รายงานการคาดการณ์ของ IDC ระบุว่า ความต้องการบุคลากรหรือแรงงานที่มีทักษะจาก Salesforce จะมีจำนวนเพิ่มขึ้นมากถึง 4.2 ล้านตำแหน่ง ภายในปี 2024 ซึ่งในการส่งเสริมให้ผู้ที่ต้องการเรียนรู้ทักษะการสร้างงานให้กับตนเอง หรือที่ Salesforce เรียกว่า Trailblazers ให้เข้าสู่ระบบนิเวศของ Salesforce นั้น พวกเขาเผยว่า สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการส่งเสริมการทำงานร่วมกันระหว่างพาร์ทเนอร์ในการสร้างแรงงานที่หลากหลาย ซึ่งไม่เพียงแต่การพัฒนาการสร้างทักษะการทำงานขั้นสูงเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการสะท้อนให้เห็นถึงสังคมการทำงานจากทั่วโลกอีกด้วย
ด้วยความมุ่งมั่นในการผลักดันให้เกิดการสร้างงานที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง Salesforce จึงประกาศเปิดตัวโครงการ Salesforce Talent Alliance ซึ่งมีจุดมุ่งหมายหลักในการเชื่อมโยงพาร์ทเนอร์เข้ากับผู้สมัครงานที่ได้รับการฝึกฝนทักษะจากทาง Salesforce เพื่อผลักดันให้ผู้มีทักษะใหม่ ๆ สามารถเข้าสู่ระบบนิเวศทางธุรกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็วได้อย่างมีประสิทธิภาพและศักยภาพ โดยวิธีการดำเนินงานของ Salesforce ประกอบไปด้วย 3 ขั้นตอน ได้แก่ 1. การสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนในการเข้าร่วมฝึกฝนทักษะการสร้างอาชีพกับ Salesforce 2. การผลักดันให้ผู้ประกอบการมีความมุ่งมั่นในการจ้างงานแก่ผู้ที่ได้รับการฝึกฝนทักษะใหม่ และ 3. การสร้างความมั่นใจว่าผู้ประกอบการและผู้หางานมีโอกาสในการเชื่อมต่อและสร้างเครือข่ายร่วมกัน
ภาพรวมของโครงการ Salesforce Talent Alliance
Salesforce เดินหน้าเปิดตัวโครงการ Partner Talent Alliance ที่ขับเคลื่อนความสำเร็จจากการร่วมมือกันระหว่าง Salesforce และผู้ประกอบการภายในระบบนิเวศทางธุรกิจของ Salesforce เพื่อสนับสนุนกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพและความสามารถในการทำงานให้สามารถสร้างอาชีพต่อไปได้ในอนาคต
Salesforce Talent Alliance จะเชื่อมโยงพาร์ทเนอร์ทางธุรกิจเข้ากับผู้สมัครงานที่ได้รับการรับรองจากทาง Salesforce เพื่อชี้นำให้ผู้ที่มีศักยภาพในการทำงาน เดินหน้าเข้าสู่ระบบนิเวศทางธุรกิจที่เติบโตอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน โดยมุ่งเน้นไปที่การสร้างแรงงานให้มีความสามารถอันหลากหลายเป็นหลัก ซึ่งจะเป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความแตกต่างของสังคมของทั่วโลกอีกด้วย
เป้าหมายของการประกาศเปิดตัวโครงการนี้...
“ธนาคาร” มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจไทยเเละเป็นธุรกิจที่อยู่ “ใกล้ชิด” ในชีวิตประจำวันของประชาชนอย่างมาก เมื่อทุกคนต้อง “ใช้เงิน” ทั้งฝาก-ถอน-โอน-กู้-ลงทุนเเละอีกมากมาย
ผลกระทบของ COVID-19 ตั้งเเต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา ทำให้ราคาหุ้นในกลุ่มธนาคารพาณิชย์อยู่ในทิศทาง “ขาลง” โดยภาพรวมยังมีแรงกดดัน จากความกังวลต่อหนี้ NPL ที่อาจสูงขึ้นอีกในอนาคต บวกกับความระอุของ “การเมือง” ที่ปลุกกระเเสการเเบน การถอนเงินเเละปิดบัญชีในบางเเบงก์ขึ้นมา ยิ่งทำให้ถูกแนะนำว่าเป็นกลุ่มหุ้นที่ควรเลี่ยงการลงทุน
จากข้อมูลของธนาคารแห่งประเทศไทย ระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีธนาคารพาณิชย์อยู่ทั้งหมด 30 แห่ง เเต่ “บิ๊กเเบงก์” ที่มีมูลค่ากิจการเเตะ 1 เเสนล้านบาทนั้นมีอยู่ 6 เเห่งด้วยกัน เรามาดูกันว่า ธนาคารใหญ่ๆ ในประเทศไทย...มีใครเป็นเจ้าของกันบ้าง
ธนาคารไทยพาณิชย์ SCB
เริ่มจากธนาคารที่เก่าเเก่ที่สุดในไทย ที่มีอายุกว่า 115 ปีอย่างธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด...
ช้อปปี้ ผู้นำแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และไต้หวันเดินหน้าขยายโครงการเพื่อช่วยแบรนด์และร้านค้าเปิดตัวบนช้อปปี้ อีกทั้งช่วยขยายการเติบโตและช่องทางการประสบความสำเร็จทางออนไลน์ โดยเริ่มจากแคมเปญประจำปี อย่าง Shopee 10.10 Brands Festivalโดยมีแบรนด์และร้านค้าจำนวนมากก้าวเข้าสู่การเป็นดิจิทัลมากขึ้น เพื่อเข้าถึงผู้บริโภคที่ใช้ออนไลน์เป็นทางเลือกแรก ทำให้แบรนด์ต่างๆ จึงต้องหาวิธีใหม่ๆ เข้าถึงและมีปฏิสัมพันธ์กับผู้บริโภคมากขึ้น
แคมเปญ Shopee 10.10 Brands Festivalช้อปปี้ได้ยกระดับการสนับสนุนแบรนด์เพื่อขยายธุรกิจผ่านการเปิดตัวโปรแกรม Shopee Media Agencies Partner Program (SMAP) ครอบคลุมทั้ง 7 ประเทศ โปรแกรมเชิงกลยุทธ์นี้เป็นโปรแกรมแรกและใหญ่ที่สุดในระดับภูมิภาค โดยผนึกกำลังกับ 5 มีเดีย เอเยนซี่ชั้นนำระดับโลก อย่าง Dentsu Aegis Network, Omnicom Media Group, Publicis...
ยอดผู้ติดเชื้อ COVID-19 ในอินเดียในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมายังเพิ่มขึ้นเฉียดแสน คาดอีกไม่กี่สัปดาห์อาจแซงอเมริกาเป็นประเทศที่มีการระบาดรุนแรงที่สุด ตรงข้ามกับออสเตรเลียที่จำนวนเคสใหม่ลดลงต่อเนื่อง
ใครที่อยากจะรู้ว่าทำไมบริการวิดีโอสตรีมมิงชื่อดัง Netflix (เน็ตฟลิกซ์) ถึงประสบความสำเร็จและมีผู้คนทั่วโลกให้ความสนใจ “รีด ฮาสติงส์” ผู้ร่วมก่อตั้ง และซีอีโอร่วมของเน็ตฟลิกซ์ ได้ออกมาเปิดเผยเคล็ดลับความสำเร็จลงในหนังสือเล่มใหม่ของเขา “No Rules Rules : Netflix and the Culture of Reinvention” ที่มี เอริน เมย์เออร์ ช่วยเขียนให้
บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของจีน กำลังเบนเข็มเพิ่มลงทุนธุรกิจไปหาโซนปลอดภัยอย่าง “สิงคโปร์” หลังความขัดเเย้งระหว่างจีนเเละสหรัฐฯ ทีวีความตึงเครียดขึ้นต่อเนื่อง
จากรายงานของ BBC เผยว่า สองยักษ์ใหญ่อย่าง Tencent และ Alibaba กำลังวางเเผนที่จะขยายธุรกิจในสิงคโปร์ ขณะที่ ByteDance บริษัทเเม่ของ TikTok ที่กำลังมีปัญหากับรัฐบาลสหรัฐฯ อยู่ ณ ขณะนี้ ก็มีเเผนลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐในสิงคโปร์เร็วๆ นี้ด้วย
ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลวอชิงตันกับรัฐบาลปักกิ่ง กำลังตึงเครียดมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะบรรดาบริษัทเทคโนโลยีใหญ่ที่กำลังตกเป็นเป้าหมาย เเละดูเหมือน “สิงคโปร์” จะกลายเป็นประเทศปลอดภัยในความขัดเเย้งนี้เพราะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับทั้งสหรัฐฯ และจีนมาโดยตลอด
Tencent เทคฯ ยักษ์ใหญ่ของ “หม่า ฮั่วเถิง” มหาเศรษฐีที่รวยที่สุดของจีน ซึ่งเป็นผู้ให้บริการแอปแชทยอดนิยมอย่าง Wechat ประกาศตั้งสำนักงานประจำเอเชียตะวันออกเฉียงใต้แห่งใหม่ในสิงคโปร์ เมื่อ 15 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยให้เหตุผลว่า การขยายธุรกิจในสิงคโปร์จะช่วยส่งเสริมกลยุทธ์ของธุรกิจที่กำลังเติบโตในอาเซียนและพื้นที่อื่น ๆ
ก่อนหน้านี้ รัฐบาลสหรัฐฯ สั่งห้ามการดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน WeChat และ TikTok โดยจะมีผลตั้งแต่วันอาทิตย์ที่...
รัฐบาลสหรัฐฯ สั่งห้ามการดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน WeChat และ TikTok โดยจะมีผลตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 20 ก.ย. ด้วยข้ออ้างที่ว่าแอปฯ สัญชาติจีนดังกล่าวเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ ‘Tencent’ บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของจีนผู้เป็นเจ้าของ WeChat จึงได้เปลี่ยนชื่อ WeChat เป็น WeCom เพื่อเป็นทางเลือกให้ผู้ใช้ก่อนที่จะถูกแบน
LINE MAN และ Wongnai ประกาศเสร็จสิ้นกระบวนการควบรวมกิจการ เปิดตัวบริษัทอย่างเป็นทางการในชื่อ “LINE MAN Wongnai” ภายใต้การบริหารโดย ยอด ชินสุภัคกุล ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท มีผลตั้งแต่วันที่ 2 กันยายนเป็นต้นไป เผยแผนธุรกิจ 3 ปี เดินหน้าสู่การเป็น Food Platform อันดับหนึ่งด้วยการสร้าง End-to-end Ecosystem ที่แข็งแกร่งที่สุดของไทย หลังจากได้รับเงินลงทุนมูลค่า 3,300 ล้านบาท (110 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) จาก BRV Capital Management ตามประกาศเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา
ยอด ชินสุภัคกุล CEO แห่ง LINE MAN Wongnai อธิบายเหตุผลเบื้องหลังการควบรวมว่า LINE MAN และ Wongnai เป็นพันธมิตรที่ต่างส่งเสริมธุรกิจกันมาตั้งแต่เริ่มแรก ซึ่งเราต่างมีความมุ่งมั่นในการสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่งให้กับธุรกิจในระยะยาว จึงทำให้เกิดการควบรวมเป็นหนึ่งเดียวในครั้งนี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับอีโคซิสเต็ม Online-to-offline ที่สมบูรณ์ที่สุดสำหรับทั้งผู้ใช้และร้านอาหาร สามารถสร้างคุณค่าให้กับทุกฝ่ายในธุรกิจและตอบสนองต่อสภาพตลาดธุรกิจอาหารที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้ การที่พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงจากเดิมมากโดยเฉพาะช่วงหลัง COVID-19 การเชื่อมต่อ LINE MAN กับ Wongnai เข้าด้วยกันจึงเกิด End-to-End Food Platform แพลตฟอร์มด้านอาหารครบวงจรที่ครอบคลุมทั้งผู้ใช้ ร้านอาหาร และบริการส่งอาหาร เริ่มตั้งแต่ผู้ใช้สามารถค้นหาข้อมูลและรีวิวร้านอาหารบน Wongnai...
KTC เปิดตัวธุรกิจสินเชื่อใหม่อย่างเป็นทางการ “เคทีซี พี่เบิ้ม” ฝีมือสตาร์ทอัพคนรุ่นใหม่ นำเสนอบริการครอบคลุม “สินเชื่อทะเบียนรถยนต์” “สินเชื่อทะเบียนรถจักรยานยนต์” เป็นทางเลือกให้คนไม่ท้อทุกกลุ่มอาชีพ ใช้ 3 จุดแข็ง วงเงินใหญ่ อนุมัติไวถึงที่และได้รับเงินทันที ตั้งเป้าปี 2564 มีพอร์ตสินเชื่อ 1,000 ล้านบาท
เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ ปิดปรับปรุงยาวมาตั้งแต่เดือนมีนาคมหลังเจอพิษ COVID-19 เพราะลูกค้ากลุ่มใหญ่ 80% คือชาวต่างชาติ ทำให้ไม่คุ้มที่จะกลับมาเปิดบริการทันที แต่เอเชียทีคพร้อมกลับมาเปิดตัวแล้วในวันที่ 15 ตุลาคมนี้ ด้วยโมเดลธุรกิจใหม่หันมาเจาะ "คนไทย" จับมือ "ครัวคุณต๋อย" สร้างแม่เหล็กร้านอาหาร 70 ร้านในราคาเข้าถึงได้ และ "เรือสิริมหรรณพ" เป็นบาร์และร้านอาหารระดับบน ดึงลูกค้าที่มีกำลังซื้อ









