Strategic Move

“น้ำดื่มสิงห์” เดินเกมแบรนด์อินฟลูเอนเซอร์ ส่ง “เจ้าขุน” พระเอก MV เรียกกระแสวัยรุ่น ส่งต่อไปถึงเด็กด้วยการ์ตูนโพนี่

น้ำดื่มสิงห์ ยังต้องเดินหน้าสร้างแบรนด์ ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย “วัยรุ่น” และรอบนี้ ยังรวมไปถึงกลุ่ม “เด็ก” จึงส่ง 2 แคมเปญใหญ่ลุยโค้งสุดท้ายของปี 61 ดึง “เจ้าขุน” แบรนด์อินฟลูเอนเซอร์ ขยายฐานวัยทีน คู่ขนานกับการใช้การ์ตูน โพนี่ เจาะกลุ่มเด็กเล็ก

open_shnghadrink

Thanakit

น้ำดื่มสิงห์ ยังต้องเดินหน้าสร้างแบรนด์ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย “วัยรุ่น” และรอบนี้ ยังรวมไปถึงกลุ่ม “เด็ก” จึงส่ง 2 แคมเปญใหญ่ลุยโค้งสุดท้ายของปี 61 ดึง “เจ้าขุน” แบรนด์อินฟลูเอนเซอร์ ขยายฐานวัยทีน คู่ขนานกับการใช้การ์ตูน โพนี่ เจาะกลุ่มเด็กเล็ก

1_shnghadrink

ช่วง 2 ปีมานี้ กลยุทธ์การทำตลาดของน้ำดื่มสิงห์ ต้องคิดออกนอกกรอบ เพราะจากเดิม “สิงห์” จะใช้สินค้าเป็นตัวเดินเรื่องโฆษณา ที่มาพร้อมสโลแกนคุ้นหูอย่าง “น้ำดื่มสะอาด น้ำดื่มตราสิงห์” แต่ก็เป็นที่คุ้นเคยเฉพาะกลุ่มผู้บริโภคชาวไทยที่มีอายุมากกว่า 35 ปีขึ้นไปเท่านั้น ไม่สามารถเข้าถึงกลุ่มวัยรุ่นซึ่งมองว่าสิงห์เป็นแบรนด์ที่มีภาพลักษณ์ค่อนข้างแก่ จึงมักถูกวางให้เป็นตัวเลือกลำดับ 2

เป็นโจทย์ใหญ่ที่ทำให้ “น้ำดื่มสิงห์” ต้องคิดต่าง เลือกทำในสิ่งที่ไม่เคยทำมาตลอด 30 ปี นั่นคือเลือกใช้ “แบรนด์อินฟลูเอนเซอร์” มาเป็นตัวขับเคลื่อนเพื่อเข้าถึงคนรุ่นใหม่

ต้นปี 2017 จึงเป็นครั้งแรกที่สิงห์ตัดสินใจใช้ “แบรนด์อินฟลูเอนเซอร์” ถึง 5 คน จาก 4 วงการ “ย้ง ทรงยศ สุขมากอนันต์” ผู้กำกับภาพยนตร์ “วี วิโอเลต วอเทียร์” เบเบ้ ธันย์ชนก ฤทธินาคา” “2 หนุ่มวงเซาท์ไซด์ ทูพี พิทวัส พฤกษกิจ และ ดีเจต๊อบ ณภัทร เหล่าพลายนาค” ร่วมแคมเปญ A Part of You น้ำดื่มสิงห์เท่านั้นที่เราเลือก มาเป็นตัวเชื่อมในการเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่

2_shnghadrink

สร้างแรงกระเพื่อมให้กับน้ำดื่มสิงห์มาก คือช่วงปลายปี 2017 ดึง เจ้านาย” จิณเจษฎ์ วรรธนะสิน มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ครั้งใหญ่ในรอบ 30 ปี โดยมีเป้าหมาย เพื่อสร้างความผูกพันแบรนด์ (Brand Engagement) ไปยังกลุ่มเจนมิลเลนเนียล อายุน้อยลงมากขึ้น สามารถใช้ความสดใหม่ของ “เจ้านาย” ใช้สร้างไวรัล กระหึ่มทั้งออนไลน์ออฟไลน์มาแล้ว

3_shnghadrink

ถัดมาไม่นาน ช่วงต้นปี 2018 สิงห์ได้ร่วมมือ Line ในแคมเปญ “Singha Rewards” เป็นลอยัลตี้โปรแกรม สะสมแต้ม บวกชิงโชค ซึ่งสิงห์บอกว่าผลของแคมเปญเป็นที่น่าพอใจอย่างมาก เพราะมีคนที่ Ad Line ทั้งหมด 7 ล้านราย มีคนกรอกคะแนนมากกว่า 1 ล้านคน ในจำนวนนี้ 80% คือคนที่นำคะแนนไปแลกจริงๆ 

4_shnghadrink

ธิติพร ธรรมาภิมุขกุล ผู้อำนวยการกลุ่มการตลาด ธุรกิจนอนแอลกอฮอล์ บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า

ผลของแคมเปญนี้ถือว่าตรงความต้องการเหมือนกัน เพราะกลุ่มเป้าหมายอายุ 20-35 ปี คิดเป็นสัดส่วนเกือบ 40% เลยทีเดียว ทั้งยังมีการทำสำรวจอย่างคร่าวๆ พบคนที่เข้าร่ามแคมเปญ มีแนวโน้มซื้อน้ำดื่มเพิ่มขึ้น และเป็นของสิงห์เสียด้วย จากแต่ก่อนที่มักจะสลับแบรนด์ไปมา”

ต้องเป็นเบอร์ 1 ภายใน 2-3 ปี

แต่เป้าหมายที่สิงห์ต้องการคือ ก้าวขึ้นเป็นตัวเลือกเบอร์ 1 ในกลุ่มคนรุ่นใหม่ให้ได้ภายใน 2-3 ปี จึงต้องสร้างการรับรู้ต่อเนื่อง ในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2018 สิงห์จึงสานต่อกลยุทธ์แบรนด์อินฟลูเอนเซอร์อีกครั้ง และครั้งนี้ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นเจ้าขุน จักรภัทร วรรธนะสิน น้องชายของเจ้านาย และยังได้แสดงนำในเอ็มวีเพลง “ใกล้” (Closer) ของศิลปินดังวงสครับ (Scrubb) ที่ถูกนำมา Cover ใหม่ โดย “โต้ง ทูพี” แรปเปอร์ที่กำลังมีชื่อเสียง ซึ่งเป็นแบรนด์อินฟลูเอนเซอร์ให้กับสิงห์อยู่แล้ว

5_shnghadrink

เหตุที่เลือกทำ “เอ็มวี” เพราะสิงห์พบว่าถึงน้ำดื่มจะเป็นสินค้าที่คนกินทุกวัน และสิงห์เองเคยเป็นแบรนด์ที่เข้าถึงทุกกลุ่ม แต่พฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป กลุ่มอายุ 18-25 ปี พบว่าดูโฆษณาน้อยมาก หรือถ้าดูก็ดูไม่จบ

ดังนั้นจึงต้องหาอะไรที่คนกลุ่มนี้ชอบมาดึงดูดความสนใจ อย่าง เอ็มวี ถ้าเป็นเพลงศิลปินดารานำแสดงที่ชอบก็จะมักจะดูจนจบ และบางครั้งดูมากกว่า 1 รอบด้วยซ้ำ เทียบได้จากโฆษณาที่ลงใน Youtube ถึงจะดีแค่ไหนและใช้งบมากขนาดไหน ยอดวิวก็ไม่จะไม่เกิน 10 ล้าน และมีเพียง 10% ที่ดูจนจบ ส่วนเอ็มวีเพลงที่ดังๆ ขึ้นไปถึง 100 ล้านวิว

ที่เลือกทั้งคู่มาใช้ในแคมเปญนี้ ด้วยมีผู้ติดตามจำนวนมากอยู่แล้ว อย่างเจ้าขุนมีผู้ติดตามใน IG 1.6 ล้านคน ส่วนโต้งมีคนติดตามประมาณ 1 ล้านคน โดยภายในเดือนแรกสิงห์คาดหวังยอดดูทั้งหมด 20 ล้านวิว”

เจาะกลุ่มเด็กด้วยคาแร็กเตอร์ “โพนี่”

ปลายปีนี้ น้ำดื่มสิงห์ทำแคมเปญภายใต้งบการตลาด 50 ล้านบาท โดยแคมเปญที่ 2 ออกมาเพื่อเจาะกลุ่มเด็ก ที่อยู่ในกลุ่มครอบครัว ซึ่งเป็นฐานลูกค้าหลักของสิงห์

ธิติพร บอกว่า ถึงจะมุ่งไปหากลุ่มคนรุ่นใหม่ แต่ทิ้งกลุ่มเดิมไม่ได้ ครั้งนี้จึงอยากเข้าหาเด็กซึ่งสามารถพัฒนาเป็นฐานลูกค้าในอนาคต แต่ถ้าจะทำโฆษณาเด็กๆ คงไม่ดู ต้องเป็นอะไรที่ดูง่ายๆ จึงเลือกนำคาแร็กเตอร์ “มายลิตเติ้ล โพนี่” (My Little Pony) มาออกแบบฉลากน้ำดื่มสิงห์ขนาด 330 มิลลิลิตร (มล.)

มีทั้งหมด 8 แบบ เปลี่ยนสีฝาจากขาวเป็นสีพาสเทลอีก 4 สีด้วย จัดจำหน่ายในราคาปกติ ผ่านช่องทางซูเปอร์มาร์เก็ต, ไฮเปอร์มาร์เก็ต, เว็บไซต์ www.singhaonlineshop.com และร้านสะดวกซื้อ 7-11, แฟมิลี่มาร์ท และ Traditional Trade ทั่วประเทศ วางขายประมาณ 2-3 เดือน

6_shnghadrink

การรุกเข้าไปวางขายยังร้านสะดวกซื้อถือเป็นการประกาศสงครามน้ำดื่มในขนาด 330 มิลลิลิตร ที่เป็นขนาดสำหรับเด็ก ซึ่งรายแรกที่ทำคือ “เนสท์เล่” ก่อนที่ “คริสตัล” จะตามเข้าไปติดๆ และสิงห์จะเข้าไปเป็นรายที่ 3 ซึ่งนี่ยังถือเป็นการทำตลาดและเปลี่ยนฉลากครั้งแรกอีกด้วย

ปกติแล้วยอดขายของสิงห์ในขวด PET สัดส่วนมากที่สุดคือขนาด 600 มิลลิลิตร เป็นวัยรุ่นที่มักจะซื้อกินนอกบ้าน กับ ขนาด 1,500 มิลลิลิตร เป็นวัย 35 ปีขึ้นไปมักจะซื้อมากินในบ้าน คิดรวมกันเป็นสัดส่วนประมาณ 80% ที่เหลือ 12% ขนาด 750 มิลลิลิตร และสุดท้าย 330 มิลลิลิตร 8% สิงห์ตั้งเป้าจากแคมเปญนี้จะทำให้ยอดขาย 330 มิลลิลิตร โต 1 เท่าตัว

สำหรับส่วนแบ่งการตลาด ทั้ง “สิงห์” แชมป์เก่ากับ “คริสตัล” ผู้ต่างฝ่ายก็อ้างการเป็นเบอร์ 1 ทั้งคู่

ส่วนแบ่งตลาดของทั้งคู่ถือว่าสู่สีกันอย่างมาก ผลัดกันขึ้นเป็นจ่าฝูงแล้วแต่เดือน ข้อมูลล่าสุดที่มีในเดือนกันยายนจากนีลเส็น พบว่าสิงห์เป็นเบอร์ 1 แต่ก่อนหน้านั้นเบอร์ 1 คือ คริสตัล ตอนนี้สิงห์มีส่วนแบ่ง 20.7.% ปีนี้ต้องการรักษาระดับนี้อยู่ และตั้งเป้าเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาดเป็น 25% ในปี 2019”

ธิติพร บอกว่า จริงๆ แล้วข้อมูลจากนีลเส็นไม่ได้ครอบคลุม 100% อย่างอัตราเติบโตน้อยกว่าความเป็นจริง เช่นปีนี้สิงห์เติบโตถึง 25% อาจจะเก็บข้อมูลในฝั่งของโมเดิร์นเทรด ไม่ได้ครอบคลุมไปถึงช่องทางเทรดดิชันนัลเทรด ซึ่งมีจุดขายกว่า 500,000 จุด

แต่ทั้งนี้สิงห์ก็ยอมรับว่าในช่องทางเทรดดิชันนัลเทรด “คริสตัล” ทำได้ดีกว่าจริงๆ โดยเฉพาะในร้านอาหารที่ขายพ่วงไปกับน้ำดำ จึงมีรถส่งสินค้าที่มากกว่าสิงห์

info1_shnghadrink

ไม่ใช่แค่น้ำเปล่า แต่ “น้ำแร่” สิงห์ก็บุกหนักเหมือนกัน

เมื่อเทียบกับน้ำเปล่าแล้วที่เติบโตในเลขหลักเดียว “น้ำแร่” ถือว่าเติบโตกว่ามากด้วยตัวเลย 15% ซึ่งเป็นผลจากที่คนกินน้ำเปล่าขยับมากินน้ำแร่เพื่อหวังผลจากแร่ธาตุที่ติดมากับน้ำ ทำให้ตลาดนี้เริ่มมีการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ

เพื่อฉีกหนีคู่แข่ง ปีที่ผ่านมา “เพอร์ร่า” ซึ่งเป็นแบรนด์น้ำแร่ของสิงห์จึงได้ Collaboration Marketing กับ 4 ดีไซเนอร์ไทยชื่อดัง เพื่อสร้างฉลากบรรจุขวดแบบ Limited Edition

สื่อโฆษณาที่ดีอย่างหนึ่งคือบนชั้นวางสินค้าถ้ามีน้ำดื่ม 2 ขวดวางติดกันแต่อีกขวดสวยกว่า แน่นอนผู้บริโภคต้องเลือกขวดที่ว่า ซึ่งกลยุทธ์นี้ทำให้ปีที่ผ่านมาเพอร์ร่าเติบโตกว่า 50% เลยทีเดียว”

info2_shnghadrink

ข่าวเกี่ยวเนื่อง