Saturday, May 2, 2026
Home Blog Page 9009
ถือเป็นกิจวัตรประจำปีของศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) ที่ทำการสำรวจกลุ่มผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทยเป็นประจำทุกปี (เว้นปี 2549) เพื่อสร้างฐานข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมและความคิดเห็นของผู้ใช้อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย และใช้เป็นแนวทางเสนอแนะนโยบายและการวางแผนพัฒนาอินเทอร์เน็ตในประเทศไทย รวมถึงสามารถนำผลการวิจัยไปศึกษาขยายผลต่อเนื่องในส่วนที่เกี่ยวข้องได้ด้วย ผลการวิจัยของปีนี้ โดยภาพรวมไม่มีการเปลี่ยนจากการสำรวจล่าสุดในปี 2547 เท่าไรนัก ผู้ใช้มากกว่าครึ่งยังอยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ใช้อินเทอร์เน็ตมากที่สุดในช่วงเวลา 2 ทุ่มถึงเที่ยงคืนเช่นเดิม น่าแปลกใจที่ช่วงเวลาดังกล่าวเป็นเวลาเดียวกับไพร์มไทม์ของโทรทัศน์ที่กำลังถูกแย่งชิงโดนอินเทอร์เน็ตเสียแล้ว ส่วนที่พัฒนามากขึ้นคือการเปลี่ยนมาเป็นบริการเชื่อมต่อโดยใช้ ADSL มากขึ้นแทนการใช้ Dial up ซึ่งลดลงต่อเนื่องทุกปี ส่วนรายละเอียดอื่นของงานวิจัยมีผลดังนี้ คนเล่นเน็ตมากกว่าครึ่งอยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ส่วนใหญ่เป็น เพศหญิง 57.1% สูงสุดที่ช่วงอายุ 21-25 ปี 19.9% รายได้ต่อครัวเรือน 3-5 หมื่นบาท 20.0%...
“อยู่นานๆ ได้ไหม” เป็นบทเพลงในใจของร้านฟาสต์ฟู้ดเวลานี้ ที่ออกมาเคลื่อนไหว ปรับโฉมร้านให้มีชีวิตชีวา รับกับกระแสของคนเมืองที่ใช้ชีวิตนอกบ้านมากขึ้น ร้านไก่ทอด “เคนตั๊กกี้” เจ้าของสัญลักษณ์ “ลุงเคนตั๊กกี้” จึงต้องปฏิวัติโฉมใหม่ จากร้านที่ดูแข็งทื่อ เต็มไปด้วยสีแดงจัดจ้านไปทั่วร้าน กลายเป็นร้านรูปแบบใหม่ ทันสมัย แถมมีเสียงเพลง ซื้อลิขสิทธิ์ขับกล่อมให้ลูกค้าฟังเฉพาะที่นี่ที่เดียว นิจพร จงอุดมฤกษ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด-KFC บริษัท ยัมส์ เรสเตอรองส์ (ประเทศไทย) จำกัด ให้รายละเอียดที่น่าสนใจกับ POSITIONING เกี่ยวกับเบื้องหลังการดีไซน์ที่ทำให้ KFC ไม่ใช่แค่ร้านขายไก่ทอดและเฟรนช์ฟรายด์เท่านั้น “ปรับดีไซน์ร้านใหม่เพราะ Consumer Expectation สูงขึ้น เขาไม่ต้องการแค่ความรวดเร็ว อร่อย...
นับเป็นสองอีเวนต์ที่ยิ่งใหญ่ ในภาคธุรกิจเอกชน เพื่อเฉลิมพระเกียรติในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงมีพระชนมายุ 80 พรรษาในปีนี้ โดยทั้งสองแคมเปญมีการจัดงานที่คล้ายคลึงกันคือ มีการแปรอักษรถวายพระพร หากจะมีความแตกต่างกันก็ตรงที่งานหนึ่งใช้คน กับอีกงานหนึ่งใช้รถยนต์ และหากมองลึกลงไปแล้ว แคมเปญดังกล่าวสามารถสร้างแบรนด์ได้อย่างน่าสนใจ รวมใจเป็นหนึ่งเพื่อพ่อหลวง กลุ่มเซ็นทรัลกรุ๊ป จัดทำโครงการ “รวมใจเป็นหนึ่งเพื่อพ่อหลวง” เป็นโครงการที่มุ่งรณรงค์ให้คนไทยมีความตื่นตัวและตั้งใจที่จะทำความดีเพื่อสนองพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และเพื่อเป็นการถวายเป็นของขวัญในวันเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา โดยกิจกรรมต่างๆ มีการกำหนดระยะเวลา 80 วันก่อนถึงวันเฉลิมพระชนมพรรษา 5 ธันวาคม 2550 ไฮไลต์ของการเปิดโครงการครั้งนี้ คือ การนำพนักงานในเครือถึง 450 คน มาจัดขบวนแถวแปรอักษรข้อความ “ทรงพระเจริญ” หน้าลานเซ็นทรัลเวิลด์ เมื่อวันที่ 17 ตุลาคมที่ผ่านมา พร้อมมีการร้องเพลง “พ่อแห่งแผ่นดิน”...
พูดถึงอาซิโม (ASIMO) หุ่นยนต์เลียนแบบมนุษย์ของฮอนด้า ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ต่างก็รู้จัก แถมอาซิโมยังโด่งดังไปทั่วโลก แต่จะมีใครสักกี่คนที่ทราบว่า แนวคิดในการพัฒนาให้อาซิโมเป็นส่วนหนึ่งของรถยนต์ที่จะขับเคลื่อนได้เอง มาจากพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของปวงชนชาวไทยเรานี่เอง อาซิโม ได้รับพระราชวโรกาสให้เข้าเฝ้าในหลวงครั้งแรกเมื่อปี 2545 ที่พระราชวังไกลกังวล โดยขอพระบรมราชานุญาตแสดงความสามารถถวายต่อหน้าพระพักตร์ “ตอนนั้นเป็นครั้งแรกที่นำอาซิโมมาประเทศไทย จึงขอพระบรมราชานุญาตินำเข้าเฝ้าและถวายการแสดง และน้อยเกล้าถวายรถยนต์ซีวิคไฮบริดที่เพิ่งนำเข้ามาในปี 2002 พร้อมกัน ช่วงนั้นพระองค์ท่านเพิ่งหายจากพระประชวร อันดับแรกให้อาซิโมถวายการแสดงให้ทรงทอดพระเนตร ตั้งแต่การเดิน ที่ฮือฮามากคือการขึ้นลงบันได พอแสดงเสร็จอาซิโมก็นำกุญแจรถยนต์ซีวิคไฮบริดไปถวายพระองค์ท่าน” อดิศักด์ โรหิตะศุน เล่าถึงเหตุการณ์เมื่อครั้งเป็นผู้นำอาซิโมและคณะผู้บริหารญี่ปุ่นของฮอนด้าเข้าเฝ้า ซึ่งยังเป็นความประทับใจไม่รู้ลืม ภาพความประทับในวันนั้น อดิศักดิ์เล่าว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทอดพระเนตรด้วยความชื่นชม ทั้งยังมีพระราชดำรัสตอบอาซิโมด้วยว่า “ขอบใจ” เหมือนตรัสกับคนจริงๆ เมื่ออาซิโมถวายกุญแจรถพร้อมกับถวายพระพรด้วยคำพูดว่า ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญ ...
นอกจากแคมเปญที่หน่วยงาน องค์กร และบริษัทต่างๆ นำเสนอเพื่อการมีส่วนร่วมในปีมหามงคล และเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมอีกต่อหนึ่ง ยังมีโครงการที่ทำกันอีกมากมายในระดับประเทศ และระดับท้องถิ่น เกินกว่าจะรวบรวมได้ครบ แต่สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันคือ ทุกคนร่วมใจกันโดยมีจุดศูนย์รวมเดียวกัน ที่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ความจงรักภักดีที่ฝังอยู่ในใจไทยทุกคน ส่วนหนึ่งได้รับการสร้างสรรค์ออกมาเป็นรูปประทับ และนี่คือบางกิจกรรมที่ก่อเกิดเป็นรูปธรรมให้คนไทยได้มีส่วนร่วม อย่างเช่น แคมเปญ รูปที่มีทุกบ้าน ที่คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ร่วมมือกับบริษัทจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ ร่วมกันจัดขึ้น ที่มีทั้งภาพยนตร์โฆษณาทางทีวี บทเพลง และเว็บไซต์ ที่เน้นความมีส่วนร่วม Behind the scene หาดูยากยิ่งที่มิวสิกวิดีโอเพลงหนึ่งๆ จะมีชาวบ้านจริงๆ มา “แสดงเป็นตัวเอง” ด้วยบทบาทที่หลากหลายเหมือนสังคมไทยที่ประกอบด้วยคนหลายอาชีพ ผสานกับความจริงคือทุกคนรักในหลวงและมีรูปของพระองค์ที่บ้าน นี่จึงเป็นมิวสิกวิดีโอแห่งคนไทยที่แทบไม่ต้องใช้...
นับจากต้นปีที่ผ่านมา มีแคมเปญเทิดพระเกียรติในวโรกาสมหามงคล เฉลิมพระชนมพรรษาครบรอบ 80 พรรษา มากหมายหลายแคมเปญจากหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งล้วนแล้วแต่มุ่งเน้นที่การทำ “ความดีเพื่อพ่อ” และนับเป็นการปลุกเร้าให้คนไทยทั้งชาติได้ตระหนักถึงคุณค่าของการทำความดีโดยมีในหลวงเป็นแบบอย่างเบื้องสูง ขณะที่บางหน่วยงานปูพรมต้อนรับมหาวาระมงคลนี้ตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ถือเป็นจุดร่วมที่น่ายกย่องของ Good Corporate Citizens ต่างออกแคมเปญดีๆ ทั้งระยะสั้นและระยะยาว ใช้งบมากบ้างน้อยบ้างตามแต่กำลัง ซึ่งเป็นรูปแบบของ CSR อย่างหนึ่ง ทั้งในรูปแบบของการบริจาค การกระตุ้นจิตสำนึก การจัดประกวดแข่งขัน เพื่อส่งเสริมให้คนไทยทำดีเพื่อพ่อหลวง อันหมายถึงจะส่งผลดีต่อคนทำและประเทศชาติโดยรวมอีกด้วย ต่อไปนี้คือส่วนหนึ่งของแคมเปญที่ควรค่าแก่เสียงปรบมือ หน่วยงาน กทช. ร่วมกับ จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่แคมเปญ รูปที่มีทุกบ้านรายละเอียด เชิญชวนให้ประชาชนถ่ายรูปในหลวงที่ติดอยู่ที่บ้านของแต่ละคนพร้อมคำบรรยายส่งเข้ามาที่ www.ourking.net เพื่อร่วมต่อเป็นภาพโมเสกขนาดใหญ่ หน่วยงาน มูลนิธิที่อยู่อาศัยเพื่อมนุษยชาติ...
หนังสือเล่มหนึ่งชื่อ “ความสุขของพระมหากษัตริย์” ผลงานของ ปารเมศร์ รัชไชยบุญ ประธานกิตติมศักดิ์ สมาคมโฆษณาธุรกิจแห่งประเทศไทย แทบไม่น่าเชื่อว่า ที่มาในเนื้อหาของหนังสือเล่มนี้เกิดขึ้นจากการเขียนบทความชิ้นเล็กๆ ซึ่งแสดงความรู้สึกรักต่อพ่อหลวง Forward Mail ส่งต่อไปยังคนใกล้ชิด และเพื่อนสนิท ได้กลายเป็นบทความสำคัญที่ค่อยๆ ขยายใหญ่ไปสู่ทั่วทุกภาคของคนไทย และในต่างประเทศ ...หนึ่งปีผ่านมา เราใส่เสื้อเหลือง ใส่สายรัดข้อมือสีเหลือง แล้ววันนี้เรากำลังทำอะไรกันอยู่? ...คนนับแสนไปนั่งรอเป็นชั่วโมงๆ หน้าพระที่นั่งอนันตสมาคม เพื่อจะได้เห็นพระพักตร์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพียงไม่กี่นาที ...วันนั้น ในขณะที่ทั้งโลกเริ่มเสื่อมศรัทธาในระบบการปกครองโดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เราได้แสดงให้โลกได้เห็นว่ามีประเทศเล็กๆ ประเทศหนึ่งที่คนทั้งชาติยังซื่อสัตย์จงรักภักดีต่อราชวงศ์จักรี และพระมหากษัตริย์อันทรงเป็นที่รักยิ่งของคนไทย …ความสุขของพระมหากษัตริย์พระองค์นี้ ไม่ใช่จะประทับอยู่ในพระราชวังใหญ่โตสวยงามห้อมล้อมด้วยข้าราชบริพาร หากแต่ความสุขของพระมหากษัตริย์พระองค์นี้คือ เมื่อประชาชนของพระองค์ท่านรักสามัคคีกัน รู้จักความพอเพียง และมีสติ เพียงเท่านี้เอง ตัวอย่างงานเขียนบทความของปารเมศร์ รัชไชยบุญ...
ถ้าถามว่าอะไรคือที่สุดของความภูมิใจที่ได้เกิดเป็นคนไทย คงจะมีเสียงตอบมาโดยพร้อมเพรียงกันทีเดียวว่า คือการขอสักครั้งในชีวิตที่มีโอกาสได้มีโอกาสได้เห็นองค์จริงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ความฝันของเด็กชายอนุชัย ศรีจรูญพู่ทอง ในอดีตก็ไม่ต่างกัน ความคิดที่อยากจะเจอพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ก็คือ การตั้งใจเรียนให้จบปริญญาตรี เพื่อมีโอกาสรับพระราชทานปริญญาบัตรจากพระหัตถ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ความประทับใจในพระองค์ท่านที่เกิดกับอนุชัย ก็ไม่ต่างจากคนไทยทั่วไป แต่อนุชัย ศรีจรูญพู่ทอง กรรมการผู้จัดการ บริษัท รีมิกซ์ สตูดิโอ จำกัด ในปัจจุบันโชคดีกว่าหลาย ๆ คน ที่เขามีโอกาสได้รับเลือกให้เป็นผู้ฉายภาพพระฉายาลักษณ์ของ 25 ราชวงศ์ ในงานพิธีฉลองครบรอบสิริราชย์สมบัติครบ 60 ปี เมื่อปี 2549 ซึ่งถือเป็นเรื่องภาคภูมิใจที่สุดในชีวิต การทำงานของช่างภาพในงานฉลองสิริราชย์ฯ ครั้งนั้น สมาคมถ่ายภาพ โดย สุรัตน์ โอสถานุเคราะห์ ได้คัดเลือกช่างภาพฝีมือดีของเมืองไทยกว่า...
ถ้าถามว่า อะไรคือที่สุดของความภูมิใจที่ได้เกิดเป็นคนไทย หนึ่งในคำตอบเหล่านั้น คือ การขอสักครั้งในชีวิตที่มีโอกาสได้เห็นพระองค์จริงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ยิ่งถ้าบุคคลใดได้มีโอกาสรับใช้ใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาท หรือมีส่วนร่วมในการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ด้วยแล้ว ย่อมสร้างความปลาบปลื้มให้แก่บุคคลเหล่านั้นอย่างหาที่เปรียบมิได้ ดังเช่น ปราโมทย์ ไม้กลัด อดีตอธิบดีกรมชลประทาน เจ้าของรหัส “ธารทิพย์ 10 ที่มีโอกาสตามเสด็จพระราชดำเนินกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ลงพื้นที่ตรวจสภาพภูมิประเทศ เยี่ยมเยียนราษฎร เพื่อช่วยเหลือพสกนิกร ตามโครงการพัฒนาแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมิทธ ธรรมสโรช อดีตอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา เจ้าของฉายา “นกกระทุง” จากการที่ได้ถวายรายงานพยากรณ์อากาศต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในการแก้ปัญหาอุทกภัย อันเกิดจากภัยธรรมชาติ เพื่อช่วยบรรเทาทุกข์ของราษฎร ภาพแห่งความประทับใจของ อนุชัย ศรีจรูญพู่ทอง จากการเป็นผู้ฉายภาพพระฉายาลักษณ์ของ 25...
เมื่อฝนตกหนัก และเกิดอุทกภัย พสกนิกรชาวไทยได้รับความเดือดร้อนทุกข์ยาก เป็นอีกหนึ่งในความห่วงใย และพระราชกรณียกิจหลักในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตลอดเวลานับตั้งแต่พระองค์ทรงครองราชย์ ที่ทรงมีพระราชประสงค์ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาแนวทางป้องกันภัยให้กับชาวบ้าน และบรรเทาให้ชาวบ้านคลายความทุกข์ การคาดการณ์ได้ล่วงหน้าคือสิ่งสำคัญ เพื่อให้สามารถช่วยเหลือชาวบ้านได้ทันท่วงที ภาระหน้าที่นี้ถือเป็นหน้าที่ของหน่วยรัฐโดยตรงคือกรมอุตุนิยมวิทยา จากประสบการณ์ และความประทับใจที่ได้มีโอกาสถวายรายงานแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ของ “สมิทธ ธรรมสโรช” อดีตอธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา และปัจจุบันเป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้เล่าถึงพระอัจฉริยภาพของพระองค์ และความประทับใจในช่วงเวลาที่ผ่านมา “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงให้เจ้าหน้าที่นำข้อมูลพยากรณ์อากาศไปถวายรายงานทุกวันช่วงบ่าย ๆ เพราะพระองค์จะได้ทรงทราบล่วงหน้า หากเกิดฝนตกหนักน้ำท่วม มูลนิธิราชประชาฯ จะสามารถนำสิ่งของเข้าไปช่วยเหลือชาวบ้านได้ทัน แต่ก่อนนี้ไปกันทีหลังราษฎรได้รับผลกระทบมาก เพราะบางครั้งน้ำท่วมเรือเข้าไปไม่ถึง ถ้าเรารู้ว่าตรงไหนจะมีผลกระทบอะไร เราไปก่อน เพราะฉะนั้นส่วนใหญ่ตอนนี้มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ไปถึงก่อนตลอด ที่น้ำท่วมทางมูลนิธิไปแจกของก่อนหน่วยงานแรก ช่วยบรรเทาความเดือดร้อน ท่านสนพระทัยทุกอย่าง ข้อมูลที่ไปถวายต้องมีทุกอย่าง พระองค์ท่านทรงทอดพระเนตรทุกอย่าง ต้องการข้อมูลทุกอย่าง เป็นข้อมูลอย่างนี้ทุกวัน...