พ็อกเกตบุ๊กไทย จะโกอินเตอร์ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เมื่อศูนย์เผยแพร่ลิขสิทธิ์ไทย (Thailand Rights Center : TRC) นำร่องไปบุกตลาดมาแล้ว หัวเรือใหญ่ที่ผลักดันศูนย์ TRC "ดนัย จันทร์เจ้าฉาย" บอสใหญ่ของค่ายดีเอ็มจี สำนักพิมพ์ที่มีผลงานหนังสือเล่มด้านบริหารจัดการที่โดดเด่นรายหนึ่งของวงการ จุดประกายความคิด เมื่อครั้งที่ดนัยได้ไปร่วมออกงานใหญ่ครั้งแรกระดับโลก Book Expo ที่แฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมัน จากประสบการณ์อันเชี่ยวกรากในบทบาทที่ปรึกษาด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์ของค่ายเอ็มดีเค คอลซัลเท้นต์ ทำให้เขาเห็นลู่ทางและโอกาสของหนังสือไทยเป็นครั้งแรก "โอกาสมีอยู่ในวรรณกรรมไทย เพราะเรามี content องค์ความรู้มากมายมหาศาล วัฒนธรรมของตัวเอง และมีแนวผสมผสาน จีน อินเดียอยู่แล้ว แต่ยังขาดวิธีการ คนที่มาใส่ใจ"...
เมื่อผู้ผลิตกระดาษอย่าง “ดั๊บเบิ้ลเอ” ลุกขึ้นมาทำเมืองหนังสือ หรือ Thailand Book Tower ตามแบบเมืองใหญ่ของโลก โดยบริษัท บุ๊ค ทาวเวอร์ (ไทยแลนด์) ทำหน้าที่บริหารจัดการโครงการ และโยก สมชาย ตันตาศนี อดีตผู้บริหารดั๊บเบิ้ลเอ มาเป็น CEO ของ Thailand Book Tower กำหนดเปิดต้นปี 2549 ตั้งเป้ายอดขายปีแรก 1.5 ล้านเล่ม รายได้ 300 ล้านบาท จากยอดผู้ใช้บริการที่คาดว่าจะมีราว 4,000 คนต่อวัน นับว่าเป็นการตลาดเชิงรุกของดั๊บเบิ้ลเอ นอกจากรายได้จากค่าเช่าตึกแล้ว...
B2S ร้านหนังสือประจำห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ย่อมาจากคำว่า Book to Stationery คือคำจำกัดความที่ครอบคลุมถึง positioning ของร้านนี้ได้ค่อนข้างดี แต่จุดเด่นของ B2S มิได้มีเพียงแต่หนังสือและเครื่องเขียนเท่านั้น ซีดี วีซีดี เพลงถือเป็นจุดเด่น โดยเฉพาะแผ่นเพลงต่างประเทศมีให้เลือกหลายหมวดหมู่ มากกว่าร้านหนังสือเชนอื่นๆ เช่นเดียวกับหนังสือของ B2S จะเน้นภาพรวมทุกประเภทไม่โฟกัสไปยังประเภทใดประเภทหนึ่งโดยเฉพาะ เพื่อจับกลุ่มลูกค้าที่หลากหลายตามคอนเซ็ปต์ Enjoy your life, brighten your mind “เศรษฐกิจแบบนี้คนจะเน้นสันทนาการจากการอ่านและฟังเพลงในบ้านมากขึ้น ใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวไม่ออกไปเที่ยวกินที่ไหน ร้านหนังสือจึงเป็นทางเลือกลำดับต้นๆ ของคนเมือง” อนันต์ มานะศุภกานต์ ...
จากการเข้าถือหุ้นของค่ายจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ แทน เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป ทำให้ display หน้าร้านของซีเอ็ดกำลังเปลี่ยนแปลงไป โดยเพิ่มโซนขายซีดีเพลงซึ่งจะเปิดพื้นที่ให้กับค่ายน้องใหม่ใต้ชายคาแกรมมี่ “สนามหลวง” และต่อไปจะกลายเป็นคู่แข่ง Thai Ticket Master ในการเปิดจองคอนเสิร์ตและโชว์ที่จัดโดยแกรมมี่ สาขาเปิดใหม่ หรือมีการ re-location ในศูนย์การค้า จะกำหนดให้เปิดติดกับร้าน IMAGINE ของแกรมมี่ เป็นหลัก เพื่อเป็นการ synergy brand ร่วมด้วยช่วยกันรุ่ง และด้วยลิขสิทธิ์ที่แกรมมี่ถือครองกว่า 70% ของตลาดเพลงจะเป็น software จำนวนมากที่เพิ่มเข้ามาในร้านขายหนังสือแห่งนี้ ซีเอ็ด...
จากการเข้าถือหุ้นของค่ายจีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ แทน เนชั่น มัลติมีเดีย กรุ๊ป ทำให้ display หน้าร้านของซีเอ็ดกำลังเปลี่ยนแปลงไป โดยเพิ่มโซนขายซีดีเพลงซึ่งจะเปิดพื้นที่ให้กับค่ายน้องใหม่ใต้ชายคาแกรมมี่ “สนามหลวง” และต่อไปจะกลายเป็นคู่แข่ง Thai Ticket Master ในการเปิดจองคอนเสิร์ตและโชว์ที่จัดโดยแกรมมี่ สาขาเปิดใหม่ หรือมีการ re-location ในศูนย์การค้า จะกำหนดให้เปิดติดกับร้าน IMAGINE ของแกรมมี่ เป็นหลัก เพื่อเป็นการ synergy brand ร่วมด้วยช่วยกันรุ่ง และด้วยลิขสิทธิ์ที่แกรมมี่ถือครองกว่า 70% ของตลาดเพลงจะเป็น software จำนวนมากที่เพิ่มเข้ามาในร้านขายหนังสือแห่งนี้ ซีเอ็ด ...
ที่นี่ไม่ใช่ร้านขายหนังสือ... ใช่ ชื่อร้านก็บอกอยู่แล้วว่า ร้านนี้คือร้านเซเว่นอีเลฟเว่น แต่ใครจะรู้บ้างว่าร้านสะดวกซื้อแห่งนี้คือร้านค้าที่สำนักพิมพ์ หรือแม้แต่นักเขียนเอง ฝันใฝ่อยากนำพ็อกเกตบุ๊กมาจำหน่ายที่นี่มากที่สุด “เซ่เว่นฯ อาจเป็นช่องทางที่ชี้วัดกระแสยอดขายที่ดีที่สุด” พจนารถ ภูวเศรษฐ์ รองผู้จัดการทั่วไปด้านบริหารผลิตภัณฑ์ บริษัท ซี.พี.เซเว่น จำกัด อธิบาย แม้สื่อสิ่งพิมพ์เป็นสินค้าหมวดหนึ่งในสองพันกว่าชนิดในร้านเซเว่นฯ แต่ดีมานด์ของสื่อสิ่งพิมพ์ในร้านสะดวกซื้อแห่งนี้ เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง กลายเป็นหมวดสินค้าประเภทยอดนิยมที่สร้างรายได้ และยอดขายชนิดที่ใครๆ อาจคาดไม่ถึง ที่นี่แม้ไม่ใช่ร้านขายหนังสือโดยเฉพาะ แต่เมื่อเซ่เว่นฯ นำสินค้าประเภทนี้มาส่งเสริมการขาย จัดวางเป็นชั้นจำหน่ายในมุมหนึ่งของร้านเซเว่นฯ ได้กลายเป็นพลังหนึ่งที่สามรถชี้วัดความสำเร็จของหนังสือ หรือพ็อกเกตบุ๊กเล่มนั้นได้ สาขาเซ่เว่นฯ ทั่วประเทศที่มีอยู่ถึง 3,170 แห่ง กระจายอยู่ทุกชุมชน ในจำนวนนี้มีร้านเซเว่นฯ ที่มีมุมขายหนังสือประมาณ 2,700...
ร้านหนังสือ หรือบุ๊กสโตร์ จัดเป็นช่องทางหลักที่ก่อให้เกิดการหมุนเวียนของเม็ดเงินในธุรกิจหนังสือตลอดทั้งปี และเป็น showcase ชั้นเยี่ยมสำหรับหนังสือทุกประเภท ทำให้แต่ละสำนักพิมพ์มุ่งหวังจับจองพื้นที่อันโดดเด่น “พ็อกเกตบุ๊ก” ถือเป็นหัวใจหลักของร้านหนังสือส่วนใหญ่ ร้านหนังสือเกือบทุกแห่ง จะมีรายได้มากกว่าครึ่งมาจากพ็อกเกตบุ๊ก ซีเอ็ด มียอดขายมาจากพ็อกเกตบุ๊กอย่างเดียวประมาณ 60-70% ของรายได้ทั้งหมดในร้าน Positioning ของร้าน บวกกับทำเลที่ตั้ง การให้น้ำหนักในการจัดวางหนังสือ ถือเป็นหัวใจสำคัญ ทำให้เครือข่ายร้านหนังสือแต่ละแห่งมีจุดเด่นจุดด้อยแตกต่างกันไป ภายในร้านจำหน่ายหนังสือ ยังเพิ่มความสำคัญในเรื่องบริหารจัดการ พื้นที่ภายในร้านมากยิ่งขึ้น คัดเลือกเฉพาะหนังสือติดอันดับขายดี มีโปรโมชั่นพิเศษจูงใจลูกค้าทุกรูปแบบ ทั้งนี้เพราะร้านหนังสือจำนวนมากต้องเช่าพื้นที่ตามศูนย์การค้า ซึ่งมีต้นทุนสูง ร้านหนังสือที่เป็นที่รู้จักและมีเครือข่ายสาขาค่อนข้างมาก...
น้อยคนนักจะรู้ว่าหนังสือขายดีบนแผง ทั้งชีวประวัตินักธุรกิจที่มีชื่อเสียง นักการเมืองเด่น หรือแม้แต่เรื่องรักๆ ของเหล่าดาราส่วนใหญ่เป็นผลงานที่จ้างให้คนอื่นเขียนให้เกือบทั้งนั้น เพราะพวกเขาเหล่านั้นมีข้อจำกัดเรื่องเวลา และความยากในการเรียบเรียงภาษาเขียนให้เป็นหนังสือที่น่าอ่าน จึงเกิดอาชีพๆ หนึ่ง คือ Ghostwriter (โกสท์ไรท์เตอร์) นักเขียนอิสระ หรือคนที่ทำหน้าที่เขียนหนังสือแทนเจ้าของเรื่อง โดย Ghostwriter เป็นผู้สัมภาษณ์ เรียบเรียง และนำเสนอเรื่องราวให้ตามเจ้าของเรื่องต้องการ เพื่อตีพิมพ์จำหน่าย จ่ายแจก หรือให้เป็นของขวัญแก่ลูกน้อง และเพื่อนร่วมงานในโอกาสพิเศษ แลกกับการค่าจ้างหรือสินน้ำใจให้ Ghostwriter เป็นตัวเลข 6 หลักขึ้นไปต่อการทำหนังสือเพียงแค่เล่มเดียว จากตัวเลขค่าจ้างที่สวยหรู แลกกับการทำงานที่ดีที่สุดเพียงแค่ชิ้นเดียว ส่งผลให้นักเขียนรุ่นใหม่ๆ หรือกลุ่มคนทำข่าวที่มีความสามารถในงานเขียน ต่างปรับเปลี่ยนตัวเองเพื่อออกมารับเขียนหนังสือในฐานะ Ghostwriter กันมากขึ้น...
นักเขียนดับเบิลซีไรต์คนแรกของไทย จากเรื่อง คำพิพากษา และ เวลา ซึ่งวันนี้เขารับบทบาทเป็นคุณครูผู้แนะนำการเขียนอยู่ที่บ้านไร่บนรอยต่อ 3 จังหวัดบ้านเกิด และยังเปิดสำนักพิมพ์ของตัวเองใช้ชื่อว่า “หอน” โดยมีโลโก้สำนักพิมพ์เป็นรูปหมา เรื่องสั้นเรื่องแรกคือ "นักเรียนนักเลง" ตีพิมพ์ในหนังสืออนุสรณ์ ของโรงเรียนวัดปทุมคงคา เมื่อปี 2512 เรื่อง “ผู้แพ้” ได้รับรางวัล “ช่อการะเกด” ปี 2522 ผลงานอื่นๆ เช่น ทางชนะ, มีดประจำตัว, นครไม่เป็นไร เป็นต้น ปัจจุบันพำนักในไร่รอยต่อระหว่างจังหวัดสระบุรี-นครราชสีมา สมรสแล้วแต่ยังไม่มีบุตร
ผู้ประสบการณ์ที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการสิ่งพิมพ์ไทยมากว่า 50 ปีของรงค์ วงษ์สวรรค์ เขาถือเป็น 1 ใน 3 นักเขียนที่มีอิทธิพลต่อสังคมไทย อีก 2 คนคือหม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช และ ส.ศิวรักษ์ เขาเป็นนักเขียนที่บรรยายบรรยากาศ สถานการณ์ ได้อย่างกินใจ และเห็นภาพ รวมทั้งตัวละครของเขาแต่ละคนล้วนแล้วแต่มีเอกลักษณ์ บุคลิกเฉพาะตัวอย่างชัดเจน แม้ทุกวันนี้เขาอายุเลย 70 กว่าปีแล้ว แต่ยังไม่เคยหยุดเรื่องการเขียน จนมีผลงานออกมากว่า 30 เล่ม โดยเขาจะใช้เวลานั่งเขียนงานวันละ 8 ชั่วโมง ผลงานที่โดดเด่น ได้แก่ สนิมสร้อย, บางลำพูสแควร์,...






