Tuesday, April 21, 2026
Home Blog Page 9224
ไม่บ่อยนักที่ “พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ” จะบริหารงานโดยเอกชน แถมเป็นเอกชนข้ามชาติด้วย อย่างเช่น พิพิธภัณฑ์ “อังกอร์” เมืองเสียบเรียบ ที่ตั้งของนครวัด ที่รัฐบาลกัมพูชาได้มอบหมายให้ตระกูลวิไลลักษณ์ เจ้าของกลุ่มบริษัทสามารถของไทย เป็นผู้รับสัมปทานก่อสร้างและบริหาร พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ในเมืองที่ได้ชื่อว่าเก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก Angkor National Musem หรือพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติอังกอร์ จึงเป็นความจริงล่าสุดจากความฝันของ “เจริญรัฐ” และพี่น้องตระกูล “วิไลลักษณ์” ในประเทศกัมพูชา ภายใต้บริษัทวิไลลักษณ์ อินเตอร์เนชั่นแนล โฮลดิ้ง ที่เข้าไปรับสัมปทานจากรัฐบาลกัมพูชาในการก่อสร้าง และบริหารพิพิธภัณฑ์แห่งชาติที่จังหวัดเสียมเรียบ เป็นเวลา 30 ปี หลังจากนั้นจึงส่งมอบให้รัฐบาลกัมพูชา เป็นการผสานความชอบส่วนตัวของ “เจริญรัฐ วิไลลักษณ์” ที่ชื่นชอบประวัติศาสตร์ โบราณสถาน...
บรรดาผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า ซัมซุง โซนี่ แอลจี ต่างลั่นกองรบ เปิดฉากการบุกตลาด “แอลซีดีทีวี” กันอย่างเต็มพิกัด ทั้งความหลากหลายของจำนวนรุ่น กลไกด้านราคา กิจกรรมการตลาด รวมถึงปรับรูปโฉมของร้านจำหน่าย ชนิดที่ต้องสะท้อนแบรนด์กันแบบถึงกึ๋น ค่ายซัมซุง ชูคอนเซ็ปต์ของการเป็น “Lifestyle Communication” ไม่เน้นนำเสนอเรื่องเทคโนโลยี แต่มุ่งนำเสนอภาพลักษณ์แบบ Emotional สร้างอารมณ์ในการซื้อ โดยชู LCD TV เป็นเสมือนรูปแบบหนึ่งของ ”งานศิลปะ” สุพจน์ ลีนานุรักษ์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาดหมวดภาพและเสียง กล่าวว่า ซัมซุงลงทุนเปลี่ยนโฉมหน้าร้านใหม่ให้เป็น “Lifestyle Display” โดยจำลองบรรยากาศเสมือนจริง...
จากทีวีขนาดใหญ่ มาสู่จอทีวีแบนราบ “แอลซีดีทีวี” ผสมกลมกลืนกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ที่ไม่ได้มีไว้แค่ชมรายการเท่านั้น แต่ได้กลายเฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหม่ที่สามารถไปอยู่ได้ทั้งในห้องทำงาน ห้องนอน ห้องน้ำ ในห้างสรรพสินค้า แม้แต่ในงานนิทรรศการ ช่วงปีที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่า LCD TV เป็นหนึ่งในสินค้าไม่กี่ชนิด ที่เติบโตสวนทางกับสภาวการณ์ชะลอตัวของเศรษฐกิจ …นับสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบันก็ยังคงเป็นสินค้าที่มีการแข่งขันรุนแรงสูงที่สุดตัวหนึ่งในกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้า LCD TV โตแบบก้าวกระโดด ว่ากันว่าปี 2005 เป็นปีของพลาสม่าทีวี ส่วนปี 2006 และต่อเนื่องมาจนถึงปี 2007 เป็นปีของ แอลซีดีทีวี ซึ่งน่าจะเป็นจริง เนื่องจากมีปริมาณความต้องการมากแบบ ”ก้าวกระโดด” ด้วยราคาที่ถูกลงทั้งจากโปรโมชั่นและจำนวนผลิตที่มากขึ้น ทำให้ต้นทุนการซื้อชิ้นส่วนจาก...
การแสวงหา “ดีไซน์” ที่ตอบโจทย์ แก้ปัญหาอันสั่งสมมานานของ “โชห่วยไทย” น่าจะเป็นทางออกของร้านโชห่วยไทยได้อีกวิธีหนึ่ง เป็นการแก้จุดด้อยในเรื่องของรูปแบบร้านที่ไม่สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า ในฐานะผู้ค้าส่ง แม็คโคร ที่มีโชห่วยเป็นฐานลูกค้าสำคัญ มองเห็นช่องว่างและโอกาสเหล่านี้ จึงสานต่อโครงการ “มิตรแท้โชห่วย” ด้วยการประกวดออกแบบ “ร้านโชห่วยไทย ปี 2550” โดยร่วมมือกับคณะมัณฑนศิลป์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งโครงการนี้นับเป็นการผูกมิตร ยืนอยู่บนฝั่งเดียวกับโชห่วย ท่ามกลางกระแสต้านค้าปลีกต่างชาติที่รุนแรง จากโจทย์ที่กำหนดให้สร้างสรรค์ไอเดียด้วยงบไม่เกิน 300,000 บาท “ทีมถูกใจ” ใช้งบเพียง 201,700 บาท ต่อพื้นที่โชห่วย 4x4.5 เมตร แม้ดีไซน์ของ “ทีมถูกใจ” จะสวยน้อยกว่าทีมอื่นๆ แต่ทว่าเบื้องหลังของดีไซน์ที่สอดรับกับฟังก์ชันทำให้ชนะใจคณะกรรมการได้...
ในยุค Web 2.0 ที่อะไรๆ ก็มาจากผู้ใช้ ก็ปรากฏคอนเซ็ปต์ใหม่ที่ทำให้ผู้ฟัง 5,000 คน หุ้นกันทำอัลบั้มเพลงใหม่กับวงที่เห็นแววและถูกใจได้ทันทีแค่ไม่กี่คลิก ใน sellaband.com หากไม่นับคอนเซ็ปต์ใหม่นี้ sellaband.com ก็เหมือนเว็บฟังเพลงอินดี้ทั่วไปที่เปิดให้วงสมัครเล่นอัดเดโม่เพลงส่งมา แล้วผู้ใช้ก็เข้ามาฟัง แต่กับที่นี่หาใครเปิดฟังแล้วชอบใจวงไหน สามารถกดขอร่วมหุ้นออนไลน์ด้วย 10 เหรียญสหรัฐ หรือจะมากกว่านั้นก็ได้ ซึ่งจะหักเงินจริงเมื่อวงหนึ่งๆ สะสมยอดโหวตได้ 5 หมื่นเหรียญฯ หรือราว 1.7 ล้านบาท เงินก้อนนี้จะถูกเอาไปจ้างทีมงานซาวด์เอ็นจิเนียมืออาชีพ เช่าสตูดิโอชั้นนำบันทึกเสียง ทีมออกแบบทำปก โปรโมต ปั้นกันแบบมืออาชีพ จากนั้นเมื่อผลิตเสร็จหุ้นส่วนทุกรายจะได้แผ่น (ของแท้) ไปฟังกัน 1แผ่น/10เหรียญที่จ่ายไป กับได้สิทธิรับเงินส่วนแบ่งรายได้ต่อยอดขายแต่ละแผ่นๆ ด้วยโมเดลนี้ ผู้ฟัง...
กระแสบล็อกกำลังมาแรงในวงการสื่อไทย ที่หนังสือพิมพ์หรือองค์กรข่าวใหญ่ๆ ต่างหันมาให้ตั้งแต่ผู้ชมไปถึงนักข่าวและพิธีกรเขียนบล็อกกันถ้วนหน้า แต่ที่ประเทศจีน บล็อกแบบนี้ได้สำแดงพลังออกมาแล้วด้วยการระดมผู้อ่านได้มากกว่า 5 แสนคนในเวลาสั้นๆ แล้วผลักดันร้านกาแฟรายใหญ่อย่าง Starbucks ให้ต้องยอมถอนร้านออกไปจากพระราชวังต้องห้ามในกรุงปักกิ่งได้ "ร้านนี้เป็นสัญลักษณ์วัฒนธรรมการกินของอเมริกัน และดูหมิ่นอารยธรรมของจีน" เป็นบางส่วนของสิ่งที่ รุ่ย เฉิง กัง พิธีกรของสถานีโทรทัศน์ China Central Television เขียนไว้บนบล็อกส่วนตัว จากนั้นไม่ถึงเดือนยอดเข้าชมเป็นประวัติการณ์ราว 540,000 ครั้ง และมีข้อความเห็นด้วยกับเขาหลายหมื่นชิ้นถูกโพสต์ขึ้นไป ผลจากบล็อกนี้ ทำให้สื่อต่างๆ พากันเสนอข่าว และสมาชิกรัฐสภาจีนก็เข้าชื่อกันยื่นญัตติให้ปิดร้านสตาร์บัคส์แห่งนี้ทันที ด้วยข้อหาทำลายมรดกทางประวัติศาสตร์ ส่วนสาขาพระราชวังต้องห้ามแห่งนี้เปิดมาถึง 6 ปีแล้ว อยู่ในส่วนศาลโบราณที่ในสมัยราชวงศ์ชิงใช้เป็นที่รอเข้าเฝ้าฯฮ่องเต้ในยามเช้า เปิดมาแล้วถึง 6 ปี เพิ่งจะมาตัดสินใจปิดร้านไปเพื่อรักษาธุรกิจของสตาร์บัคส์ในจีนที่มีอีกกว่า...
ชาวเน็ตทั้งหลายคงคุ้นเคยกับการ “โพสต์” ถามข้อสงสัยตามเว็บบอร์ดต่างๆ ได้คำตอบบ้าง ไม่ได้คำตอบบ้าง ถูกบ้าง ผิดบ้าง ไม่ทันไรก็หายจากหน้าจอไป ค้นหายาก ไม่เป็นระบบ ส่วนหน้าจอระบบถามตอบเดิมๆ อย่าง FAQ หรือ Frequently Asked Question ตามเว็บต่างๆ นั้นก็จำกัดเฉพาะเรื่อง และตอบโดยเจ้าหน้าที่เท่านั้น ซึ่งคำตอบที่ได้อาจไม่ Update และละเอียดพอ ในโลกยุค Web 2.0 อินเทอร์เน็ตอาจจะต้องการ FAQ สักแห่งที่เป็นสากลทั่วโลก หรือทั้งประเทศ ให้ใครก็ได้มาถามตอบกันได้ทุกเรื่อง คล้ายกับโมเดลสารานุกรมที่ Wikipedia ทำสำเร็จมาแล้ว ล่าสุด Yahoo! ยักษ์เสิร์ชเอ็นจินโลกที่โด่งดังมาก่อน...
Nielsen/NetRatings บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านการวิจัยสื่อ ออกประกาศเลิกนำค่า Pageview ของเว็บมาใช้พิจารณาความน่าสนใจลงโฆษณาแล้ว ซึ่งค่านี้มาจากจำนวนหน้า หรือการ Refresh หน้าเดิมที่ถูกผู้ใช้ทั้งหมดเปิดดู การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ เพราะปัจจุบันมีเว็บไซต์ต่างๆ เป็นมัลติมีเดียมากขึ้น มีคลิปวิดีโอ มีเกมให้เล่น มีเพลงให้ฟัง และเมื่อเป็นเช่นนี้ หน้าเว็บหนึ่งๆ อาจจะถูกเปิดแช่ไว้ทั้งวัน และที่สำคัญแม้จะถูกเปิดแช่ไว้ที่หน้าเดียวทั้งวัน แต่ก็สามารถรองรับโฆษณาได้เป็นจำนวนมากผ่านวิดีโอคลิป เกม หรือเสียงในหน้านั้นๆ นั่นเอง ในกรณีหน้ามัลติมีเดียนี้ Pageview ย่อมมีจำนวนต่ำกว่าเว็บที่มีแต่ตัวหนังสือหลายเท่า แต่ความน่าสนใจและประสิทธิภาพในการสร้างแบรนด์นั้นเป็นที่ยอมรับว่าเวิร์คกว่าเว็บ Text แบบเดิมๆมากมายนัก ก่อนนี้กระแสการเลิกสนใจค่า Pageview ก็ถูกปลุกมาก่อนแล้วเมื่อช่วงต้นปี โดย Nielsen Netrating เองและบริษัท Comscore แต่มาเป็นที่สนใจก็ครั้งนี้ที่ Nielsen...
ตั้งแต่ยุคอินเทอร์เน็ตและเว็บไซต์บูมใหม่ๆ กว่าสิบปีก่อน บริการรับส่งสินค้าระดับโลกแบรนด์ดังๆ อย่าง FedEx, DHL, UPS ต่างก็พาเหรดกันชูจุดขายว่าสามารถติดตามสถานะการส่งได้ผ่านหน้าเว็บ แต่ล่าสุดในยุคที่ MSN Messenger หรือที่นิยมเรียกกันในไทยสั้นๆ ว่า "เอ็ม" ครองจอผู้ใช้คอมพิวเตอร์ไม่ว่าตามออฟฟิศหรือบ้านและร้านค้า DHL ก็เข้าเป็นพันธมิตรกับ MSN ของ Microsoft แบ่งเอาหน้า Tab หนึ่งของจอ Messenger มาให้บริการตรวจเช็กสถานะการส่งสินค้าได้ผ่าน "จอเอ็ม" โดยไม่ต้องไปเข้าเว็บไซต์แต่อย่างใด "แค่ผู้ใช้คลิกโลโก้ DHL ทางซ้ายของจอ MSN Messenger ก็เข้าสู่บริการ DHL Track via Windows Live Messenger...
เว็บไซต์ นับเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการหางานของคนรุ่นใหม่ แม้แต่ธุรกิจ“เฮดฮันเตอร์” หรือตัวกลางในการหางาน อย่าง YelloJobs ที่ใช้เว็บไซต์เป็นช่องทางในการหาคนดีคนเก่ง ป้อนองค์กรธุรกิจ "จากการพูดคุยกับลูกค้าที่เป็นบริษัทองค์กร พบว่า คนเก่งๆ ดีๆ มักจะมีความสุขกับงานเดิมอยู่แล้ว ไม่ได้สนใจหางานใหม่ แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธหากมีเพื่อนมาแนะนำงานที่ดีกว่าเดิม" เป็นคำประกาศถึงบริการเว็บหางานที่เจาะเซ็กเมนต์ใหม่ yellojobs.com พันธมิตรของ MSN ในนาม MSN Career เมื่อ 20 กรกฎาที่ผ่านมา โดย ดร. อันเดรียส เคิตสเลอร์ CEO ของบริษัท Yello Media "เซ็กเมนต์ใหม่นี้เรียกว่าเป็น "Passive Jobseeker" คือ...