“อาร์เซลิก ฮิตาชิ” วางเป้าขึ้น Top 3 เครื่องใช้ไฟฟ้า ย้ำไม่มีแผนย้ายฐานผลิตแม้ค่าแรงอาจปรับขึ้น

ฮิตาชิ เครื่องใช้ไฟฟ้า
หลังควบรวมกิจการสำเร็จมาร่วม 2 ปี “อาร์เซลิก ฮิตาชิ” วางเป้าหมายระยะยาว ต้องการขึ้น Top 3 ในตลาด “เครื่องใช้ไฟฟ้า” ทุกประเทศที่จำหน่าย ปีนี้รุกหนักเพิ่มจำนวนสินค้าใหม่มากขึ้น 10% โดยมี “ตู้เย็น” เป็นสินค้าเรือธง ด้านโรงงานผลิตไม่มีแผนย้ายออกจากไทย แม้ค่าแรงขั้นต่ำมีแนวโน้มปรับขึ้น

หน่วยธุรกิจเครื่องใช้ไฟฟ้าของ “ฮิตาชิ” เฉพาะตลาดนอกประเทศญี่ปุ่น ควบรวมกิจการกับ “อาร์เซลิก” ยักษ์เครื่องใช้ไฟฟ้าตุรกีสำเร็จเรียบร้อยเมื่อช่วงกลางปี 2564 กลายเป็นบริษัทใหม่คือ “อาร์เซลิก ฮิตาชิ โฮม แอพพลายแอนซ์” โดยบริษัทนี้จะเป็นผู้ดูแลการจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าฮิตาชิทุกชนิดใน 65 ประเทศนอกประเทศญี่ปุ่น (*ยกเว้นเครื่องปรับอากาศ) และจะใช้แบรนด์เดิมต่อไป ไม่มีการเปลี่ยนชื่อ

“ซาแฟร์ อัสทูเนอร์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์เซลิก ฮิตาชิ โฮม แอพพลายแอนซ์ จำกัด เปิดเผยว่า ในช่วงกว่า 2 ปีที่ผ่านมา บริษัทคู่พาร์ทเนอร์อยู่ระหว่างการ ‘synergy’ แผนการผลิตและการรวมองค์ความรู้ด้านนวัตกรรมเข้าด้วยกัน ซึ่งน่าจะเริ่มเห็นการพัฒนาที่มาจากการจอยต์เวนเจอร์ได้ตั้งแต่ปีนี้

โดยเป้าหมายของอาร์เซลิก ฮิตาชิ คือการขึ้นเป็น “Top 3” ของตลาด “เครื่องใช้ไฟฟ้า” ในทุกๆ ประเทศที่มีการวางจำหน่าย ทั้งนี้ บริษัทไม่มีการวางกรอบกำหนดที่ชัดเจนว่าต้องทำเป้าให้ได้ภายในกี่ปี

อาร์เซลิก ฮิตาชิ
ทีมบริหาร บริษัท อาร์เซลิก ฮิตาชิ โฮม แอพพลายแอนซ์ จำกัด : (ซ้าย) “ซาแฟร์ อัสทูเนอร์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ (ขวา) “คาซูชิ โคบายาชิ” ผู้อำนวยการฝ่ายขาย

ซาแฟร์กล่าวต่อว่า จากแผนที่จะขึ้นสู่ Top 3 ให้สำเร็จ บริษัทจะต้องผลิตสินค้าให้หลากหลายขึ้น เช่น มีไซส์ให้เลือกหลายแบบ มีฟีเจอร์ที่แตกต่างกัน เพื่อตอบสนองความต้องการลูกค้าได้ทุกรูปแบบ

ทำให้ปี 2566 นี้อาร์เซลิก ฮิตาชิมีแผนการเปิดตัวสินค้าใหม่รวม 361 SKUs ซึ่งเพิ่มขึ้นมากกว่าปีก่อนราว 10% ในจำนวนนี้จะมีสินค้าไฮไลต์คือ ตู้เย็นพรีเมียมแบบ 4 ประตู, ตู้เย็นฮิตาชิ คาร์บอน ไลน์, เครื่องซักผ้ารุ่น BD-D120XGV มีโปรแกรมกำจัดแบคทีเรียและทำความสะอาดถังซักอัตโนมัติ, เครื่องซักผ้ารุ่น BD-100XFVEADM มีเทคโนโลยีลดรอยยับให้เสื้อผ้า, เครื่องดูดฝุ่นรุ่น PV-XH3M น้ำหนักเบา 1.8 กิโลกรัม และเป็นครั้งแรกที่ฮิตาชิจะมี “เครื่องล้างจาน” ออกสู่ตลาดด้วย

ฮิตาชิ
เครื่องซักผ้าจากฮิตาชิ

ด้าน “คาซูชิ โคบายาชิ” ผู้อำนวยการฝ่ายขาย บริษัท อาร์เซลิก ฮิตาชิ โฮม แอพพลายแอนซ์ จำกัด เสริมว่า สำหรับตลาดประเทศไทยถือเป็นตลาดใหญ่อันดับ 1 ของฮิตาชิหากไม่นับประเทศญี่ปุ่น โดยมีส่วนแบ่งในรายได้รวมบริษัทถึง 15% รวมถึงเป็นฐานผลิตที่ใหญ่ที่สุดด้วย

สินค้าเรือธงของอาร์เซลิก ฮิตาชิทั่วโลกจะเป็นกลุ่ม “ตู้เย็น” ซึ่งในไทยเองฮิตาชิถือเป็นแบรนด์ตู้เย็นในระดับ Top 3 เรียบร้อยแล้ว ทำให้หลังจากนี้บริษัทจะมีแผนทั้งการรักษาฐานในกลุ่มตู้เย็นไว้ให้ได้โดยมีเป้าจะเติบโตในกลุ่มนี้แบบ ‘ดับเบิล ดิจิต’ และจะสร้างโอกาสในสินค้าประเภทอื่นๆ เพิ่ม

เครื่องดูดฝุ่นไร้สายฮิตาชิ

ทางอาร์เซลิก ฮิตาชิขอไม่ระบุว่าสินค้าประเภทอื่นที่จะผลักดันคืออะไร แต่จากการไฮไลต์สินค้ากลุ่มเครื่องซักผ้า เครื่องดูดฝุ่น และเครื่องล้างจาน ทำให้เห็นทิศทางว่าเป็นไปได้ที่สินค้าเหล่านี้คือตลาดที่ฮิตาชิต้องการเจาะเข้าไปให้ได้

สำหรับฐานผลิตของอาร์เซลิก ฮิตาชิ ปัจจุบันมีฐานใหญ่ 2 แห่ง คือ ไทย และ จีน ซึ่งกว่า 50% ของการผลิตสินค้าเกิดขึ้นที่โรงงาน จ.ปราจีนบุรี ในไทยจะเป็นผู้ผลิตสินค้าประเภทตู้เย็น เครื่องซักผ้า เครื่องดูดฝุ่น หม้อหุงข้าว

ซาแฟร์กล่าวตอบถึงคำถามเรื่องความท้าทายของนโยบาย “ค่าแรงขั้นต่ำ” ที่รัฐบาลไทยอาจมีการปรับขึ้นว่า ไม่ได้มีผลต่อการพิจารณาฐานผลิตในไทยของอาร์เซลิก ฮิตาชิ เพราะแรงงานไทยเป็นแรงงานทักษะสูง และไทยเป็นฐานตลาดใหญ่ด้วย บริษัทจึง “ไม่มี” แผนที่จะย้ายฐานผลิตออกจากไทย

“แรงงานนั้นถ้าสามารถเพิ่มประสิทธิภาพโดยรวมในการทำงาน มีทักษะที่สูงขึ้น ทำงานโดยใช้เวลาน้อยลงได้ ค่าแรงปกติก็ต้องขึ้นตามประสิทธิภาพไปอัตโนมัติโดยไม่ต้องรอให้รัฐบาลปรับเพิ่ม” ซาแฟร์กล่าว

ปิดท้ายที่ภาพรวมตลาด “เครื่องใช้ไฟฟ้า” ไทยปี 2566 คาซูชิมองภาพใหญ่ว่าปีนี้ยังถือเป็นช่วง “ฟื้นตัว” ยกเว้นตลาดเครื่องปรับอากาศที่ขายดีมากเพราะเป็นปีที่อากาศร้อนจัดจนดีมานด์พุ่งสูง

ทั้งนี้ แบรนด์คู่แข่งอย่าง “โตชิบา” เคยให้ข้อมูลเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาว่า ช่วงครึ่งปีแรกปี 2566 ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าไทยมีมูลค่ารวม 45,000 ล้านบาท เติบโต 14% แต่ไส้ในของการเติบโตแทบจะมาจากเครื่องปรับอากาศทั้งหมด เพราะถ้าตัดหมวดแอร์ออกไป ตลาดเครื่องใช้ไฟฟ้าจะติดลบเล็กน้อย -1%