Friday, April 24, 2026
Home Blog Page 9180
ไชยยง รัตนอังกูร ผู้อำนวยการศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) “หากต้องการอยู่รอดบนเวทีโลกที่ผู้ผลิตรายใหญ่แข่งขันกันด้วยต้นทุนต่ำ ไทยควรหันมาผลิตสินค้าและบริการด้วยการบริหาร เงินทุน และความคิดสร้างสรรค์ บนจุดยืนของ “สินทรัพย์ทางวัฒนธรรม” และ “ทักษะเฉพาะถิ่น” อันเป็นรากฐานเดิมที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว นอกจากนี้ต้องกล้าที่จะลงทุนเพื่อการเปลี่ยนแปลงไปสู่ธุรกิจที่ยั่งยืนและมั่นคงกว่าเดิม และต้องไม่มองว่าความคิดสร้างสรรค์ต่างๆ เป็นเรื่องเพ้อฝันและไม่ควรค่าแก่การลงทุน” ไชยยงยกตัวอย่างกรณีของแบรนด์แฟชั่นไทย ซึ่ง Go inter กันไปแล้วหลายแบรนด์ แต่กลับไม่ได้รับการตอบรับในภาพกว้างเท่าที่ควร เนื่องจากขาด “พลัง” ในการฟันฝ่าสู่ตลาดโลก ซึ่งทั้งหน่วยงานรัฐบาลที่เกี่ยวข้องและผู้ประกอบการแต่ละรายจะต้องร่วมมือร่วมใจกัน เหมือนตัวอย่างธุรกิจแฟชั่นในยุโรป ที่แบรนด์แฟชั่นชื่อดังรวมตัวกันสร้างสไตล์การออกแบบอย่างเป็นระบบและสร้างแรงดึงดูดได้ดีกว่า จนกลายเป็นที่ยอมรับในระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น ลอนดอน มิลาน ปารีส
วิชา พูลวรลักษณ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมเจอร์ ซีเนเพล็กซ์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) “โพสิชันนิ่งของประเทศที่ควรผลักดันไม่ว่ารัฐบาลไหน ควรผลักดันเรื่องการบริโภคภายในประเทศ (Local Consumption) และการส่งเสริมเอสเอ็มอี เพื่อให้มีผู้ประกอบการ (Entrepreneur) กันเยอะๆ ซึ่งจะส่งผลให้มีการจ้างงานและการจับจ่ายใช้สอยของคนในประเทศ โดยรัฐช่วยจัดระบบส่งเสริมรายย่อยให้มีความสามารถในการแข่งขัน ขณะเดียวกันก็ควรส่งเสริมให้ประชาชนเกิดการออมไปพร้อมกันด้วย” ใครที่ไม่มั่นใจว่าการส่งเสริมการบริโภคภายในประเทศจะทำให้ธุรกิจขนาดใหญ่อยู่รอดจริงไหม ก็ต้องแนะนำให้ลองดูธุรกิจของเครือเมเจอร์เป็นตัวอย่าง เพราะไม่ว่าเงินบาทจะผันผวนอย่างไร ก็เป็นกลุ่มธุรกิจที่ได้รับผลกระทบน้อยกว่าธุรกิจอื่นๆ
อภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ครั้งนี้ถือเป็นไอเดียใหม่สดที่สุดที่จะชูโพสิชันนิ่งของกรุงเทพฯ ให้เป็นจุดหมายของการท่องเที่ยวที่เด่นชัดขึ้นกว่าเดิม โพสิชันนิ่งของกรุงเทพฯ ที่ผู้ว่าฯ อภิรักษ์ต้องการนำเสนอในครั้งนี้ได้แก่การชูเสน่ห์ 5 ด้าน ดังนี้ เสน่ห์วัฒนธรรม เสน่ห์ปลายจวัก เสน่ห์การจับจ่าย เสน่ห์งามยามราตรี และเสน่ห์แม่น้ำแห่งแผ่นดิน โดยมีเป้าหมายจะผลักดันให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองน่าท่องเที่ยวอันดับหนึ่งในโลกภายใน 3-5 ปีข้างข้างหน้า
วรรณิภา ภักดีบุตร รองประธานกรรมการบริหาร กลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ส่วนบุคคล “ยูนิลีเวอร์ประกอบธุรกิจบนรากฐานของการวิเคราะห์ข้อมูล และการวิจัยเกี่ยวกับพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างลึกซึ้งอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นแนวทางที่ยูนิลีเวอร์ในไทยปฏิบัติอยู่ในปัจจุบันและเริ่มทำมาตั้งแต่ปี 2540-2541 ผลกระทบที่เกิดขึ้นในปี 2550 แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกมีความเชื่อมโยงกันอย่างมาก ทำให้สภาวะการหมุนเวียนของเม็ดเงินลงทุนในระดับโลกเป็นปัจจัยที่อยู่เหนือการควบคุมในประเทศ ส่งผลให้ค่าเงินบาทแข็งขึ้นตลอดปีครึ่งที่ผ่านมา วิธีการรับมือของยูนิลีเวอร์กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คือการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตในธุรกิจทุกส่วนตั้งแต่การผลิต การขนส่ง ไปจนถึงส่วนการตลาดและการขาย พร้อมทั้งพิจารณาทุกๆ ช่องทางที่สามารถผนวกศักยภาพของเราในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพในราคาย่อมเยาแก่ผู้บริโภค” กรณีนี้แม้อาจจะไม่ใช่กำหนดเป็นโพสิชันนิ่งของประเทศ แต่หากธุรกิจส่วนใหญ่ของประเทศมีความสามารถในเหมือนยูนิลีเวอร์ที่เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของคอนซูเมอร์ทั่วโลก ก็เป็นวิธีที่ธุรกิจไทยควรศึกษาเป็นแบบอย่างแม้จะเป็นเพียงองค์กรเล็กๆ ก็ตาม
สรรพัชญ โสภณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฮิวเลตต์ แพคการ์ด (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงความคาดหวังต่อโพสิชันนิ่งของประเทศไทยไว้ว่า ควรจะสร้างศักยภาพด้านไอทีรวมทั้งบุคลกรด้านไอที “ผมมีความหวังว่าประเทศไทยเราจะให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรทางด้านไอทีให้มากยิ่งขึ้น เพื่อให้บุคลากรของเรามีความสามารถทัดเทียมนานาประเทศ และมีจำนวนมากพอที่จะรองรับการพัฒนาทางด้านอุตสาหกรรมไอทีของประเทศในอนาคต ผ่านทางระบบการศึกษาที่มีแบบแผนชัดเจน และเป็นระบบที่ส่งเสริมเยาวชนไทยที่มีความสนใจในด้านนี้ ให้สามารถพัฒนาศักยภาพของตนให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป”
ปฐมา จันทรักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด “ประเทศไทยควรตื่นตัวในการผลักดันให้คนไทยริเริ่มสร้างสรรค์นวัตกรรมเทคโนโลยีท้องถิ่นของประเทศให้ได้รับการยอมรับมากขึ้น และสามารถแข่งขันได้กับนานาชาติ เพราะในอนาคตนวัตกรรมเทคโนโลยีเหล่านี้จะเป็นกลไกสำคัญที่ก่อให้เกิดการสร้างงานสร้างรายได้ให้กับประเทศอย่างมหาศาล โดยเฉพาะการเปิดโอกาสให้เยาวชนรุ่นใหม่ได้คิดค้น เรียนรู้ด้วยตนเองผ่านเทคโนโลยีเพื่อสร้างสรรค์ผลงานที่เป็นประโยชน์เพื่อนำไปสู่การพัฒนานวัตกรรมของประเทศต่อไป”
“โพสิชันนิ่งแบบเดิมๆ ที่วางกันไว้เรื่องวัฒนธรรม การท่องเที่ยว และช้อปปิ้งพาราไดซ์ เป็น 3 คีย์เวิร์ดสำคัญที่โอเคที่สุดแล้ว ไม่ว่าใครมาเป็นรัฐบาลก็ควรต้องชูประเด็นนี้ให้ได้ เป็นของดีที่เรามีอยู่แล้วและไม่ต้องปรับเปลี่ยน ไม่ต้องสร้างใหม่ ไม่มีใครเหมือน เพียงแต่ต้องรู้จักโปรโมต รู้จักจัดการ” ชฎาทิพ แนะนำด้วยว่า “รัฐบาลควรโปรโมตกรุงเทพฯ แยกจากประเทศไทย เหมือนที่รัฐบาลฝรั่งเศสโปรโมตปารีสแยกต่างหาก เพราะมีคาแร็กเตอร์ที่โดดเด่นแตกต่างจากเมืองอื่นๆ ของประเทศ กรุงเทพฯ ก็มีความเป็น Cosmopolitan แตกต่างจากเมืองอื่นๆ หากทำได้จะทำให้ประเทศไทยโดยรวมได้ทั้งนักท่องเที่ยวคุณภาพ และนักท่องเที่ยวทั่วไปซึ่งจะแฮปปี้กันหมด”
อุปสรรคปัญหาเป็นบทเรียนที่ทำให้นักธุรกิจต้องแก้โจทย์ และเป็นที่มาของการพัฒนาธุรกิจให้เข้มแข็งขึ้น ประเทศไทยประสบปัญหาวิกฤตค่าเงินบาทรอบแรกเมื่อปี 2527 ต่อจากนั้น 13 ปี ก็เกิดปัญหาการอ่อนค่าของเงินบาทอีกครั้งในปี 2540 ปี 2550 สถานการณ์ค่าเงินบาทครั้งนี้ต่างจาก 2 ครั้งแรก เพราะเป็นปัญหาเรื่องค่าเงินบาทแข็งค่า ว่ากันว่าเศรษฐกิจหนึ่งรอบจะมีระยะเวลาประมาณ 10-13 ปีนี่แหละ เพราะฉะนั้นอีกสัก 10 ปีข้างหน้า ถ้าธุรกิจไทยไม่อยากเป็นฝ่ายรองรับผลกระทบจากภายนอกโดยไม่สามารถควบคุมตัวเองได้เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา วิธีที่ดีที่สุด ต้องช่วยกันเร่งหาจุดยืนของตัวเอง อะไรคือสิ่งที่ประเทศไทยควรจะเป็น POSITIONING จึงได้รวบรวมความคิดจากธุรกิจชั้นนำทั้งไทยและบริษัทข้ามชาติมาเป็นแนวทางดังนี้ ลดต้นทุน-นวัตกรรม คาถา ”บัณฑูร ล่ำซำ” สู้บาทแข็ง “ปัญหาค่าเงินบาทผันผวน” ที่ไม่ว่าจะแข็งค่าหรืออ่อนค่าจนเกินไป คือเชื้อฝังตัวในระบบเศรษฐกิจของประเทศ ที่หากเมื่อใดร่างกายอ่อนแอทั้งจากสาเหตุภายในหรือภายนอกประเทศ วิกฤตเศรษฐกิจก็อาจเกิดขึ้นทันที...
“ช่วงนี้ที่กองทุนเอฟไอเอฟ (FIF : Foreign Investment Fund) ค่อนข้างบูม เติบโตเพิ่มขึ้นเท่าตัวจากปีที่แล้ว เพราะนอกจากภาครัฐส่งเสริม นักลงทุนมีความเข้าใจมากขึ้น เรื่องของค่าเงินที่แข็งขึ้นก็เป็นส่วนเติมเต็มในการตัดสินใจที่ทำให้นักลงทุนตัดสินใจได้ง่ายขึ้น” จุมพล สายมาลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไอเอ็นจี (ประเทศไทย) จำกัด พูดถึงการขยายตัวของกองทุนเอฟไอเอฟ FIF เป็นกองทุนรวมที่มีนโยบายนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศไม่ต่ำกว่า 80%ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ เริ่มมีมา 5 ปีก่อนหน้านี้ ปัจจุบันกองทุน FIF ทั้งตลาดประมาณ 4 หมื่นกว่าล้านบาท เป็นกองทุนที่มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นสูงที่สุดในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้เมื่อเทียบกับกองทุนประเภทอื่น (ดูตารางประกอบ) จุมพล กล่าวว่า...
“ค่าเงินแข็งได้ประโยชน์กับสินค้านำเข้า แต่ถ้าไม่มีคนซื้อก็ไม่ได้ประโยชน์ สิ่งที่ทำได้ คือการตัดสินใจลดราคากล้องบางแบรนด์ทีเดียว 4,000 บาท” คำพูดที่บอกเล่าถึงสถานการณ์ค่าเงินได้อย่างเห็นภาพของ จรัสพงศ์ เจนจรัสสกุล ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายคอนซูเมอร์อิเล็กทรอนิกส์ บริษัท เจ๊บเซ่น แอนด์ เจ๊สเซ่น มาร์เก็ตติ้ง (ที) จำกัด เจ๊บเซ่นฯ เพิ่งได้รับแต่งตั้งเป็น Sole Distributor หรือผู้แทนจำหน่ายแต่เพียงรายได้ในประเทศไทยของกล้องโอลิมปัส เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการพลิกสถานการณ์ทำให้เจ๊บเซ่นฯ สามารถพลิกบทบาทจากการโดนสถานการณ์ค่าเงินบาทแข็งเล่นงานด้านยอดขาย มีบทบาททางการตลาดที่น่าตื่นเต้นทันที เพราะโอลิมปัสต้องการใช้จังหวะนี้ใช้กลยุทธ์ราคาทำตลาดเพื่อชิงส่วนแบ่งตลาดกลับคืนมา “โอลิมปัสเคยมีส่วนแบ่งกล้อง SLR (กล้องซิงเกิลเลน) สูงถึง 14% แต่ตอนนี้เหลือเพียง 3% ปีนี้เราตั้งใจที่จะทำส่วนแบ่งให้ได้...