Insight

'หางโจว' บ้านเกิด 'อาลีบาบา' ครองเเชมป์เมืองที่มีศักยภาพเติบโตทางเศรษฐกิจสูงสุดในจีน

เมือง ‘หางโจว’ ศูนย์กลางเทคโนโลยีของจีน ที่ตั้งของบริษัทอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่อย่าง ‘อาลีบาบา’ ขึ้นครองเเชมป์เมืองที่มีศักยภาพเติบโตทางเศรษฐกิจสูงสุดในจีน Economist Intelligence (EIU) เปิดเผยรายงานเกี่ยวกับการจัดอันดับเมืองต่างๆ ในจีน ที่มีศักยภาพจะเติบโตทางเศรษฐกิจได้ในช่วงอีกไปก…

Panoramic,City,Skyline,In,Hangzhou,China
Photo : เมืองหางโจวของจีน (Shutterstock)
เมือง ‘หางโจว’ ศูนย์กลางเทคโนโลยีของจีน ที่ตั้งของบริษัทอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่อย่าง ‘อาลีบาบา’ ขึ้นครองเเชมป์เมืองที่มีศักยภาพเติบโตทางเศรษฐกิจสูงสุดในจีน

Economist Intelligence (EIU) เปิดเผยรายงานเกี่ยวกับการจัดอันดับเมืองต่างๆ ในจีน ที่มีศักยภาพจะเติบโตทางเศรษฐกิจได้ในช่วงอีกไปกี่ปีข้างหน้านี้

โดยเมืองที่ติดอันดับ 1 คือ ‘หางโจว’ (Hangzhou) ตั้งอยู่ทางตะวันออกของจีน ในมณฑลเจ้อเจียง ซึ่งเป็นบ้านเกิดเเละสำนักงานใหญ่ของ ‘กลุ่มอาลีบาบา’ อีคอมเมิร์ซรายใหญ่ของโลก ตามมาด้วย

อันดับ 2 - เซินเจิ้น อันดับ 3 - กว่างโจว อันดับ 4 - เซี่ยงไฮ้ อันดับ 5 - จู่ไห่ อันดับ 6 - ปักกิ่ง อันดับ 7 - ซูโจว อันดับ 8 - เหอเฝย อันดับ 9 - หนานจิง (นานกิง) อันดับ 10 - หนิงโป

เห็นได้ชัดว่า 10 อันดับแรก เป็นเมืองใหญ่ที่ตั้งอยู่ในภาคตะวันออกและตอนใต้ของจีน ยกเว้นเมืองหลวงอย่าง ‘ปักกิ่ง’

EIU ระบุว่า เมืองต่างๆ ในมณฑลกวางตุ้ง เจียงซู และเจ้อเจียง ก็มีเเนวโน้มเติบโตทางเศรษฐกิจได้ดีเช่นกัน เเม้ไม่ติดใน 10 อันดับเเรก จากนโยบายขับเคลื่อนเทคโนโลยีที่มากขึ้นในช่วงปี 2021-2025

โดยแผนของรัฐบาลจีนในปี 2021-2025 จะมีการเพิ่มงบประมาณเพื่อการวิจัยและพัฒนา มากกว่า 7% ในเเต่ละปี เเสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาด้านเทคโนโลยี เเละลดการพึ่งพาความเชี่ยวชาญ know-how จากต่างชาติ

ส่วนเมืองหางโจว หนานจิง และซูโจว คาดว่าจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติได้เป็นจำนวนมาก รวมถึงการหลั่งไหลมาของแรงงานทักษะสูง โดยเฉพาะด้านนวัตกรรมเเละเทคโนโลยีเเห่งอนาคต

ด้านเมืองเล็กๆ อย่าง ‘จูไห่’ นั้นมีศักยภาพจะเติบโตได้กว่านี้อีกมา เนื่องจากตั้งอยู่ใกล้กับเมืองกว่างโจว และเมืองเซินเจิ้น ทำให้ได้รับอานิสงส์ทางเศรษฐกิจเชิงบวก

นักเศรษฐศาสตร์บางคน เตือนว่า ความรุ่งเรืองของบริษัทเทคโนโลยีขั้นสูง ที่ตั้งอยู่ในภาคตะวันออกและตอนใต้ของจีน อาจทำให้เกิด ‘ภาวะสมองไหล’ ในภาคเหนือแย่ลงไปอีก (ยกเว้นปักกิ่ง) และอาจทำให้ความไม่สมดุลทางเศรษฐกิจทางเหนือ-ใต้รุนแรงขึ้น

Yue Su นักเศรษฐศาสตร์ของ EIU กล่าวว่า ตามกลยุทธ์สร้างมหานครเเละกลุ่มเมืองอุตสาหกรรมของรัฐบาลจีนที่กำลังคืบหน้า บริษัทต่างๆ จึงต้องให้ความสำคัญกับการขยายของเมืองต่างๆ ในวงกว้างมากขึ้นตามไปด้วย

จีนวางแผนจะขยายเส้นทางรถไฟที่เชื่อมต่อระหว่างเมืองและในเมือง ระยะทางรวมกว่า 10,000 กิโลเมตร ช่วงปี 2021-2025 ในโซนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซีทางตะวันออก, พื้นที่ Greater Bay Area ทางใต้ และภูมิภาคปักกิ่ง-เทียนจิน-เหอเป่ยทางตอนเหนือ โดยตั้งเป้าที่จะ ‘สร้างงานใหม่’ ในเมืองต่างๆ มากกว่า 50 ล้านตำแหน่งในช่วงเวลาดังกล่าวด้วย