Friday, January 2, 2026
Home Blog Page 6577
  วฤตดา วรอาคม ประธานเจ้านหน้าที่บริหารด้านนวัตกรรม (ซีไอโอ) แมคแคน เวิลด์กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวถึงปรากฏการณ์กังนัมสไตล์ว่าเป็นผลมาจากยุคทองของเอเชีย เป็น 1 แนวโน้มหลักในการตลาดปัจจุบัน ที่ทำให้ฝรั่งหันมามองเอเชียในมุมที่แปลกออกไป “กังนัมสไตล์มีความแปลกแบบเอเชีย แล้วเวลาที่เอาไป Interpret ในภาษาต่างๆ ก็จะถูกเอาไอเดียหรือวัฒนธรรมของประเทศนั้นๆ ผสมเข้าไปในแบบแต่ละประเทศไม่เหมือนกัน ถือว่ามันเป็นสิ่งที่แปลก และมีความหมายที่ถูกต่อเติมออกไป”  นอกจากกังนัมสไตล์แล้ว สตาร์ที่เกิดจากฝั่งเอเชียก็มีทั้ง K-Pop คนอื่นๆ นางแบบ ดารา หรือนักกีฬาอย่าง เจเรมี่ หลิน ก็เป็นที่จับตามองในตลาดโลก อีกทั้งส่วนผสมเช่นสมุนไพร หรือครีมที่มีส่วนผสมตามตำรับเอเชียก็จะเป็นเทรนด์ที่มาแรงของโลก เพราะว่าตลาดจีนและอินเดีย เป็นตลาดใหญ่ที่กำลังเติบโต กระแสของสินค้าก็จะมาตอบโจทย์ตลาดเหล่านี้   
ปีเตอร์ กัน นักวิชาการ นักบริหาร และนักการตลาดที่มองปรากฏการณ์ “กังนัม” ได้อย่างน่าสนใจ เขามองว่า ความสำเร็จของกังนัมมาจากตัวของ “ไซ” เป็นคนมีพื้นฐานดีมาก เกิดในครอบครัวฐานะดี เรียนเก่ง จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเบิร์กเลย์ และเป็นคนมีเสน่ห์แนวตลก  เมื่อมาประกอบกับแนวเพลงประชดประชันคนรวย ซึ่งไปตรงกับสถานการณ์ซวนเซของคนชั้นกลางที่กำลังได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำทั่วโลก เมื่อเนื้อหาของเพลงบวกกับมิวสิกวิดีโอที่เป็นแนวประชดประชันคนรวย เปรียบเป็นผู้ดีขี่ม้า เมื่อไซใช้ประสบการณ์อันแสนชำนาญของเขาทั้งร้อง ทั้งเต้น ส่งให้เพลงกังนัมกลายเป็น “กระแส” กระเพื่อมไปทั่วโลก   เมื่อนำปรากฏการณ์กังนมไปเปรียบเทียบกับ “วงจรชีวิตของสินค้า” ปีเตอร์มองว่า ปรากฏการณ์กังนัมยังเป็นเพียงแค่ “กระแส” ยังไม่สามารถพัฒนาไปสู่การเป็นแฟชั่นและสไตล์ ซึ่งปกติแล้ววงจรชีวิตของสินค้าที่ยืนยาวจะต้องผ่านการพัฒนา 3 ช่วง ช่วงแรก คือ การสร้างกระแส จากนั้นพัฒนาสู่ความเป็นแฟชั่น และจากแฟชั่นพัฒนาไปสู่การสร้างสไตล์...
ต้องถือเป็น Stategic Move อีกครั้งของสตาร์บัคส์หลังการเปลี่ยนโลโก้ เพื่อขยายไปสู่ธุรกิจอื่นๆ นอกเหนือจากกาแฟ ล่าสุดสตาร์บัคส์ในไทย ได้ประกาศขยาย 2 โมเดลธุรกิจใหม่ ร้านคาเฟ่ที่ขายอาหาร และสาขา ไดร์ฟ-ทรู เพื่อรับกับโจทย์ใหญ่ ผลักดันยอดขายให้เติบโตเฉลี่ย 15-20% ต่อปีต่อเนื่อง ท่ามกลางการแข่งขันจากร้านกาแฟที่มีเชนสาขารายใหญ่ ไปจนถึงร้านกาแฟที่เปิดโดยผู้ประกอบการรุ่นใหม่  ร้านคาเฟ่ที่ขายอาหาร เป็นโมเดลที่มีจุดเริ่มมาจากพฤติกรรมรับประทานมื้อเที่ยงของคนไทย ที่ต้องการอาหารมื้อหนัก ปรุงขึ้นมาร้อนๆ ขณะที่ร้านสตาร์บัคส์เดิมจะมีแค่ Light Meal เช่น Warm Sandwich ทำให้ช่วงเวลาพักเที่ยงร้านสตาร์บัคส์ยังไม่ใช่ตัวเลือกของลูกค้า ซึ่งจะกลับมาซื้ออีกครั้งช่วงบ่าย  เมนูอาหารตะวันตก 13 รายการ จะถูกเพิ่มมาในเมนูของสาขาต้นแบบแห่งแรกอยู่ที่ตึก Exchange Tower อโศก อาคารที่ตั้งสำนักงานใหญ่สตาร์บัคส์...
เป้าหมายของ ฮิวเลตต์-แพคการ์ด หรือ HP อยู่ที่การมีสินค้าตอบสนองลูกค้าให้ครบทุกความต้องการ ทำให้ล่าสุดเอชพีต้องแบ่งเซ็กเมนต์ของคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กเพิ่มขึ้นมาอีก 1 เซ็กเมนต์ เมื่อเห็นว่าลูกค้ามีความต้องการที่อยู่ระหว่างกลางระหว่างสินค้าเดิมที่เอชพีมีอยู่ โดยให้ชื่อไลน์อัพของผลิตภัณฑ์ใหม่นี้ว่า Sleekbook  “สลีคบุ๊กเป็นเซ็กเมนต์ที่ราคาถูกลงกว่าอัลตร้าบุ๊ก ซึ่งผู้ซื้อกลุ่มที่มีบัดเจ็ทจำกัดอาจจะมองว่าราคาสูง เราจึงใช้วิธีลดเพอร์ฟอร์แมนซ์และองค์ประกอบต่างๆ ของเครื่องลงบางส่วน ทำให้น้ำหนักเบา และราคาถูกกว่าอัลตร้าบุ๊กประมาณ 10-20%” อภิรดี พหลเวชช์ ผู้จัดการกลุ่มผลิตภัณฑ์และการตลาด กลุ่มธุรกิจการพิมพ์และคอมพิวเตอร์ บริษัท ฮิวเลตต์-แพคการ์ด (ประเทศไทย) จำกัด ให้ข้อมูล ขณะที่กวิน อิสระชัยพิสิฐ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาการตลาด ผลิตภัณฑ์คอนซูมเมอร์โน้ตบุ๊กกลุ่มธุรกิจการพิมพ์และคอมพิวเตอร์ ก็ย้ำว่า การเกิดเซ็กเมนต์ใหม่นี้ เหตุผลหลักคือเรื่อง “ราคา” แต่ยังคงตอบโจทย์เรื่องของโมลิลิตี้ให้กับลูกค้าสำหรับอุปกรณ์ที่มีน้ำหนักเบา โดยเฉลี่ยสลีคบุ๊กจะมีน้ำหนักประมาณ...
เบบี้ มายด์ เปิดตัว Babi Mild Ultra Mild Organic กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ถือว่าอยู่ในระดับพรีเมียม ความน่าสนใจของการเดินเกมในครั้งนี้ของเบบี้ มายด์คือความท้าทายที่จะทำให้สินค้า FMCG ที่อยู่ในระดับแมส ขยับขึ้นมาสู่สินค้าพรีเมียม กลยุทธ์ของเบบี้ มายด์ก็เพื่อต้องการให้แบรนด์เบบี้ มายด์ในภาพรวม เป็นแบรนด์เบอร์ 1 ของผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กในใจผู้บริโภค สอดรับกับเทรนด์ของผู้บริโภคที่พ่อ-แม่มักเลือกสินค้าให้ลูกด้วยความพิถีพิถัน หาความรู้และพร้อมจะจ่ายแพงกว่าถ้าหากเชื่อว่าสินค้านั้นๆ ดีที่สุดสำหรับลูก ทำให้เบบี้มายด์มียอดขายเติบโตขึ้น 10% ขณะที่อัตราการเติบโตของตลาดรวมผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กอยู่ที่ 3-5%    เบบี้ มายด์ มีสินค้าในแบรนด์แบ่งเป็น 4 กลุ่มผลิตภัณฑ์ ประกอบด้วย 1.Baby Bath 2.มอยซ์เจอไรเซอร์เด็ก 3.ผลิตภัณฑ์สำหรับดูแลเด็กและครอบครัว 4.แป้งเด็ก ...
เมื่อเข้าสู่ช่วงศึก “รีเทล” กำลังร้อนแรง ห้างสรรพสินค้าแฟชั่นเก่าแก่อายุ 40 ปี อย่าง “สยามเซ็นเตอร์” ต้องทำตัวให้ล้ำสมัย เพื่อดึงดูดนักช้อปรุ่นใหม่มาเข้าห้างตลอดเวลา  แม้ว่าก่อนหน้านี้สยามเซ็นเตอร์จะมีการ “รีโนเวต” มาแล้วหลายครั้ง แต่ครั้งนี้ ชฏาทิพ จูตระกูล แม่ทัพหญิง สยามพิวรรธน์ บอกว่า เป็นความท้าทายที่สุดเท่าที่เคยทำมา เพราะไม่ใช่แต่งหน้าทาปาก แต่เรียกว่าถึงขั้น “ปฏิวัติ” แบบยกเครื่องใหม่หมดจด โดยต้องใช้งบลงทุนถึง 1,700 ล้านบาท   โจทย์ใหญ่ของสยามเซ็นเตอร์ครั้งนี้ เพื่อต้องการสร้างความ “แปลกและแตกต่าง” ชนิดที่ต้อง “หลุด” ไปจากความเป็นห้างสรรพสินค้าแบบเดิมๆ โดยไปได้แรงบันดาลใจมาจาก “เมืองโซโห” นิวยอร์ก...
  หลังจากประสบความสำเร็จจากยอดขายของไอศกรีมแม็กนั่มที่สร้างปรากฏการณ์ขายได้ถึง 40 ล้านแท่ง คิดเป็นการเติบโต 400% จากยอดขายเดิม พร้อมกับกระแส “ถ่ายรูป” คู่กับไอศกรีม จนเป็นตัวอย่างของการใช้แอปพลิชั่น Instagram มาเป็นเครื่องมือสำหรับการตลาดในประเทศ มาปีนี้เพื่อทำให้ยอดขายของแม็กนั่ม 60 ล้านแท่งตามเป้าหมาย ยูนิลีเวอร์จึงเดินหน้า 2 เรื่อง ดังนี้   1.เปิดร้านแม็กนั่ม คาเฟ่  ในลักษณะของ “ซูเปอร์ ป๊อปอัพ สโตร์” เลือกเอาทำเลชั้น 1 สยามเซ็นเตอร์ ถือเป็นแห่งที่ 5 ต่อจากลอนดอน, ปารีส, เอดินบะระ และจาการ์ตา โดยสาขาที่ประเทศไทยมีพื้นที่ใหญ่ที่สุดประมาณ 400...
หลังจากปล่อยซิมการ์ดโปรโมชั่น 2499 ออกสู่ตลาด พร้อมกับคอนเซ็ปท์เก๋ๆ สไตล์แฮปปี้ว่า คุยกับเพื่อนแก๊งเดียวกันซึ่งหมายถึงในเครือข่ายดีแทคก็ราคานาทีละ 24 สตางค์ เพื่อนนอกแก๊งหรือต่างค่าย 99 สตางค์ กับเล่นเฟซบุ๊กฟรี 99 วัน งานนี้แฮปปี้ใช้สื่อออนไลน์ผ่านเฟซบุ๊กเป็นช่องทางสำคัญในการเสื่อสารนอกเหนือจาก TVC ด้วยแอปพลิเคชั่น “เฟซบุ๊กยุค 2499” แปลงร่างหน้าเฟซบุ๊กของผู้เล่นให้กลายเป็นภาพสไตล์ย้อนยุคสมัยอันธภาพครองเมือง ความโดดเด่นของแอปพลิเคชั่นนี้ ก็คือ ความใส่ใจรายละเอียด ไม่ให้แค่ภาพในหน้าจอหลักเท่านั้น ก๊อบปี้ที่ถูกใช้แทนคำสั่งต่างๆ ก็กลายเป็นคำพูดคอนเซ็ปต์เดียวกันทั้งหมด เช่น “แท็กสหายขาโจ๋” หรือ “ปิดหน้าต่างนี้เถิดดวงใจ” ที่ขาดไม่ได้คือพื้นที่โฆษณาของรายละเอียดแพ็กเกจ ก็แหม...ต้องมีพื้นที่ให้แบรนด์ได้พูดบ้าง ในตลาดวัยรุ่นระดับแมส ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของแคมเปญแบบนี้ การใช้แอปพลิเคชั่นในโทรศัพท์มือถือล้วนๆ อาจเป็นเรื่องไกลตัวของตลาดเมืองไทยเกินไปหน่อย...
FHM บรีฟกับ Interone เอเยนซี่ในแคมเปญนี้ว่า อยากได้แอปพลิเคชั่นที่ช่วยผู้ชายในสถานการณ์ที่ยากลำบาก นั่นก็คือ “เดตแรก” ซึ่งส่วนใหญ่คู่หนุ่มสาวมักชวนกันไปดูหนัง จึงเป็นที่มาของ FHM Movie Date App หลังจากซื้อตั๋วชมภาพยนตร์แล้ว ฝ่ายชายก็จะดาวน์โหลดแอปฯ นี้ โดยสื่อเสริม ก็คือ โปสเตอร์ในห้องน้ำชายของโรงภาพยนตร์ เพื่อที่ว่าผู้หญิงเขาจะได้ไม่รู้มุขเด็ดที่เป็นความลับระหว่างผู้ชายด้วยกันเท่านั้น และระหว่างที่ดูหนังกันจนถึงฉากโรงแมนติก โทรศัพท์ฝ่ายชายก็จะสั่นเป็นการกระตุ้นว่า ได้เวลารุกคืบเข้าหาคู่เดตของคุณแล้ว  [youtube https://www.youtube.com/watch?v=QQ4pnsJnTwg?version=3&hl=en_US&w=560&h=315]Interone เจ้าของผลงานชิ้นนี้ไม่รับประกันว่ามีคู่รักกี่คู่ที่ประสบความสำเร็จจากแอปฯ นี้ แต่รับรองได้ว่าฝ่ายหญิงคงไม่ต้องเซ็งกับการไม่รู้กาลเทศะของฝ่ายชายอีกแล้ว
W Magazine นิตยสารแฟชั่นฉบับเดือนกันยายน กลายเป็นส่วนหนึ่งในการใช้แอปพลิเคชั่นถ่ายภาพในไอโฟน Hipstamatic โดยเปิดตัว ”เลนส์” หรือฟีเจอร์การแต่งภาพที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสไตล์การถ่ายภาพจากนิตยสารฉบับพิเศษในชื่อ “WMag Freepak” ลักษณะพิเศษก็คือ ภาพจะออกมาดูซอฟต์ สีโทนเทา ภายใต้กรอบสีดำ ซึ่งระยะเวลาการโหลดฟรีมีอยู่ 6 สัปดาห์ หลังจากนั้นก็จะให้ผู้ที่โหลดแอปฯ ไปร่วมส่งภาพประกวดแล้วนำมาจัดแสดงในงานนิทรรศการที่แมนฮัตตัน สำหรับผู้ชนะเลิศก็จะได้รับการประกาศใช้เว็บไซต์และแฟนเพจของนิตยสาร รวมทั้งได้ถ่ายภาพนิตยสารเวอร์ชั่นเว็บไซต์  การที่ Hipstamatic ต้องจับมือกับนิตยสาร W ก็เพราะว่าเป็นแอปพลิเคชั่นที่สร้ายรายได้จากการเก็บเงินค่าดาวน์โหลด การสร้างแคมเปญสนุกๆ ขึ้นมาเพื่อทำให้กลุ่มเป้าหมายรู้จักแอปฯมากขึ้น ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่น่าทำ ส่วนสื่อสิ่งพิมพ์เองก็มีช่องทางใหม่ๆ เข้าไปเล่นในไลฟ์สไตล์ของผู้อ่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการถ่ยภาพแฟชั่นก็เป็นเรื่องสนุกของผู้หญิงอยู่แล้ว ก่อนหน้านี้ทั้งคู่เคยร่วมมือกันในเพื่อทำฟีเจอร์พิเศษขึ้นมาในงาน New York Fashion Week เมื่อเดือนกันยายน 2011...