รั้งอยู่ในตำแหน่งผู้นำมายาวนาน มีส่วนแบ่งตลาดกาแฟกระป๋อง กว่า 70% “เบอร์ดี้” ยังต้องแสวงหาโอกาสทางการตลาดใหม่ๆ แต่ผลที่ได้รับกลับ “ไม่เวิร์ค” เท่าที่ควร การหวนคืนสู่จุดแข็ง “เบอร์ดี้” ต้นตำรับ ซึ่งมีรสชาติโรบัสต้าเพียงรสชาติเดียว แต่สร้างยอดขายกว่า 80-90% จึงดูจะเป็นการง่ายกว่า เบอร์ดี้ ริช แอนด์ สมูท เป็นผลิตภัณฑ์ล่าสุดที่เบอร์ดี้นำออกวางตลาดเพื่อขยายฐานลูกค้าไปสู่คอกาแฟกระป๋องรสนุ่ม แม้จะเคยเอาใจกลุ่มนี้มาแล้วกับเบอร์ดี้ มิลค์กี้ แต่ผลตอบรับกลับไม่ได้ดังใจ ขณะที่กาแฟรสเข้มอย่าง เบอร์ดี้ แบล็ค ก็เรื่อยๆ มาเรียงๆ เพราะ “ความเข้ม” กับ “ความนุ่ม” เป็นรสชาติต่างขั้วที่ไม่อาจทดแทนกันได้...
เป็นสถาปนิกก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เป็นผู้จัดการคลับก็ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่พอ ปรีชา นวประภากุล ผู้จัดการ AS Club ของบริษัท อเมริกัน สแตนดาร์ดบีแอนด์เค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) บอกว่านอกเหนือจากการเป็นผู้จัดการเอเอสคลับ เขายังมีตำแหน่งเป็นทั้งสถาปนิกและ Canvassing Manager เมื่อถูกถามว่า ตำแหน่งที่ว่านี้คืออะไร ทำให้เขาต้องนึกอยู่นานทีเดียว “Canvas มาจากผ้าใบที่เขาใช้เขียนภาพ ไม่รู้จะแปลเป็นไทยว่าอย่างไร แต่หน้าที่ในตำแหน่งนี้ก็คือ ทำอย่างไรให้มีกิจกรรม ซึ่งเหมือนการทำให้เกิดสีสันระหว่างบริษัทกับกลุ่มสถาปนิกและมัณฑนากร” แต่ในที่สุด เขาก็หาคำแปลภาษาไทยสำหรับตำแหน่งนี้มาให้จนได้ว่า แปลง่ายๆ ก็น่าจะหมายถึง ผู้จัดการฝ่ายวางแผนงานโครงการ แม้จะดูเป็นตำแหน่งที่ธรรมดามากเมื่อแปลเป็นไทย แต่โดยเนื้องานของตำแหน่งที่ปรีชาดูแลอยู่นี้ สามารถสะท้อนภาพหลายๆ อย่างในการทำการตลาดและธุรกิจสมัยนี้ได้ดีทีเดียว...
เมื่อเจอเรื่องแย่ๆ ถ้าเราปล่อยให้ความรู้สึกด้านลบมาครอบงำก็จะยิ่งแย่กันไปใหญ่ ในเมื่อเหรียญยังมี 2 ด้าน โลกก็มีขั้วบวกขั้วลบ การมองหาด้านดีๆ นอกจากจะส่งผลด้านจิตใจแล้ว ยังสามารถทำให้เกิดแรงขับเคลื่อนธุรกิจต่อไปได้อย่างมีความหวังอีกด้วย ฉะนั้นเจอมุมมองลบๆ จากสถานการณ์เงินบาทแข็งกันมามาก ลองมาศึกษาหามุมดีๆ จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้นกันดูบ้างดีกว่า 1. เป็นโอกาสเรียนรู้ของผู้ประกอบการ ที่ผ่านมาผู้ประกอบการโดยเฉพาะผู้ส่งออกขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ส่วนใหญ่มักจะเน้นเรียนรู้ด้านการทำตลาด และการแก้ปัญหาอุปสรรคด้านการค้าระหว่างประเทศเป็นหลัก เพราะเป็นกลุ่มที่ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าเงินบาทกับใคร เรียกง่ายๆ ว่าเป็นกลุ่มที่ได้รับผลดีหรือกำไรเพิ่มขึ้นจากช่วงที่ค่าเงินบาทอ่อน ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ผู้ประกอบการไทยที่ค้าขายระหว่างประเทศ ต้องหันมาเรียนรู้สิ่งใหม่ เพื่อแก้ปัญหาให้กับรายได้ที่ลดลงจากการขายสินค้าเมื่อแลกกลับมาเป็นเงินบาทได้น้อยลง เพราะจากรายได้ที่เคยคาดว่าจะได้ในระดับหนึ่งก็หายวูบไปอย่างน่าตกใจ แถมค่าใช้จ่ายในการขาย การบริหาร ภาษี และดอกเบี้ย ยังคงต้องจ่ายเป็นเงินบาท ขณะที่ต้องพึงพาเงินรายได้จากสกุลดอลลาร์เป็นหลักเช่นเดิม ปัญหาเหล่านี้แก้ไขได้ หากผู้ประกอบการรู้จักลดความเสี่ยงด้วยเครื่องมือทางการเงินอย่างเหมาะสม ครั้งนี้ถือเป็นโอกาสดีในการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ซึ่งข้อดีจากการเรียนรู้จากโจทย์ที่เกิดขึ้นจริงครั้งนี้ จะช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้กับผู้ประกอบการและมีความสามารถในการแก้ปัญหาเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเจอสถานการณ์บาทอ่อนหรือแข็งในอนาคต...
ปอกเปลือกปัญหา “ค่าบาทแข็ง” อะไรคือปัจจัยที่ทำให้เงินบาทแข็งค่า ทำไมค่าเงินบาทสองตลาด ออฟชอร์ และออนชอร์ ได้กลายเป็นเครื่องมือทำกำไร เกิดเป็น“โพยก๊วนยุคดิจิตอล” เอทีเอ็ม และบัตรเครดิต กลายเป็นเครื่องมือของของการหากำไรค่าเงินบาท ทำไม ยารักษาค่าบาทแข็งของแบงก์ชาติยังไม่สัมฤทธิผล เงิน 1 ดอลลาร์ ที่เคยแลกได้ 45 บาท เมื่อปี 2001 แต่ 6 ปีผ่านไป แลกได้เพียง 32-33 บาท ค่าเงินที่หายไปกว่า 10 บาท อย่างนี้จะไม่ให้ผู้ค้าขายหรือผู้มีรายได้เป็นเงินดอลลาร์สหรัฐ เกิดอาการสะดุ้งได้อย่างไร เพราะหากเคยมีรายได้ปีหนึ่ง100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เมื่อแลกมาเป็นเงินบาท จะได้เงินถึง 4,500...
แสง สี เสียง และแฟชั่น... ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่แบรนด์รถยนต์หรูอย่าง เปอโยต์ พยายามนำสิ่งเหล่านี้มาสร้างบุคลิกใหม่ให้แบรนด์มีชีวิตชีวามากขึ้น ยิ่งมองผ่านการเปิดตัว ยนตรกรรมใหม่ล่าสุดเปอโยต์ รุ่น 207 cc สปอร์ตคูเป้เปิดประทุน งานนี้ถือเป็นไฮไลต์ของการสร้างความรู้สึกต่อแบรนด์แบบ Talk of the town อย่างน่าติดตาม มุมมองทางการตลาดของงานเปิดตัวรถเปอโยต์รุ่นใหม่รหัส 207 cc ในคอนเซ็ปต์ UNCENSORED PARTY กลางสยามพารากอน ถือว่าเป็นกิจกรรมที่ไม่ธรรมดา ทั้งการเลือกสถานที่เปิดตัวใจกลางห้างหรู และคอนเซ็ปต์งาน ซึ่งมีแฟชั่นโชว์ของนายแบบบุคลิกฮิพๆ แบบฉบับคนทำงานยุคใหม่ใช้เป็นจุดสื่อสารแก่ผู้ชม ล้วนเป็นวิธีคิดและโพสิชันนิ่งใหม่ของแบรนด์เปอโยต์ในเมืองไทยที่น่าสนใจไม่น้อย จะด้วยเหตุผลใดก็ตาม แต่การเลือกลานกว้างสยามพารากอนเปิดตัวรถ เป็นวิธีหนึ่งที่ทำให้เปอโยต์ดูหนุ่มแน่นกว่าเดิมมาก เพราะดินแดนแถวสยามเป็นสถานที่ชุบแบรนด์ให้ดูเด็กและทันสมัย ที่สำคัญเกิดการพูดต่อแบบปากต่อปากได้เป็นอย่างดี “แบรนด์เปอโยต์พยายามสื่อสารให้ผู้ใช้รถทั่วโลกรับรู้ว่า...
ครบรอบ 10 ปี แทนที่จะจัดงานใหญ่โตเหมือนกับคนอื่นๆ แต่ “โอ บอง แปง (au bon pain) นำเรื่องที่ดูเป็นธรรมดาสามัญมาใช้ หลังจากเรียนรู้แล้วว่า นี่เป็นเรื่องเล็กน้อยนิดแต่สำคัญมหาศาล นับตั้งแต่ป้ายเมนู ป้ายบอกราคาอาหาร และการจัดเซตอาหาร รวมถึงความถี่ของโปรโมชั่น นาดิม ซาเวียร์ ซาลฮานี่ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอบีพี คาเฟ่ (ประเทศไทย)...
หลังปิดพื้นที่บางส่วนของร้าน CPS CHAPS สยามสแควร์ ไปไม่นาน “Cafe CPS” ก็แล้วเสร็จพร้อมอวดโฉม แม้จะไม่ได้โดดเด่นด้านดีไซน์ แต่ภายใต้บรรยากาศ-อาหาร-เครื่องดื่ม ผนวกกับดนตรีและแฟชั่น ก็น่าจะทำให้คาเฟ่แห่งนี้กลายเป็นทั้งขุมทรัพย์แห่งใหม่บอกเล่าตัวตนและภาพลักษณ์ของแบรนด์ CPS CHAPS ได้เป็นอย่างดี วิเศษ สิงห์สัจจเทศ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ยัสปาล จำกัด ทายาทรุ่น 4 เผยถึงธุรกิจใหม่ที่น่าสนใจ ว่า “เป็นเทรนด์ที่แทบทุกแบรนด์พยายามจะทำแบรนด์ให้เป็นมากกว่าร้านเสื้อผ้า” Positioningของ Cafe CPS เป็น “แฟชั่น คาเฟ่” เสิร์ฟอาหารนานาชาติ...
ธนาคารทหารไทย (ทีเอ็มบี) เลือกเปิดตัวบัตรเครดิตแพลทินัมที่โรงแรมดรีม บูติกโฮเต็ล เพราะต้องการใช้ความโดดเด่นด้านดีไซน์และความทันสมัย เพื่อสื่อถึงรูปแบบบัตรแพลทินัม บัตรเครดิตใบใหม่ล่าสุดของธนาคาร ตั้งแต่เรื่องของดีไซน์บัตรที่ออกแบบเน้นความทันสมัย เพื่อให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายผู้ถือบัตรที่แตกต่างจากแพลทินัมรายอื่น เป้าหมายของผู้ถือบัตรแพลทินัมของธนาคารอื่นๆ ส่วนใหญ่จะเน้นกันที่กลุ่มผู้มีรายได้สูง และบัตรแพลทินัมยุคแรกออกมาด้วยคุณสมบัติที่กำหนดไว้ว่า ผู้ถือบัตรต้องมีรายได้อย่างน้อย 7 หมื่นบาทต่อเดือน หรือไม่ก็ต้องเป็นกลุ่มที่ได้รับเชิญจากธนาคารผู้ออกบัตรเท่านั้น แต่ในยุคที่ใครๆ ก็ต้องการสิทธิประโยชน์ที่เหนือกว่าบัตรทั่วไปของบัตรแพลทินัม ทำให้ธนาคารหลายแห่งต้องลดระดับเพดานรายได้ลงมา เพราะต้องการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคส่วนใหญ่ที่คิดว่า ถ้าเลือกได้ ขอเป็นแพลทินัมดีกว่า “เรากำหนดรายได้ขั้นต่ำสำหรับผู้ถือบัตรเครดิต ทีเอ็มบี วีซ่า แพลทินัม ไว้ที่ 3 หมื่นบาทต่อเดือน และเน้นที่กลุ่มคนทำงานรุ่นใหม่ซึ่งมีอัตราเงินเดือนเริ่มต้นระดับนี้ เช่น กลุ่มที่มีอาชีพเฉพาะด้านอย่าง สถาปนิก วิศวกร” ลือชา ศุกรเสพย์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่...
“ดร.การดี เลียวไพโรจน์” หรือ “อาจารย์อ้อ” ของเด็กๆ ธรรมศาสตร์ กลายเป็นที่รู้จักของสื่ออย่างรวดเร็ว เมื่อเธอมีบทบาทในการประชาสัมพันธ์กิจกรรม “ธรรมศาสตร์ทำนา” สู่การรับรู้ของสังคม ด้วยความสามารถทาง “การสื่อสาร” ของเธอ กอปรกับคลังความรู้ “ด้านเศรษฐกิจ” ที่มีอยู่ กลายเป็นโอกาสใหม่ในการก้าวสู่ตำแหน่ง “พิธีกร”รายการข่าวชื่อดังอย่าง “ข่าวข้น คนข่าว” ทางโมเดิร์นไนน์ทีวี ครูอ้อเติบโตมาในครอบครัวข้าราชการ เธอเป็นลูกสาวคนกลางของปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม “มนู เลียวไพโรจน์” และ ”ผช.ศจ.ประภัสสร เลียวไพโรจน์” รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นับแต่วัยเด็ก “การดี” กล้าพูดกล้าตัดสินใจ ด้วยถูกเลี้ยงดูมาให้มี ”พื้นที่” สำหรับการตัดสินใจและวางแผนการใช้ชีวิตด้วยตนเอง ในสมัยมัธยม เธอชอบทำกิจกรรมมาก...โดยเฉพาะการเป็น ”เชียร์ลีดเดอร์”...
Flynow ไม่เพียงแค่เป็นแบรนด์ไทยที่อยู่รอดปลอดภัยในตลาดแฟชั่นเสื้อผ้ามาตลอด 24 ปีเท่านั้น แต่ยังพิสูจน์ให้เห็นว่าแบรนด์ไทยสามารถสร้างให้เป็นที่รู้จักทั่วโลก จากความคิดสร้างสรรค์ การหา Positioning ที่แตกต่าง และการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ ถือเป็น Key Success ที่น่าสนใจ ทำให้ Flynow เฉิดฉายบนแคตวอล์กระดับโลก “ชัชรีพรรณ ส่งวัฒนา” รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทแอท แบงค็อก ผู้บริหารแบรนด์ Flynow และดูแลการทำตลาดในต่างประเทศ เล่าว่า จุดแข็งของ Flynow เริ่มต้นตั้งแต่ “สมชัย ส่งวัฒนา” ผู้ก่อตั้ง Flynow เมื่อประมาณปี...









