Saturday, January 10, 2026
Home Blog Page 6893
ตลาดท่องเที่ยวต่างประเทศของไทยที่ขยายตัวในอัตราสูงติดต่อกันมาตั้งแต่ปี 2552 และมีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องไปในปี 2554 ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวและวิกฤตนิวเคลียร์ในญี่ปุ่น ทำให้ชะลอการเติบโตลง โดยการเดินทางไปญี่ปุ่นของนักท่องเที่ยวคนไทยส่วนใหญ่ชะงักลงหลังเกิดเหตุการณ์ เพราะต่างรอดูสถานการณ์เพื่อให้มั่นใจด้านความปลอดภัยจากอาฟเตอร์ช็อกและการรั่วไหลของสารกัมมันตรังสี รวมทั้งความพร้อมในด้านการจราจรขนส่งและสาธารณูปโภคต่างๆ โดย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดการณ์ว่า การเดินทางไปญี่ปุ่นของนักท่องเที่ยวคนไทยในปี 2554 จะมีแนวโน้มต่ำกว่า ที่คาดการณ์ไว้เดิมในช่วงก่อนหน้าเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหวในญี่ปุ่นว่า จะมีนักท่องเที่ยวคนไทยเดินทางไปยังประเทศญี่ปุ่นประมาณ 300,000 คน และคาดว่าจะมีการใช้จ่ายในญี่ปุ่นคิดเป็นมูลค่าประมาณ 12,000 ล้านบาท ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้ประเมินผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวในญี่ปุ่นต่อตลาดทัวร์ญี่ปุ่นของไทยออกเป็น 2 กรณี (เปรียบเทียบกับที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้าเกิดเหตุการณ์ฯ) ดังนี้ กรณีที่ 1 รัฐบาลญี่ปุ่นสามารถควบคุมสถานการณ์ และเร่งดำเนินการบูรณะฟื้นฟูประเทศไปได้อย่างรวดเร็วส่งผลให้ตลาดทัวร์ญี่ปุ่นของไทยสามารถฟื้นตัวได้ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2554 กรณีที่ 2 การควบคุมสถานการณ์และการบูรณะฟื้นฟูประเทศของรัฐบาลญี่ปุ่นดำเนินไปอย่างล่าช้า...
ญี่ปุ่น เป็นตลาดหลักที่สำคัญเป็นอันดับ 3 ในการส่งออกเฟอร์นิเจอร์ของไทย รองจากตลาดสหรัฐฯ และสหภาพยุโรป มูลค่าการส่งออกเฟอร์นิเจอร์ของไทยไปยังญี่ปุ่นปี 2553 มีมูลค่า 220.7 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 18.8 ของการส่งออกเฟอร์นิเจอร์ทั้งหมดของไทย โดยการส่งออกเฟอร์นิเจอร์ไปยังตลาดญี่ปุ่นในปี 2553 มีแนวโน้มขยับตัวขึ้นร้อยละ 1.4 (YoY) จากที่เคยหดตัวถึงร้อยละ 13.9 ในปี 2552 จากเหตุภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในญี่ปุ่น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่าจะมีผลต่อการชะลอคำสั่งซื้อเฟอร์นิเจอร์จากตลาดญี่ปุ่นในช่วงครึ่งแรกปี 2554 โดยเฉพาะเฟอร์นิเจอร์ไม้ ซึ่งเป็นเฟอร์นิเจอร์ส่งออกสำคัญที่ไทยส่งออกไปตลาดญี่ปุ่น แต่คาดว่าจะกลับมากระเตื้องขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง ภายหลังจากที่ภาครัฐและภาคเอกชนเร่งฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐาน และอาคารบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหายจากภัยพิบัติในครั้งนี้ ส่งผลให้ภาพรวมของการส่งออกเฟอร์นิเจอร์ไปญี่ปุ่นในปี 2554 จะยังคงรักษาระดับไว้ที่ประมาณ 220 – 230 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ...
ทรูมูฟ ผู้นำ Mobile hi-speed Internet ชวนลูกค้าสนุกเต็มสปีดกับโลกออนไลน์บนมือถือ ผ่านเครือข่าย 3G*/Wi-Fi/EDGE/GPRS จุใจกับแพ็กเกจสุดคุ้มหลากหลายรูปแบบเลือกได้ตามการใช้งาน เลือกโปรสมาร์ทโฟนสำหรับคนอินเทรนด์ทั้งโทรและเล่นเน็ต, โปร Net SIMสำหรับคนเน้นเล่นเน็ต หรือจะใช้โปรเดิมแล้วซื้อแพ็คเน็ตเสริมเพิ่มเติมก็ได้ตามต้องการ พร้อมมอบของขวัญสุดพิเศษเพื่อต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ ฟรี! กระเป๋ากันน้ำดีไซน์เก๋ สำหรับลูกค้าทรูมูฟแบบรายเดือนทั้งลูกค้าใหม่ที่สมัครโปรโมชั่น สมาร์ทโฟนหรือ Net SIM และลูกค้าปัจจุบันที่สมัครแพ็กเกจเสริม Wi-Fi/EDGE/GPRS 99 บาทต่อเดือนขึ้นไป ตั้งแต่วันนี้ – 10 พฤษภาคมนี้หรือจนกว่าของ จะหมดที่ทรูช็อปทุกสาขาทั่วประเทศ...
สายการบินบางกอกแอร์เวย์สเปิดตัวชุดยูนิฟอร์มใหม่ในงานบางกอกอินเตอร์เนชั่นแนลแฟชั่นวีค 2011 ในโชว์ “ASV by ASAVA presented by Bangkok Airways” ณ ลานพาร์คพารากอน ศูนย์การค้าสยามพารากอน ม.ล.นันทิกา วรวรรณ รองผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายโฆษณาและประชาสัมพันธ์ สายการบินบางกอกแอร์เวย์ส กล่าวถึงเหตุผลที่เปิดตัวยูนิฟอร์มใหม่ในงานนี้ว่า “ในฐานะที่บางกอกแอร์เวย์สเป็นสายการบินของคนไทย เราจึงได้เลือกดีไซเนอร์รุ่นใหม่ระดับแนวหน้าของเมืองไทย คือ คุณหมู พลพัฒน์ จาก Asava มาเป็นผู้ออกแบบให้ หลังจากที่เราใช้ลวดลายบาติกเป็นยูนิฟอร์มนานกว่า 20 ปี และถือเป็นโอกาสดีที่ผลงานครั้งนี้เสร็จพอดีกับงานบางกอกอินเตอร์เนชั่นแนลแฟชั่นวีค 2011 เราจึงถือโอกาสจัดงาน launch ยูนิฟอร์มใหม่ในงานนี้ด้วย” “ถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าตื่นเต้นและน่าสนใจ โดยคอนเส็ปต์ยังคงย้ำความเป็นเอเชียบูทีคแอร์ไลน์ และ...
ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ กรุ๊ป เผยความสำเร็จของกลยุทธ์การตลาดออนไลน์และพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์สามารถเพิ่มรายได้ให้แก่บริษัทถึง 52% นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 มั่นใจการใช้ช่องทางการตลาดแบบดิจิตัล ทั้งเว็บไซต์ บล็อกและโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค พร้อมด้วยแคมเปญโฆษณาออนไลน์สร้างผลตอบแทนการลงทุนอย่างยอดเยี่ยม และทำให้บริษัทครองบทบาทผู้นำการตลาดแบบดิจิตอลในกลุ่มธุรกิจบริหารโรงแรมไทย พร้อมเตรียมเปิดตัวโมบายล์ไซต์เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเรียกดูข้อมูลบนสมาร์ทโฟน รวมทั้งระบบการจองห้องพักแบบออนไลน์ในอนาคต “เราเห็นแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดจากการทำตลาดแบบเดิมมาสู่การทำตลาดออนไลน์ กลยุทธ์หลักของออนิกซ์ฯ คือ การสร้างประสบการณ์ออนไลน์ผ่านรูปแบบที่หลากหลายแต่มีเป้าหมายสำคัญอยู่ที่การเข้าถึงลูกค้า ได้ตรงจุด และได้ผลเร็ว” มร.ดันแคน เว็บบ์ รองประธานบริหารและประธานเจ้าหน้าที่การตลาดแห่งออนิกซ์ฯ กล่าว ทั้งนี้ ในขณะที่ธุรกิจโรงแรมอื่น ๆ หลายแห่งจะใช้บริการเอาท์ซอร์ส แต่ออนิกซ์มีทีมงานพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของบริษัทที่จะคอยพัฒนาและติดตามผ่านระบบออนไลน์หลากหลายอย่างใกล้ชิด “การตลาดออนไลน์มีความยืดหยุ่นและสามารถปรับเปลี่ยนได้รวดเร็ว และเราสามารถติดตามความสนใจของผู้ใช้ได้ว่ามาจากไหน เมื่อใด สนใจอะไร ซึ่งทำให้เราสามารถปรับกิจกรรมและแผนการโฆษณาของเราเพื่อสนองตอบความต้องการและความสนใจของลูกค้าได้ทันท่วงที” มร.เจตัน ปาเตล...
ดีแทคเปิดบริการใหม่ “*1021 ใจดีแปลให้ เวอร์ชั่นภาษาอีสาน” เจาะกลุ่มครอบครัวเขยฝรั่งอีสาน และชาวอีสานให้ใช้ภาษาอังกฤษได้ ต่อยอดซิมม่วนซื่นทั้งปี เพื่อคนอีสานที่เปิดตัวไปแล้ว การเปิดบริการใจดีแปลให้ภาษาอีสาน มาจากฐานข้อมูลของประชากรในพื้นที่จำนวนมากที่เป็นครอบครัวเขยฝรั่ง และกลยุทธ์นี้บริการนี้เป็นองค์ประกอบหนึ่งที่จะสร้างความสนใจให้ลูกค้าหันมาใช้ซิมม่วนซื่นทั้งปี รวมทั้งผูกมัดใจลูกค้าให้อยู่กับระบบ โดยให้บริการแปลภาษาจากภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษ, ภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย, ภาษาอีสานเป็นภาษาอังกฤษ และภาษาอังกฤษเป็นภาษาอีสาน เพื่อการสนทนาในชีวิตประจำวันตลอด บริการใจดีแปลภาษา เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2548 จนถึงปัจจุบันยังมีลูกค้าใช้บริการประมาณ 15,000 รายต่อเดือน และเป็นอีกบริการหนึ่งที่สร้างความแตกต่างเมื่อเทียบกับผู้ให้บริการรายอื่น ก่อนหน้านี้แฮปปี้เปิดตัว “ซิมม่วนซื่นทั้งปี” ลูกค้าโทรหากันฟรี 5 เทศกาลวันหยุดเทศกาลละ 100 นาที คือวันสงกรานต์ 13-15 เม.ย....
ยังมีออกมาอย่างต่อเนื่องสำหรับงานพรีเซนเตอร์ และแบรนด์ แอมบาสเดอร์ ของดาราหนุ่มสุดร้อน ณเดชน์ คูกิมิยะ ซึ่งล่าสุด น้ำสัม มินิท เมด พัลพิ ของค่ายโคคาโคล่า เรียกใช้บริการเขาคนนี้อีก 1 ราย ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัทโคคาโคล่า (ประเทศไทย) จำกัด บอกว่า น้ำส้มมินิท เมด พัลพิ ได้ใช้รเดชน์ คูกิมิยะ เป็นแบรนด์ แอมบาสเดอร์ โดยมีจุดมุ่งหมายต้องการให้สื่อถึงกลุ่มเป้าหมายคือ คนรุ่นใหม่ คนทำงาน และครอบครัว โดยจะสื่อความหมายถึงความสดชื่นของสินค้า ...
ในอุตสาหกรรมโรงไฟฟ้าระดับโลก สินค้าที่กำลังแข่งขันกันอย่างดุเดือดคือเทคโนโลยีและอุปกรณ์สำหรับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ที่ประเทศเจ้าของเทคโนโลยีต้องทำตลาดทั้งระดับรัฐต่อรัฐ และระหว่างเอกชนกับเอกชน เหมือนอย่างเมื่อครั้งที่ผู้แทนการค้าของสหรัฐอเมริกา รวมทั้งตัวแทนของบริษัทเวสติ้งเฮาส์เข้าพบ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” นายกรัฐมนตรีของไทย “เวสติ้ง” ได้แสดงความพร้อมจำหน่ายอุปกรณ์และเทคโนโลยีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ให้ไทย หลังจากทำตลาดได้แล้วในจีน หรือกรณีในเวทีการประชุมอาเซียนที่นายกรัฐมนตรีเวียดนาม และญี่ปุ่นพบกันก็ได้พูดถึงโครงการก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ร่วมกัน มหาอำนาจทางพลังงานในด้านนิวเคลียร์ต่างมองเห็นโอกาสของธุรกิจนี้ในการส่งออกมายังประเทศที่กำลังพัฒนา เพราะเชื้อเพลิงที่ใช้เริ่มจำกัดไม่ว่าจะเป็นน้ำมัน ถ่านหิน และก๊าซธรรมชาติ ขณะที่ความต้องการใช้ไฟฟ้าทั่วโลกมีมากขึ้น ประเทศที่เป็นต้นตำรับของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์นั้นต้องยกให้กับฝรั่งเศส ฟินแลนด์ และรัสเซีย เพราะมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์มาแล้วหลายทศวรรษ ในเอเชียมีญี่ปุ่น และที่กำลังมาแรงคือเกาหลีและ จีน ขณะที่ประเทศในแถบเอเชียต่างมีแผนก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ โดยเฉพาะใกล้ไทยอย่างมาเลเซีย สิงคโปร์ และเวียดนาม โรงไฟฟ้านิวเคลียร์จึงเป็นวาระแห่งชาติของทั้งประเทศมหาอำนาจ และประเทศที่พร้อมจับมือกับพี่ใหญ่ของโลก ด้วยเม็ดเงินมหาศาลในการก่อสร้างไม่ต่ำกว่าแสนล้านบาท
จุดเด่นการนำเสนอสินค้าอยู่ที่การพรีเซนต์ ในกรณีนี้ญี่ปุ่นสามารถลดโทนความตึงเครียดของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ “เกนไก” ที่เต็มไปด้วยข้อมูลทางด้านเทคนิค ข้อมูลข้อถกเถียงเรื่องผลกระทบต่อชุมชนโดยรอบได้ด้วยรูปแบบ และองค์ประกอบที่แนบเนียน จากอาคารขาวฟ้า เมื่อเดินเข้าไปจะพบพนักงานทำหน้าที่ต้อนรับผู้มาเยือนศูนย์ประชาสัมพันธ์โรงไฟฟ้านิวเคลียร์เกนไกตั้งแต่ทางเข้าที่เป็นห้องโถงโปร่งโล่ง มีตุ๊กตาจำลองรูปทรงมาจากถังบรรจุแกนเครื่องปฎิกรณ์ และหลายคนเข้าไปถ่ายรูปคู่ ราวกับเป็นศูนย์การแสดงความบันเทิงมากกว่าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ด้านในยังพิพิธภัณฑ์ มีส่วนของหุ่นจำลองเตาปฎิกรณ์เท่าของจริง แท่งเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ และการทำงานของเตาปฎิกรณ์นิวเคลียร์ มีชั้นที่มองเห็นบริเวณกว้างของโรงไฟฟ้า และโชว์เรือนกระจกของพืชเมืองร้อนที่แสดงถึงระบบปรับอากาศที่ใช้ประโยชน์จากไอน้ำของโรงไฟฟ้า ครบสูตรของความเป็นญี่ปุ่นด้วยบริการตรายางประทับเป็นที่ระลึกที่ดีไซน์ย้ำตัวตนของที่แห่งนี้ว่าเป็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ อย่างไรก็ตาม การพรีเซนต์คือเปลือกนอกที่ดึงความสนใจผู้มาเยือนเท่านั้น เบื้องหลังของ Show Caseนี้ยังมีเรื่องของยุทธศาสตร์สไตล์ญี่ปุ่น ที่นำมาสู่การมีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ทั่วประเทศ แม้บางแห่งจะมีผู้ต่อต้านอยู่ แต่ดูเหมือนว่าเสียงนั้นจะเบา และรัฐบาลญี่ปุ่นก็เดินหน้าเต็มที่ เพราะไม่เพียงแต่เป็นพลังงานใช้ในประเทศเท่านั้น แต่คืออนาคตของสินค้าส่งออกที่สำคัญของประเทศ
5 สินค้าสีเขียวที่ผู้บริโภคนึกถึง 95% ตู้เย็น 92% คอมพิวเตอร์ 87% เครื่องซักผ้า 78% เครื่องปรับอากาศ 56% เครื่องทำน้ำอุ่น พฤติกรรมสีเขียว คนไทยนิยมทำ 73% ตั้งใจลดการทำลายสิ่งแวดล้อม 70% รีไซเคิลบรรจุภัณฑ์ (ขวดน้ำดื่ม, กล่องกระดาษ, หนังสือพิมพ์) ผู้นิยมสินค้ามือสองยังเป็นชนกลุ่มน้อย 20% เลือกใช้สินค้ามือสอง, รีไซเคิลยอมควักเงินซื้อสินค้าสีเขียว 80% เต็มใจจ่ายเงินเพิ่มขึ้นสำหรับผลิตภัณฑ์ประหยัดพลังงาน หากสามารถลดค่าใช้จ่ายมากกว่าในระยะยาวที่มา : บริษัทวิจัยตลาด ซินโนเวต แอร์ คอมพิวเตอร์ ไมโครเวฟ ทีวี ที่เพิ่มขึ้น 3-4 เท่า คนไทยจะมีเครื่องใช้ไฟฟ้าอำนวยความสะดวกเพิ่ม...