลากหลาย เช่น ระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ และการผลิตสินค้าจำนวนมาก

ชิป M1 ของ Apple ขุมพลังของ Mac ปี 2020

ส่วน Google เพิ่งเปิดตัว Pixel 6 ที่มาพร้อมชิป ARM ของบริษัทเองไปเมื่อเดือนที่แล้ว ก็มีรายงานใหม่ออกมาว่า บริษัทกำลังพัฒนาชิป ARM สำหรับใช้บน Chromebook เป็นของตัวเองด้วย โดยจะเริ่มใช้ภายในปี 2023

Amazon ซึ่งดำเนินการบริการคลาวด์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกกำลังพัฒนาชิปเครือข่ายของตัวเองเพื่อขับเคลื่อนสวิตช์ฮาร์ดแวร์ที่ย้ายข้อมูลไปทั่วเครือข่าย ถ้ามันใช้งานได้ มันจะลดการพึ่งพา Broadcom ของ Amazon

นอกจากนี้ยังมี Facebook โดยหัวหน้านักวิทยาศาสตร์ AI ของ Facebook บอกกับ Bloomberg ในปี 2019 ว่าบริษัทกำลังทำงานเกี่ยวกับเซมิคอนดักเตอร์ประเภทใหม่ที่จะทำงาน แตกต่างอย่างมาก จากการออกแบบที่มีอยู่ส่วนใหญ่ อย่างไรก็ตาม ทาง Facebook ยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมในปัจจุบัน

ออกแบบแต่ไม่ผลิต

แม้จะมีแผนว่าจะทำชิปของตัวเอง แต่ไม่มีบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีรายใดต้องการทำการพัฒนาชิปทั้งหมดด้วยตนเองเนื่องจากต้นทุนที่สูง โดยการตั้งโรงงานชิปขั้นสูงหรือโรงหล่อของ TSMC ผู้ผลิตเบอร์ 1 ของโลก มีค่าใช้จ่ายประมาณ 1 หมื่นล้านดอลลาร์

“มันคือทั้งหมดที่เกี่ยวกับการออกแบบและเพิ่มประสิทธิภาพของชิป แต่มันไม่เกี่ยวกับการผลิต ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงมาก แม้แต่ Google และ Apple ก็ยังลังเลที่จะสร้างสิ่งเหล่านี้ ดังนั้น พวกเขาจะใช้บริการ TSMC หรือ Intel”

นอกจากนี้ ปัญหาการ ขาดแคลนผู้ที่มีทักษะในการออกแบบโปรเซสเซอร์ระดับสูง ใน Silicon Valley ก็เป็นอีกหนึ่งอุปสรรค เพราะที่ผ่านมา Silicon Valley มักให้ความสำคัญกับซอฟต์แวร์เป็นอย่างมาก ในช่วง 20-30 ปีที่ผ่านมา ซึ่งวิศวกรรมฮาร์ดแวร์มักถูกมองว่าไม่เจ๋งเท่า

Source

]]>
1350764
‘Baidu’ ให้บริการเเท็กซี่ไร้คนขับ เเบบ ‘ชำระเงิน’ ในปักกิ่งเเล้ว เตรียมขยายไปเมืองอื่นในจีน https://positioningmag.com/1330265 Sun, 02 May 2021 04:58:04 +0000 https://positioningmag.com/?p=1330265 บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของจีนอย่าง ‘Baidu’ เปิดให้บริการ ‘Apollo Robotaxi’ เเท็กซี่ไร้คนขับเเบบชำระเงิน เป็นครั้งเเรกในกรุงปักกิ่ง ตั้งเเต่วันนี้ (2 ..) เป็นต้นไป

Baidu ได้ทำการทดสอบการขับขี่อัตโนมัติบนถนนสาธารณะเเละให้ลองใช้บริการฟรี ตั้งแต่เดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา หลังก่อตั้งหน่วยงาน ‘Apollo’ เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีรถยนต์อัจฉริยะเเละแผนที่ความละเอียดสูง ขึ้นมาในปี 2017

Photo : Xinhua

สำหรับ Apollo Robotaxi บริการแท็กซี่ไร้คนขับนี้ จะเริ่มให้บริการในโซน Shougang Park ทางตะวันตกของเกรุงปักกิ่ง โดยผู้ใช้สามารถเรียกใช้บริการและชำระเงินได้ผ่านแอปพลิเคชัน Apollo Go ซึ่งจะมีค่าบริการ 30 หยวน (ราว 145 บาท) ต่อการโดยสาร 1 เที่ยว

ผู้บริหาร Baidu ระบุว่า บริษัทจะทยอยเปิดบริการแท็กซี่ไร้คนขับเชิงพาณิชย์ตามเมืองต่างๆ ในจีนต่อไปในอนาคต

เรียกใช้บริการ Apollo Robotaxi ผ่านแอปพลิเคชั่น Apollo Go (Photo : Baidu)

เทคโนโลยีขับเคลื่อนด้วยตัวเองกำลังได้รับความสนใจอย่างมากในจีนเเละมีการเเข่งขันสูงขึ้นเรื่อยๆ

โดย ‘Jidu Auto’ บริษัทพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าที่เป็นการร่วมทุนของ Baidu และ Geely ผู้ผลิตยานยนต์รายใหญ่ของจีน มีแผนที่จะทุ่มเงินกว่า 5 หมื่นล้านหยวน เพื่อมุ่งผลิตยานยนต์อัจฉริยะในช่วง 5 ปีข้างหน้า

ขณะที่คู่เเข่งรายสำคัญอย่าง ‘AutoX’ ที่ได้รับการสนับสนุนจากบิ๊กอีคอมเมิร์ซ Alibaba ได้เริ่มให้บริการรถโดยสารไร้คนขับแบบชำระเงินที่เมืองเซินเจิ้นเรียบร้อยแล้ว

ส่วน WeRide สตาร์ทอัพดาวรุ่งผู้พัฒนาระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติของจีน ที่ได้รับการสนับสนุนจาก Nissan ก็กำลังทดสอบรถยนต์ไร้คนขับในจีนเช่นกัน

 

ที่มา : Reuters 

]]>
1330265
‘Baidu’ แพลตฟอร์มเสิร์ชเอนจิ้นจีนเตรียมสร้างบริษัทใหม่บุกตลาด ‘รถยนต์ไฟฟ้า’ https://positioningmag.com/1313637 Mon, 11 Jan 2021 06:01:45 +0000 https://positioningmag.com/?p=1313637 ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังเป็นกระแสมากขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยความแรงแบบนี้ทำให้ ‘Google’ แห่งเมืองจีนอย่าง ‘Baidu’ ยักษ์ใหญ่ด้านอินเทอร์เน็ตของจีนได้ร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับผู้ผลิตรถยนต์ ‘Geely’ เพื่อสร้างหน่วยยานยนต์ไฟฟ้าแบบสแตนด์อโลนเพื่อลุยตลาด

Photo : Xinhua

สำหรับบริษัทใหม่นี้จะเป็นบริษัทย่อยอิสระของ Baidu โดย Baidu ที่มีสำนักงานใหญ่ในปักกิ่งจะเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในขณะที่ Geely ผู้ผลิตรถยนต์ของจีนจะเข้าถือหุ้นส่วนน้อย จากข่าวดังกล่าวส่งผลให้หุ้นที่จดทะเบียนในฮ่องกงของ Geely เพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่ 0.45% ในวันจันทร์หลังจากพุ่งขึ้นเกือบ 20% ในวันศุกร์ ส่วนหุ้นที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ ของ Baidu เพิ่มขึ้นกว่า 15% เมื่อปิดการซื้อขายในวันศุกร์

ทั้งนี้ Geely จะรับผิดชอบในการผลิตยานยนต์จริง ส่วน Baidu จะให้ความสำคัญกับซอฟต์แวร์และเทคโนโลยีในรถ โดยที่ผ่านมายักษ์ใหญ่ด้านการค้นหาได้ทำการทดสอบซอฟต์แวร์รถยนต์ไร้คนขับชื่อ Apollo ในการทดลองใช้หุ่นยนต์สาธารณะในปักกิ่งแล้ว นอกจากนี้ Baidu ยังมีแอปแผนที่ของตัวเองและเทคโนโลยีระบบสั่งงานด้วยเสียงที่เรียกว่า ‘DuerOS’ ซึ่งสามารถติดตั้งภายในรถได้

ไฟเขียว Baidu เทสต์ “รถยนต์ไร้คนขับ” ในปักกิ่ง โดยไม่ต้องมีมนุษย์ควบคุมในห้องโดยสาร

ที่ผ่านมา ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของจีนเติบโตอย่างต่อเนื่องโดยได้รับความช่วยเหลือจากรัฐบาล เช่น การอุดหนุนและการสร้างโครงสร้างพื้นฐานการชาร์จไฟ โดยผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศ Nio, Li Auto และ Xpeng Motors รายงานยอดส่งมอบที่เพิ่มขึ้นในเดือนธันวาคม ส่งผลให้ Baidu หวังว่าจะได้มีส่วนร่วมในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า

“จีนกลายเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลกสำหรับ EV (รถยนต์ไฟฟ้า) และเราเห็นว่าผู้บริโภค EV ต้องการรถยนต์รุ่นใหม่ที่ฉลาดขึ้น” Robin Li ซีอีโอของ Baidu กล่าวในแถลงการณ์

ทั้งนี้ ตลาดรถยนต์ไฟฟ้ายังคงมีการแข่งขันสูงขึ้นเรื่อย ๆ เนื่องจากบริษัทต่าง ๆ ที่เพิ่มการผลิตและการเปิดตัวยานยนต์ใหม่ อย่างเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา Nio เปิดตัวซีดานรุ่นแรกที่เรียกว่า et7 Foxconn ผู้ผลิต iPhone ของ Apple ลงนามในข้อตกลงกับ Byton ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของจีนเพื่อช่วยผลิตรถยนต์คันแรกอีกด้วย

Source

]]>
1313637
ไฟเขียว Baidu เทสต์ “รถยนต์ไร้คนขับ” ในปักกิ่ง โดยไม่ต้องมีมนุษย์ควบคุมในห้องโดยสาร https://positioningmag.com/1309605 Tue, 08 Dec 2020 11:45:42 +0000 https://positioningmag.com/?p=1309605 โครงการ Apollo “รถยนต์ไร้คนขับ” ของบริษัท Baidu ยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีจีน ได้ไฟเขียวจากทางการให้ทดลองใช้รถ 5 คันใจกลางเมืองปักกิ่ง โดยไม่ต้องมีคนขับที่เป็นมนุษย์ในห้องโดยสาร แต่ให้ควบคุมระยะไกล เป็นอีกหนึ่งความคืบหน้าในศึกรถยนต์ไร้คนขับที่ทั่วโลกกำลังแข่งขันกันพัฒนา

รถยนต์ไร้คนขับ หรือ เอดี (AD: Autonomous Driving Vehicles) จากโครงการ Apollo ของ Baidu ได้รับใบอนุญาตจากทางการจีนทั้งหมด 5 ใบ เพื่อให้เริ่มเทสต์รถเอดี 5 คันในบริเวณจำกัดของกรุงปักกิ่ง เมืองหลวงประเทศจีน โดยไม่ต้องมีมนุษย์ควบคุมในห้องโดยสาร

ใบอนุญาตที่ให้กับ Apollo นี้เกิดขึ้นหลังจากเทศบาลเมืองปักกิ่งปลดล็อกกฎหมายเมื่อเดือนก่อน ให้การทดสอบรถยนต์ไร้คนขับสามารถกระทำได้โดยไม่ต้องมีมนุษย์ควบคุมในห้องโดยสาร แต่ให้ใช้การควบคุมระยะไกลเพื่อความปลอดภัยแทน

กรณีของ Apollo จะมีการทดสอบโดยใช้คนขับที่เป็นมนุษย์ 5 คนควบคุมรถเอดี 1 คนต่อ 1 คัน ผ่านเครือข่ายสัญญาณ 5G และจะต้องซื้อประกันให้รถยนต์คันละ 5 ล้านหยวนหากขับบนถนนปกติ และ 10 ล้านหยวนหากจะนำรถขึ้นทางด่วน

กรุงปักกิ่งนั้นเป็นหนึ่งในเมืองชั้นนำของจีนที่วางเครือข่ายสัญญาณ 5G ยุคใหม่ สามารถรองรับการส่งสัญญาณได้มากกว่าและลดการหน่วงของการส่งผ่านข้อมูล (latency) ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของการพัฒนารถเอดี

โรโบแท็กซี่ของ Baidu

การแข่งขันพัฒนา “รถยนต์ไร้คนขับ” เป็นศึกการพัฒนาระดับโลก ทั้งจีน สหรัฐอเมริกา และญี่ปุ่นต่างกำลังพัฒนากันอย่างเต็มความสามารถ และเป็นโครงการพัฒนาที่ท้าทายมาก เพราะในสถานการณ์จริงนั้น รถเอดีจะต้องเจอความซับซ้อนของการจราจรที่แสนวุ่นวาย

สำหรับ Apollo นั้นเคยมีการทดสอบในฐานะ “โรโบแท็กซี่” หรือ แท็กซี่ไร้คนขับ มาแล้วในเขตชานเมืองปักกิ่ง 3 จุด เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา และก่อนหน้านั้นเคยบริการอยู่ในเมืองฉางซา มณฑลหูหนาน และเมืองชางโจว มณฑลเหอเป่ย ด้วยการลงทุนพัฒนาที่สูงทั้งค่าเทคโนโลยี Lidar ติดตั้งเซ็นเซอร์ และระบบคอมพิวเตอร์ในรถ เพราะฉะนั้นการนำมาบริการเป็นแท็กซี่ขณะนี้จึงยังไม่มีกำไร

อย่างไรก็ตาม หลี่ เจิ้นหยู หัวหน้าทีม Apollo เคยให้ข่าวก่อนหน้านี้ว่า บริษัทต้องการจะพัฒนาอุตสาหกรรมในระยะยาว และจะส่งต่อเทคโนโลยีเหล่านี้ให้กับพันธมิตรในอุตสาหกรรมรถยนต์ดั้งเดิมต่อไป

Source

]]>
1309605