Sunday, April 12, 2026
Home Blog Page 8615
นางเอกหน้าหวานนัยน์ตาคม “แอฟ ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ” ฉายภาพลักษณ์ของการเป็นกุลสตรีไทย บ้างก็ว่าเธองามเหมือนนางในวรรณคดี ด้วยท่วงท่าการแสดงออก เรียบร้อย และมีบุคลิกงดงาม แอฟเข้าวงการตั้งแต่ ม.4 เป็นสาวรักกิจกรรมตั้งแต่สมัยเป็นนิสิตจุฬาฯ บทบาทสำคัญคือ การเป็นผู้อัญเชิญพระเกี้ยว ในงานฟุตบอลประเพณีธรรมศาสตร์-จุฬา แม้จะพกโปรไฟล์สวยหรูเข้าวงการ แต่ก็ฮือฮาเพียงช่วงแรก แต่บทบาทในละครเรื่องแรกก็ไม่เป็นที่จดจำนัก แอฟใช้เวลาในการเดินทางในวงการบันเทิงร่วม 10 ปี ก่อนจะโด่งดัง เปรี้ยงปรางในปัจจุบัน กว่าจะไต่ระดับมาเป็นนางเอกแถวหน้าของช่อง 3 ได้เช่นทุกวันนี้ นับว่าไม่ง่ายเลย อาจเป็นเพราะที่ผ่านมาบทไม่ส่งพอ แต่เมื่อจังหวะชีวิตพลิกเปลี่ยน ดวงความดังพุ่งเข้าใส่เธออย่างจังกับบทบาทของ “โศรยา” ในละครเรื่อง “จำเลยรัก”...
ยิ่งเศรษฐกิจไม่ดี ยิ่งเห็นคนรวยชัดขึ้น อย่างกรณี “เจริญ สิริวัฒนภักดี” ปรากฏเป็นข่าวอย่างต่อเนื่อง มาจากการเป็น “นักซื้อ” ของเขา ที่ได้กว้านซื้อโครงการต่างๆ มากมาย ทั้งกิจการโรงแรม ธุรกิจเครื่องดื่มชูกำลัง แม้ว่าจะไม่ได้ปรากฏตัวอยู่ในข่าวด้วยตัวเอง หรือออกมาแสดงความคิดเห็นเรื่องใดๆ เลยก็ตาม ที่ดินในครอบครองของ “เสี่ยเจริญ”มากแค่ไหน ถึงกับมีการเปรียบเปรยว่า ถ้าลองโยนเหรียญลงไปบนพื้น คงต้องไปตกลงในที่ดินของคุณเจริญไม่ที่ใดก็ที่หนึ่งแน่” การเข้าซื้อกิจการต่างๆ เข้ามาไว้ในเครือข่าย ไม่ใช่แค่สินทรัพย์ประเภทอาคารที่ดินเท่านั้น หากแต่ยังรวมถึงการขยายกิจการในรูปแบบต่างๆ ที่สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ แม้กระทั่งการดึงนักบริหารมือดีสาขาต่างๆ เข้ามาดูธุรกิจในส่วนที่ขยายออกไปอย่างครบวงจรไปพร้อมกัน เฉพาะที่ดินรวมที่มีอยู่แล้วก็นับแสนไร่ แต่จากการบอกเล่าของลูกสาว วัลลภา ไตรโสรัส ซึ่งได้รับมอบหมายให้ดูแลกิจการด้านอสังหาริมทรัพย์ร่วมกับสามี โสมพัฒน์ ไตรโสรัส เปิดเผยว่า...
เขาไม่เพียงแต่ทำให้ทรู คอร์ปอเรชั่น พลิกโฉมหน้าจากการเป็นผู้ให้บริการโทรศัพท์พื้นฐาน ไปสู่การเป็นบริการสื่อสารโทรคมนาคมแบบครบเครื่อง แต่ “ศุภชัย เจียรวนนท์” ยังทำมากกว่านั้น เขาได้สร้างโมเดลธุรกิจใหม่ โดยติดอาวุธรบทางการตลาด ที่เรียกว่า Convergence โดยอิงกับไลฟ์สไตล์ลูกค้าอย่างแนบแน่น ภาพไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่มาใช้สินค้าบริการแบรนด์ “ทรู” ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง จนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน นับเป็นความตั้งใจของนักธุรกิจอย่าง “ศุภชัย เจียรวนนท์” ซีอีโอของบริษัททรูคอร์ปอเรชั่น จำกัด ที่มีต่อการกำหนดทิศทางธุรกิจของทรู ผลคือคนจำนวนกว่า 8 แสนคน อยู่ในบ้านดูเคเบิลทีวี “ทรูวิชั่นส์” อีกกว่า 5 แสนคนเล่นอินเทอร์เน็ต “ทรูไฮสปีด” อีกกว่า 10 ล้านคนใช้โทรศัพท์มือถือ “ทรูมูฟ” หลายคนยังออกจากบ้านเดินเล่นในห้างหรูกลางเมือง...
เคยอยู่เบื้องหลัง สนับสนุนทุกพรรคการเมือง แต่มาถึงรัฐบาลชุด “สมัคร สุนทรเวช” “ธนินท์ เจียรวนนท์” ประธานกลุ่มซีพี ผู้มีทรัพย์สินร่ำรวยติดอันดับเศรษฐีโลก ต้องออกมาขับเคลื่อน แนวคิด “ทฤษฎี 2 สูง” คือ การบริหารประเทศโดยปล่อยให้สินค้าราคาสูง และเงินเดือนสูงตาม กลายเป็นแนวคิดโดดเด่นที่ถูกจับตามอง ที่สำคัญบางส่วนในข้อเสนอของ “ธนินท์” สามารถเบรกนโยบายบ้างข้อ และขณะเดียวกันบางส่วนก็กลายมาเป็นพิมพ์เขียวของนโยบายรัฐบาลชุด “สมัคร สุนทรเวช” “ธนินท์ เจียรวนนท์” เก็บตัวเงียบมาพักใหญ่ในช่วงหลังของรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ต่อเนื่องมาถึงช่วงการบริหารงานของรัฐบาลพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ แต่ภายหลังการเลือกตั้งต้นปี 2551 ประเทศไทยได้รัฐบาล “สมัคร สุนทรเวช” ท่ามกลางการเมืองและเศรษฐกิจของประเทศปั่นป่วน...
“มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กลายเป็นผู้ทรงอิทธิพลอย่างแนบเนียน เพราะความสามารถชิงพื้นที่สื่อได้มากที่สุดตลอด 4 เดือนของรัฐบาลนอมินี “สมัคร สุนทรเวช” เมื่อเทียบกับรัฐมนตรีกระทรวงอื่นๆ หากเปรียบเทียบกับเทคนิคทางการตลาดแล้ว ”มิ่งขวัญ” ได้มาพร้อมกับกลยุทธ์ว่าด้วย Numeric Marketing Strategy โดยเฉพาะกรณีล่าสุดการปั่นราคา ”ข้าว” ที่มาจากการศึกษาความต้องการพื้นฐานของผู้บริโภคอย่างดี โดยเฉพาะประชาชนส่วนใหญ่ ที่ยังต้องต่อสู้ดิ้นรน หาเช้ากินค่ำ หรือที่นักการตลาดเรียกเซ็กเมนต์นี้ว่ากลุ่ม Mass นับตั้งแต่ต้นปี 2551 กลุ่ม Mass ของประเทศไทย ได้รับความเดือดร้อนจากข้าวของที่แพง ชนิดที่ราคาสินค้าเพิ่มขึ้นโดยวัดอัตราเงินเฟ้อได้ถึง 6% ในเดือนเมษายน แต่ยิ่งของแพงมากเท่าไหร่ ยิ่งทำให้ ”มิ่งขวัญ”...
ภาพมวลชนคับคั่งเต็มถนนราชดำเนิน ยาวจากสนามหลวงถึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ในการชุมนุมใหญ่ที่อนุสาวรีย์เมื่อวันอาทิตย์ 25 พฤษภาคม 2551 ที่ผ่านมา เป็นเหมือนการประกาศที่ว่า "พันธมิตรกลับมาแล้ว !" ที่ชัดเจนและยิ่งใหญ่กว่าที่หลายฝ่ายคาดกันไว้ ช่วง 3 ปีที่ผ่านไปนั้น กระบวนการแฉชนคนการเมืองใน "ระบอบทักษิณ" ได้ส่งอิทธิพลไปทั่วทุกหย่อมหญ้าในสังคมไทย ก่อให้เกิดทั้งแรงหนุนผ่านการชุมนุมหลายที่หลายครั้ง ผ่านปรากฏการณ์ "No Vote" เมื่อไทยรักไทยลงเลือกตั้งพรรคเดียว และผ่านช่อดอกไม้ยินดีที่มีต่อรัฐประหาร 19 กันยาฯ 2549 ส่วนกระแสต้านนั้นก็แสดงออกผ่านทางสื่อทั้งสิ่งพิมพ์และเว็บไซต์ต่างๆ และทั้งการชุมนุมโดยกลุ่มก้อนการเมืองต่างๆ และชนชั้นรากหญ้าโดยเฉพาะฝ่ายที่โน้มไปทาง "เรารักทักษิณ" ปฏิเสธไม่ได้ว่า "กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย" เป็นหนึ่งในแกนหลักที่จุดประกายและมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ตลอดมา ...
บรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย ถือเป็นนักการเมืองรุ่นใหญ่ลายครามที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในแวดวงการเมืองไทย เขาเล่นการเมืองมาครึ่งค่อนชีวิต ผ่านร้อนผ่านหนาวบนเส้นการเมืองมาอย่างโชกโชก จนได้รับฉายาว่าเป็น “มังกรการเมือง” หรือกระทั่งเป็น “หลงจู๊การเมือง” ความละเอียดของหลงจู๊ กลายเป็นเรื่องเล่ากันว่า เพียงเดินผ่านสิ่งก่อสร้าง อดีต รมว. คมนาคมผู้นี้ แจกแจงได้หมดว่า เหล็กกี่ตัน หินทรายกี่คิว และค่าคอมมิชชั่น ควร 15% หรือ 20% กล่าวกันว่า กราฟชีวิตของบรรหาร ผ่านมาแล้วทั้งช่วงที่รุ่งเรืองสุดขีดจนถึงช่วงที่ตกต่ำแบบสุดๆ บรรหารก็ประสบพบเจอมาหมดแล้ว จากลูกจีนพ้นทะเล บรรหารสร้างฐานะเติบโตมาจากการทำธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง ก่อนเข้าสู่เส้นทางการเมืองโดยการลงสมัคร ส.ส. กับพรรคชาติไทย ไต่เต้าสู่ตำแหน่งเลขาธิการพรรค สั่งสมบารมีจนเป็นรัฐมนตรีหลายสมัย ...
เครื่องหมายเชิดชูเกียรติเกียรติทำด้วยโลหะประดับหน้าอก เป็นรูปหัวใจสีม่วงประดับพระนามาภิไธยย่อ สก. หมายถึง ผู้บริสุทธิ์ ซื่อสัตย์สุจริต และจริงใจ เพราะผู้ที่ใกล้ตาย หัวใจจะกลายจากสีแดงเป็นสีม่วง ในห้วงเวลาที่คนใกล้ตาย ย่อมไม่พูดปด หรือปิดบังสิ่งใด ซึ่งสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนารถ ทรงพระราชทานหัวใจสีม่วงนี้แก่กำลังพล ด้วยมุ่งหวังให้ทหารเสือทุกนายมีความซื่อสัตย์สุจริต และจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ส่วนรูปเสือประคองหัวใจสีม่วง หมายถึง กำลังพลทหารเสือทุกนายที่เทิดทูนความซื่อสัตย์ สุจริต และจงรักภักดีแทบเบื้องพระยุคลบาท ภูเขา เกลียวคลื่น ก้อนเมฆ หมายถึง ทุกหนแห่ง ไม่ว่าบนฟ้า พื้นดิน ภูเขา หรือในทะเล ทหารเสือทุกนายพร้อมดั้นด้นไปเพื่อรักษาไว้ซึ่งความปลอดภัยของชาติ และองค์พระมหากษัตริย์ เหล่านั้นเป็นข้อมูลที่สรุปความเป็นทหารเสือราชินีไว้ได้อย่างกระชับ ภายใต้เข็มเครื่องหมายที่ทุกคนทราบกันดี...
“ผมก็เป็นอย่างนี้ ใจอ่อนโมโหร้าย เป็นปุถุชนธรรมดาที่ย่อมจะลงไปที่ต่ำได้ ผมไม่ได้วิเศษวิโสอะไร และ คงไม่มี ผบ.ทบ.คนใดเลิศเลอขนาดนั้น ผมกล้าบอกว่าหากคุณเป็นเพื่อนผม คบผมได้ไม่ว่าจะเป็นคนธรรมะธรรมโม เป็นคนที่ไม่แปดเปื้อนอบายมุข เป็นคนที่เที่ยวกลางคืนก็คบผมได้ ผมก็มีผสมกัน ไม่ดีสุด ไม่เลวสุด” เป็นคำพูดของ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ระหว่างตอบคำถามในงานพบปะสื่อมวลชนหลังจากที่เขาเข้ามาดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก ท่ามกลางการคาดหวังจากหลายฝ่าย ที่อยากได้ผู้นำกองทัพนำทหารกลับเข้าสู่กรมกอง สร้างกองทัพอาชีพ ถอยห่างจากการเมือง เพื่อให้ประชาธิปไตยเดินหน้าอีกครั้ง แต่หลากหลายคำถามจากสื่อที่พุ่งตรงเข้ามากลับเหมือน “เข็ม” ที่ทิ่มแทงเข้าไปที่หัวใจให้ได้เจ็บแปลบหลายครั้งและหลายครั้งก็ทำให้เขาเกิดอาการ “น็อตหลุด” ระหว่างให้สัมภาษณ์ประจำวัน จน “สื่อ” ในสายจะออกอาการ “แหยง” ในการตั้งคำถามแต่ละครั้ง...
ไม่มีเครือข่ายการเมืองใด ที่ตระกูล "ชิดชอบ" ไม่สังกัด โดยเฉพาะเครือข่ายความขัดแย้งทางการเมืองที่แหลมคม โดยเฉพาะเครือข่ายในสังกัดโครงสร้างอำนาจหลัก ทุกรูปแบบทั้งระบบใต้ดิน บนดิน ทั้งในสังกัดของฝ่ายบริหาร ที่มีรัฐมนตรีเครือข่ายมุ้ง "ชิดชอบ" เป็น "ตัวแทน" อยู่ถึง 4 คน กว้างขวางทั้งที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย ขยายไปถึงกระทรวงคมนาคม และลึกลงไปถึงกระทรวงศึกษาธิการ ทั้งธีระชัย แสนแก้ว, สุพล ฟองงาม, ทรงศักดิ์ ทองศรี และพงศ์กร อรรณพพร นั้นมาจาก "โผ" ที่จัดให้โดย "ก๊กชิดชอบ" จากนั้นผลัก "ชัย ชิดชอบ" ผงาดขึ้นเป็นผู้นำหมายเลข...