แม้วิกฤตเศรษฐกิจในสหรัฐฯ เริ่มส่งผลลบต่อยักษ์ใหญ่น้ำอัดลมอย่างเป๊ปซี่ (PepsiCo) จนต้องประกาศปลดพนักงานแล้ว แต่ในอีกมุมหนึ่งเป๊ปซี่ก็เริ่มแผนรีแบรนด์อีกครั้ง จากไตรมาส 3 ที่ผ่านมาเป๊ปซี่รายงานว่ามีกำไร 1,580 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 9.5% จากปีที่แล้ว ทำให้ต้องประกาศลดต้นทุน เพราะแนวโน้มเศรษฐกิจชะลอตัวต่อเนื่อง ด้วยการปลดพนักงาน 3,300 คน จากการเปิดโรงงาน 6 แห่ง คิดเป็น 1.8% ของพนักงานทั่วโลก 185,000 คน เพื่อลดต้นทุนให้ได้ประมาณ 1,200 ล้านดอลลาร์ฯใน 3 ปีข้างหน้า โดยปีหน้าจะลดค่าใช้จ่ายได้ 350-400 ล้านดออลลาร์ฯ งบที่ประหยัดได้ 1,200...
ร้านอาหารญี่ปุ่นเริ่มมีการปรับตัวเพื่อดึงครอบครัวชาวญี่ปุ่นมาดินเนอร์มากขึ้น อย่างร้าน Toritetsu ในเครือของ Asrapport ที่สร้าง “ห้องเด็ก” มีกระจกใสให้พ่อแม่ได้เห็นลูกของๆ ตัวเองในห้องนั้น พร้อมกับดินเนอร์ไปอย่างมีความสุข เพราะระหว่างที่พ่อแม่กำลังเอร็ดอร่อยอิ่มท้อง ในห้องนั้นเด็กๆ จะมีความสุขกับเครื่องเล่นเกม ทีวี และของเล่นเด็กมากมาย เป็นการสร้างโอกาสเพื่อเพิ่มยอดขายได้อย่างง่าย ๆ ในภาวะที่ผู้คนเริ่มประหยัดค่าใช้จ่าย เพราะโดยทั่วๆ ไปแล้วจะไม่ค่อยเห็นชาวญี่ปุ่นพาครอบครัวออกไปดินเนอร์ข้างนอกในร้านอาหาร นอกจากตามฟาสต์ฟู้ด หรือเครือข่ายร้านอย่างเดนนี่ส์ และโจนาธานส์ หรือในบางครอบครัว ส่วนใหญ่แม่บ้านก็อยู่กับบ้านเลี้ยงลูก แต่บรรดาพ่อๆ ทั้งหลายจะออกไปเฮฮากับเพื่อนร่วมงานหรือลูกค้า นอกจากนี้ยังเป็นเพราะบางทีลูกๆ ที่พาไปด้วยก็จะงอแง ร้องไห้ และหลายที่ก็ไม่เคร่งครัดระมัดระวังเรื่องการสูบบุหรี่ ส่งผลร้ายต่อเด็กๆ โดยตรงเอง เพราะฉะนั้นที่ผ่านมาจึงเลือกกินข้าวที่บ้านกันดีกว่า จะว่าไปแล้วจริงๆ Toritetsu น่าจะมาดูงานตามร้านอาหาร...
เมื่อกล้องดิจิตอล โน้ตบุ๊ก ดีวีดี จอแอลซีดี เครื่องเล่น MP3 เครื่องเสียง โทรศัพท์มือถือ พรินเตอร์ แต่งแต้มสีสันให้เลือกสรรพอๆ กับเสื้อผ้าที่สวมใส่ และด้วยอิทธิพลของสีนี้เอง ที่สามารถกระตุ้นยอดขายให้กับผู้ผลิตอย่างโซนี่ เอเซอร์ โนเกีย หันมาใช้สีเป็นอาวุธในการจูงใจลูกค้า แต่งหน้า ทาปากให้สินค้า ออกตัวอย่างชัดเจนเมื่อสองปีที่แล้วว่า “จะเอาดีกับสี” หรือการออกสินค้าที่เล่นสีสันเป็นหลัก ยิ่งมาวันนี้ “โซนี่” ก็ออกมาสะท้อนว่าสิ่งที่ตนพยายามอยู่นั้นกำลังไปได้สวย อย่างน้อยเพื่อหลีกหนีการแข่งขันเรื่องเทคโนโลยี หรือดีไซน์ ที่ใครๆ ก็ทำได้ และโซนี่ก็มองเห็นว่า “สี” น่าจะช่วยดึงดูดลูกค้าได้ดีในเวลาเช่นนี้ ดังเช่นการเปิดตัวกล้องดิจิตอลไซเบอร์ช็อต ตระกูล T จำนวน 2 รุ่น และโน้ตบุ๊กไวโอ้ รุ่นล่าสุดวางตลาด...
POSITIONING เป็นสื่อมวลชนเพียงฉบับเดียวจากประเทศไทย ที่ได้รับเชิญจากโนเกียเพื่อเข้าร่วมงานสัมมนา “The Way We Live Next 2008” โดยมีสื่อมวลชนจากนานาประเทศอีกกว่า 70 คน เมื่อกันยายน 2551 ที่ผ่านมา ณ Nokia House สำนักงานใหญ่ของโนเกีย ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองเอสปู (Espoo) ประเทศฟินแลนด์ ห่างจากเมืองหลวง คือ กรุงเฮลซิงกิ ประมาณ 20 นาที Flight Time กว่า 14 ชั่วโมง รวมระยะเวลาเปลี่ยนเครื่องที่โคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก ทำให้รู้สึกเพลียไปบ้าง แต่การเดินทางโดยชั้นธุรกิจของสายการบิน...
บริษัทไปรษณีย์ไทย กำลังก้าวถึงจุดเปลี่ยนสำคัญของการเป็นผู้ให้บริการครบวงจร ที่เรียกว่า Logispost ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างไปรษณีย์และธุรกิจโลจิสติกส์ อย่างเต็มรูปแบบ เพราะจะทำให้ไปรษณีย์ไทยรับส่งสิ่งของต่างๆ ขนาดใหญ่ และหนักขึ้นได้ถึง 200 กิโลกรัม จากเดิมให้บริการได้ไม่เกิน 20 กิโลกรัม และไม่ได้ไปด้วยมอเตอร์ไซค์เท่านั้น แต่เป็นรถกระบะที่ปรับเป็นตู้ใส่สินค้าจำนวนมากพร้อมบรรทุกทั้งทีวี มอเตอร์ไซค์ ตู้เย็น การจะก้าวไปสู่ธุรกิจ Logispost จะต้องมีเทคโนโลยีใหม่ที่เตรียมนำมาใช้ที่เรียกว่า Radio-Frequency Identification หรือ RFID ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นเทคโนโลยี กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อง ทั้งในธุรกิจโลจิสติกส์ และซัพพลายเชน รวมถึงธุรกิจคอนซูเมอร์โปรดักส์ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาระบบ คาดว่าจะนำมาใช้ให้บริการได้ในกลางปี 2552 “วชิระ โพธิ์เงิน” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ...
สีแดง กับเส้นโค้งขอบโลกทั้งบนตู้จดหมาย หน้าที่ทำการไปรษณีย์ รถตู้ขนส่งสินค้า กลายเป็นสัญลักษณ์ติดตาคนจำนวนมาก กลายเป็นแบรนด์ที่แรง จนหลายคนไม่เชื่อว่านี่หรือคือธุรกิจที่ครั้งหนึ่งเคยหมดหวัง และดูไร้สีสัน 6 ปีที่แล้ว “อานุสรา จิตต์มิตรภาพ” รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด และพัฒนาธุรกิจ บริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด กับทีมงานฝ่ายการตลาด ใช้เวลาส่วนใหญ่ในแต่ละวันทำงาน มุ่งมั่นกับการทำการตลาดร่วมพัฒนาบริการใหม่ๆ และสร้างแบรนด์ให้กับไปรษณีย์ไทย โดยมีที่ “ศิริกุล เลากัยกุล” ผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างแบรนด์ เป็นปรึกษา เมื่อหมดสัญญาคัมภีร์การสร้างแบรนด์ ตั้งแต่สี ตัวอักษร และแผนงาน ทีมงานฝ่ายการตลาดก็ยังคงใช้มาตลอด และเมื่อต้องพัฒนารูปแบบ ก็สามารถส่งพลังแดงได้ด้วยตัวเองอย่างต่อเนื่อง “นี่คือ Moment ที่ประทับใจ ที่ได้เข้าร่วมงานกับไปรษณีย์ไทย” ศิริกุล...
บริษัทไปรษณีย์จะอยู่รอดหรือไม่ขึ้นอยู่กับคนกว่า 20,000 คน ประมาณ 3,000 คนเป็นกลุ่มเจ้าหน้าที่ในสำนักงานใหญ่ ที่สามารถเลือกว่าจะมาอยู่กับบริษัทไปรษณีย์หรือไม่ แต่อีก 17,000 คน คือพนักงานที่ไม่สามารถเลือกได้ เพราะพวกเขาคือ “สายเลือดไปรษณีย์” “เอ็งต้องมากับข้านะ แต่ถ้าเอ็งมาแล้วไม่ทำมาหากิน เอ็งต้องตาย” “วุฒิพงษ์ โมฬีชาติ” รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานระบบปฏิบัติการ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด บอกกับคนไปรษณีย์นับหมื่นคนเมื่อ 10 ปีก่อน การทำมาหากินนั้นต้องเริ่มจาก 1.การปรับตัวเองให้กลายเป็น “พ่อค้า” ไม่ใช่ “ข้าราชการ” ที่ต้องขายทุกอย่างเท่าที่ทำได้ 2.ต้องหาเป้าหมายในชีวิตของตนให้เจอ และ 3.ปรับกระบวนการทำงานโดยการลดค่าใช้จ่าย เป็นหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ ซึ่งข้อ 3 นี้เป็นเหตุผลสำคัญที่ช่วยให้การสร้างบริษัทไปรษณีย์ในช่วงแรกผ่านพ้นด้วยดี...
ทุกเช้า 7 โมงครึ่ง “เจริญศักดิ์” บุรุษไปรษณีย์ประจำศูนย์หลักสี่ขะมักเขม้นกับการทำหน้าที่คัดแยกจดหมายและกล่องพัสดุต่างๆ รวมทั้งกล่องอาหารดีลิเวอรี่จากภาคต่างๆ ของไทย เพื่อนำส่งถึงประชาชนย่านหลักสี่ แจ้งวัฒนะ แม้จะเหน็ดเหนื่อย แต่ “เจริญศักดิ์” ก็พึงพอใจ เพราะแต่ละวันที่ผ่านไป เขามองเห็นอนาคตตัวเองที่ก้าวหน้าไปพร้อมกับองค์กร จากสถานการณ์ “หลังผิงฝา” ของ “เจริญศักดิ์” และคนไปรษณีย์กว่า 2 หมื่นคนเมื่อ 6 ปีที่แล้ว ซึ่งมีทางเลือกเดียวเท่านั้นคือต้องเดินไปข้างหน้า ท่ามกลางเสียงบอกว่าเป็นเส้นทางของธุรกิจที่ไร้อนาคต แต่วันนี้เหมือนหนังคนละม้วน จากองค์กรที่เคยประสบปัญหาขาดทุน ต้องได้รับเงินอุดหนุนช่วยเหลือ วันนี้บริษัทไปรษณีย์ไทย จำกัด กลายเป็นรัฐวิสาหกิจดีเด่น เป็นองค์กรที่ทำกำไรเกือบ 2,000 ล้านบาทต่อปี และมีช่องทางอีกมากมายที่จะทำรายได้มากขึ้น ...
หนึ่งในทางออกของการกู้วิกฤตการเมืองที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน การเลือกเสพสื่อให้เป็น ก็เป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับคนในยุคนี้ ที่ต้องเลือกว่าจะอยู่ในสังคมแบบไหน เมื่อสื่อแต่ละค่ายก็มีจุดยืนแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับว่าสื่อสำนักไหนเลือกข้างฝ่ายใด ระหว่างขั้วอำนาจเก่า หรือยึดความถูกต้องเป็นเดิมพัน เหลืองเข้ม ค่ายผู้จัดการ ค่ายสิ่งพิมพ์ที่ได้ชื่อว่ามีสื่อมัลติมีเดียครบเครื่อง ทั้งทีวีดาวเทียม เว็บไซต์ ค่ายนี้ยึดแนวทางของ “สีเหลืองเข้ม” มุ่งเน้นความเป็นผู้นำทางความคิด โดยเลือกข้างความถูกต้องแบบสุดขั้ว โดยเชื่อว่าหากสังคมตกอยู่ในภาวะดำมืดดังเช่นที่เป็นอยู่ จากรัฐบาลฉ้อราษฎร์ ทำเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวและพวกพ้อง ครอบงำสื่อมาตลอด จำเป็นที่จะต้องมี “สื่อ” ทำหน้าที่เป็นเทียนไขส่องทางให้สื่อทำหน้าที่เป็นกระจกเงาได้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะสถานการณ์บ้านเมืองที่กำลังเข้าขั้นวิกฤต จำเป็นต้องมีสื่อทำหน้าที่เป็นผู้นำทางความคิด สะท้อนให้ประชาชนได้เห็นถึงความล้มเหลวของระบอบทักษิณ ตรวจสอบปัญหาการคอรัปชั่น ปัญหาการโกงกินของรัฐบาล และเชื่อมั่นในสถาบันกษัตริย์ เพราะเชื่อว่าจะเป็นทางออกเดียวของประเทศไทยที่จะก้าวพ้นกับวิกฤตการณ์ครั้งนี้ไปได้ ด้วยความคิดต่างแบบสุดขั้ว จนบางครั้งอาจดูหลุดกรอบไป เพราะฉะนั้นผู้ที่ติดตามจะต้องมีภูมิปัญญาที่เท่าทัน...
คนไทยกำลังต้องเผชิญกับภาวะวิกฤตรอบด้าน ทั้งปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ คนตกงาน สินค้าราคาแพง ปัญหาการเมือง เราจะจัดการกับการใช้ชีวิตอย่างไรท่ามกลางวิกฤตเหล่านี้ พระมหาวุฒิชัย วชิรเมธี หรือที่รู้จักกันดีทั่วไปในนามปากกา ว.วชิรเมธี พระนักคิด ให้ข้อเสนอแนะแนวทางการดำรงชีวิต ทั้งระดับรัฐบาล องค์กรธุรกิจ และคนทั่วไป จะรับมืออย่างไร ภายใต้วิกฤตการณ์ครั้งนี้ไว้อย่างน่าสนใจ การเมืองยุ่งเหยิง หากต้องการแก้ปัญหาการเมืองอย่างยั่งยืนแล้ว ท่านว.วชิระเมธี เสนอแนวว่า ข้อแรก ต้องปรับโลกทัศน์ใหม่มองให้เป็นระบบ เน้นการวิเคราะห์หรือวิจัย จึงจะนำไปสู่หนทางการแก้ปัญหาได้อย่างเบ็ดเสร็จและเด็ดขาด แต่ที่เป็นปัญหาอยู่ในเวลานี้ เพราะแทนจะวิเคราะห์ ก็กลับมองปัญหาว่าเป็นเรื่องของ “เคราะห์” การแก้ปัญหาจึงหนักไปทาง “สะเดาะเคราะห์” เมื่อมองปัญหาด้วยท่าทีเช่นนี้ เท่ากับเป็นการปัดความรับผิดชอบ ว่าปัญหาไม่ได้เกิดจากตัวคน...







