ศูนย์วิจัยเทเลนอร์ร่วมกับสถาบันเพื่อการสาธารณสุขแห่งนอร์เวย์หรือ NIPH (Norwegian Institute of Public Health) เปิดเผยโปรเจกต์ความร่วมมือ ในการต่อสู้กับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด -19 สีฟ้าที่แสดงผลอยู่บนหน้าจอแสดงให้เห็นถึงการอพยพเดินทางระหว่างพื้นที่เขตเทศกาล โดยสีฟ้าที่มีความเข้มมากเท่าไหร่ นั่นหมายถึงการเดินทางของผู้คนในบริเวณนั้นยิ่งน้อยลง ขณะที่สีแดงนั้นหมายถึงการเพิ่มขึ้นของการเดินทางของผู้คนในท้องที่นั้นๆ
ข้อมูลสร้างความเข้าใจ
เคนท์เองเกอ มอนเซน นักวิจัยอาวุโส ศูนย์วิจัยเทเลนอร์ กล่าวว่า “สีฟ้าเป็นสีที่ผมชอบที่สุดในช่วงวิกฤตนี้เลย นับจากรัฐบาลนอร์เวย์ประกาศใช้มาตรการล็อกดาวน์เมื่อวันที่ 12 มีนาคมที่ผ่านมา เราเห็นข้อมูลการเปลี่ยนแปลงของการอพยพเดินทางของผู้คนในนอร์เวย์อย่างมีนัยสำคัญ ในบางพื้นที่การเดินทางข้ามเขตเทศบาลนั้นลดลงถึง 65% ซึ่งเราทราบจากการมอนิเตอร์รูปแบบการเดินทางของประชากร โดยอาศัยการจับสัญญาณมือถือ ซึ่งหากมีการเปลี่ยนเสาจับสัญญาณนั่นหมายถึงเกิดการอพยพเดินทางขึ้น ข้อมูลเหล่านี้เป็นประโยชน์ต่อหน่วยงานด้านสาธารณสุขในการตัดสินใจออกมาตรการสาธารณสุขอย่างยิ่ง
จริงๆ แล้ว ทางศูนย์วิจัยนอร์เวย์ได้ร่วมมือกับทาง NIPH ตั้งแต่เดือนมกราคมในการให้ข้อมูลการรูปแบบการอพยพเดินทางของประชากรทั่วประเทศ ซึ่งแบ่งออกเป็น 356 เขตเทศบาล ซึ่งความร่วมมือดังกล่าวเกิดขึ้นในช่วงเวลาก่อนที่จะค้นพบการแพร่ระบาดของเชื้อโควิดในนอร์เวย์เสียอีก”
“ข้อมูลเกี่ยวกับรูปแบบการอพยพเดินทางมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการทำความเข้าใจกับรูปแบบการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด” เคนท์ เน้นย้ำ
ทำนายรูปแบบการแพร่กระจายผ่านบิ๊กดาต้า
จากความร่วมมือดังกล่าว ทำให้ NIPH ได้ใช้ประโยชน์จากข้อมูลของศูนย์วิจัยเทเลนอร์ในการ “ทำนาย” รูปแบบและสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นจากการแพร่ระบาดของโรคได้
“เราได้สร้างโมเดลการแพร่ระบาดของเชื้อในประชากรทั้งประเทศ ซึ่งโมเดลนี้แบ่งออกเป็น 3 ชุด ได้แก่ 1.โครงสร้างประชากรในแต่ละเขตเทศบาล 2.รูปแบบการแพร่กระจายของเชื้อในเขตเทศบาล และ 3. รูปแบบการอพยพเดินทางระหว่างเขตเทศบาล ซึ่งจากโมเดลดังกล่าว ทำให้เราสามารถเข้าใจถึงสถานการณ์ของการแพร่ระบาดในปัจจุบัน ตลอดจนการทำนายแนวโน้มที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้ในระดับเขตเทศบาล” บลาซิโอ ผู้อำนวยการสถาบัน NIPH เล่าถึงขั้นตอนการทำงาน พร้อมกล่าวเสริมว่า...
องค์การอนามัยโลก ยกย่องความคืบหน้าในการรับมือไวรัสทั่วโลก แต่กำชับให้เฝ้าระวังการระบาดรอบสองอย่างเต็มที่ สอดคล้องกับที่ผู้เชี่ยวชาญชื่อดังของอเมริกาเตือนว่า การเร่งเปิดเมืองนอกจากทำให้มีผู้ป่วยและเสียชีวิตเพิ่มโดยไม่จำเป็นแล้ว ยังบ่อนทำลายความพยายามในการรีสตาร์ทเศรษฐกิจ ทางด้านจีนสั่งลุยตรวจชาวเมืองอู่ฮั่นทั้ง 11 ล้านคนหลังพบเคสใหม่เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
หุ่นยนต์สุนัขมีชื่อว่า Spot พัฒนาโดย Boston Dynimics นำมาใช้เป็นครื่องมือช่วยให้คนเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) เพื่อป้องกันการแพร่กระจายและติดเชื้อ COVID-19 สำหรับผู้ที่เข้ามาใช้บริการสวนสาธารณะที่อยู่ในการดูแลของ National Parks Board (NParks)
SKYTRAX บริษัทจัดอันดับให้แก่อุตสาหกรรมการบิน ในการจัดอันดับสนามบินระดับโลก ประกาศผลการจัดอันดับ สนามบินที่ดีที่สุดในโลก หรือ World's Best Airports of 2020 ผลปรากฏว่า สนามบินซางงี ของสิงคโปร์ ยังคงรักษาตำแหน่งแชมป์อย่างเหนียวแน่น คว้าอันดับ 1 เป็นปีที่ 8 ติดต่อกัน
โอสถสภา (OSP) รายงานผลประกอบการไตรมาส 1/63 รายได้รวม 6.7 พันล้านบาท เติบโต 5% กำไรสุทธิ 926 ล้านบาท เติบโต 4.2% สวนทางเศรษฐกิจไทยท่ามกลาง COVID-19 อานิสงส์กระแสตลาดฟังก์ชันนอลดริ้งก์ สร้างยอดขายเครื่องดื่ม "C-vitt" เติบโต 5.8% ด้านเครื่องดื่มบำรุงกำลัง "M-150" ครองมาร์เก็ตแชร์เพิ่มอีก 1.1% จับโอกาสทำตลาดเจลล้างมือ แอลกอฮอล์ เสริมรายได้กลุ่มของใช้ส่วนตัว
Kantar Worldpanel เปิดข้อมูลผลสำรวจผู้บริโภคคนไทยในช่วงเวลากักตัวจากช่วงล็อกดาวน์ประเทศจากการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 พบว่าตอนนี้คนไทยอยากกลับไปทานอาหารที่ร้าน เลิกกักตุนอาหาร เพราะรู้แล้วว่าร้านค้าไม่ปิด
ธุรกิจสายการบินทั่วโลกกำลังเเขวนอยู่บนเส้นด้าย บางเเห่งเจอวิกฤตหนักถึงขั้นเสี่ยงล้มหายตายจาก เมื่อการเเพร่ระบาดของ COVID-19 ทำให้การเดินทางทั่วโลกหยุดชะงัก การท่องเที่ยวซึ่งเป็นหนึ่งในวิถีชีวิตของคนยุคใหม่จะ "ไม่เหมือนเดิม" เเม้จะผ่านวิกฤตนี้ไปเเล้วก็ตาม
ผลกระทบของ COVID-19 ได้เข้ามาเปลี่ยนเเปลงสังคม จนเกิดปรากฏการณ์ New Normal วิถีชีวิตเเบบใหม่ที่เห็นได้ชัดคือ การลดการสัมผัสระหว่างบุคคลและการเว้นระยะห่างทางสังคม (Social Distancing) อย่างการซื้อของออนไลน์สั่งอาหารจากเดลิเวอรี่ หรือการต้อง Work from Home ประชุมออนไลน์ ไปจนถึงสวดมนต์ออนไลน์ ตามมาตรการล็อกดาวน์ของรัฐบาลชาติต่างๆ ซึ่งทำให้ต้องงดการเดินทางทั้งในเเละนอกประเทศ
สายการบินต้องดิ้นรน "ยกเครื่อง" ครั้งใหญ่เเบบไม่เคยมีมาก่อน เพื่อต่อลมหายใจให้อยู่รอด เเม้ทางออกจะยังไม่ชัดเจนเเต่การได้กลับมาเริ่มบินอีกครั้ง เเม้จะต้องเปิดให้บริการเเค่ "บางเส้นทาง" เเต่ก็เป็น "โอกาสเดียว" ที่จะต้องคว้ามันไว้ให้ได้
เราจึงจะได้เห็นมาตรการเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของสายการบินต่างๆ ข้อปฏิบัติใหม่ๆ ที่จะกลายเป็น New Normal...
การระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ท้าทายองค์กรในทุกมิติ รวมถึงการบริหาร "พนักงาน" ในบริษัทด้วย เพราะสถานการณ์ไม่ปกติทำให้การทำงานต้องเปลี่ยนไปจากเดิม และอาจเกิดความไม่มั่นคงของบริษัททำให้พนักงานหวั่นกลัว จึงเป็นห้วงเวลาสำคัญที่ทุกบริษัทควรใส่ใจกับ "คน" ของตนเองให้มากที่สุด
การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 อาจสิ้นสุดในวันใดวันหนึ่งข้างหน้า ซึ่งอาจใช้เวลาหลายเดือนนับจากนี้ แต่ถึงอย่างนั้น สิ่งที่แน่นอนแล้วก็คือ พวกเราอยู่ในโลกแห่ง “ความปกติใหม่”
1.ช่องทางดิจิทัลเติบโตเร็วกว่าที่คาดการณ์ไว้มาก
2.มาตรการการรักษาระยะห่างทางสังคมจะกลายเป็น “พฤติกรรมใหม่” ในอนาคต
3.ผลกระทบทางเศรษฐกิจจากวิกฤตโควิด-19 จะใช้เวลาในการฟื้นตัวยาวนาน
แน่นอนว่าการเปลี่ยนแปลงนำมาซึ่งความกลัวเสมอ แต่ดีแทคสามารถตอบสนองตอบต่อการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์โควิด-19 ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ซึ่งเราจะยังคงใช้หลักนี้ในการดำเนินธุรกิจต่อไป
ช่องทางดิจิทัล
ในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เราเห็นความนิยมในการใช้แอปพลิเคชันที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานอย่างสูงสุด ทั้งแอป Zoom และ Office 365 ดีแทคแอปเองก็มีการเติบโตถึง 40% ตั้งแต่ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ในขณะที่ผู้ใช้งานรายวันบนเว็บไซต์ dtac.co.th เพิ่มขึ้น 40% ในช่วงเวลาเดียวกัน (25 มีนาคม – 23 เมษายน 2563) ในการณ์นี้ ดีแทคเราได้ช่วยสนับสนุนเพื่อให้การเปลี่ยนผ่านทางดิจิทัลราบรื่นมากขึ้นผ่านหลากหลายมาตรการ ดังนี้
แพ็กเก็จฟรีดาต้าสำหรับการใช้งานแอปพลิเคชันที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน อันเป็นปัจจัยสำคัญอย่างมากในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศไทยในระหว่างการบังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์
สิทธิพิเศษสำหรับผู้ใช้งานดีแทคแอปรายใหม่...
“ดีเคเอสเอช” ผู้นำในการให้บริการด้านการขยายตลาด ริเริ่มโครงการ “D-GIVE”เพื่อสนับสนุนสิ่งของจำเป็นและเงินบริจาคให้กับบุคลากรทางการแพทย์ที่เป็นด่านหน้าในการต่อสู้เชื้อไวรัสโควิด-19 ในประเทศไทย โดย D-GIVE ได้มอบเงินและอุปกรณ์สิ่งของจำเป็น อาทิ อุปกรณ์ป้องกันไวรัสโควิด-19และสินค้าอุปโภคบริโภคในชีวิตประจำวัน เพื่อเป็นกำลังใจและขอบคุณในความเสียสละของบุคลากรทางการแพทย์โรงพยาบาลรามาธิบดีและโรงพยาบาลราชวิถี รวมมูลค่าโรงพยาบาลละ 1.1 ล้านบาท ซึ่งพนักงานดีเคเอสเอชได้ร่วมบริจาคสมทบทุนพร้อมกันนี้ตัวแทนพนักงานและผู้บริหารได้เดินทางไปส่งมอบสิ่งของได้แก่ แอลกอฮอล์แผ่น เจลล้างมือ หน้ากากอนามัย ยาดม อุปกรณ์ดูแลปากและฟัน รวมถึงสินค้าอุปโภคบริโภคอื่น ๆ บรรจุในกล่อง D-Pack นวัตกรรมเฉพาะของบริษัทดีเคเอสเอช เป็นกล่องที่สามารถนำมาใช้ซ้ำเพื่อลดขยะและรักษาสิ่งแวดล้อมมีความคงทน ปกป้องสินค้าที่บรรจุภายในกล่อง
มร. จอห์น แคลร์ รองประธานฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ ประเทศไทยและอินโดจีน (พม่า กัมพูชา ลาว) ของบริษัท ดีเคเอสเอช กล่าวว่า “ในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ บริษัท...









