ยูเครน – Positioning Magazine https://positioningmag.com Thailand's Leading Marketing Magazine Sun, 30 Oct 2022 09:06:59 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.6 167543101 ‘รัสเซีย’ ยกเลิกการเปิดทาง ‘ยูเครน’ ส่งออกธัญพืช อ้างถูกโจมตี https://positioningmag.com/1405952 Sun, 30 Oct 2022 07:12:08 +0000 https://positioningmag.com/?p=1405952 หลังจากในช่วงเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ตัวแทนจากสหประชาชาติ ตุรกี รัสเซีย และยูเครนได้ลงนามในข้อตกลงเพื่อเปิดท่าเรือยูเครน เพื่อเปิดทางเดินเรือสำหรับส่งออกธัญพืชและอาหารอื่น ๆ เพื่อบรรเทาวิกฤตอาหารโลก แต่ล่าสุด รัสเซียก็ขอยุติข้อตกลงดังกล่าว โดยอ้างว่าถูกยูเครนโจมตีหนัก

สำหรับโครงการ Black Sea Grain Initiative เป็นข้อตกลงที่ได้รับการสนับสนุนจากองค์การสหประชาชาติในเดือนกรกฎาคม ที่ขอให้รัสเซียผ่อนคลายการปิดล้อมทางทะเล และเห็นการเปิดท่าเรือสำคัญ 3 แห่งของยูเครนอีกครั้ง โดยเรือลำแรกออกจากท่าเรือโอเดสซาของยูเครนเมื่อวันที่ 1 ส.ค. พร้อมบรรทุกข้าวโพดมากกว่า 26,000 เมตริกตัน ตั้งแต่นั้นมา เรือเกือบ 400 ลำที่บรรทุกน้ำหนักรวม 9 ล้านตันได้ออกจากท่าเรือของยูเครน

อย่างไรก็ตาม ล่าสุด รัสเซียระงับข้อตกลงในโครงการดังกล่าวอย่างไม่มีกำหนด โดยทางกระทรวงกลาโหมของรัสเซียอ้างว่า นี่เป็นการตอบโต้ การก่อการร้าย ของยูเครนต่อเรือรบรัสเซีย แถมอังกฤษยังมีส่วนด้วย

“กองกำลังติดอาวุธของยูเครนเปิดการโจมตีทางอากาศและทางทะเลครั้งใหญ่โดยใช้ยานบินไร้คนขับกับเรือ โจมตีโครงสร้างพื้นฐานของกองเรือทะเลดำที่ฐานทัพเรือในเซวาสโทพอล โดยมีเจ้าหน้าที่อังกฤษได้ช่วยเหลือกองทัพของยูเครนในการโจมตีก่อน โดยพบว่ามีโดรนอย่างน้อย 15 ลำที่เกี่ยวข้อง”

ทางด้าน Dmytro Kuleba รัฐมนตรีต่างประเทศยูเครน กล่าวว่า รัสเซียกำลังใช้การโจมตีดังกล่าวเป็นข้ออ้างสำหรับการปิดกั้นการส่งออกสินค้าทางการเกษตร ซึ่งเป็นภัยต่อความมั่นคงด้านอาหารสำหรับผู้คนหลายล้านคน

ที่ผ่านมา ยูเครนและรัสเซียคิดเป็นสัดส่วนเกือบ 1 ใน 4 ของการส่งออกธัญพืชทั่วโลก จนกระทั่งการขนส่งเหล่านั้นต้องหยุดชะงักลงอย่างรุนแรงเป็นเวลาเกือบ 6 เดือนเนื่องจากสงคราม โดยยูเครนเป็นผู้ผลิตและส่งออกน้ำมันดอกทานตะวัน และเมล็ดพืชอันดับต้น ๆ ของโลก และเป็นผู้ผลิตข้าวสาลีรายใหญ่อันดับ 7 ของโลกอีกด้วย

]]>
1405952
เรือขนส่ง “ธัญพืช” ลำแรกเดินทางออกจาก “ยูเครน” ความหวังกอบกู้วิกฤตอาหารโลก https://positioningmag.com/1394621 Tue, 02 Aug 2022 07:33:36 +0000 https://positioningmag.com/?p=1394621 นับตั้งแต่รัสเซียเริ่มเปิดฉากบุกทางการทหารเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2022 เรือลำนี้เป็นเรือขนส่งลำแรกที่ได้ออกจากท่าเรือโอเดสซา ประเทศยูเครน โดยบรรทุก “ข้าวโพด” หนัก 26,000 ตันออกจำหน่าย ถือเป็นความสำเร็จเป็นรูปธรรมนับตั้งแต่ UN เข้าไกล่เกลี่ยเจรจาทุกฝ่าย เพื่อเปิดทางให้ยูเครนได้ส่งออกอาหาร กู้วิกฤตโลก

สหประชาชาติ (UN) และตุรกีเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยระหว่างรัสเซียและยูเครนเมื่อเดือนก่อน เพื่อให้มีการส่งออกธัญพืชทางเรือได้ตามปกติ และเมื่อวานนี้ (1 ส.ค. 2022) นับได้ว่าเกิดความสำเร็จขั้นแรกแล้ว เมื่อเรือลำแรกเริ่มออกเดินทางจากท่าเรือโอเดสซา ประเทศยูเครน

กระทรวงกลาโหมแห่งประเทศตุรกีรายงานว่า เรือชื่อ Razoni ซึ่งเป็นเรือสัญชาติเซียร์รา-ลีโอนที่ประกอบในประเทศจีน ออกเดินทางจากท่าเรือโอเดสซาแล้วในเวลา 06:00 GMT บนเรือบรรทุก “ข้าวโพด” หนัก 26,000 ตัน เพื่อนำไปส่งที่ท่าเรือเมืองตริโปลี ทางเหนือของเลบานอน

เรือ Razoni จะต้องแล่นไปอย่างช้ามากๆ เพราะในทะเลดำซึ่งเป็นทางผ่านไปยังเลบานอนนั้น ยังเต็มไปด้วยทุ่นระเบิดของกำลังทหารฝ่ายยูเครนซึ่งใช้ป้องกันการบุกรุกทางทะเลของทหารเรือฝ่ายรัสเซีย ทั้งนี้ การเดินทางและการขนถ่ายสินค้าของเรือลำนี้จะได้รับการสังเกตการณ์ร่วมทั้งจากประเทศยูเครน รัสเซีย ตุรกี และเจ้าหน้าที่ UN

 

ทำไมการขนส่งข้าวโพดของเรือลำนี้จึงสำคัญต่อโลก?

ยูเครนและรัสเซียนั้นเป็นผู้ส่งออกธัญพืชที่ใหญ่ที่สุดของโลก แต่สงครามระหว่างกันทำให้พื้นที่ทะเลดำกลายเป็นเขตหวงห้ามไปโดยปริยาย ยูเครนจึงส่งออกธัญพืชได้ยากมากจนปริมาณการส่งออกธัญพืชของปีนี้ลดลงเหลือเพียง 1 ใน 6 ของช่วงเวลาปกติ

ข้าวสาลี
ทั้งรัสเซียและยูเครนเป็นผู้ส่งออกข้าวสาลีและธัญพืชรายใหญ่

เมื่อซัพพลายธัญพืชลดลงกะทันหัน ราคาในตลาดโลกจึงปรับสูงขึ้น ผู้ได้รับผลกระทบจึงเป็นผู้มีรายได้ต่ำทั่วโลก ตามการรายงานของ World Food Programme โดย UN พบว่าปัจจุบันมีคน 47 ล้านคนทั่วโลกที่อยู่ในภาวะ “หิวโหยรุนแรง”

UN จึงเข้าไปเจรจาและเกิดผลสำเร็จ มีการลงนามในสัญญาเมื่อเดือนก่อนเพื่อเปิดทางให้การขนส่งธัญพืชและสินค้าเกษตรทำได้ผ่านทะเลดำเช่นเดิม เพื่อช่วยเหลือให้คนทั่วโลกพ้นจากภาวะอดอยาก ด้วยการส่งข้าวสาลี น้ำมันดอกทานตะวัน ปุ๋ย ฯลฯ เข้าสู่ตลาดโลก โดยสัญญานี้คาดหวังว่าจะทำให้มีการส่งออกธัญพืชได้เฉลี่ย 5 ล้านตันต่อเดือน

ฟากยูเครนก็จะได้รับประโยชน์เช่น “Oleksandr Kubrakov” รัฐมนตรีกระทรวงโครงสร้างพื้นฐานยูเครน กล่าวว่า การขนส่งเหล่านี้จะทำให้ประเทศเกิดรายได้อย่างน้อย 1,000 ล้านเหรียญสหรัฐ (ประมาณ 36,000 ล้านบาท) เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ และสร้างโอกาสให้ภาคเกษตรกรรมในปีหน้า

 

สัญญานี้จะมีผลยาวนานแค่ไหน?

ยูเครนระบุว่า มีเรืออีก 16 ลำที่รอคิวออกจากท่าเรือโอเดสซาแล้ว ณ ขณะนี้ ส่วนสัญญาที่ลงนามกันเมื่อเดือนก่อน จะมีผลยาว 120 วัน แต่จะต่อสัญญาอัตโนมัติออกไปเรื่อยๆ ยกเว้นว่าสงครามจะสิ้นสุดลงแล้ว

เส้นทางขนส่งธัญพืชทางเรือจากยูเครนสู่เลบานอน จะต้องผ่านประเทศตุรกี และจะเป็นจุดแวะพักเพื่อตรวจตราความเรียบร้อยจากทุกฝ่าย

ฝั่งเพื่อนบ้านอย่างตุรกี โฆษกรัฐบาลได้ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 31 ส.ค. 2022 เชื่อว่า ข้อตกลงฉบับนี้อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นกรุยทางไปสู่สันติภาพระหว่างสองฝ่ายได้

แต่ก็ใช่ว่าการขนส่งจะทำได้แบบสะดวกโยธิน เพราะแม้รัสเซียจะเซ็นสัญญาไม่โจมตีเรือขนส่งสินค้าเกษตร แต่ก็ยังมีการทำสงครามในน่านน้ำทะเลดำและเขตท่าเรือของยูเครนต่อไป นับตั้งแต่มีการเซ็นสัญญาดังกล่าว รัสเซียโจมตีพื้นที่รอบท่าเรือโอเดสซาไปแล้ว 3 ครั้ง จึงต้องจับตาดูต่อไปว่าข้อตกลงจะมีเสถียรภาพแค่ไหน

ประเทศไทยเองก็ได้รับผลกระทบจากการปิดน่านน้ำทะเลดำเช่นกัน เพราะเรามีการนำเข้าธัญพืชจากยูเครนมากกว่า 10% ของการนำเข้าธัญพืชทั้งหมด เมื่อซัพพลายลด ราคาสูงขึ้น ส่งผลต่อเนื่องถึงราคาอาหารสัตว์ ดันราคาเนื้อสัตว์สูงขึ้น และอาหารคนบางประเภทที่ใช้ข้าวสาลี เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขนมปัง ก็ปรับสูงขึ้นด้วย

source

]]>
1394621
‘รัสเซีย’ รับยิงขีปนาวุธใส่ท่าเรือ ‘ยูเครน’ หลังเพิ่งลงนามเปิดทางส่งออก ‘ธัญพืช’ เนื่องจากมีเป้าหมายทางทหาร https://positioningmag.com/1393733 Mon, 25 Jul 2022 07:05:08 +0000 https://positioningmag.com/?p=1393733 บรรดาผู้นำโลกแห่ประณามการโจมตีด้วยขีปนาวุธของ ‘รัสเซีย’ ที่ ‘ท่าเรือโอเดสซา’ ของ ‘ยูเครน’ หลังจากที่ทั้ง 2 ประเทศลงนามข้อตกลงเปิดทางการเดินเรือสำหรับส่งออกธัญพืชและอาหารอื่น ๆ เพื่อแก้วิกฤตอาหารโลก

หลังจากที่ตัวแทนจากสหประชาชาติ ตุรกี รัสเซีย และยูเครนได้ลงนามในข้อตกลงเพื่อเปิดท่าเรือยูเครน 3 แห่งอีกครั้ง เพื่อเปิดทางเดินเรือสำหรับส่งออกธัญพืชและอาหารอื่น ๆ เพื่อเบาเทาวิกฤตอาหารโลก แต่ยังไม่ทันครบ 1 วัน ก็พบว่ามีขีปนาวุธจากรัสเซียยิงถล่มท่าเรือโอเดสซา ซึ่งเป็นท่าเรือที่ใหญ่ที่สุดของยูเครน แสดงให้เห็นถึงความวิตกกังวลอีกครั้งในความพยายามที่ไร้ผลในการบรรเทาวิกฤตการณ์อาหารโลกที่เพิ่มสูงขึ้น

“หมึกยังไม่ทันแห้ง แต่ก็มีการยั่วยุที่เลวร้ายสองอย่างจากรัสเซีย ทั้งการโจมตีท่าเรือในโอเดสซาและคำแถลงของกระทรวงกลาโหมของรัสเซียว่าท่าเรือของยูเครนนั้นเป็นอันตรายต่อการขนส่ง” ที่ปรึกษาประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน กล่าวบนทวิตเตอร์

ด้านรัสเซียจากที่ปฏิเสธในตอนแรก ล่าสุด อิกอร์ โคนาเชนคอฟ โฆษกกระทรวงกลาโหมรัสเซีย กล่าวว่า ขีปนาวุธที่ยิงมีเป้าหมายทางการทหารเท่านั้น โดยต้องการที่จะทำลายเรือรบยูเครนที่จอดเทียบท่าและโกดังเก็บขีปนาวุธฮาร์ปูนที่ยูเครนได้รับจากสหรัฐฯ

หลังเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว แอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ได้ออกมาประณามอย่างรุนแรงต่อการโจมตีด้วยขีปนาวุธของรัสเซีย และกล่าวว่ารัสเซียต้องรับผิดชอบในการทำให้วิกฤตอาหารของโลกรุนแรงขึ้น

“การโจมตีดังกล่าวบ่อนทำลายงานของสหประชาชาติ ตุรกี และยูเครนในการจัดหาอาหารที่สำคัญสู่ตลาดโลก” บลิงเคนกล่าวในแถลงการณ์

อย่างไรก็ตาม กองทัพยูเครนระบุว่า การโจมตีดังกล่าวไม่ได้สร้างความเสียหายหนัก โดยกระทรวงโครงสร้างพื้นฐานเดินหน้าเตรียมการกลับมาส่งธัญพืชที่ตกค้างออกจากท่าเรือทุกแห่งในทะเลดำ รวมถึงท่าเรือที่เมืองโอเดสซา

Source

]]>
1393733
“รัสเซีย-ยูเครน” ลงนามข้อตกลงเปิดทางส่งออก “ธัญพืช” แก้วิกฤตอาหารโลก https://positioningmag.com/1393685 Sat, 23 Jul 2022 16:19:45 +0000 https://positioningmag.com/?p=1393685 รัสเซียและยูเครนลงนามข้อตกลงเปิดท่าเรือในทะเลดำ เพื่อส่งออกอาหารและธัญพืชออกสู่ตลาดโลก ขณะที่สหรัฐฯ ประกาศอัดฉีด “อาวุธ” ล็อตใหม่ให้แก่เคียฟ ท่ามกลางวิกฤตสงครามที่ยืดเยื้อมานานถึง 5 เดือนเต็มแล้ว

สถานการณ์การสู้รบที่ยังคงดุเดือดในยูเครนตะวันออกเป็นสัญญาณเตือนว่าสันติภาพยังอีกยาวไกล ขณะที่ผู้แทนรัสเซีย-ยูเครนก็ยังปฏิเสธที่จะร่วมโต๊ะเจรจา และไม่แม้แต่จะ “จับมือ” ทักทายกัน ในพิธีลงนามข้อตกลงเปิดทางส่งออกธัญพืชที่อิสตันบูลเมื่อวันที่ 22 ก.ค. 65

ประธานาธิบดี โวโลดิมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครนระบุว่า ข้อตกลงดังกล่าวจะช่วยให้ยูเครนสามารถส่งออกผลผลิตธัญพืชประมาณ 20 ล้านตันที่เก็บเกี่ยวได้ในปีที่แล้ว ซึ่งจะมีมูลค่ารวมถึง 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ข้อตกลงเปิดทางส่งออกธัญพืชจากยูเครนจะทำให้ข้าวสาลี น้ำมันดอกทานตะวัน ปุ๋ย และผลิตภัณฑ์อื่นๆ หลั่งไหลออกสู่ตลาดโลกเพิ่มขึ้น และอาจจะในราคาที่ถูกลงด้วย ซึ่งช่วยสร้างความหวังให้แก่ประชากรนับสิบๆ ล้านคนในกลุ่มประเทศยากจนที่กำลังเผชิญความอดอยาก

การที่กองเรือทะเลดำของรัสเซียปิดท่าเรือของยูเครนไว้ส่งผลให้ธัญพืชหลายสิบล้านตัน รวมถึงเรือสินค้าต่างๆ ไม่สามารถเดินทางออกไปได้ นำมาซึ่งการสะดุดของห่วงโซ่อุปทาน และเมื่อบวกกับมาตรการคว่ำบาตรที่ตะวันตกใช้กับรัสเซียด้วยแล้ว ยิ่งทำให้ราคาอาหารและพลังงานทั่วโลกพุ่งสูงขึ้น

มอสโกปฏิเสธความรับผิดชอบต่อวิกฤตที่เกิดขึ้น โดยชี้ว่าเป็นเพราะมาตรการคว่ำบาตรของตะวันตกที่ทำให้การส่งออกอาหารและปุ๋ยลดลง ขณะเดียวกันก็โทษยูเครนว่าวางทุ่นระเบิดปิดทางเข้าออกท่าเรือในทะเลดำไว้ ซึ่งเป็นอันตรายต่อการเดินเรือ

ในส่วนที่ชาติตะวันตกกังวลว่าการเปิดเส้นทางเดินเรืออาจจะทำให้ยูเครนสุ่มเสี่ยงต่อการถูกรัสเซียโจมตีหรือไม่นั้น เซียร์เก ชอยกู รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมรัสเซียยืนยันว่า มอสโกจะไม่ “ฉวยโอกาส” จากการที่ทุ่นระเบิดถูกเคลียร์ออกไปจากท่าเรือของยูเครน

“รัสเซียพร้อมจะปฏิบัติตามพันธกรณีที่ระบุในข้อตกลง และเราจะไม่ฉวยโอกาสจากการที่ท่าเรือเหล่านั้นได้รับการเคลียร์ (ทุ่นระเบิด) และเปิดใช้งาน” ชอยกู ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ Rossiya-24

ด้าน ลินดา โธมัส-กรีนฟิลด์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ออกมาแสดงความหวังว่าข้อตกลงที่มียูเอ็นเป็นตัวกลางนี้ “จะช่วยบรรเทาความรุนแรงของวิกฤตที่รัสเซียเป็นผู้ก่อขึ้น” และสหรัฐฯ ก็จะ “เฝ้าติดตามดูอย่างใกล้ชิดว่ารัสเซียจะทำตามสัญญาหรือไม่”

ทำเนียบขาวได้ประกาศมอบความช่วยเหลือด้านการทหารให้แก่ยูเครนเพิ่มเติมอีก 270 ล้านดอลลาร์ รวมถึง “โดรน” ซึ่งจะมีมูลค่ารวมประมาณ 100 ล้านดอลลาร์ นอกจากนี้ยังพิจารณาความเป็นไปได้ในการส่ง “เครื่องบินรบ” เข้าไปช่วยยูเครน แม้จะออกตัวว่า “คงยังไม่เกิดขึ้นเร็วๆ นี้” ก็ตาม

Source

]]>
1393685
ปธน.ยูเครน เตือนโลกกำลังเผชิญ ‘วิกฤตด้านอาหาร’ ขั้นรุนแรง เพราะรัสเซียปิดท่าเรือส่งออก https://positioningmag.com/1388479 Sun, 12 Jun 2022 06:29:38 +0000 https://positioningmag.com/?p=1388479 ประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน ออกมาเตือนว่า โลกจะเผชิญกับ “วิกฤตด้านอาหารอย่างรุนแรง” หากสงครามรัสเซียดำเนินต่อไปอย่างยาวนาน

โวโลดีมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดี ยูเครน ได้เปิดเผยว่า ประเทศยูเครนไม่สามารถส่งออกอาหารได้เพียงพอ เนื่องจากการปิดล้อมของรัสเซียที่ท่าเรือ Black Sea ซึ่งทำให้ไม่สามารถส่งออกสินค้าไปยังประเทศอื่นได้ ทำให้โลกจะต้องเผชิญกับวิกฤตการณ์อาหารอย่างเฉียบพลันและรุนแรง

ทั้งนี้ ยูเครนและรัสเซียเป็นผู้ผลิตและผู้ส่งออกข้าวสาลีและอาหารที่จำเป็นอื่น ๆ เช่น ธัญพืชและน้ำมันรายใหญ่ที่สุด ดังนั้น วิกฤตด้านอาหารจะกระทบเอเชีย ยุโรป และแอฟริกา ส่งผลให้ราคากำลังเพิ่มขึ้น

เซเลนสกี กล่าวต่อว่า สงครามของรัสเซียกับยูเครนเป็นภัยคุกคามต่อระบบกฎหมายระหว่างประเทศ นอกเหนือไปจากผลกระทบต่อประเทศยูเครน พร้อมเรียกร้องให้ประเทศต่าง ๆ ทำลายความสามารถของรัสเซียในการปิดกั้นทะเลและเสรีภาพในการเดินเรือ

“ผู้นำรัสเซียละเมิดระบบกฎหมายระหว่างประเทศ และในความเป็นจริง การทำสงครามของรัสเซียกับยูเครนไม่ได้เกี่ยวกับยุโรปเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวกับสิ่งที่สำคัญทั่วโลกอีกด้วย เพราะหากไม่มีกฎหมายระหว่างประเทศ และปลาใหญ่กินปลาเล็ก เราคงไม่มีตัวตนอยู่”

Source

]]>
1388479
ทำได้จริงไหม! ‘อียู’ ประกาศคว่ำบาตร ‘น้ำมันรัสเซีย’ 90% ภายในปลายปีนี้ https://positioningmag.com/1387184 Tue, 31 May 2022 07:21:58 +0000 https://positioningmag.com/?p=1387184 ตั้งแต่ ‘รัสเซีย’ เปิดศึกเริ่มสงครามกับ ‘ยูเครน’ ราคาน้ำมันทั่วโลกก็พุ่งสูงขึ้น แต่ที่ราคาน้ำมันสูงหลายคนคิดว่าเป็นเพราะการ ‘คว่ำบาตร’ จาก ‘อียู’ (EU) หรือ ‘สหภาพยุโรป’ แต่ความเป็นจริงแล้วที่น้ำมันทั่วโลกแพงเป็นเพราะรัสเซียมีกำลังผลิตน้ำมันที่ลดลง จนทำให้ประเทศในยุโรปต้องไปดึงเอาน้ำมันจากประเทศผู้ผลิตอื่น แต่ล่าสุด อียูก็มีมติที่จะคว่ำบาตรน้ำมันรัสเซียจริง ๆ ภายในสิ้นปีนี้

หลังจากที่อียูได้เสนอเข้าร่วมกับสหรัฐฯ และประเทศอื่น ๆ ในการคว่ำบาตรน้ำมันของรัสเซียเมื่อเดือนที่แล้ว ล่าสุดของอียู อัวร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป ได้เปิดเผยว่า อียูมีมติในการคว่ำบาตรการนำเข้าน้ำมันจากรัสเซีย 90% ภายในสิ้นปีนี้ เพื่อลดแหล่งเงินทุนขนาดใหญ่สำหรับการทำสงครามกับยูเครน นอกจากนี้ ยังมีมาตรการคว่ำบาตรอื่น ๆ อาทิ การตัด Sberbank ธนาคารที่ใหญ่ที่สุดของรัสเซียออกจากการทำธุรกรรมระหว่างประเทศ SWIFT, ห้ามผู้แพร่ภาพกระจายเสียงของรัฐรัสเซียอีก 3 ราย และคว่ำบาตรบุคคลที่รับผิดชอบต่ออาชญากรรมสงครามในยูเครน

อย่างไรก็ตาม อียูจะยกเว้นมาตรการดังกล่าวกับประเทศ ฮังการี เนื่องจากประเทศไม่มีดินแดนติดทะเล ดังนั้น การขนส่งน้ำมันจึงทำได้ยากกว่าประเทศอื่น ทำให้จำเป็นต้องพึ่งพิงการส่งน้ำมันดิบจากรัสเซียผ่านทางท่อส่งน้ำมัน

ที่ผ่านมา อียูกำหนดมาตรการคว่ำบาตรเล่นงานรัสเซียมาแล้ว 5 ครั้ง นับตั้งแต่รัสเซียเปิดฉากรุกรานยูเครนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์เพื่อบีบให้รัสเซียหยุดก่อสงคราม อย่างไรก็ตาม พวกเขาประสบปัญหาในการแบนนำเข้าน้ำมันรัสเซีย เนื่องจากมันก่อความเสี่ยงต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจของยุโรป

เนื่องจาก ยุโรปถือเป็นผู้ซื้อพลังงานรัสเซียรายใหญ่ที่สุด โดยในปี 2020 ยอดส่งออกน้ำมันดิบ 27% ของรัสเซียถูกส่งไปยังยุโรป หรือคิดเป็นประมาณ 2.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน ขณะที่ประเทศ ฮังการี, สาธารณรัฐเช็ก และสโลวาเกีย ถือเป็น 3 ประเทศที่พึ่งพาน้ำมันของรัสเซียมากที่สุด โดยคิดเป็น 86%, 97% และ 100% ตามลำดับ

ทั้งนี้ รัสเซียเป็นผู้ผลิตน้ำมันดิบอันดับ 2 ของโลก โดยช่วงก่อนเกิดสงครามสามารถผลิตได้เฉลี่ย 11 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็น 11% ของความต้องการทั่วโลก แต่ตั้งแต่เกิดสงคราม ปริมาณการผลิตของรัสเซียก็ลดลงมาเหลืออยู่ราว 9-10 ล้านบาร์เรลต่อวัน เท่านั้น หรือหายไปประมาณ 3 ล้านบาร์เรลต่อวัน ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งสูงเพราะไม่เพียงพอต่อความต้องการ

Source

]]>
1387184
‘ธนาคารโลก’ หั่นคาดการณ์การเติบโตเศรษฐกิจโลกเหลือ 3.2% เพราะพิษสงครามรัสเซีย-ยูเครน https://positioningmag.com/1381845 Tue, 19 Apr 2022 03:03:05 +0000 https://positioningmag.com/?p=1381845 ธนาคารโลก (World Bank) ปรับลดคาดการณ์การเติบโตทั่วโลกประจำปีสำหรับปี 2565 ลงจาก 4.1% เหลือ 3.2% โดยอ้างถึงผลกระทบจากสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจโลก โดยธนาคารโลกเตรียมปล่อยกู้ 1.7 เเสนล้านดอลลาร์ สำหรับประเทศที่ได้รับผลกระทบ

David Malpass ประธานธนาคารโลก กล่าวว่า ปัจจัยใหญ่สุดที่ทำให้มีการปรับการคาดการณ์การเติบโตเศรษฐกิจโลกให้ลดลงก็คือ การหดตัวทางเศรษฐกิจจากทั่วยุโรปและเอเชียกลาง โดยปัจจัยอื่น ๆ ที่อยู่เบื้องหลังการชะลอตัวของการเติบโต ได้แก่ ต้นทุนอาหารและเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นซึ่งเป็นภาระของผู้บริโภคในประเทศที่พัฒนาแล้วทั่วโลก

ปัญหาดังกล่าวส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการคว่ำบาตรด้านพลังงานจากรัสเซีย ของประเทศแถบตะวันตกซึ่งทำให้ราคาน้ำมันและก๊าซทั่วโลกพุ่งสูงขึ้น การหยุดชะงักของอุปทานเพื่อการส่งออกสินค้าเกษตรของยูเครนก็เป็นอีกปัจจัยสนับสนุนที่ผลักดันราคาให้สูงขึ้น โดยที่ผ่านมา รัสเซียได้ปิดกั้นท่าเรือสำคัญ ๆ ในทะเลดำของยูเครน ทำให้เป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อเรือขนส่งที่บรรทุกธัญพืชและผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เนื่องจากเป็นเส้นทางที่สำคัญในการเชื่อมต่อยูเครนกับส่วนอื่น ๆ ของโลก

อย่างไรก็ตาม ธนาคารโลกกำลังเตรียมพร้อมสำหรับการตอบสนองต่อวิกฤตอย่างต่อเนื่อง โดยมีแผนตั้งกองทุนวงเงิน 1.7 แสนล้านดอลลาร์ โดยจะปล่อยกู้ให้แก่ประเทศที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งกองทุนดังกล่าวจะปล่อยเงินกู้ระยะเวลา 15 เดือน โดยมีเป้าหมายปล่อยกู้ 5 หมื่นล้านดอลลาร์ในช่วง 3 เดือนข้างหน้า ทั้งนี้ กองทุนดังกล่าวนี้ใหญ่กว่าที่ธนาคารโลกจัดขึ้นเพื่อบรรเทาทุกข์จาก COVID-19 ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 1.6 แสนล้านดอลลาร์

สำหรับความเสียหายทางเศรษฐกิจของโลกนั้นยังน้อยกว่ามากเมื่อเทียบกับรัสเซียและยูเครน โดยเมื่อต้นเดือน ธนาคารโลกคาดการณ์ว่า GDP ของยูเครนจะลดลง 45.1% ถือว่าไม่ได้ลดลงมากเมื่อเทียบกับจำนวนประชากรกว่า 40 ล้านคน โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า GDP ของยูเครนจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

ส่วนเศรษฐกิจของรัสเซียก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน โดยส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการคว่ำบาตรและการคว่ำบาตรทางการค้าที่ได้รับการสนับสนุนจาก NATO และตะวันตก โดยมีการคาดการณ์ว่า GDP ของรัสเซียจะลดลง 11.2% ในปีนี้อันเป็นผลมาจากการคว่ำบาตร

โดยหลังจากที่ค่าเงินรูเบิลของรัสเซียร่วงลงอย่างหนักในช่วงสัปดาห์แรกของสงคราม หลังจากนั้นก็พลิกกลับคืนมาอย่างคุ้มค่า แต่นักเศรษฐศาสตร์กล่าวว่าการฟื้นตัวนี้เป็นภาพลวงตาที่สร้างขึ้นโดยการควบคุมสกุลเงินภายในที่เข้มงวดซึ่งกำหนดโดยรัฐบาลเครมลิน ซึ่งทำให้มูลค่ารูเบิลสูงขึ้นอย่างไม่ถูกต้องในรัสเซีย

Source

]]>
1381845
บริษัทยักษ์ใหญ่ของ ‘ญี่ปุ่น’ กว่า 20% ตัดสินใจหยุดทำธุรกิจใน ‘รัสเซีย’ https://positioningmag.com/1381182 Sun, 10 Apr 2022 09:46:40 +0000 https://positioningmag.com/?p=1381182 ผลสำรวจเผย บริษัทยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นที่ทำธุรกิจในรัสเซียกว่า 20% ตัดสินใจยุติการดำเนินงานชั่วคราว หลังรัฐบาลรัสเซียเข้ารุกรานยูเครน

Teikoku Databank สำรวจบริษัทใหญ่สัญชาติญี่ปุ่น 168 แห่งที่ทำธุรกิจในรัสเซีย พบว่า 37 บริษัทได้หยุดทำธุรกิจในรัสเซีย ตั้งแต่ช่วงวันที่ 15 มีนาคมที่ผ่านมา ท่ามกลางการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจของชาติตะวันตก เเละสภาพแวดล้อมที่เลวร้ายลงจากผลกระทบด้านระบบโลจิสติกส์และห่วงโซ่อุปทานที่หยุดชะงัก

ในจำนวนนี้ 28 แห่งเป็นบริษัทผู้ผลิตที่สำคัญ อย่างรถยนต์ เครื่องจักรหนัก อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีบริษัทใดที่คิดถอนตัวออกจากตลาดรัสเซียอย่างถาวร

บริษัทชื่อดังของญี่ปุ่นบางแห่ง เช่น Toyota Motor Corp. และ Fast Retailing Co. ได้ร่วมกับบริษัทระดับโลกอย่าง McDonald’s Corp. และ Apple Inc. หยุดการดำเนินงานในรัสเซีย แต่บริษัทส่วนใหญ่ในกลุ่ม 168 เเห่งนี้ ยังต้องอยู่ในสภาวะที่ไม่เเน่นอน เพราะเเนวโน้มของสงครามยังไม่มีความชัดเจน 

โดยบริษัทต่างๆ จะต้องเผชิญกับความเสี่ยงด้านชื่อเสียง หากจะดำเนินธุรกิจในรัสเซียต่อไปก็อาจจะถูกมองว่าสนับสนุนการรุกรานยูเครน ในขณะเดียวกันก็เผชิญกับภัยคุกคามจากรัฐบาลรัสเซียเพราะหากคิดจะถอนตัวออกจากตลาดก็เสี่ยงจะถูกยึดกิจการ

ทั้งนี้ บริษัท 37 แห่งที่หยุดการทำธุรกิจในรัสเซียไปเเล้ว มี 22 แห่งที่งดการทำธุรกรรม เช่น ขนส่งสินค้าเข้าไปในรัสเซีย เเละมี 7 แห่งที่งดการผลิตในรัสเซีย ขณะที่มี 4 แห่งที่หยุดการทำธุรกิจของสาขาในรัสเซีย

Toyota ได้หยุดดำเนินการที่โรงงานในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก เนื่องจากการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน และสั่งให้พนักงานในรัสเซียกลับภูมิลำเนา ขณะที่ Fast Retailing กล่าวว่าจะปิดร้าน 50 แห่งในประเทศชั่วคราว

ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ได้ขอให้ญี่ปุ่นห้ามทำการค้ากับรัสเซีย เพื่อหยุดยั้งการรุกรานของรัสเซีย

Yale School of Management เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีบริษัทมากกว่า 600 แห่งทั่วโลกได้ประกาศถอนตัวออกจากตลาดรัสเซียหรือระงับการดำเนินงานในรัสเซียชั่วคราว

 

ที่มา : kyodonews 

]]>
1381182
รัฐบาลยูเครน ระดมทุนขาย ‘NFT’ ได้มากกว่า 6 แสนดอลลาร์ นำไปฟื้นฟูเมือง-พิพิธภัณฑ์ https://positioningmag.com/1380306 Mon, 04 Apr 2022 09:46:05 +0000 https://positioningmag.com/?p=1380306 รัฐบาลยูเครนระดมทุนได้มากกว่า 6 เเสนดอลลาร์สหรัฐ (ราว 20 ล้านบาท) ผ่านการขาย Non-Fungible Token หรือ NFT โดยจะนำเงินเหล่านี้ไปฟื้นฟูเเละซ่อมเเซมพิพิธภัณฑ์ โรงละครเเละสถานที่เกี่ยวกับวัฒนธรรมที่ถูกทำลายจากการรุกรานของรัสเซีย

สำหรับโปรเจกต์ MetaHistory NFT-Museum ของพิพิธภัณฑ์ยูเครน ได้เปิดระดมทุนผ่านการขายภาพ NFT ในโครงการ ‘MetaHistory’ ที่มีการบันทึกเเละถ่ายทอดเรื่องราวสงครามลงไปในงานศิลปะ ทั้งภาพถ่ายเเละภาพวาดซากปรักหักพัง ความเสียหายของเมือง การทำลายล้างของระเบิด ทหารยูเครน และธงชาติยูเครน

โดยสามารถจำหน่ายผลงานศิลปะได้ถึง 1,282 ชิ้นในการเปิดขายวันแรก เเละระดมทุนเป็นเหรียญดิจิทัล ‘Ethereum’ ได้ 190 เหรียญนับตั้งแต่เปิดตัวมา ซึ่งมีมูลค่ามากกว่า 6 แสนดอลลาร์สหรัฐ

เเละขณะนี้ MetaHistory กำลังอยู่ระหว่างเตรียมการเปิดประมูลผลงานรอบใหม่ หลังจากมีผู้คนจำนวนมากส่ง NFT เข้ามาให้จำนวนมาก

การจำหน่าย NFT ครั้งนี้ เป็นหนึ่งในหลายโครงการที่รัฐบาลยูเครนพยายามระดมทุนผ่านคริปโตเคอร์เรนซีเพื่อนำเงินมาบูรณะเเละฟื้นฟูเมืองที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมากจากนักลงทุนรายย่อยเเละนักลงทุนมืออาชีพทั่วโลก

ทั้งนี้ ตลาดช่วงที่เกิดวิกฤตสงครามรัสเซียยูเครน ทางรัฐบาลยูเครนได้รับเงินบริจาคเป็นคริปโตเคอร์เรนซีสกุลต่างๆ จากทั่วโลกมากถึง 70.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเงินบางส่วนได้ถูกนำไปซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์และอุปกรณ์ป้องกันให้กับเจ้าหน้าที่ทหาร

 

ที่มา : Bloomberg 

]]>
1380306
รัฐบาล “ยูเครน” เตรียมจัดอีเวนต์ระดมทุนผ่าน NFT ขายงานศิลปะจากสงคราม 7,000 ชิ้น https://positioningmag.com/1379562 Tue, 29 Mar 2022 05:03:52 +0000 https://positioningmag.com/?p=1379562 ก่อนหน้านี้ “ยูเครน” รับเงินช่วยเหลือผ่านสกุลเงินคริปโตคิดเป็นมูลค่ากว่า 66 ล้านเหรียญมาแล้ว ในวันพรุ่งนี้ยูเครนจะระดมทุนผ่านโลกบล็อกเชนอีกครั้ง ด้วยการเปิดขายงานศิลปะ NFT จำนวน 5,000-7,000 ชิ้น คาดว่าจะได้รับเงินบริจาคราว 2-3 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยการระดมทุนครั้งนี้เกิดขึ้นจากอาสาสมัครนอกประเทศกับสตาร์ทอัพแพลตฟอร์มใหม่ชื่อ Fair.xyz

Isaac Kamlish อดีตวิศวกรซอฟต์แวร์ของ Facebook ในวัย 25 ปี ปัจจุบันอาศัยอยู่ในลอนดอน ประเทศอังกฤษ เขาก่อตั้งสตาร์ทอัพแพลตฟอร์มเทรด NFT ในชื่อ Fair.xyz ขึ้นเพียง 1 เดือน แต่เห็นว่ารัฐบาลยูเครนที่กำลังระดมทุนผ่านโลกสกุลเงินดิจิทัล ควรจะมีพาร์ตเนอร์ช่วยเหลือโดยตรง แม้ว่าแพลตฟอร์มยังก่อตั้งไม่นาน แต่เขาก็ลองอีเมลหารัฐบาลยูเครนเพื่อเสนอตัวเป็นช่องทางระดมทุน

ปรากฏว่ารัฐบาลยูเครนตอบรับจริง และทั้งทีมได้เข้าประชุมกับเจ้าหน้าที่รัฐของยูเครนผ่าน Telegram จนกระทั่งจะมีงานอีเวนต์ระดมทุนวันแรกในวันที่ 30 มีนาคมนี้ โดยจะจำหน่ายงานศิลปะ NFT จำนวน 5,000-7,000 ชิ้นทางแพลตฟอร์ม Fair.xyz

ชิ้นงานที่จะมาลงจำหน่าย มาจากฝีมือศิลปินชาวยูเครนที่รัฐบาลคัดเลือกมา โดยคัดสรรภาพที่เกี่ยวกับสงครามครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นภาพศิลปะจากการบุกรุกของรัสเซียที่เกาะ Snake Island เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2022 หรือภาพกองทัพยูเครนที่ไม่ยอมพ่ายแพ้ต่อรัสเซีย บางชิ้นเป็นภาพโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เชอร์โนบิลในวันที่ถูกรัสเซียยึดพื้นที่ รวมไปถึงภาพประธานาธิบดี วลาดิมีร์ เซเลนสกี้ จับมือกับประธานาธิบดี เซาลี นีนิสเตอ แห่งฟินแลนด์ ซึ่งสัญญาว่าจะส่งเงินสนับสนุนให้ยูเครน 50 ล้านเหรียญสหรัฐ

สภาพบ้านเมืองในมาริอูโปล ประเทศยูเครน ภาพจากสงครามเหล่านี้จะถูกนำมาผลิตเป็นภาพศิลปะ NFT

การระดมทุนครั้งนี้คาดว่าจะวางราคาภาพเฉลี่ยภาพละ 450 เหรียญ (ประมาณ 15,180 บาท) หรือเท่ากับเงินระดมทุนรวมราว 2-3 ล้านเหรียญ (ประมาณ 67-101 ล้านบาท) ทั้งหมดจะใช้สกุลเงินอีเธอเรียมในการแลกเปลี่ยน

นอกจาก Kamlish แล้ว อีก 2 คนในทีมเป็นกลุ่มเพื่อนเช่นกัน ได้แก่ Isaac Bentata Chocron เพื่อนร่วมชั้นเรียนที่ University College of London และเคยทำงานเทรดหุ้นที่ Goldman Sachs อีกรายหนึ่งคือ Nathan Cohen อดีตวิศวกรใน Facebook เช่นกัน นอกจากการเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีแล้ว ทั้งสามคนมีอีกหนึ่งจุดร่วมคือเป็นชาวยิวที่ค่อนข้างเคร่งศาสนา

แม้ว่างานครั้งนี้จะเป็นการกุศลคือ Fair.xyz จะไม่ได้รับเงินค่าคอมมิชชัน แต่ในระยะยาว แพลตฟอร์มจะมีชื่อเสียงทันทีและได้รับการยอมรับ ทั้งนี้ แพลตฟอร์มได้ผ่านการระดมทุนรอบ seed stage มาแล้วแต่ขอสงวนจำนวนเงินลงทุนไว้

นี่เป็นความพยายามอีกครั้งของยูเครนที่สะท้อนว่ารัฐบาลมีความพร้อมจะทำงานร่วมกับเทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งทำให้ทางยูเครนเตือน Fair.xyz ด้วยว่า พวกเขามีความเสี่ยงถูกโจมตีทางไซเบอร์จากรัสเซีย อย่างที่ยูเครนเคยถูกโจมตีมาก่อนแล้วจากการรับเงินบริจาคผ่านสกุลเงินคริปโต (ขณะนี้แค่เพียงเข้าเว็บไซต์ Meta History ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์สงครามออนไลน์ของยูเครน ก็มีคำเตือนเสี่ยงถูกแฮกจาก Google Chrome แล้ว)

“ขณะที่รัสเซียพยายามทำลายเราด้วยมิสไซล์และรถถัง เรายังเชื่อมั่นในอนาคตอันสดใสของเรา และเราเชื่อมั่นในเทคโนโลยี” มิไคโล เฟดโดรอฟ รัฐมนตรีกระทรวงการปฏิรูปดิจิทัลแห่งยูเครนกล่าว “อนาคตจะเกี่ยวกับเทคโนโลยี และอนาคตเป็นของเราอย่างแน่นอน”

เรื่องที่น่าเศร้าที่สุดของประเด็นนี้คือ การเริ่มต้นขายครั้งแรกในวันพุธนี้ คงจะไม่ใช่การขายวันแรกวันเดียวจบ เพราะระหว่างที่สงครามดำเนินต่อไป ชิ้นงานศิลปะจากสงครามก็จะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

Source 

]]>
1379562