สำหรับบริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด การเป็นสปอนเซอร์สติ๊กเกอร์ LINEถือเป็นเครื่องมือสื่อสารอันทรงพลังระหว่างองค์กรที่จะใช้ติดต่อกับลูกค้า และยังทำให้แบรนด์เข้าถึงพฤติกรรมผู้บริโภค โดยมีสติ๊กเกอร์พี่เชฟและน้องเกี๊ยว คาแร็กเตอร์การ์ตูนเป็นเสมือนตัวแทนของแบรนด์เชื่อมโยงแบรนด์ไปยังลูกค้าได้ง่ายขึ้น “ในฐานะของการเป็นองค์กรใหญ่ที่มีผู้บริหารระดับสูงและมีพนักงานเป็นหมื่นๆ คนคงไม่สามารถลงมาสื่อสารกับลูกค้าทุกคนได้ทั้งหมด การมีสติ๊กเกอร์พี่เชฟและน้องเกี๊ยวช่วยให้แบรนด์มีตัวตน มีความเป็นบุคคลทำให้เข้าถึงลูกค้าได้ง่าย เป้าหมายในการทำสติ๊กเกอร์ของเราไม่ได้สร้างช่องทางขายของ แต่เป็นเรื่องของการทำให้แบรนด์ใกล้ชิดกับลูกค้า” อนุตร พฤกษ์สุวัฒน์ ผู้รับผิดชอบด้านการตลาดออนไลน์ของซีพีเอฟ บอก ซีพีเปิดตัวCP Official Accountในวันที่ 5 ตุลาคม 2555 จากนั้นได้เปิดตัวสติ๊กเกอร์พี่เชฟและน้องเกี๊ยวให้โหลดฟรีในวันที่ 9ตุลาคม โดยมียอดดาวน์โหลด 1.6ล้านราย “เราเป็นแบรนด์แรกที่ติดต่อไปทาง LINE ตอนนั้น LINE มีคนใช้อยู่ 6 ล้านคน ในจำนวนนี้มีผู้ใช้ประจำ (นับเฉพาะผู้ที่ใช้ประจำทุกวัน) จำนวน3ล้านคน เราคิดแล้วว่าถ้ามาดาวน์โหลดเราแค่...
ถ้าจะเทียบแบรนด์ Mogu Mogu กับแบรนด์อย่าง CP, การบินไทย คงจะเทียบไม่ได้แน่นอน ทั้งในแง่ของเม็ดเงินและการรับรู้ของผู้บริโภค แต่ในโลกของการสื่อสารใน LINE แล้ว แบรนด์เล็กแบรนด์ใหญ่ไม่เกี่ยวเพราะวัดกันที่ “สติ๊กเกอร์” อัญชลี ผดุงสิทธิ์ Vice President – Marketing บริษัท ทรัพย์อนันต์ เยนเนอรัล ฟู้ด จำกัด ว่า “แบรนด์ โมกุ โมกุ เป็นแบรนด์ที่เดิมจับกลุ่มเป้าหมายอายุ 7-15 ปี เราอยากจะขยับโพสิชันนิ่งของเรา ว่าไม่ใช้เครื่องดื่มสำหรับเด็ก แต่เป็น Fun and Emotion Drinking ดังนั้นก็เลยใช้ช่องทาง...
สำหรับทรูมูฟ เอช รุ่งฟ้า เกียรติพจน์ ผู้ช่วยบริหารงาน กรรมการผู้จัดการใหญ่ และผู้อำนวยการ ด้านบริหารแบรนด์ และการสื่อสารเพื่อสร้างแบรนด์ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด บอกถึง สาเหตุในการเลือก LINE เป็นเครื่องมือสื่อสารองค์กรมาจากหลายเหตุผล ข้อแรกเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์องค์กรที่ต้องการเชื่อมโยงกับพาร์ตเนอร์ระดับ Global ทำให้ได้ประโยชน์ทั้งความรู้และประสบการณ์มาร่วมพัฒนาธุรกิจในอนาคต นอกจากนี้ ความพร้อมของเครือข่าย 3 จีของทรูมูฟเอช ที่ขยายเครือข่ายทั่วประเทศ ทำให้สามารถรองรับการใช้งานดาต้า ดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น และการใช้โซเชี่ยลเน็ตเวิร์คได้อย่างดี สำหรับ LINE เองก็มีการใช้งานแพร่หลาย โดยมี 85 ล้านรายทั่วโลก และในไทย 10.2 ล้านราย ถือเป็นแชตแอปพลิเคชั่นอันดับต้นๆ ในไทย...
หากไม่นับการจับมือกับค่ายหนังและค่ายเพลงแล้ว AIS นับเป็นแบรนด์สินค้าแรกที่จับมือกับ LINE พัฒนาสติ๊กเกอร์ “อุ่นใจ” ออกมาให้ผู้ใช้โทรศัพท์มือถือแอนดรอยด์ในเครือ AIS ได้ใช้ตั้งแต่กลางปี 2555 และด้วยกระแสฮิตของ LINE คราวนี้ AIS จึงทำทั้งเปิด Official Accounts และแจกสติ๊กเกอร์ น้องอุ่นใจเวอร์ชั่น 2 เมื่อเดือนธันวาคม พงษ์กรณ์ คอวนิช ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารและกิจกรรมการตลาด เอไอเอส บอกถึงการทิ้งช่วงการเป็น Official Accounts เพราะยังมีเรื่องทางเทคนิคที่เราต้องดีลกับ LINE ค่อนข้างเยอะ ระหว่างนี้จึงใช้เวลาศึกษา Official ของคนอื่นด้วยว่าเขาทำยังไง แบบไหนที่ประสบความสำเร็จ จะได้เรียนรู้ไปด้วย โดยเฉพาะธุรกิจบันเทิงที่ใช้ได้ผลมากใน LINE เขามองว่าที่ผ่านมาก็มี...
ในความคิดเห็นของดีเจ พี่ฉอด-สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (สายธุรกิจสื่อ) บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) มองว่า กังนัมสไตล์เป็นความลงตัวของช่วงเวลาและสื่อ ส่วนเพลงก็น่าจะดังแค่เวลาเดียว ไม่ถึงขนาดขึ้นหิ้งเป็นเพลงระดับตำนานในแง่ของศิลปะ “มันเป็นเรื่องของโลกสมัยนี้ มีความเป็น Happening ที่ลงตัวกันถูกที่ถูกเวลาพอดีเป๊ะ แล้วก็เกิดได้ ถามว่าเก่งมากไหม เพราะมากไหม ก็อาจจะไม่ใช่ มันเป็นความลงตัวพอดี แล้วโลกยุคปัจจุบันเอื้อกับการเกิดอีเวนต์แบบนี้ หมายถึงการใช้โซเชี่ยลมีดีย พฤติกรรมการส่งต่อกัน ถ้าสมัยก่อนก็คงเป็นแผ่นเสียงแผ่นหนึ่งที่ถูกส่งมาที่วิทยุ แล้วก็ดังไปตามธรรมชาติ แต่ไม่ดังขนาดนี้ เพลงอย่างกังนัมสไตล์ แบบนี้เป็นเรื่องที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป”
ในขณะที่มุมมองของ ป๊อก-ทวิษย์ชญะ ตั้งสหะรังษี นักแต่งเพลง เจ้าของนามปากกา “แจ็ครัสเซล และเป็นเจ้าของค่ายเพลง “คลาสซี่ เรคคอร์ด” ที่เคยปั้น นิว-ปทิตตา อัธยาตมวิทยา กับอัลบั้ม "ความรัก ปากกากีตาร์โปร่ง (Love In The Light Lines)" เผยแพร่แต่ในยูทิบอย่างเดียว มีคนดู 2 ล้านวิว และยังไปติดอันดับ 1 ในชาร์ตเพลงที่ประเทศไต้หวันมาแล้ว เขามองว่า กรณีของ ไซ ให้แง่มุมในเรื่องของการใช้ประโยชน์จากเครือข่ายสังคมออนไลน์มาเป็นเครื่องมือพีอาร์ราคาถูก และอยู่กับตัวใช้ได้ตลอด มาใช้โปรโมตเพลง โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาช่องทางตลาด หรือประชาสัมพันธ์ในรูปแบบเดิมๆ “ศิลปินทุกวันนี้ ห้ามละทิ้งโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค ยุคนี้คุณต้องหัดใช้...
หลายคนพูดถึงกระแสกังนัมสไตล์โดยตรง แต่สิ่งที่ สิทธิโชค นพชินบุตร ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายการตลาด ธุรกิจโทรคมนาคม บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด กระตุ้นให้นักการตลาดคนอื่นคิดต่อยอดจากความโด่งดังลักษณะนี้ต่อไปอีกชั้นหนึ่ง “ตอนที่กังนัมสไตล์ดัง เสิร์ชคลิปวิดีโอในกูเกิลยังไงก็เจอ ผมลองเสิร์ชคำว่า Gangnum Style’s Shirt ดู ปรากกฏว่าคำนี้ ก็กลายเป็นคำที่มีคนค้นหาเยอะเหมือนกัน แล้วก็มีคนที่เขาไวมากๆ เปิดขายเสื้อที่เราเห็นกันในคลิปวิดีโอ ว่าใครอยากได้เสื้อแบบนี้ก็สั่งซื้อออนไลน์ได้เลย นี่คือการที่เอาเรื่องรอบๆ ตัวมาสร้างเป็นสินค้าอิงกับกระแส”
เต๋อ-นวพล ธำรงรัตนฤทธิ์ ผู้เขียนบทไฟแรงจากค่ายจีทีเอช พูดถึงความฮิตของกังนัมสไตล์เอาไว้ว่า "ผมคิดว่ามันเจ๋ง ตรงที่กระแส K-Pop กำลังอยู่ในช่วงขาลง จากที่เคยพุ่งสูงสุดจากพวกเกิร์ล กรุ๊ป, บอยแบนด์ทั้งหลาย แต่กังนัมเอาความปัญญาอ่อนมานำ เอาวัฒนธรรมสายรองมาเป็นจุดขาย ถ้าเป็นหนังก็คงเหมือนกับที่หนังตลกมักไม่ได้ออสการ์ แต่ถ้าเรามองด้านการส่งออกวัฒนธรรม เราไม่เคยคิดเลยว่าวัฒนธรรมแบบนี้มันจะขายได้ ทั้งๆ ที่ความจริง ความตลกมันมีความเป็นสากลนะ แล้วมันก็ทำให้กระแส K-Pop กลับมาได้อีกรอบ ขณะที่ถ้าเป็นคนไทยเราก็จะคิดถึงแต่อะไรที่มันแกรนด์ๆ ยิ่งใหญ่ เต้นเป๊ะๆ สไตล์อเมริกัน" "เพลงนี้แต่งขึ้นมาจังหวะมัน Catchy มากๆ ฟังแล้วติดหูไว เป็นเพลงแดนซ์ที่เปิดช่องให้เอาไปทำอะไรได้อีกเยอะ เอาไปล้อเลียน เอาไปรีมิกซ์ เอาไปคัฟเวอร์ใหม่ แต่เพลงแบบนี้มาแป๊บเดียว เดี๋ยวก็ไป ไม่น่าจะอยู่ได้นาน"...
“ตัววิดีโอมัน Unique มากๆ ดูวิธีการที่เล่นซิ จากเดิมที่ K-Pop มันจะต้องเป็นอะไรที่เป๊ะๆ กังนัมสไตล์เขาทำในสิ่งใหม่ ทำในสิ่งที่ตรงข้ามกับสิ่งที่มีอยู่เดิมๆ แล้วทำแบบสุดๆ ไปเลย” โอม-อดิลฟิตรี ประพฤติสุจริต กรรมการผู้จัดการ บ.อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ ออนไลน์ จำกัด อธิบายถึงความโด่งดังของกังนัมสไตล์ เขายังแสดงความเห็นต่ออีกว่า เป็นธรรมชาติของสื่อที่มีความเป็น Main Stream มากๆ เมื่อมาถึงจุดหนึ่งก็จะเกิดทางเลือก เหมือนที่คนเห็นหนุ่มหล่อสาวสวยของวงการเพลงเกาหลีมาเยอะ จนกระทั่งมาเจอความฮาและแปลกของ PSY เข้าไป ก็โดนใจคนแล้วแจ้งเกิดได้ทันที แต่นี่คือบทเรียนที่นักการตลาดที่สนใจสื่อออนไลน์ต้องเรียนรู้ “ของแบบนี้ใช้ได้ครั้งเดียว ไม่ใช่ว่าจะเกิดขึ้นได้ทุกครั้ง คอนเทนต์ที่เกิดขึ้นแบบ Happening อย่างเช่น คลิปเสียใจแต่ไม่แคร์ ของไทย ก็เกิดจากความไม่ตั้งใจ...
สำหรับ รณพงศ์ คำนวณทิพย์ แห่งยูนิเวอร์แซลมิวสิค ประเทศไทย มองปรากฏการณ์กังนัมว่า เป็นเรื่องของ “เก่งบวกเฮง” ตัวของ “ไซ” มีความเก่ง เป็นศิลปินมานาน 10 ปี ออกอัลบั้มเพลงมาแล้ว 5 อัลบั้ม ทุกอัลบั้มล้วนแต่ดังระเบิดในเกาหลี แต่ยังไม่ถึงขั้นไปดังต่างประเทศ ขณะที่ “โชค” ของไซ คือ ความแปลกใหม่ ที่สร้างความแตกต่าง ฝ่าวงล้อมของบรรดา “เคป๊อป” หล่อล่ำ ที่เคยครองตลาดมานานจนกลายเป็นความจำเจ เมื่อผู้บริโภคเห็นอะไรแปลกใหม่ก็เลยเปิดรับ ด้วยเนื้อเพลงบวกกับท่าเต้นอันแปลกประหลาด ที่ดูน่าน่ารักปนตลกขบขันกระตุ้นให้คนรู้สึกอยากเต้นตาม และด้วยความแตกต่างนี้เอง จนมีคนนำไปล้อเลียน ทำให้คลิปของไซที่เผยแพร่บน Youtube ดังระเบิดมีคนกดดูมากที่สุด ถ้าเป็นกรณีศึกษาการตลาด เข้าข่ายกรณีการสร้างน่านน้ำสีคราม...





