Strategic Move

รวม 5 โครงการพาณิชย์ ห้าง-โรงแรม-ออฟฟิศ สร้างเสร็จปี 2566 ว่าที่ "แลนด์มาร์ก" ใหม่

ปี 2566 มีหลายโครงการพาณิชย์ของเอกชนที่กำลังจะสร้างเสร็จ และมีศักยภาพที่จะเป็น “แลนด์มาร์ก” ใหม่ของเมือง ทั้งโครงการศูนย์การค้า โรงแรม ออฟฟิศ บางส่วนเป็นเฟสแรกหรือเฟสต่อเนื่องของโครงการระดับเมกะโปรเจ็กต์เมืองไทย มีโครงการไหนบ้างไปดูกัน

Print
ปี 2566 มีหลายโครงการพาณิชย์ของเอกชนที่กำลังจะสร้างเสร็จ และมีศักยภาพที่จะเป็น “แลนด์มาร์ก” ใหม่ของเมือง ทั้งโครงการศูนย์การค้า โรงแรม ออฟฟิศ บางส่วนเป็นเฟสแรกหรือเฟสต่อเนื่องของโครงการระดับเมกะโปรเจ็กต์เมืองไทย มีโครงการไหนบ้างไปดูกัน

(*เรียงตามลำดับเวลาที่คาดว่าจะเปิดบริการ)

1.โครงการ ICS - ไอคอนสยาม เฟส 2

ICS-Mall-iconsiam

โครงการ ICS เป็นเฟส 2 ของเมกะโปรเจ็กต์ “ไอคอนสยาม” ยังคงลงทุนโดยกลุ่มทุนเดิมคือ “สยามพิวรรธน์-แมกโนเลียฯ-ซีพี” ใช้งบลงทุน 4,000 ล้านบาท บนพื้นที่ 5 ไร่ พื้นที่โครงการรวม 70,000 ตร.ม. (พื้นที่ประมาณ 1 ใน 4 ของเฟสแรก) ทำเลที่ตั้งอยู่ตรงข้ามเฟสแรกบนฝั่งถนนเจริญนคร เป็นฝั่งที่ไม่ติดริมแม่น้ำ

ฝั่ง ICS เองก็เป็นโครงการมิกซ์ยูสเช่นกัน ประกอบด้วย 3 ส่วนคือ

  • อาคารรีเทล 8 ชั้น
  • อาคารสำนักงาน ไอซีเอสออฟฟิศทาวน์ ตั้งอยู่บนชั้น 6-8
  • โรงแรมฮิลตัน การ์เด้น อินน์ กรุงเทพ ไอซีเอส เจริญนคร โรงแรม 3 ดาว สูง 19 ชั้น จำนวนห้องพัก 241 ห้อง

ในส่วนรีเทลที่ประกาศแบรนด์ผู้เช่าออกมาแล้ว เช่น

  • ซูเปอร์มาร์เก็ต - โลตัส (คอนเซ็ปต์ใหม่แบบพรีเมียม)
  • ร้านอาหาร - ซานตาเฟ่, เอี่ยวไถ่ สุกี้โบราณ, Omu, Getfresh, Mos Burger, คริสปี้ ครีม, White Story, ปังสยาม, Fuku Matcha, O-li-no, Bake a Wish, ชาตรามือ
  • Gadget – Garmin, Jaymart
  • เสื้อผ้า เครื่องประดับ – Skechers, U.S.Polo, แว่นท็อปเจริญ, Seven Days Optic
  • Health & Wellness – Siriraj H Solutions, Boots
  • Beauty – Beautrium, Cute Press
  • Home & Living – MR.DIY
ICS-banner

ICS ประกาศฤกษ์เปิดบริการ “11 ม.ค. 2566” อย่างที่เห็นว่าตำแหน่งทางการตลาดและแบรนด์ที่มาลงพื้นที่เช่าจะมีความ “แมส” มากกว่า “จับต้องได้” กว่าเฟสแรกชัดเจน ก็จะทำให้พื้นที่ไอคอนสยามยิ่งดึงดูดทราฟฟิกได้หลากหลาย ยิ่งตอกย้ำความเป็นแลนด์มาร์กของฝั่งธนบุรี

2.One City Centre เพลินจิต

One-City-Centre-Resize

อาคารสำนักงาน One City Centre

อาคารสำนักงาน One City Centre เพลินจิต เป็นโครงการจากการร่วมทุนของ บมจ.ไรมอนแลนด์ กับ Mitsubishi Estate จากญี่ปุ่น ใช้งบลงทุน 8,800 ล้านบาท สร้างอาคารที่จะเป็นแลนด์มาร์กใหม่ของย่านเพลินจิต ณ แปลงที่ดินขนาด 6 ไร่ ติดกับอาคารสำนักงานใหญ่ธนาคารกรุงศรีอยุธยา

เหตุที่บอกว่าจะเป็นแลนด์มาร์ก เพราะขณะนี้ตึกสร้างเสร็จแล้ว มีความสูง 61 ชั้น สูง 275 เมตร ซึ่งถือเป็นตึกอาคารสำนักงานที่สูงที่สุดในไทย (หากรวมอาคารทุกประเภท จะสูงเป็นอันดับ 5 ของไทย) และด้านบนรูฟท็อปของอาคารจะเป็นร้านอาหาร-บาร์ ทำให้เป็นตึกใหม่ในการขึ้นไปชมวิวเมืองในอนาคต

อีกส่วนที่สำคัญคือ One City Centre เว้นพื้นที่หน้าตึกสร้างเป็นสวนสีเขียว 3 ไร่ กลายเป็นปอดแห่งใหม่ใจกลางเมือง ที่สำคัญคือเป็นปอดที่คนทั่วไปสามารถเข้ามาใช้งานได้แบบสาธารณะ ท่ามกลางตึกสูงมากมายในย่าน จุดนี้น่าจะเป็นแหล่งพักผ่อนหย่อนใจแห่งใหม่ของคนทำงานได้เลย

One City Centre จะเริ่มเปิดให้ผู้เช่าเข้าตกแต่งได้ในต้นปี 2566 และไม่นานหลังจากนั้นเราน่าจะได้เห็นพิธีเปิดตึกอย่างเป็นทางการ

3.วงศ์อมาตย์ บีช วิลเลจ

วงศ์อมาตย์ บีช วิลเลจ เซ็นทรัล

โปรเจ็กต์พิเศษของ “กลุ่มเซ็นทรัล” ศูนย์การค้านี้ดีไซน์ไม่เหมือนศูนย์การค้าทั่วไป เพราะจะเป็นไลฟ์สไตล์มอลล์แนวราบที่มีการถมทรายเข้ามาในบริเวณโครงการ ทำให้เหมือนได้เดินอยู่บนชายหาดตลอดเวลา

เซ็นทรัลใช้งบลงทุน 3,000 ล้านบาท เนรมิตที่ดิน 13 ไร่บริเวณริมชายหาดวงศ์อมาตย์ เมืองพัทยา ให้เป็นมอลล์ชายหาดระดับลักชัวรี เน้นบรรยากาศธรรมชาติ แบ่งสัดส่วน 70% เป็นกลุ่มร้านอาหาร คาเฟ่ และอีก 30% เป็นร้านค้าปลีก พร้อมรับนักท่องเที่ยวทุกเพศทุกวัย ตั้งแต่ทานบรันช์ยามสายจนถึงปาร์ตี้แสงสียามค่ำ

ขณะนี้แบรนด์ที่มีการประกาศว่าจะมีในโครงการ ได้แก่ Siwilai City Club และ %Arabica และแบรนด์อื่นๆ ที่จะเข้ามาก็จะเน้นระดับไฮเอนด์เช่นกัน ซึ่งเซ็นทรัลเชื่อว่าโครงการนี้จะช่วยยกระดับพัทยาให้มีสถานที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวระดับบนได้มากขึ้น

เดิมเซ็นทรัลประกาศว่า วงศ์อมาตย์ บีช วิลเลจ จะเปิดตัวปลายปี 2565 แต่เมื่อปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมาโครงการยังคงมองหาผู้เช่า ก็เป็นไปได้ว่าไทม์ไลน์การเปิดน่าจะขยับไปเป็นปี 2566 แทน

4.One Bangkok เฟสแรก

One-Bangkok-Perspective-01

โครงการ One Bangkok

อภิมหาเมกะโปรเจ็กต์ One Bangkok ลงทุนโดยสองบริษัทของตระกูลสิริวัฒนภักดี ได้แก่ บริษัท ทีซีซี แอสเซ็ทส์ (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โฮลดิ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด ทุ่มงบสำหรับทั้งโครงการไป 1.2 แสนล้านบาท เพื่อพัฒนาพื้นที่ 104 ไร่

ที่ตั้งของโครงการอยู่หัวมุมแยกถนนพระราม 4 ตัดถนนวิทยุ ตรงข้ามสวนลุมพินี ภายในจะเป็นเมืองในตัวเองก็ว่าได้ เพราะมีอาคารสำนักงานถึง 5 อาคาร พื้นที่รีเทล 4 โซน โรงแรมอีก 5 แห่ง และคอนโดมิเนียมระดับลักชัวรี 3 อาคาร

ไทม์ไลน์การก่อสร้างนั้นวางแผนจะเปิดเฟสแรก ปี 2566 และเสร็จสิ้นทั้งโครงการปี 2569

เฟสแรกที่จะเปิดก่อนตามแผนคือ โรงแรม The Ritz-Carlton Bangkok และ โรงแรม Andaz One Bangkok เป็นสองตึกแรกที่จะเสร็จสิ้นก่อน

ส่วนไฮไลต์ของโครงการคือ “Signature Tower” ว่าที่อาคารที่สูงที่สุดในไทยแห่งใหม่ ด้วยความสูง 437 เมตร 92 ชั้น คาดว่าน่าจะสมบูรณ์ในปี 2569

5.The Emsphere

Emsphere-resize

จิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายของ The EM DISTRICT ของ เดอะมอลล์ กรุ๊ป คือศูนย์การค้า The Emsphere (ดิ เอ็มสเฟียร์) ที่กำลังเร่งการก่อสร้างอยู่ขณะนี้ ด้วยงบประมาณลงทุนที่อาจแตะถึง 16,000 ล้านบาท ปั้นพื้นที่บริเวณพร้อมพงษ์ให้เป็นย่านช้อปปิ้งระดับโลก

จากการแถลงข่าวล่าสุดเดือนตุลาคม 2565 เดอะมอลล์ระบุว่า The Emsphere ทำการก่อสร้างไปแล้ว 90% มั่นใจว่าจะเสร็จทันกำหนด เดือนธันวาคม 2566

The Emsphere นี้ทำเลจะอยู่ถัดจากสวนเบญจสิริ เนื้อที่ถึง 20 ไร่ มีพื้นที่อาคาร 200,000 ตร.ม. ใช้คอนเซ็ปต์ Hybrid New Entertain & Hang Out มีร้านอาหารที่รองรับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ เป็นศูนย์การค้าแรกในไทยที่มี Beach Club มาตั้งอยู่ภายในห้างฯ เน้นความบันเทิงและนวัตกรรม

ไฮไลต์ผู้เช่าที่น่าสนใจที่เปิดเผยแล้ว เช่น IKEA City Store แห่งแรกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, EMLIVE ซึ่งเป็น World Class Arena 6,000 ที่นั่ง บริหารงานโดย AEG

ยังมีอีกหลายโครงการที่กำลังก่อสร้างและจะทยอยพลิกโฉมเมืองในอนาคตอันใกล้ ไม่ว่าจะเป็น โครงการดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค ที่จะเปิดเฟสแรกต้นปี 2567, แบงค็อก มอลล์ ที่คาดว่าจะเริ่มให้บริการบางส่วนได้ในปี 2567, อควอทิค พัทยา ที่จะเริ่มเปิดปี 2567, One Bangkok ที่ยังเหลืออีกหลายเฟสจนถึงปี 2569 หรือโครงการเวิ้งนครเขษม ที่คาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ปี 2569 เช่นกัน