Saturday, April 25, 2026
Home Blog Page 10600
คงไม่มีใครปฏิเสธว่า “มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ” เป็นผู้พลิกโฉมการนำเสนอรายการโทรทัศน์แนวใหม่ ด้วยการชูจุดยืนด้านเนื้อหาสาระ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Edutainment TV” ที่มุ่งนำเสนอเนื้อหา ข่าวสาร และความบันเทิงในเชิงสาระเป็นหลัก...ชนิดที่ไม่มีละครน้ำเน่าทีวีก็ขายได้ ส่งผลให้ผังรายการโทรทัศน์ “โมเดิร์นไนท์ ทีวี” ในปัจจุบันเต็มไปด้วยรายการข่าว และสาระเกือบ 80% และหนึ่งในนั้น คือรายการ “ถึงลูกถึงคน” และ “คุยคุ้ยข่าว” รายการคุยข่าวรูปแบบใหม่ที่เน้นการนำเสนอในรูปแบบสาระกึ่งบันเทิงมากขึ้น ด้วยการเติมน้ำจิ้ม ใส่สีสัน รวมทั้งให้ข้อมูลข่าวในเชิงวิเคราะห์มากขึ้น ด้วยวิธีคิดที่แตกต่างที่ “มิ่งขวัญ” ซึมซับการบริโภคข่าวสารจากผู้เป็นพ่อในอดีต ทำให้เกิดแรงบันดาลอยากนำเสนอสถานีโทรทัศน์ที่อัดแน่นไปด้วยสาระความรู้แก่สังคม หรือเรียกว่า “knowledge base society” โดยอาศัยความพร้อมของสถานีข่าวในเครือ ทั้งวิทยุ โทรทัศน์ สำนักข่าวไทย...
เมื่อเทียบกับช่องอื่นๆ ที่ต่างปรับตัวจากการ “อ่านข่าว” ไปสู่การ “คุยข่าว” จนฟุ้งจอกันตั้งแต่เช้ายันค่ำ หลายคนมองว่า ที่ผ่านมาช่อง 7 ไม่มีการปรับตัวด้านรายการข่าวเท่าใดนัก อาจเป็นเพราะจากการครองเรตติ้งอันดับ 1 มายาวนาน จะมีบ้างก็เพียงยืมตัว “กนก รัตน์วงศ์สกุล” จากเนชั่นมาอ่านข่าวเช้าคู่กับ “พิสิทธิ์ กีรติการกุล” และคู่กับ “ศุภรัตน์ นาคบุญนำ” ในช่วงข่าวเที่ยง แต่สไตล์การนำเสนอก็ยังขาดสีสันอยู่มาก แต่หากพิจารณาผังรายการของช่อง 7 ในตอนนี้ นอกเหนือจากช่วงข่าวที่เป็นของฝ่ายข่าวช่อง 7 เองแล้วนั้น จะเห็นว่ามี 2 รายการที่เป็นการนำเสนอข่าวและการวิเคราะห์เศรษฐกิจอย่างมีสีสันมากขึ้น ทั้งรูปแบบและการวางตัวผู้ดำเนินรายการ นั่นก็คือรายการ “เงินทองของง่าย” ออกอากาศทุกวันจันทร์ถึงศุกร์...
“สิ่งที่เราทำก็คือ เราเอาจุดแข็งที่มีอยู่มาแข่งขันเพื่อทำให้ผู้บริโภคได้ รายการข่าวที่ดีจะต้องมีทั้งภาพและเสียง เร็วและลึก และมีมุมมองไม่เหมือนใคร ด้วยศักยภาพของไอทีวี เราต้องแตกต่างจากคุยข่าว” ทรงศักดิ์ เปรมสุข MD สถานีโทรทัศน์ไอทีวี กล่าวอย่างไม่ตระหนกต่อการรุกคืบเข้ามาแข่งขันในสังเวียนรายการข่าวของบางสถานีที่เคยโดดเด่นในเรื่องของบันเทิง ตรงกันข้าม ทรงศักดิ์เห็นว่าปรากฏการณ์ “คุยข่าว” ที่กำลังเป็นกระแสนิยมในช่องบันเทิง น่าจะเป็นนิมิตหมายที่ดีของสังคมไทย เพราะเป็นบทพิสูจน์ว่า คนดูหันมาให้ความสำคัญกับรายการข่าวมากขึ้น และพิสูจน์ด้วยว่า สิ่งที่ไอทีวีเชื่อและทำมาตลอดนั้นถูกต้อง “เราเชื่อมาแต่ต้นว่า มันมีเทรนด์ที่ผู้บริโภคจะหันมาให้ความสำคัญกับรายการข่าว และไอทีวีก็ทำตามความเชื่อนั้นมาตลอด” ไอทีวีเติบโตมาจากการเป็นสถานีข่าว ซึ่งมีจุดแข็งอยู่ที่คอนเทนต์รายการข่าวที่หนักแน่น (hard news) การนำเสนอแบบเจาะลึก เป็นที่ถูกใจของบรรดา “คอข่าว” ทว่าจุดอ่อนก็คือ กลุ่มคนดูจำนวนจำกัด เมื่อทรงศักดิ์เข้ามาไอทีวี 2 ปีก่อน เขาจึงพยายามปรับรายการข่าวให้กว้างขึ้น เบาลง...
“ครอบครัวข่าวเป็นอาวุธใหม่ที่จะเห็นผลเร็วๆ นี้” ประวิทย์ มาลีนนท์ เจ้าสัวใหญ่แห่งสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 ประกาศก้อง คล้ายดั่งเป็นการประกาศสงครามรบบนสมรภูมิจอทีวี นี่ไม่น่าจะใช่การประกาศสงครามผลิตรายการข่าวแบบปกติธรรมดาของสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 แต่ครั้งนี้หมายถึง position ใหม่ที่ช่อง 3 มีเป้าหมายถึงชัยชนะอยากจะเป็น “ผู้นำสถานีข่าว” บนสมรภูมิหน้าจอทีวี “ทำไมช่อง 3 จึงหันมาเล่นกับข่าว” เป็นคำถามที่เจ้าสัวช่อง 3 ตอบอย่างหนักแน่นว่า การเปิดสงครามรายการข่าวครั้งนี้ เกิดจากช่องว่างของการแข่งขันด้านข่าวสำหรับสถานีโทรทัศน์แต่ละช่อง ยังมีที่ว่าง และมีที่สอดแทรกก้าวขึ้นสู่ผู้นำด้านข่าวได้ไม่ยาก เพราะสมรภูมิข่าวในแต่ละช่องช่วงนี้ดูจะยังไม่มีช่องใดมีทีท่าเป็น “เบอร์หนึ่ง” ด้านนี้อย่างแท้จริง แม้แต่ไอทีวี ที่เคยวาง position เป็น “สถานีข่าว” แต่พักหลังก็เป็นแค่เงารางๆ...
มุมมองนักวิชาการด้านสื่อสารมวลชนที่คลุกคลีในวงการมานานกว่า 30 ปี อรนุช เลิศจรรยารักษ์ รองคณบดีฝ่ายวางแผนและวิจัย อาจารย์ คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน ว่า รูปแบบ New talk หรือรายการเล่าข่าวมีมานานหลายปี และเคยประสบความสำเร็จมาเป็นยุคๆ โดยมักจะเกิดและได้รับการยอมรับพร้อมกับตัวผู้ดำเนินรายการ, พิธีกร โดยรายการประเภทนี้จะประสบความสำเร็จมาก น้อย หรือมีระยะเวลานานเท่าไรขึ้นอยู่กับตัวผู้ดำเนินรายการเป็นหลัก “ยุคแรก ที่เปิดกระแสข่าวทีวีจนได้รับความนิยม ตัวผู้ดำเนินรายการทีวี ได้แก่ อาจารย์สมเกียรติ อ่อนวิมล สุทธิชัย หยุ่น ส่วนวิทยุก็มีสมหญิง ไขข่าว รูปแบบรายการส่วนใหญ่มุ่งวิเคราะห์ วิพากษ์รัฐบาล รวมทั้งกระแสโลกข้อมูลข่าวสารยังไม่ได้เปลี่ยนแปลงมาก ท้ายที่สุดก็กระแสความนิยมต่อรายการก็ลดลงและหายไปที่สุด” อย่างไรก็ตาม...
ในแง่มุมของ อาจารย์สุภาพร โพธิ์แก้ว อาจารย์ประจำภาควิชาสื่อสารมวลชนคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย News talk หรือรายการเล่าข่าวที่หยิบข่าวจากหน้าหนังสือพิมพ์มาเล่า ไม่ใช่เรื่องใหม่ของสังคมไทย มีมานานแล้วในสื่อวิทยุ แต่พอมีคนนำมาทำในโทรทัศน์ แล้วได้เสียงตอบรับดี คนอื่นทำตามขึ้นมา ด้วยปริมาณที่เพิ่มมากขึ้นในช่วงนี้ ก็เลยเป็นตัวสะท้อนที่ทำให้รู้สึกเหมือนว่ามันเพิ่งเกิดขึ้น เหตุผลที่ทำให้รายการเล่าข่าวได้รับความนิยมสูงนั้น อ.สุภาพร มองว่า ปกติแล้วพิธีกรข่าวจะรักษาระยะห่างของตัวเองกับผู้ชม โดยไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับเนื้อข่าว ไม่วิพากษ์วิจารณ์ข้อมูลในข่าว มุ่งเสนอข่าวแบบตรงไปตรงมา เพราะให้ความสำคัญกับเรื่องความน่าเชื่อถือ ทุกวันนี้ คนอ่านข่าวเน้นความสนุกสนานผ่านการเลือกข่าวเบาๆ (soft news) และความเป็นกันเองด้วยลีลาการเล่า ทำให้เกิดมิติความใกล้ชิดระหว่างคนนำเสนอข่าวกับคนดู และคนที่ตกอยู่ในข่าว “สภาพความเป็นคนนำเสนอข่าว คนเป็นข่าว และคนดูก็ถูกละลาย กลายเป็นเหมือนคนใกล้ชิด ในเชิงจิตวิทยามันทำให้เกิดความรู้สึกว่า เป็นเรื่องของคนใกล้ตัว”...
เมื่อท่าทีขึงขังของผู้ประกาศได้ผ่อนคลายลง จนเส้นที่ดูตึงเครียดระหว่างรายงานข่าวดูจะลดหย่อน จนแทบจะหายไป News talk รูปแบบการรายงานข่าวที่พิธีกรหรือผู้ดำเนินรายการ มีท่าทาง และคำพูดไร้ซึ่งพิธีรีตองอีกต่อไป ความธรรมดาและเป็นกันเองเช่นนี้ กลับกลายเป็นเสน่ห์ทำให้ News Talk กลายเป็นรูปแบบรายการที่ได้รับความนิยม เป็นแหล่งสร้างเม็ดเงินจากบรรดาเจ้าของสินค้า ซึ่งต่างเห็นพ้องต้องกันเบียดเสียดแย่งชิงช่วงเวลาทองจับจองเป็นสปอนเซอร์ ด้วยเชื่อว่านี่เป็นโอกาสทางการตลาดที่สำคัญ ค่ายโทรศัพท์มือถือไม่จำเป็นต้องรุกเฉพาะรายการวัยรุ่นอีกต่อไป “เรื่องเล่าเช้านี้ ข่าวทั่วไป ได้คนดูทุกกลุ่ม ลูกค้าอยากลงโฆษณามาก” วรรณี รัตนพล กรรมการผู้จัดการ Initiative Media ผู้มีประสบการณ์ยาวนานในด้านการวางแผนกลยุทธ์ด้านสื่อ เอ่ยถึงกระแสที่มาแรงและไม่มีแนวโน้มว่าจะแผ่ว (หากสรยุทธยังไม่ลาจอหรือเสียเครดิตไปเสียก่อน) จากผลสำรวจรายการข่าวตลอดวันของสถานีโทรทัศน์ฟรีทีวี 6...
Aquarium ที่แสนจะเรียบง่ายแห่งนี้ ถูกเนรมิตขึ้นมาเฉพาะกิจด้วยพื้นที่ที่มีขนาดเพียงห้าสนามเทนนิส จึงแลดูเล็กไปถนัดตาเมื่อเทียบกับบรรดา Aquarium อื่นที่มีอยู่ดาษดื่นแทบทุกเมืองทั่วญี่ปุ่น ทว่าที่นี่มีสัตว์น้ำหายากมากมารวมกันไว้บนยอดตึกระฟ้าของ Landmark Tower, Yokohama Aquarium ลอยฟ้่านี้เป็นหนึ่งใน event ที่ดึงดูดผู้คนมาหลบร้อน และร่วมฉลองครบรอบ 12 ปี Landmark Tower ซึ่งเปิดให้เข้าชมตั้งแต่ 23 กรกฎาคมถึง 28 สิงหาคมนี้เท่านั้น
ถ้าหากคุณเดินทางไปแถบอเมริกาเหนืออย่างแคนาดา จะเป็นเรื่องปกติมากที่จะพบเห็นตู้จำหน่ายเครื่องดื่มไม่ว่าจะเเวะไปสถานที่ไหนๆก็ตาม เช่น ห้างสรรพสินค้า, มหาวิทยาลัย, บริษัท หรือองค์กร ซึ่งเจ้าตู้จำหน่ายเครื่องดื่มนอกจากจะทำหน้าที่ขายน้ำสารพัดได้เป็นอย่างดีแล้ว ยังเป็นสื่อทางการตลาดที่น่าสนใจไม่น้อยและไม่สามารถมองข้ามได้ เพราะนอกจากจะเป็นการตอกย้ำแบรนด์โดยตรงกับผู้บริโภคให้เกิดความจดจำแล้ว ยังสามารถสร้างความสะดุดตาสะดุดใจให้เกิดความอยากซื้อ ดังนั้นการโฆษณาผ่านทางตู้จำหน่ายเครื่องดื่มจึงถือเป็นกลยุทธ์สื่อการตลาดสำคัญทางหนึ่งในตลาดเครื่องดื่มแคนาดา แบรนด์ที่พบเห็นมากที่สุดก็หนีไม่พ้น “Coca-Cola” นอกจากจะโฆษณาที่เน้นสื่อไปที่ตัวของโลโก้แบรนด์ Coca-Cola และสีแดงอันเป็นเอกลักษณ์แล้ว ยังมีบางส่วนที่มีการปรับให้เข้ากับสถานที่ที่ไปวางตั้งเครื่องจำหน่ายน้ำอัดลมอีกด้วย
ในช่วงครึ่งแรกของปี 2005 ยอดนักท่องเที่ยวของสเปนเพิ่มเป็น 5% เทียบจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ถือว่าเป็นตัวเลขประวัติศาสตร์ นับตั้งแต่ปี 1999 แค่เดือนมิถุนายนเดือนเดียว มีนักท่องเที่ยวเข้ามาถึง 5.2 ล้านคน รวมในช่วงเดือนมกราคมถึงมิถุนายน มีจำนวนถึง 24 ล้านคน จากสถานการณ์ดังกล่าวทำให้ยอดคาดการณ์นักท่องเที่ยวสิ้นปีสูงถึง 55 ล้านคน ถามว่ามันเกิดอะไรขึ้น น้ำมันก็มีราคาสูงขึ้น ข่าวการวางระเบิดก็ยังมีอยู่ตลอด แต่ยอดนักท่องเที่ยวก็เพิ่มขึ้น ก็ตอบว่า เป็นเรื่องที่ต้องวิเคราะห์กันในรายละเอียดต่อไป แต่ถ้าถามว่าประเทศสเปนมีอะไรที่เป็นตัวดึงดูดนักท่องเที่ยวเหล่านี้ ตอบได้เลยว่าเป็นทรัพยากรธรรมชาติอันหนึ่ง สิ่งนั้นก็คือดวงอาทิตย์...