การเปิดและดำเนินธุรกิจ business hotel แห่งใหม่ในเขตมหานครที่คลาคล่ำไปด้วยโรงแรมน้อยใหญ่เช่นในกรุงโตเกียว มิใช่เรื่องง่าย หากแต่ต้องจัดวางและสร้าง niche ให้เกิดขึ้นอย่างเด่นชัด ซึ่งสำหรับ Park Hotel Tokyo ทางเลือกในฐานะ “แห่งแรก” ของปรากฏการณ์มากมายคือ positioning ที่กำหนดไว้ พื้นที่ของโรงแรม ซึ่งมีพื้นที่รวม 10 ชั้น ตั้งอยู่ระหว่างชั้นที่ 25 ถึงชั้นที่ 34 บน Shiodome Media Tower อาคารที่มีฐานโครงสร้างเป็นรูปสามเหลี่ยมมนสูงขึ้นไป 34 ชั้น ได้รับการออกแบบให้เกิดมุมมองและความรู้สึกที่แตกต่างจากพื้นที่โรงแรมแห่งอื่นๆ ทันทีที่เดินทางมาถึง โถงกลางบนชั้นที่ 25 ...
หลังการเปิดตัวเมื่อเดือน ต.ค. 2546 โรงแรม The Metropolitan (The Met) บนถนนสาทรก็เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง และเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวผู้นิยมความ “chic” หรือ “hip” มาจนวันนี้ ทั้งนี้คงเป็นอานิสงส์จากการดีไซน์ของนักออกแบบหลายท่าน ร่วมกับพลังสร้างสรรค์ของเจ้าของโรงแรม คือ Christina Ong สาวใหญ่ชาวสิงคโปร์ อายุ 50 กว่าปี นักธุรกิจวงการแฟชั่นและบันเทิง เจ้าของร้านบูติก “Club 21” ที่ขายเสื้อผ้าแบรนด์เนมระดับโลก และเครื่องเพชรระดับ world-class ซึ่งมีสาขาในเมืองใหญ่ทั่วโลก ด้วยหน้าที่การงาน และไลฟ์สไตล์ของเธอที่มีความเป็นศิลปินสูง ทันแฟชั่น เป็นตัวของตัวเองสูง และใส่ใจดูแลความงามจากภายใน ครั้นเมื่อเดินทางเธอจึงมักมองหาโรงแรมที่ตรงกับไลฟ์สไตล์ของเธอ แต่สิบกว่าปีก่อนไม่มีโรงแรมใดตรงใจเธอ...
เมื่อแรกเห็นรูปโรงแรมนี้จากหนังสือ directory ของ Design HotelsTM ก็รู้สึกถึงความแปลกของดีไซน์ตัวโรงแรม และเมื่อได้สัมผัสด้วยตัวเองก็ยิ่งประทับใจในโรงแรมแห่งนี้ อันเป็นผลงานการออกแบบโดยดวงฤทธิ์ บุนนาค สถาปนิกที่มีแรงบันดาลใจจากความเรียบง่าย (simplicity) ถ่ายทอดผ่าน “ความดิบง่าย” ของปูนฉาบที่ไม่ปกปิดด้วยสีสันของวอลเปเปอร์ใดๆ “หลักการคือ เอาสิ่งแปลกปลอมเข้ามาให้น้อยที่สุด ทำไมต้องเอาธรรมชาติที่มีอยู่แล้วออกเพื่อเอาสิ่งที่เลียนแบบธรรมชาติเข้ามาแทน แล้วทำไมต้องเอาสิ่งที่ไม่ใช่ธรรมชาติอยู่แล้วมาทำเลียนแบบธรรมชาติ หรือทำไมต้องเอาต้นไม้ที่มีอยู่เดิมออกเพื่อปลูกต้นไม้อื่น” พี่หนี กษีร กันตวณิช หุ้นส่วนคนสำคัญที่นำจินตนาการร่วมกันของหุ้นส่วนอีก 4 คน มาทำให้เป็นจริงร่วมกับสถาปนิก “โรงแรมกล่อง” เป็นชื่อที่ชาวบ้านแถวนั้นพากันขนานนาม Costa Lanta ทั้งนี้เพราะรูปทรงสี่เหลี่ยมของตึกซึ่งถือเป็นหนึ่งห้อง หลังคาเรียบปราศจากจั่ว หลังคาห้องน้ำเป็นพลาสติกขุ่นใสกรองแสงด้วยกาบมะพร้าวแห้งที่ถูกวางไว้อย่างเป็นธรรมชาติ ส่วนผนังสามารถเปิดเพื่อชื่นชมกับบรรยากาศที่สงบและความสวยงามของธรรมชาติได้ถึงสองด้าน ทำให้แขกสัมผัสกับธรรมชาติได้เต็มอิ่ม แม้จะอยู่แต่ภายในห้อง จากความเฮฮาบนโต๊ะกินข้าวระหว่างกลุ่มเพื่อนสนิท...
สำหรับผู้หลงรักวรรณคดีคลาสสิกเรื่องอิเหนา คงพอจะรู้ว่า “กุเรปัน” เป็นชื่อเมืองของอิเหนา แต่สำหรับผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับวรรณกรรมดีๆ ของไทย ก็อาจจะงุนงงกับบรรยากาศและคอนเซ็ปต์ของโรงแรมแห่งนี้ ตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามา ไม่ว่าดีไซน์ของอาคาร สไตล์การตกแต่ง ชุดพนักงาน ...จนกระทั่งเข้าห้องพัก แทนที่กรอบรูปภาพกลับเป็นกรอบรูปใส่กลอนบทละครอิเหนาเขียนด้วยตัวหนังสือไทยสมัยพระนารายณ์ปรากฏบนฝาผนัง พร้อมกับม้วนจดหมายแสดงความยินดีต้อนรับแก่ผู้มาเยือน และเฉลยถึงความเป็นมาของ “เมืองกุเรปัน” “กุเรปันเป็นชื่อเมืองอิเหนา และอิเหนาก็คือเรื่องเกี่ยวพันกับภาคใต้ของเราในสมัยอาณาจักรศรีวิชัยด้วย และพอดีแม่ของชวดผม คือ เจ้าจอมมารดาเขียน ท่านเคยรำเป็นตัวอิเหนาถวายให้รัชกาลที่ 4 ทอดพระเนตร ก็เลยเป็นแรงบันดาลใจตรงนี้” ม.ล. อารชว วรวรรณ สถาปนิกและผู้ช่วยเพื่อนสนิทของอุดมเดช บุญรักษ์ เจ้าของโรงแรมเล่าที่มาของคอนเซ็ปต์โรงแรม หลังจากได้ “ธีม” แล้ว หม่อมจึงเริ่มใส่ใจออกแบบรายละเอียดทั้งหมดให้สอดคล้องกับธีมที่ตั้งไว้ ทั้งสัญลักษณ์ “กริช” ซึ่งเป็นอาวุธของอิเหนา...
ภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีโรงแรมหลากรูปแบบหลายระดับไว้รองรับกับนักเดินทางจากทุกมุมโลก ที่มีไลฟ์สไตล์แตกต่างกันไป The Chedi เป็นโรงแรมประเภทรีสอร์ต ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกแก่นักเดินทางที่นิยมความเป็นส่วนตัวเพื่ออิ่มเอมกับความงามและความสงบจากธรรมชาติ เพราะห้องพักที่นี่จะเป็น “กระท่อม” (cottage) แยกหลังตั้งลดหลั่นจากบนเขาถึงหน้าหาดสุรินทร์ ซึ่ง Daniel J. Meury ผู้จัดการทั่วไปชาวสวิสย้ำว่า “รีสอร์ตเป็นหลังอย่างนี้มีไม่มากนักในภูเก็ต” โรงแรม Chedi เปิดบริการเกือบ 10 ปี แต่ทว่าตัวโครงสร้างของโรงแรมถูกสร้างมาตั้งแต่ 22 ปีก่อนหน้านี้ภายใต้การดูแลของกลุ่ม Pansea Hotels & Resorts โดยตอนนั้นใช้ชื่อโรงแรมว่า “Pansea Phuket” ซึ่งเป็น 1 ใน 3 รีสอร์ตแรกของกลุ่ม Pansea พร้อมกับ Pansea...
Design Hotels AG เป็นหนึ่งบริษัทที่ให้บริการเทคโนโลยีระบบการจอง บริการการตลาด และเป็นตัวแทนประชาสัมพันธ์ให้แก่โรงแรมบูติกที่เป็นสมาชิกของบริษัท ตั้งขึ้นในปี 2536 โดย Claus Sendlinger และ Peter Schweizer ขณะที่ทั้งคู่เดินทางท่องเที่ยวและได้เข้าพักที่โรงแรมบูติกหลายแห่งในนิวยอร์ก ปารีส และลอนดอน และเห็นเทรนด์การเติบโตและเห็นข้อจำกัดด้านการตลาดของโรงแรมบูติก จึงเกิดแรงบันดาลใจและความคิดก่อตั้งบริษัท และแบรนด์ Design HotelsTM ขึ้นมา บริษัท Design Hotels AG เดิมชื่อบริษัท Design HotelsTM และเป็นบริษัทลูกของบริษัท Lebensart Global Networks AG ซึ่งดำเนินกิจการเกี่ยวกับระบบเทคโนโลยีและการตลาดให้กับบริษัทในอุตสาหกรรมโรงแรมที่ว่าจ้าง เมื่อไม่นานมานี้ Claus...
กลุ่ม Starwoods เจ้าของโรงแรมหรู 4-5 ดาว ที่มีอยู่ทั่วโลก เช่น Sheraton, Westin, Four Points by Sheraton ถือเป็นกลุ่มโรงแรมที่ใหญ่และมีชื่อเสียงที่สุดกลุ่มหนึ่งของโลกในเรื่องของ business hotel แต่ทว่าย้อนไป 6 ปีที่แล้ว วงการโรงแรมของโลกก็ตื่นตัวอีกครั้งเมื่อกุล่ม Starwoods ขอกระโจนลงมาปันส่วนแบ่งจากกลุ่มโรงแรมบูติกขนาดเล็กด้วยอีกคน จึงกลายเป็นที่มาของแบรนด์ W Hotels ลักษณะเด่นของ W Hotels ต่างจากเชนโรงแรมอื่นในเครือคือ การผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างข้อดีของ business hotel และ boutique hotel ที่แม้จะมุ่งเน้นดีไซน์สถาปัตย์และการตกแต่งที่มีบุคลิกโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละแห่ง แฝงความสร้างสรรค์และทันสมัยด้วยเทคโนโลยี รวมถึงบริการตามความต้องการของลูกค้าดั่งสโลแกน...
ปัจจุบัน ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการโรงแรมระดับโลกมีคำศัพท์มากมายที่เจ้าของโรงแรมใช้เรียกหรือพยายามอ้างว่าโรงแรมของตนเป็นนอกจากคำว่า “บูติก” ทั้งนี้เพื่อสร้างบุคลิกและจุดขายที่แตกต่างจากโรงแรมอื่น เพราะโรงแรมบูติกมีจำนวนมากขึ้น และเริ่มหาความแตกต่างของแต่ละแห่งได้ยากขึ้น แม้จะยังไม่มีสถาบันใดหาคำอธิบายอันเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวางได้ POSITIONING จึงลองเฟ้นหาความแตกต่างในความเหมือนมาแนะนำให้รูจักความหมายกันเล่นๆ ดังนี้ คำว่า boutique (n.) มีรากศัพท์มาจากภาษาฝรั่งเศส แปลว่า ร้านเล็กๆ หรือแผนกหนึ่งในห้างสรรพสินค้าที่ขายเสื้อผ้าเครื่องแต่งตัวที่ (ค่อนข้าง) ทันสมัย โดยอเมริกาเป็นชาติแรกที่เอาคำนี้เป็นคุณศัพท์นี้มาอธิบายลักษณะของโรงแรมขนาดเล็กที่ต่างจากโรงแรมเชน ดังนั้น นัยของโรงแรมประเภทบูติกโฮเต็ลน่าจะหมายถึง โรงแรมขนาดเล็กที่มีความทันสมัย หรือร่วมสมัย บูติกโฮเต็ล (boutique hotel) : คือโรงแรมขนาดกะทัดรัดมักมีจำนวนไม่เกิน 100 ห้อง (บางบทความบอกว่าไม่เกิน 150-200 ห้อง) แต่ละห้องอาจมีขนาดไม่ใหญ่ เรียกว่าใช้พื้นที่แบบ...
เชื่อกันว่า โรงแรมบูติกเกิดครั้งแรกในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษราว 20 กว่าปีมาแล้ว ซึ่งในช่วงเวลานั้น เป็นเวลาที่โรงแรมเชน (chain hotel) ซึ่งเน้นความหรูหราและมีขนาดใหญ่ เป็นแบบ conventional หรือ business hotel รุกเข้าสู่ลอนดอนและยุโรปอย่างหนัก และเพิ่มจำนวนอย่างรวดเร็ว เรียกได้ว่าตลาดโรงแรมของยุโรปและของโลกตอนนั้นเป็นการแย่งชิงพื้นที่กันเองระหว่างโรงแรมเชนซึ่งส่วนมากมาจากอเมริกา โดยแข่งกันที่จำนวนห้อง ความหรูหรา และบริการด้วยมาตรฐานความสะดวกสบายครบวงจร (บางครั้งก็เกินความต้องการ) ขณะที่ไลฟ์สไตล์ของนักเดินทางยุคใหม่เริ่มเปลี่ยนแปลงสวนทางและหลากหลายมากขึ้น ความคาดหวังจากการเดินทางไม่ใช่แค่ความสะดวกสบาย และการได้สัมผัสกับแหล่งท่องเที่ยว แต่เป็น “ประสบการณ์” การเดินทางที่แตกต่าง ดังนั้น โรงแรมของคนกลุ่มนี้จึงไม่ใช่เพียงสถานที่หลับนอน แต่จะเป็นส่วนหนึ่งในประสบการณ์เดินทาง สำหรับโรงแรมเชนที่เน้นความมีมาตรฐานเดียวกันทุกแห่งทั่วทุกมุมโลก จึงไม่ใช่คำตอบของนักเดินทางกลุ่มนี้ซึ่งนับวันจะยิ่งเพิ่มมากขึ้นตามจำนวนผู้บริโภคที่นิยมความเป็นปัจเจก โรงแรมขนาดเล็กที่ใช้เงินทุนไม่มาก แต่ชดเชยด้วยการลงทุนทางด้านความคิดสร้างสรรค์ในการดีไซน์ และการใส่ใจในเรื่องบริการทดแทน จึงเป็นทางออกที่ลงตัวสำหรับเจ้าของเงินทุนรายเล็ก ในการแข่งขันกับโรงแรมเชนที่มีอำนาจทุนและการตลาดมากกว่า...
การเกิดขึ้นของ “โรงแรมบูติก (boutique hotel)” และกระแส “บูติกนิยม (boutique fever)” ถือเป็นตัวอย่างสำคัญที่สะท้อนถึงอุตสาหกรรม lifestyle hospitality หรืออิทธิพลของไลฟ์สไตล์ที่ส่งผลต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการโรงแรมได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ โรงแรมบูติกมักจะมีเป้าหมายเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีไลฟ์สไตล์และมีความเป็นตัวของตัวเองสูง (highly individual person หรือ hip) และต้องการแสดงอัตลักษณ์ที่ตนเองภูมิใจ แม้กลุ่มนี้ไม่ใช่คนกลุ่มใหญ่ แต่มักเป็นกลุ่มคนที่มีสถานะดี และมีอิทธิพลต่อสังคม (ในสังคมไทย คนกลุ่มนี้มักเป็น trend setter) โรงแรมบูติกแต่ละแห่งมีองค์ประกอบสำคัญเหมือนๆ กันคือ การดีไซน์และบริการที่แตกต่างกันตามลักษณะไลฟ์สไตล์ และ“ตัวตน” ของนักท่องเที่ยวกลุ่มเป้าหมายของโรงแรมนั้นๆ (niche market) “The Chedi” ภูเก็ตเป็นหนึ่งโรงแรมบูติกที่แฝงไลฟ์สไตล์คนทำงานรุ่นใหม่ผู้ชอบความเป็นส่วนตัว และโหยหาความงามสงบจากธรรมชาติเป็นรางวัลชีวิตให้ตัวเอง...