Tuesday, April 7, 2026
Home Blog Page 9343
หลังคืนวันที่ 30 พฤษภาคมที่พรรคไทยรักไทยมีอันถูกยุบไป ลดสถานะจาก "พรรค" กลายเป็น "กลุ่ม" เกิดกระแสความผิดหวังและไม่พอใจตั้งแต่บรรดาแกนนำกลุ่มไทยรักไทย ลงไปถึงอดีตสมาชิกพรรคและแฟนๆ ที่เป็นประชาชนรากหญ้าบางส่วน แม้คำพิพากษาของตุลาการรัฐธรรมนูญจะต้องถือเป็นเด็ดขาด แต่เรื่องของกระแสความรู้สึกนั้นห้ามกันยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อจาตุรนต์ ฉายแสง หัวหน้ากลุ่มกล่าว Speech ปลุกระดมออกอากาศสดอย่างร้อนแรงจนหลายช่องตัดสัญญาณกันแทบไม่ทัน กระแสความไม่พอใจนั้นได้ถูกผ่องถ่ายมาแสดงออกใน “ม็อบ PTV” ที่ก่อตั้งและนัดชุมนุมกันมาหลายหน แต่ไม่เคยมีคนมากเท่าคืนวันเสาร์ที่ 2 มิถุนายนมาก่อน ซึ่งทางแกนนำอ้างว่ามีถึงราว 5 หมื่นคน จากที่ปกติก่อนนี้มีครั้งละไม่กี่พันเท่านั้น กลยุทธ์ "แยกกันเดิน รวมกันตี คมช." ที่ใช้มานานจึงเห็นผลชัดเจนที่สุดในช่วงนี้ จากที่พรรคการเมืองทุกพรรคติดประกาศ คปค. ฉบับที่ 15...
ถูกจับตามาพักใหญ่ สำหรับ 2 อดีตแกนนำพรรคไทยรักไทย “สมศักดิ์ เทพสุทิน” ผู้ก่อตั้งกลุ่ม “มัชฌิมา”และ “พินิจ จารุสมบัติ” ว่าเป็นผู้สืบทอดอำนาจ คมช. เป็นสองอดีตแกนนำพรรคไทยรักไทย ที่ถูกจับตามาตลอดว่าเป็นผู้ที่สืบทอดอำนาจให้กับ คมช. ในการลงเล่นการเมือง หลังจากที่มีการเลือกตั้งเกิดขึ้น หลังจากปฏิวัติ 19 กันยายน 2549 สมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มวังน้ำเย็น เป็นกลุ่มแรกๆ ที่รีบสลัดตัวเองออกจากพรรคไทยรักไทย โดยมาตั้งกลุ่มมัชฌิมา มีการเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างคึกคัก ทั้งวิธีคิดที่มาของการตั้งชื่อ หลายคนประเมินว่า การเคลื่อนไหวของสมศักดิ์ในครั้งนี้ เป็นเพราะการที่สามารถต่อเข้ากับขั้วอำนาจใหม่ได้อย่างไม่มีปัญหา นอกจากมั่นอกมั่นใจว่าคดียุบพรรคคงไม่มีปัญหาแน่ และกลุ่มมัชฌิมาที่ตั้งขึ้นมาใหม่นี้ เพื่อรอให้ผู้ที่มีอำนาจจาก คมช....
“บรรหาร ศิลปอาชา” นักการเมืองรุ่นลายครามวัย 75 ปี ที่ไม่อ่อนแรงไปตามวัยที่มากขึ้น แต่กลับยิ่งเพิ่มดีกรีเข้มข้น และพร้อมแสดงความมี “อิทธิพล” ทางการเมืองให้กับพรรคชาติไทย ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป ด้วยยุทธศาสตร์การใช้สถานะความเป็นแบรนด์เบอร์ 3 ในตลาดให้เป็นประโยชน์ ที่สามารถร่วมกับพรรคใหญ่เบอร์ 1 ชิงส่วนแบ่งที่นั่ง ส.ส. ในสภาผู้แทนราษฎร จัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ นับตั้งแต่ปี 2518 เริ่มก่อตั้งพรรคจนถึงปัจจุบัน พรรคชาติไทยไม่เคยได้ที่นั่ง ส.ส. ในสภาผู้แทนราษฎรเกิน 100 ที่นั่ง สูงสุดมี 2 ครั้งที่ทำให้พรรคชาติไทยสามารถเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล คือการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2531 สมัยพลเอกชาติชาย ชุณหะวัณ ได้ 87...
6 ตุลาคม 2519 “จาตุรนต์ ฉายแสง” เด็กหนุ่มนักศึกษาแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คือ Activist ที่เสียสละแสดงอุดมการณ์ชัดเจนในการเรียกร้อง “ประชาธิปไตย” แต่เกือบ 30 ปีต่อมา หลังรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 อดีต Activist “จาตุรนต์” ยังคงทำงานสานต่อ “ระบอบทักษิณ” อย่างเข้มงวด แม้ว่าแกนนำหลายคนในพรรคจะถอนสมอไปแล้วก็ตาม หรือแม้แต่พรรคไทยรักไทยถูกตัดสินให้ยุบพรรคก็ตาม บทบาทของ “จาตุรนต์” ปัจจุบัน คือรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ที่กลายสภาพเป็นหัวหน้ากลุ่มไทยรักไทยไปแล้ว หลังตุลาการรัฐธรรมนูญตัดสินยุบพรรคไทยรักไทยเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2550 ซึ่งรักษาการหัวหน้าพรรคคนนี้...
คณะตุลาการรัฐธรรมนูญ แห่งศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระที่สามารถพิสูจน์ให้เห็นว่ามีบทบาทที่ทรงอิทธิพลที่สุดในรอบปี 2550 จากการทำหน้าที่เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2550 ในการตัดสินคดียุบ 5 พรรคการเมือง ชี้ชะตาให้”ประชาธิปัตย์” อยู่ต่อ แต่สำหรับ”ไทยรักไทย” คือยุบทั้งพรรค ทั้งคน หยุดอนาคตทางการเมืองของกรรมการบริหารพรรคทั้งหมด 111 คนไว้ 5 ปี รวมทั้งพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ผลการตัดสินคือการสร้างความชัดเจนให้กับอนาคตทางการเมืองไทย ว่าแน่นอนจะไม่มีกลุ่มแกนนำของพรรคไทยรักไทย โดยเฉพาะพ.ต.ท.ทักษิณ เข้ามามีโอกาสในอำนาจการปกครองประเทศ หลังถูกรัฐประหารยึดอำนาจการปกครองเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 แต่ขณะเดียวกันผลการตัดสินนี้อาจนำไปสู่การเริ่มต้นของความวุ่นวาย ไม่สงบในบ้านเมืองได้ หากอดีตคนไทยรักไทย “ไม่ยอม”...
”คตส.” 3 ตัวอักษรย่อ ที่ทรงอิทธิพลอย่างยิ่ง ทั้งที่เพิ่งก่อตั้งได้เพียง 8 เดือน นับตั้งแต่วันรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 เพื่อตรวจสอบโครงการและนโยบายต่างๆ ของรัฐบาล “ทักษิณ ชินวัตร” ที่เข้าข่ายทุจริตคอรัปชั่น 8 เดือนแรกของการทำงานของ คตส. (คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐ) ตั้งแต่ 30 กันยายน 2549-31 พฤษภาคม 2550) เต็มไปด้วยความเข้มข้น ชนิดที่ว่า คตส.ไปรื้อค้นข้อมูลโครงการต้องสงสัยตรงไหน ก็เจอกลิ่น เจอข้อมูล ที่สามารถฝังกลบผู้กระทำการผิดได้ ด้วยความชัดเจนในแนวทางการทำงานของคณะกรรมการ คตส. ทั้งหมด 12 คน ที่ส่วนใหญ่มีจุดยืนแสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมาในการต่อต้านระบอบทักษิณ...
ผู้ทรงอิทธิพลด้านเศรษฐกิจประเทศ ต้องมอบให้บุคคลที่นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพราะเป็นหน่วยงานรัฐที่ทั้งสามารถขับเคลื่อนหรือเป็นอุปสรรคฉุดรั้งประเทศ และภาระหน้าที่นี้จึงทำให้ “ฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์” กลายเป็นหนึ่งในผู้ทรงอิทธิพลในปี 2550 “ฉลองภพ” เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในรัฐบาลที่มีพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์เป็นนายกรัฐมนตรี หลังจากม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ลาออกจากตำแหน่ง เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2550 ท่ามกลางความคาดหวังจากประชาชนที่ต้องการให้รัฐบาลเร่งเยียวยาบ้านเมือง โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจ หลังชะงักงันมาตั้งแต่เกิดวิกฤตการเมือง และรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2550 จากภาพลักษณ์นักวิชาการของ “ฉลองภพ” เพราะฝังตัวอยู่ในสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือทีดีอาร์ไอมากกว่า 20 ปี เป็นผู้อยู่ข้างเวทีคอยวิพากษ์วิจารณ์นโยบายรัฐบาลชุดต่างๆ ที่ผ่านมา ทำให้บางคนคาดหวังว่า “ฉลองภพ” จะบริหารงานการคลังได้ดีอย่างที่เคยเสนอแนะ แต่นักธุรกิจบางคนก็บอกแค่ว่าไม่ขอคาดหวัง เพราะนี่คือโลกของความเป็นจริง ไม่ใช่โลกของทฤษฎีทางเศรษฐศาสตร์อย่างที่เคยคุ้นเคย แต่ถึงอย่างไรความเคลื่อนไหวด้านนโยบายเศรษฐกิจของประเทศทุกคนยังต้องฟังจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง...
“สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” เป็นบุคคลที่ใครได้ยินชื่อแล้ว เกิดความรู้สึกได้ทั้งความมั่นใจและความรู้สึกระแวงแคลงใจ อย่างที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีพิสูจน์มาแล้วกับ “นักกลยุทธ์มาร์เก็ตติ้ง” คนนี้ หรือแม้แต่รัฐบาลขิงแก่ ก็เกือบย่ำแย่เพราะถูกเกมของ “สมคิด” วางหมากจนปั่นป่วน หรือกระทั่งล่าสุดหัวหน้ากลุ่มมัชฌิมา “สมศักดิ์ เทพสุทิน” ที่รู้สึกเชื่อมั่นสุดๆ กับแบรนด์ “สมคิด”ที่หวังให้เป็นจุดขาย ก็ยังต้องลุ้นไปกับการตัดสินใจของ “สมคิด” ว่าพร้อมร่วมก๊วนเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองที่จะตั้งขึ้นใหม่หรือไม่ บทบาทของ “สมคิด” เด่นชัดในแวดวงการเมืองนับตั้งแต่เข้าร่วมกับพ.ต.ท.ทักษิณ ก่อตั้งพรรคไทยรักไทย ร่วมร่างนโยบายที่ถือเป็นจุดขายของพรรค ตั้งแต่การช่วยเหลือคนจนแบบประชานิยม ด้วยโครงการเอื้ออาทร กองทุนหมู่บ้าน กระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย ไปจนถึงการปลุกเศรษฐกิจมหภาค ผ่านนโยบายดอกเบี้ยต่ำ และลดภาษีกระตุ้นการลงทุน การวางตัวระหว่างร่วมเป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณสำหรับ “สมคิด” แล้ว คือมืออาชีพมุ่งมั่นบริหารประเทศ...
“ท่านมุ้ย” เป็นศิษย์เก่า UCLA ร่วมคลาสกำกับหนังกับ Francis Ford Coppola และ Roman Polanski แม้จะทรงสำเร็จการศึกษาวิชาเอกด้านธรณีวิทยา แต่บทบาทที่ทรงคร่ำหวอดและสร้างสรรค์ ผู้คนทั่วไปสัมผัสได้มากที่สุด ก็คือ ผู้กำกับภาพยนตร์ แต่บทบาทอื่นอันเกี่ยวเนื่องกับภาพยนตร์ก็คือ นักเขียนบท และผู้อำนวยการสร้าง นับเป็นเวลากว่า 35 ปี จากผลงานกำกับเรื่องแรก “มันมากับความมืด” เมื่อปี 2514 จนถึงปัจจุบัน ที่ท่านมุ้ยทรงคุโณปการต่อวงการภาพยนตร์ไทยอย่างยากยิ่งที่จะหาผู้ใดเสมอเหมือน ในวัยย่าง 65 ปี ท่านมุ้ยยังทรงมุ่งมั่นกับงานภาพยนตร์อย่างไม่ทรงเบื่อหน่าย...
ปี 2550 ต้องยกให้เป็นปีทองของช่อง 3 ภายใต้ร่มเงาการบริหารของครอบครัว “มาลีนนท์” เพราะไม่เพียงการดึงเรตติ้งจากผู้ชมได้เพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ยังสร้างกำไรได้เป็นกอบเป็นกำ ขณะที่ธุรกิจอื่นๆ และสถานีโทรทัศน์ช่องอื่นรายได้ถดถอยอย่างเห็นได้ชัด รายได้เฉพาะไตรมาสแรกของปี 2550 กลุ่มช่อง 3 มีรายได้ 1,807 ล้านบาท กำไร 541 ล้านบาท สูงกว่าไตรมาส 4 ปี 2549 จำนวน 226 ล้านบาท หรือ 72% และสูงกว่าไตรมาสแรกปี 2549 จำนวน 105 ล้านบาท หรือ 24% ส่วนใหญ่หรือประมาณ 90%...