2505-2506 สภาพดั้งเดิมของที่ดินบริเวณสยามสแควร์ในปัจจุบัน เป็นแหล่งชุมชนแออัด มีหนองบึงไว้สำหรับเลี้ยงเป็ด กระทั่งปี 2505 มีเหตุเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ทำลายชุมชนนี้อย่างราบเรียบ ทำให้เจ้าของที่ดิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งมีพลเอก ประภาส จารุเสถียร รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย และในฐานะอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยในขณะนั้น มีแผนที่จะพัฒนาผืนดินบริเวณใหม่ ให้เป็นแหล่งค้าขาย เพื่อป้องกันการบุกรุกที่ดินของชุมชนแออัด 2508 จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยซึ่งเป็นเจ้าของสถานที่ ได้มอบหมายให้บริษัท เซาท์อีสท์ เอเซียก่อสร้าง เจ้าของ ซีคอนสแควร์ ของตระกูลซอโสตถิกุล ในปัจจุบัน ทำการพัฒนาที่ดินขนาด 63 ไร่ เป็นศูนย์การค้าแบบเชิงราบ พื้นที่เปิดโล่ง โดยตั้งชื่อครั้งแรกว่า “ปทุมวันสแควร์” พื้นที่ส่วนใหญ่ประกอบด้วยอาคารพาณิชย์ สูง 3-4 ชั้น ชั้นล่างเป็นร้านค้า...
เด็กวัยรุ่นทำไมต้องไปเดินแถวสยาม เป็นคำถามที่นักการตลาดเฝ้าติดตามอยู่ไม่ห่าง และการรวมตัวของกลุ่มวัยรุ่นก็ทำให้สยามกลายเป็นแหล่งรวมของนักช้อปกลางเมืองที่ชัดเจนที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ บริษัท นาโนเซิร์ช จำกัด จึงทำการสำรวจความคิดเห็นเกี่ยวกับพฤติกรรมการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภคในพื้นที่สยาม (ซึ่งได้แก่ สยามสแควร์ สยามเซ็นเตอร์ และมาบุญครอง) โดยกระจายไปตามกลุ่มตัวอย่างให้มีความใกล้เคียงกันที่สุด เพื่อเป็นแนวทางให้ใครต่อใครที่สนใจพฤติกรรมวัยรุ่นแถวนี้ได้ศึกษากันอย่างเป็นระบบ ทำไมต้องมาช้อปปิ้งที่สยาม มีสินค้าหลากหลายให้เลือก 27.5% มีสินค้าทันสมัย 21.0% มีสินค้าและบริการที่เหมาะสมกับเพศและวัย 8.0% สินค้ามีคุณภาพดี 7.5% สินค้ามีราคาเหมาะสมกับคุณภาพ 6.5% สินค้ามีราคาถูกกว่าสถานที่อื่น 5.5% มีร้านที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก 4.0% มีความสะดวกในช่วงเวลาที่ซื้อ 3.5% ความคุ้นเคยในร้านขายสินค้า 3.5% สะดวกในการเดินทาง 3.0% มีบริการฟู้ดเซ็นเตอร์/ฟาสต์ฟู้ด 2.5% ที่จอดรถสะดวก 2.0% มีโรงภาพยนตร์ 2.0% เพื่อนหรือคนรู้จักแนะนำ 1.0% บทสรุปจากการวิจัยเห็นได้ชัดว่า วัยรุ่นเป็นกลุ่มที่ชอบความหลากหลายและทันสมัย โดดเด่นเหนือเหตุผลอื่น และมาเดินสยามด้วยแรงดึงดูดของสินค้า และเห็นว่าเป็นสถานที่ตรงกับความต้องการของตัวเองโดยไม่จำเป็นเพื่อนหรือคนรู้จักแนะนำให้มา กลุ่มวัยรุ่นที่มาเลือกสินค้าในย่านนี้ 1 ใน 3...
ถ้าสินค้าใดจะเกิด สินค้าไหนจะดับ อาจถือเป็นเรื่องปกติไปแล้วที่เจ้าของสินค้าจะเลือกพื้นที่ “สยามสแควร์” เป็นสถานที่ทดลองสินค้า เพราะที่นี่ได้ชื่อว่าเป็นดินแดนไลฟ์สไตล์ ไม่มีสูตรสำเร็จ แต่เป็นจังหวะของโชค หากสินค้าใดโดนใจวัยรุ่นก็เปรี้ยงปร้าง แต่อย่าเพิ่งวาดฝันไปไกลเพราะที่นี่เหมือนดอกไม้ไฟ สว่างโชติช่วงเพียงพริบตาก็ “ดับมอด” ลงอย่างรวดเร็ว สยามสแควร์ ได้ชื่อว่า เป็นดินแดนไลฟ์สไตล์ของกลุ่มวัยรุ่น จึงถือเป็นสถานที่ของการพิสูจน์ผลทางการตลาดของบรรดาสินค้าที่เน้นเข้ามาเจาะกลุ่มวัยรุ่น และวัดกระแสเทรนด์ความนิยม ย่อมต้องมาที่นี่เพื่อจะรับรู้ได้ว่า สินค้าดังกล่าวนั้นจะประสบความสำเร็จหรือไม่ สนามทดลองสินค้า ถ้าใครๆ จำได้ ขนมปังสุดฮิพอย่าง “โรตีบอย” มีจุดกำเนิดเกิดขึ้นที่นี่เมื่อปี 2549 บริเวณ สยามสแควร์ ซอย 4 เป็นแฟชั่นขนมปังที่ถือว่าฮิตที่สุดในเวลานั้น มีการเข้าคิวรอยาวนับร้อยคน ถึงขนาดมีการจำกัดจำนวนซื้อแต่ละคนไม่เกิน 15...
การพัฒนาแบรนด์สเปซ เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างประสบการณ์กับแบรนด์ของลูกค้า เป็นแนวโน้มที่มาแรงมากขึ้นในบ้านเรา เพราะนอกจากจะสร้างประสบการณ์ แรงบันดาลใจ รวมถึงความประทับใจกับแบรนด์ ยังถือเป็นรูปแบบการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้านการตลาดที่อินเทรนด์ไม่แพ้ในต่างประเทศ เพราะว่าไปแล้วก็เป็นกลยุทธ์เรียบง่ายที่ได้ประโยชน์ทั้งฝั่งเจ้าของสินค้าหรือบริการและผู้บริโภค แหล่งรวมแบรนด์สเปซในบ้านเราส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ตามห้างสรรพสินค้า แต่ก็เริ่มมีให้เห็นกระจายไปในที่ต่างๆ มากขึ้น ไม่ว่าจะในสนามบิน แหล่งสุดฮิพอย่างทองหล่อ แต่ถ้าเป็นแบรนด์ที่ต้องการสร้างประสบการณ์หรือขยายตลาดมายังกลุ่มวัยรุ่น ก็ต้องนึกถึงสยามสแควร์ ในต่างประเทศมีการพัฒนาแบรนด์สเปซในหลายรูปแบบ ที่เคยได้ยินว่านิยมมากใน 2-3 ปีก่อนหน้านั้นก็น่าจะเป็นเรื่องของป๊อปอัพ สโตร์ ก่อนที่แบรนด์สเปซจะค่อยๆ พัฒนาและใส่ความลึกซึ้งทางการตลาดมากขึ้นในปัจจุบัน ซึ่งให้ผลและสร้างประสบการณ์ระหว่างลูกค้าและแบรนด์ได้โดยตรง จึงมีสินค้าและบริการมากมายที่เลือกใช้แบรนด์สเปซเป็นรูปแบบหนึ่งของกลยุทธ์การตลาด จากการรวบรวมของ Trend Watching ในเรื่องนี้พบว่า มีสินค้าและบริการทั่วโลกที่พัฒนาแบรนด์ได้อย่างน่าสนใจ Brand Spaces กับการสร้างความเข้าใจ ธนาคารเอบีเอ็ม แอมโร เปิด ABN Lounge...
“ทรูไลฟ์สาขาสยาม” เป็นจุดนัดพบที่ได้รับความนิยมในหมู่นักเรียนและนักศึกษา จนกลายเป็นที่ Gang up อีกแห่งหนึ่งของวัยรุ่น ทว่า หลายคนตั้งข้อสงสัยว่า เหตุใดทรูจึงเลือกเปิด “โรงเรียนสอนภาษาจีน” ภายในบริเวณ “ร้านขายกาแฟ” ของทรูไลฟ์ สาขา”สยามสแควร์” “ความน่าจะเป็น ”ทางธุรกิจที่ดูไม่สอดคล้องกันในความคุ้นชินของสังคม ได้รับการเปิดเผยจากปพนธ์ รัตนชัยกานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ในเหตุที่ว่า ทรูมีวิสัยทัศน์ของการเป็น “Knowledge Provider” เพื่อเติมเต็มการใช้ชีวิต (Lifestyle Enable) ให้ครบทุกด้าน “Truelife Community” ซึ่งประกอบไปด้วยการให้บริการอินเทอร์เน็ต ร้านกาแฟ และPayment Counter...
“ไม่ได้ตั้งใจทำธุรกิจขายกาแฟ ไม่ได้ตั้งใจขายสินค้าไอที แต่อยากแบรนดิ้ง ทรู” นี่คือแผนที่ “ปพนธ์ รัตนชัยกานนท์” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น บอกถึงสาเหตุที่มาปักหลักมาเปิด “ทรูไลฟ์ ช้อป” ที่สยามสแควร์ ซอย 3 เป็นสาขาแรก ตั้งแต่ปีที่แล้ว และที่ต้องเป็นสยามสแควร์ เพราะที่นี่เป็นแหล่งรวมไลฟ์สไตล์ โดยเฉพาะวัยรุ่น เมื่อทรูฯ เข้าสู่ธุรกิจบริการเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของลูกค้าแล้ว ที่นี่จึงเหมาะสมที่สุด “แทนที่จะซื้อบิลบอร์ด โฆษณาแบรนด์ของทรู เรามาเช่าพื้นที่เปิดร้านกาแฟและอินเทอร์เน็ตอย่างนี้คุ้มค่ากว่า” กรณีของทรูฯ จึงตอกย้ำให้เห็นว่านี่คือพลังของสยามสแควร์ ที่สามารถดึงดูดให้บริษัทยักษ์ใหญ่ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่แห่งนี้ แต่การเข้าถึงคนแบบสยามสแควร์ ไม่ใช่เพียงแค่เป็นแบรนด์ใหญ่ มีเงินทุ่มก็จะได้ใจของคนกลุ่มนี้ เพราะมีโจทย์หลายข้อที่ท้าทายให้เพื่อให้บรรลุผล ความเป็น “สยามสแควร์”...
พลังของสยามสแควร์ ได้กลายเป็นแรงขับเคลื่อนครั้งสำคัญของแบรนด์ใหญ่อย่าง “โตโยต้า” ในการเข้าปักธงสร้าง The Style by Toyota เป็นแนวคิด Brand Spaces ที่ชัดเจนที่สุด เพราะที่นี่ไม่ได้มีไว้ขายรถ แต่มีสิ่งพิเศษที่ซ่อนเร้นอยู่ นั่นคือ เป็นการขายแบรนด์สู่กลุ่มวัยรุ่นได้อย่างสุดมันส์ ที่เรียกว่า Experience Tomorrow การเคลื่อนย้ายของแบรนด์โตโยต้า มาสู่พื้นที่สยามสแควร์เมื่อปี 2549 ในการเปิดอาคารที่ชื่อว่า The Style by Toyota ภายใต้รูปแบบ Edutainment Center ถือเป็นการเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ในวิธีการสร้างแบรนด์สู่แหล่งวัยรุ่นอย่างน่าติดตาม ต้องสยามสแควร์ที่เดียว... เป้าหมายสำคัญของ The Style by Toyota ...
ชฏาทิพ จูตระกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด ให้สัมภาษณ์ POSITIONING ในฐานะผู้ทำธุรกิจศูนย์การค้าและมีความผูกพันทั้งในฐานะลูกค้าและเพื่อนบ้านของสยามสแควร์มากว่าครึ่งชีวิตด้วยมุมมองที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง เธอบอกว่าพื้นที่ของสยามสแควร์ไม่อาจทรงพลังได้แบบเดี่ยว ไม่อาจมองแยกเป็นส่วนๆ ได้ เพราะบริเวณ “สี่แยกปทุมวัน” ถือเป็นศูนย์กลางการช้อปปิ้งที่ใหญ่ที่สุดของเมืองไทย ประกอบไปด้วยศูนย์การค้าหลากรูปแบบซึ่งมีลักษณะเฉพาะแตกต่างกัน อันประกอบด้วย สยามสแควร์ สยามเซ็นเตอร์ สยามดิสคัฟเวอรี่ มาบุญครอง และสยามพารากอน แต่ความแตกต่างนั้นหาได้เป็นอุปสรรคไม่ เพราะเธอเชื่อว่ากลยุทธ์ที่ผู้ประกอบการแต่ละรายจะต้องทำคือ “รวมกันเราอยู่” อีกทั้งต้อง “อยู่อย่างโดดเด่นและแข็งแกร่ง” ให้ได้ แต่ทั้งนี้ปัญหาที่ผ่านมาคือ การขาดการสื่อสารที่ดีพอ โดยเฉพาะกับสำนักทรัพย์สินจุฬาฯ เจ้าของพื้นที่สยามสแควร์ เธอทำงานอยู่กับวัยรุ่นมานานมากกว่า 21...
สยามสแควร์กับแผนความเป็น “Walking Street Mall” แห่งแรกของประเทศไทย กำลังเข้าใกล้ความเป็นจริงมากขึ้น เมื่อสำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตกลงเลือกแผนของยักษ์ใหญ่ด้านธุรกิจน้ำเมา และอสังหาริมทรัพย์ในเครือของ “เสี่ยเจริญ สิริวัฒนภักดี” เป็นผู้ลงทุนพัฒนาพื้นที่ใจกลางของสยามสแควร์ หรือ“เซ็นเตอร์พ้อยท์” ด้วยรูปแบบที่ทันสมัยทั้งลักษณะอาคาร สินค้า และกิจกรรมภายใน เป็น “ดิจิตอล ซิตี้” โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเชื่อมต่อสถานีรถไฟฟ้าผ่านส่วนที่เรียกว่า “ดิจิตอล เกตเวย์” เพื่อนำมนุษย์พันธุ์รถไฟฟ้าเข้าสู่พื้นที่ได้อย่างสะดวกและง่ายขึ้น เป็นการกรุยทางไปสู่การปรับโฉมทั้งหมดของสยามสแควร์อย่างน่าสนใจ โฉมใหม่เซ็นเตอร์พ้อยท์ “มองจากสถานีรถไฟฟ้าจะเห็นหลังคาเป็นคลื่น ถ้ามุม Bird Eye View จากตึกศูนย์หนังสือจุฬาฯ จะเห็นหลังคาเป็นตัวหนอนเลื้อยมา” นี่คือภาพใหม่ของพื้นที่สยามเซ็นเตอร์พ้อยท์ หรือชื่อโครงการใหม่คือ “เซ็นเตอร์พ้อยท์ แอนด์...
ถ้าที่นี่เปรียบเป็นแบรนด์ เซ็นเตอร์พ้อยท์ถือเป็นแบรนด์คาแร็กเตอร์ที่ดำรงอยู่มาถึง 9 ปีเต็มในสยามสแควร์ แม้สถานที่นี้จะมีพื้นที่เพียง 1 ไร่เศษ แต่ที่นี่มี เรื่องราวและตำนานอันน่าจดจำ แม้จะมีด้านลบบ้าง แต่ชื่อเสียงของเซ็นเตอร์พ้อยท์ด้านบวก โดยเฉพาะในวงการตลาด ถือว่าเป็น สนามอีเวนต์ทางการตลาดที่บรรดาสินค้าใดอยากเจาะตลาดวัยรุ่น ย่อมต้องมาที่นี่ โครงการเซ็นเตอร์พ้อยท์เริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 2541 ด้วยวัตถุประสงค์ของสำนักงานจัดการทรัพย์สิน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อยากพัฒนาพื้นที่นี้ให้เป็นลานกิจกรรมสำหรับวัยรุ่น โดยมีบริษัท พรไพลิน จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เป็นผู้ชนะการประมูลและได้พัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยมีเซ็นสัญญาเช่าช่วงแรกเป็นเวลา 6 ปี จากปี 2541-2547 จนมีการต่อสัญญาให้อีก 3 ปี จนถึงปี 2550 หลังจากขึ้นปี 2551 เป็นต้นไป ลานกว้างที่มีสัญลักษณ์น้ำพุอยู่ตรงกลางทางเข้าจะปิดฉากลง เพราะหมดสัญญาเช่า...








