Wednesday, May 6, 2026
Home Blog Page 3222
จากจุดเด่นของ Samsung Galaxy S21 Series 5G ที่ไม่ได้เป็นเพียงสมาร์ทโฟนแฟลกชิปธรรมดา แต่เป็นสมาร์ทโฟนที่มาพร้อมกับกล้องที่ดีที่สุดใน Galaxy ทำให้นับตั้งแต่เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ผู้บริโภคจึงได้เห็นแคมเปญการตลาดที่แปลกใหม่ อย่าง ‘Reserve The Epic’ ที่กล้าท้าพิสูจน์ให้คนเอากล้องมาแลกซื้อสมาร์ทโฟนใหม่ในราคาเพียง 21 บาทเท่านั้น ซึ่งแคมเปญนี้ถือว่าได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี พร้อมสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้เกิดขึ้นแก่วงการสมาร์ทโฟน จนถึงขั้นที่เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในสมาร์ทโฟนที่น่าจับตามองที่สุดในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2021 เลยก็ว่าได้ ซึ่งจากความโดดเด่นเรื่องกล้องที่สร้างเสียงฮือฮาเป็นอย่างมาก จึงเป็นที่มาของอีกหนึ่งโปรเจกต์พิเศษ ที่ออกแบบมาเพื่อเอาใจอีกหนึ่งกลุ่มลูกค้าคนสำคัญของสมาร์ทโฟนรุ่นนี้ อย่าง กลุ่ม Young Millennial และ Gen Z  ซึ่งคนกลุ่มนี้มีความคิด ความต้องการ และไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างกับเจเนอเรชั่นอื่นๆ อย่างชัดเจน จากการที่พวกเขาเติบโตมากับโลกดิจิทัล ที่สามารถติดตามข่าวสารความเป็นไปของโลกได้แบบเรียลไทม์ พร้อมยังใช้พื้นที่ดังกล่าวในการแสดงตัวตน แสดงความคิดเห็นต่อเรื่องที่อยู่ในประเด็นอย่างอิสระ หรือเรียกได้ว่าคนกลุ่มนี้เป็น ‘Social Expresser’ อย่างแท้จริง ความร่วมมือของ 3 แบรนด์ดังเพื่อสร้างมิวสิคมาร์เก็ตติ้งแคมเปญครั้งใหญ่ จากผลการสำรวจพบว่า 63% ของ Millennial และ 73% ของ Gen Z ฟังเพลงผ่านมิวสิคสตรีมมิ่งทุกวัน ดังนั้นหากแบรนด์ต้องการเข้าถึงคนกลุ่มนี้ ‘มิวสิค มาร์เก็ตติ้ง’ คือหนึ่งในกลยุทธ์ที่เหมาะสมที่สุด ซึ่งการที่จะทำมิวสิค มาร์เก็ตติ้งแคมเปญในรูปแบบออนไลน์ให้ออกมาได้สมบูรณ์แบบ การได้พาร์ทเนอร์ที่ถือเป็นอันดับหนึ่งของตลาด นับเป็นตัวแปรสำคัญที่ ดังนั้นในครั้งนี้จึงเกิดเป็นการร่วมมือกันของ 3 ยักษ์ใหญ่ อย่าง Samsung x AIS x...
หลายประเทศขาดแคลนวัคซีน COVID-19 ญี่ปุ่นมีวัคซีนเต็มมือแต่บริหารจัดการฉีดได้เชื่องช้า จนอาจต้องทิ้งวัคซีนนับหมื่นโดสที่จะหมดอายุในสิ้นเดือนมิถุนายนนี้
กลุ่มบริษัทภายใต้การนำของบริษัทอาลีบาบา กรุ๊ป โฮลดิ้ง (Alibaba Group Holding) บริษัทอี-คอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ของจีน ได้ลงทุน 400 ล้านดอลลาร์ในบริษัทค้าปลีกในเครือของกลุ่มบริษัทเมซาน (Masan Group) ของเวียดนาม
ท็อปส์ และ เซ็นทรัล ฟู้ด ฮอลล์ในเครือเซ็นทรัล รีเทล ฉลองครบรอบ 25 ปี เดินหน้าสร้างสีสันให้ธุรกิจค้าปลีกซูเปอร์มาร์เก็ต พร้อมกระตุ้นกำลังซื้ออย่างต่อเนื่องมอบของขวัญสุดพิเศษสำหรับคนชอบช้อปวันธรรมดา ให้ได้รับความคุ้มค่ามากขึ้นยิ่งกว่าเดิมครั้งแรกกับแคมเปญ “FLASH DEAL” ดีลเด็ดลดร้อนแรงแห่งปี ลดทั้งใบเสร็จสินค้าที่ร่วมรายการสูงสุดถึง 25% เมื่อช้อปเฉพาะช่วงเวลา 10.00-12.00 น. ในวันจันทร์-วันศุกร์ ตั้งแต่วันที่ 17-21 พฤษภาคม 2564 และ 24-28 พฤษภาคม 2564 ลดทันที 5% ทั้งสินค้าราคาปกติและราคาโปรโมชั่นเมื่อซื้อสินค้าครบ 1,000 บาท ขึ้นไป/ใบเสร็จ ที่ท็อปส์ มาร์เก็ต, ท็อปส์ ซูเปอร์สโตร์...
ตอนนี้บริษัทต่างๆ ในอินโดนีเซีย กำลังเร่งฉีดวัคซีนต้านโควิด-19 ให้กับพนักงานเเละครอบครัวของพวกเขา... รัฐบาลอินโดนีเซีย ได้เปิดตัวโครงการกระจายวัคซีน ‘ช่องทางใหม่’ เปิดโอกาสให้ธุรกิจภาคเอกชน สามารถจัดซื้อวัคซีนโควิด-19 ให้กับพนักงานและสมาชิกในครอบครัวได้ เพื่อเป็น ‘กำลังเสริม’ ช่วยกระจายวัคซีนไปทั่วประเทศ เร่งให้เกิด ‘ภูมิคุ้มกันหมู่’ ให้เร็วที่สุด อินโดนีเซีย เป็นประเทศขนาดใหญ่ที่มีประชากรถึง 270 ล้านคน มียอดมีผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาไปเเล้วมากกว่า 1.7 ล้านคน มากที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เเรงงานในบริษัทที่ต้องใช้แรงงานจำนวนมาก อย่างอุตสาหกรรมอาหารและปิโตรเคมี จะเป็นกลุ่มแรกที่ได้รับการฉีดวัคซีนของภาคเอกชน เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ ประธานาธิบดีโจโก วิโดโด ประกาศว่า “เราหวังว่าโรงงานในนิคมอุตสาหกรรมทั้งหมด จะได้รับการปกป้องจากโควิด -19 เพราะพวกเขามีบทบาทสำคัญในการเติบโตของเศรษฐกิจ” ก่อนหน้านี้ รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการฉีดวัคซีนกับบุคลากรทางการแพทย์เเละผู้สูงอายุ มาตั้งแต่ช่วงเดือนมกราคม เเละตั้งเป้าว่าประชาชนราว 70 ล้านคน จะต้องได้รับการฉีดวัคซีนภายในเดือนสิงหาคม หรือเดือนกันยายนเป็นอย่างช้า ...
ระบาดรอบ 3 จะจบเมื่อไหร่? คือคำถามที่ทุกคนเฝ้ารอคำตอบ ล่าสุด “วิจัยกรุงศรี” พล็อตกราฟใหม่หลังการระบาดมีแนวโน้มรุนแรง คาดจุดพีคของยอดผู้ติดเชื้ออาจเป็นช่วงปลายเดือนพฤษภาคมนี้ และทำให้การคุมระบาดสำเร็จล่วงเลยไปถึงเดือนสิงหาคม จึงพิจารณาปรับลดคาดการณ์จีดีพีไทยปีนี้เหลือโต 2% โดยไตรมาส 1/64 ยังติดลบอยู่ -2.6% YoY
ชั่วโมงการทำงานที่ยาวนานเกินไป ได้คร่าชีวิตผู้คนหลายเเสนคนต่อปี เเละยิ่งเลวร้ายลงไปอีกในช่วงโรคโควิด-19 โดยคนที่อาศัยอยู่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และฝั่งแปซิฟิกตะวันตก ได้รับผลกระทบมากที่สุด องค์การอนามัยโลก (WHO) และองค์กรแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) เผยแพร่งานวิจัยในวารสาร Environment International ระบุว่า การเเพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ต้องทำงานทางไกล และเศรษฐกิจที่ชะลอตัวทั่วโลก เพิ่มความเสี่ยงให้ลูกจ้างมีชั่วโมงการทำงานยาวนานขึ้นตามไปด้วย โดยการทำงานมากกว่า ’55 ชั่วโมงต่อสัปดาห์’ เพิ่มความเสี่ยงโรคหลอดเลือดสมองสูงขึ้น 35% และเสี่ยงเสียชีวิตจากโรคหัวใจสูงขึ้น 17% เมื่อเปรียบเทียบกับการทำงานสัปดาห์ละ 35-40 ชั่วโมง ในปี 2016 ประชาชนกว่า 745,000 คน เสียชีวิตจากอาการเส้นเลือดในสมองแตกและโรคหัวใจ ซึ่งเกี่ยวข้องกับทำงานยาวนานหลายชั่วโมง สูงขึ้นเกือบ 30% จากปี 2000 ผลวิจัยของ ILO พบว่า ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เกือบ...
เฮียฮ้อประกาศดีลธุรกิจใหม่ เปิดบริษัทร่วมทุนกับ Plan B ยักษ์ใหญ่ในวงการสื่อโฆษณา ต่อไปอาจจะได้เห็นการขายสินค้าของ RS Mall ขึ้นบนจอโฆษณาทั่วประเทศได้
บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) นำโดย นายอุทัย อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ ผนึกเหล่าพันธมิตรจำนวน 29 บริษัท รวมพลังเร่งสร้างห้องอาบน้ำสำหรับผู้ป่วยโควิด-19 ในโรงพยาบาลบุษราคัม โรงพยาบาลสนามเมืองทองธานี กระทรวงสาธารณสุข จำนวน 380 ห้อง รวมมูลค่า 8 ล้านบาท โดยสร้างเสร็จภายในระยะเวลา 5 วัน ประกาศขอเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือคนไทยอย่างเต็มที่เพื่อก้าวพ้นวิกฤตินี้ไปได้ด้วยกัน รวมถึงสนับสนุนการฉีดวัคซีน และตรวจโควิด-19 เชิงรุกเพื่อควบคุมการระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทย รับมอบโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ร่วมด้วย นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข ณ โรงพยาบาลบุษราคัม อาคารชาเลนเจอร์ เมืองทองธานีเมื่อเร็วๆนี้ ตามนโยบายรัฐบาลที่ต้องการให้ผู้ติดเชื้อทุกคนได้รับการรักษาในโรงพยาบาล หวังเสริมทัพเป็นฟันเฟืองในการช่วยเหลือสังคมให้สามารถควบคุมและยับยั้งการแพร่ระบาดได้ดียิ่งขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่กับการจัดหาวัคซีนให้ครอบคลุมประชากรทุกคนของประเทศให้มากที่สุดและโดยเร็วที่สุด ตอกย้ำวิสัยทัศน์ของแสนสิริในหลักการบริหาร 4 เสาหลัก ได้แก่ ลูกค้า พนักงาน ผู้ถือหุ้น และสังคม นายอุทัย อุทัยแสงสุข ประธานผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ กล่าวว่า “แสนสิริ ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการนำความเชี่ยวชาญด้านอสังหาริมทรัพย์มาใช้ในการช่วยเหลือสังคมอย่างเต็มที่ โดยร่วมกับพันธมิตรผู้รับเหมาก่อสร้างและบริษัทวัสดุและสุขภัณฑ์ชั้นนำรวมกว่า 29 ราย รวมพลังเร่งสร้างห้องอาบน้ำจำนวน 380 ห้อง ภายในระยะเวลา 5 วัน เพื่อพร้อมอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ป่วยโควิด-19 ที่มาเข้ารับการรักษา ณ โรงพยาบาลบุษราคัม ซึ่งเป็นโรงพยาบาลสนามโดยกระทรวงสาธารณสุขที่ได้จัดตั้งล่าสุด...
‘ShopeePay’ ผู้ให้บริการด้านการชำระเงินผ่าน Mobile Wallet ชั้นนำจาก SeaMoney ผนึกกำลังกับ ‘มาสเตอร์การ์ด’ ต่อยอดพันธกิจในการผสานเทคโนโลยีและความชำนาญด้านบริการของมาสเตอร์การ์ดเข้ากับฟังก์ชันการชำระเงินแบบไร้สัมผัสของ ShopeePay เพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้บริการให้แก่ผู้ถือบัตร ‘ShopeePay Prepaid Mastercard’ นับล้านในประเทศไทยให้สามารถทำธุรกรรมทางการเงิน ณ จุดขายทุกพื้นที่บนโลกได้อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้นตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2564 เป็นต้นไป การผนึกกำลังกันครั้งนี้เกิดขึ้นจากความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยที่มองหาช่องทางการชำระเงินที่หลากหลายมากขึ้นเมื่อจับจ่ายในห้างร้านต่างๆ โดยผลสำรวจล่าสุดจาก Mastercard New Payments Index ในปี 2563 ระบุว่าช่องทางการชำระเงินทุกรูปแบบเติบโตขึ้น และปัจจุบัน ผู้บริโภคชาวไทยกว่า 93% มีตัวเลือกในการชำระเงินมากขึ้นเมื่อเทียบจากปี 2562 นอกจากนี้ ผลสำรวจยังระบุว่า 80% ของผู้บริโภคเลือกที่จะจับจ่ายอย่างต่อเนื่องกับร้านค้าที่มีช่องทางการชำระเงินให้เลือกหลายช่องทาง ในขณะที่ 84% ระบุว่าจะจับจ่ายสินค้ากับร้านค้ารายย่อยที่มีช่องทางในการชำระเงินที่หลากหลายเช่นกัน มาสเตอร์การ์ดและ Shopee ได้ร่วมมือกันผลักดันอีคอมเมิร์ซให้เติบโตขึ้นตั้งแต่ปี 2558 โดยมุ่งมั่นในการพัฒนาระบบการชำระเงินให้มีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้แก่อีโคซิสเต็ม ต่อมาในปี 2559 ทั้งสองได้ร่วมกันเปิดตัวบัตร ShopeePay Prepaid Mastercard เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงธุรกรรมในรูปแบบดิจิทัลได้อย่างสะดวกสบาย ซึ่งผู้ใช้งาน ShopeePay สามารถลงทะเบียนและใช้งานได้ทันที ทั้งสองฝ่ายได้ต่อยอดการร่วมมือในการมุ่งพัฒนาและนำเทคโนโลยี NFC (Near Field Communication) มาปรับใช้ในบัตร ShopeePay Prepaid Mastercard ทำให้ผู้ถือบัตรสามารถชำระเงินแบบไร้การสัมผัส ณ ร้านค้าและจุดขายทั่วโลก พร้อมเป็นการเปิดช่องทางให้ ShopeePay เป็นมากกว่าการชำระเงินออนไลน์ ซึ่งก่อนหน้านี้ บัตร ShopeePay Prepaid Mastercard สามารถใช้ได้เฉพาะการชำระเงินผ่านทางออนไลน์ ทั้งการซื้อสินค้าบนแพลทฟอร์ม Shopee และการจับจ่ายที่ร้านค้าที่รองรับช่องทางการชำระเงินผ่าน ShopeePay “ShopeePay นำเทคโนโลยี NFC มาต่อยอดและปรับใช้ในประเทศไทยอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เราสามารถเสนอทางเลือกในการชำระเงินที่ดีกว่า ง่ายดาย และรวดเร็วยิ่งขึ้นแก่ผู้ถือบัตร ShopeePay Prepaid Mastercard ซึ่งสอดคล้องกับสถานการ์ณของโลกการค้าในปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่เป็นผู้ให้บริการกระเป๋าสตางค์ออนไลน์ (Mobile Wallet) รายแรกที่มาสเตอร์การ์ดเลือกเป็นพันธมิตร...