Tuesday, April 21, 2026
Home Blog Page 11538
กระแสความนิยมใช้พจนานุกรมอิเล็กทรอนิกส์ ของกลุ่มนักเรียนนักศึกษา ส่งผลกระทบโดยตรงต่อธุรกิจจัดพิมพ์หนังสือประเภทพจนานุกรม เนื่องจากพฤติกรรมการบริโภคของคนกลุ่มนี้นอกจากต้องการความสะดวกแล้ว การบริโภคสินค้าเทคโนโลยีก็เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต ทั้งยังเสริมสร้างภาพลักษณ์ความทันสมัยของผู้ใช้ด้วย แต่ล่าสุด มีการจัดพิมพ์พจนานุกรม Oxford Word Power Dictionary ฉบับสองภาษา (อังกฤษ-ไทย) ออกมา โดยสำนักพิมพ์หน้าต่างสู่โลกกว้าง ในเครือดวงกมล มีเป้าหมายเจาะกลุ่มนักเรียนนักศึกษาเป็นหลัก และขยายผลต่อเนื่องสู่กลุ่มอาจารย์ภาษาอังกฤษด้วย โดยพยายามนำเสนอลูกเล่นภายในเล่ม เพื่อตอกย้ำจุดอ่อนของพจนานุกรมอิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่สามารถสนองประโยชน์ใช้สอยบางด้านได้ อาทิ ภาพประกอบเพื่ออธิบายความหมายของคำให้ชัดเจนขึ้น ความหมายของคำในบริบทต่างๆ พร้อมด้วยตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษ ข้อมูลและโครงสร้างทางไวยากรณ์ ตัวอย่างการใช้สำนวนภาษา (Idiom) ตลอดจนความรู้เกี่ยวกับคำและสำนวนที่ใช้ต่างกันใน British English และ US English อีกทั้งยังเพิ่มเติมหน้าที่เป็นภาพประกอบสี่สีและแผนที่ ซึ่งเป็นการผนวกเอาลักษณะของสารานุกรมเข้ามาเสริมให้สะดวกต่อการใช้สอยมากขึ้นด้วย เมื่อพิจารณาสนนราคาของพจนานุกรม Oxford Word Power Dictionary...
อาจจะเรียกได้ว่าปีนี้เป็นปีแห่งนิตยสารจริงๆ เริ่มตั้งแต่ต้นปีที่มีการเปิดตัวนิตยสารหัวนอกจากสิงคโปร์ Her World ของเครือแกรมมี่ และเมื่อวันที่ 27 เมษายนที่ผ่านมา บริษัท Hachette Fillipacchi Post ได้ลงนามในสัญญาร่วมลงทุนกับ Group Marie Claire ก่อตั้งบริษัท HFPost-MC Co., Ltd. เพื่อตีพิมพ์และจำหน่ายนิตยสาร Marie Claire ฉบับภาษาไทย ทางด้านนิตยสารหัวในก็ไม่แพ้กัน เมื่อวันที่ 29 เมษายน ทางอมรินทร์เปิดตัวนิตยสาร WE ออกมาตีตลาด นิตยสาร Marie Claire เป็นนิตยสารจากประเทศฝรั่งเศสที่มีมานานกว่า 70 ปีแล้ว ปัจจุบันได้รับการตีพิมพ์ใน 24 ประเทศทั่วโลก...

TVC

“Soul Mate” “บุพเพสันนิวาส” เป็นภาพยนตร์โฆษณาใหม่ล่าสุดของเคาน์เตอร์เซอร์วิสในปีนี้ หยิบยกเอาเรื่องราวของหนุ่มวัยทำงาน อายุ 28 ปี ซึ่งเป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ ทันสมัยแต่ไม่มีเวลา อันเป็นกลุ่มเป้าหมายของเคาน์เตอร์เซอร์วิส ถ่ายทอดออกมาทางภาพยนตร์โฆษณาภายใต้คอนเซ็ปต์ที่ว่า ชีวิตคนเราอาจมีบางโอกาสที่เกิด ขึ้นได้แค่ครั้งเดียวในชีวิต ทำให้เรารอไม่ได้ ต้องรีบไขว่คว้าโอกาสเอาไว้ แต่เคาน์เตอร์เซอร์วิสรอคุณได้เสมอ เพราะเปิด 24 ชั่วโมง “โฆษณาชิ้นนี้เราทำขึ้นมาเพื่อสื่อไปยังลูกค้าเป้าหมาย ซึ่งเราดูได้จากการขยายตัวของประเภทของบริการ ที่เป็นประเภทบัตรเครดิตเช่าซื้อ ไฟแนนซ์ ซึ่งตรงนี้มันสะท้อนให้เห็นถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่มาใช้บริการ มากขึ้น” ประเสริฐ มนูพิบูลย์ ผู้จัดการทั่วไป สำนักการตลาดและพัฒนาธุรกิจ บริษัท เคาน์เตอร์เซอร์วิส จำกัด กล่าว หากเปรียบเทียบกับภาพยนตร์โฆษณา “ตุ๊กตา” ในปีที่แล้วจะเห็นได้ว่าคอนเซ็ปต์ของโฆษณา เรื่องที่ 2 ไม่แตกต่างจากเดิม ยังคงเน้นเรื่องของความสะดวก เพราะเปิดบริการ...
“รับชำระค่าบริการทุกอย่าง” ดูเหมือนจะเป็นคัมภีร์ประจำใจของผู้บริหาร “เคาน์เตอร์เซอร์วิส” เพราะเวลานี้เคาน์เตอร์เซอร์วิส ไม่ได้มีบริการรับชำระค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าประปา ค่าโทรศัพท์ แต่ยังมีบริการเงินผ่อนบ้าน ค่าเช่าซื้อสินค้า บัตรเครดิต เบี้ยประกัน รวมทั้งสิ้น 96 รายการ ด้วยยอดชำระค่าบริการที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เฉพาะมีนาคมเดือนเดียว มียอด 4,399,367 บิลต่อเดือน ตลอดทั้งปี 2546 มียอดชำระ 45 ล้านบิล และคาดว่าจะขยายเพิ่มเป็น 52 ล้านบิล หรือเพิ่มขึ้น 15% ในปี 2547 ความนิยมใช้บริการเคาน์เตอร์เซอร์วิสยังมีผลต่อการกระตุ้นยอดขายภายในร้าน “เซเว่น-อีเลฟเว่น” โดยตรง ปิยะวัฒน์ ฐิตะสัทธาวรกุลการ ผู้จัดการ บริษัท เคาน์เตอร์ จำกัด...
“ปุ้มปุ้ย แชมเปี้ยนชิพ” เป็นการแข่งขันแบดมินตัน ที่สุรินทร์ โตทับเที่ยง ประธานกรรมการ บริษัท ผลิตภัณฑ์อาหารกว้างไพศาล จำกัด เจ้าของปลากระป๋องปุ้มปุ้ย ริเริ่มขึ้นเมื่อ 15 ปีที่แล้ว ที่แปรจากงานอดิเรกให้เป็นกิจกรรมสังคม จากผู้สมัครไม่กี่รายจนกลายเป็นการแข่งขันระดับโลก นอกจากจะมีนักแบดมินตันระดับโลกเข้าร่วมแล้ว ผลการแข่งขันยังสามารถเก็บเป็น “แต้มสะสม” เพื่อจัดอันดับมือวางของนักแบดมินตันระดับโลก แต่ที่พิเศษกว่าที่ผ่านมา “ปุ้มปุ้ย” นำกลยุทธ์ของ “สปอร์ต มาร์เก็ตติ้ง” มาใช้สร้างแบรนด์ ผ่านกิจกรรมบันเทิงจัดให้ลูกค้า “ปุ้มปุ้ยแฟร์” เล่นเกม การแสดงดนตรี และชิงรางวัล การเปลี่ยนแปลงดังกล่าว เป็น 1 กิจกรรมตามแนวทางของผู้บริหารรุ่นใหม่อย่างไกรสินและไกรเสริม โตทับเที่ยง ทายาทรุ่นที่ 3 ที่ต้องการสร้าง “แบรนด์” ปุ้มปุ้ยให้ดูสดใส มีชีวิตชีวา ภายใต้แนวคิด...

Big Event

กิจกรรมการเปลี่ยนแปลงแบรนด์ TA ไปสู่ brand “True” ถูกจัดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การเปิดตัวภายในกับพนักงานหรือ Internal Launch เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2547 มาจนถึงวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการ 1 เมษายน 2547 เป็นผลงานของบริษัท ซี.เอ็ม ออกาไนเซอร์ รับหน้าที่เป็นออกาไนเซอร์จัดงาน นับเป็น Big Event การสร้างกิจกรรม Re-brand เพื่อพลิกโฉมหน้าเข้าสู่ยุทธศาสตร์ทางธุรกิจใหม่ ที่ต้องเปลี่ยนกันตั้งแต่ป้ายโลโก้ เครื่องแบบพนักงาน ที่เน้นความสดใส วัฒนธรรมการทำงานต้องถูกเปลี่ยนตามความหมายของการ “เปลี่ยนจากภายในสู่ภายนอก” เพื่อสอดรับบุคลิกใหม่ของแบรนด์ True ถนนรัชดาภิเษกในวันนั้นเต็มไปด้วยสัญลักษณ์สีแดงของแบรนด์ True ตู้โทรศัพท์สาธารณะแต่งแต้มด้วยโลโก้และรูปภาพสำนักงานใหญ่ที่ถูกปูทับด้วยสติ๊กเกอร์ผืนใหญ่ ลูกโป่งสีแดง 50,000 ใบ ที่ถูกปล่อยขึ้นสู่ท้องฟ้าท่ามกลางพนักงานเกือบ...
“เราอยากสร้างให้ Sport City เป็นอีกทางเลือกของคนรุ่นใหม่ การเล่นกีฬาก็เป็นประโยชน์กับชีวิต ซึ่งเชื่อว่าคงไม่มีใครเกลียดกีฬา” เป็นแนวคิดเบื้องต้นที่ชักนำพี่น้องตระกูลภิญญาวัฒน์เข้าสู่ธุรกิจฟิตเนสและสปอร์ต เซ็นเตอร์ นิดาและวิน ภิญญาวัฒน์ ได้รับความเชื่อมั่นจากผู้ถือหุ้นอื่นให้รับตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงใน Sport City ซึ่งเป็นศูนย์กีฬาครบวงจรบนเนื้อที่ 27 ไร่ติดถนนประชาชื่น โดยนิดารับตำแหน่งผู้อำนวยการด้านการตลาดและการขาย ขณะที่วินรับตำแหน่งผู้อำนวยการ ทั้งนี้คงไม่ใช่เพียงเพราะดีกรีจากอเมริกา หรือประสบการณ์ทำงานเท่านั้น แต่ยังเป็นเพราะทั้งคู่เป็นผู้จุดประกายความคิดในการทำธุรกิจนี้ “ตอนจะสร้างก็มานั่งคิดกับครอบครัวว่า ไหนๆ จะทำแล้วก็ทำให้มันเจ๋งไปเลย ถ้าธรรมดาเหมือนคนอื่นก็ยิ่งแข่งกันยาก ก็เลยคิดว่าทำให้ใหญ่ไปเลย” วินเล่าถึงเหตุของความยิ่งใหญ่ เมื่อผนวกกับความชอบเล่นกอล์ฟของครอบครัว สนามกอล์ฟจึงกินพื้นที่เกือบครึ่งของศูนย์กีฬาแห่งแรกของ “ภิญญาวัฒน์” และหุ้นส่วน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มเพื่อนและครอบครัว เริ่มตั้งแต่การสำรวจตลาด ทั้งสองพี่น้องต้องเข้าไปทดลองใช้บริการในฟิตเนสต่างๆ และรวบรวมความต้องการของผู้บริโภคจากการพูดคุยกับเพื่อนซึ่งเป็นสมาชิกฟิตเนสที่ต่างๆ ผสมผสานกับประสบการณ์ใช้ฟิตเนสของทั้งคู่ ไม่ว่าจะในไทยหรืออเมริกา เมื่อได้ไอเดีย นิดาจึงเริ่มระดมทุน ด้วยการเสนอโครงการกับคนรู้จักที่มีวิสัยทัศน์และภูมิหลังคล้ายกัน พร้อมกับหาทำเล จนมาลงตัวบนที่ดินผืนสวยท่ามกลางหมู่บ้านระดับห้าล้านขึ้น...
หลังจากที่ได้พบกันแล้วที่ Camp ชาขาว จ.ปราจีนบุรี ครั้งนี้ได้คุยกับเธอมากขึ้นและลึกขึ้น “เมย์เป็นผู้จัดการผลิตภัณฑ์ซันซิลค่ะ” พจมาศ วิชญวงศ์ บอกด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ซึ่งได้เห็นจากเธอตลอดเวลาการสัมภาษณ์ คงจะไม่ผิดนักถ้าคนที่รู้จักเธอจะพูดกันว่า เธอเป็นผู้หญิงสวย อัธยาศัยดี คุยเก่ง และเป็น Working Woman คนหนึ่ง “เมย์ไม่ใช่คนเรียนเก่งนะค่ะ” เธอรีบออกตัว แม้เธอจะจบปริญญาตรี คณะเศรษฐศาสตร์ ภาคภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และคว้าปริญญาโทจากศศินทร์ และวันนี้เธอคือ Brand Manager-Sunsilk “แต่เมย์เป็นชอบทำกิจกรรม” เธอเป็นเชียร์ลีดเดอร์ งานฟุตบอลประเพณีธรรมศาสตร์-จุฬาฯ ปีที่ 52 “ช่วงเรียน B.E. เมย์ไม่ค่อยได้เรียนหนังสือ ทำกิจกรรม เป็นลีดตอนปี 2 เป็นลีดรุ่นที่ไม่มีดารา ซึ่งปกติลีดจะเป็นดารากัน...
แม้ฉายาปิ่นโตเถาเล็ก เป็นชื่อที่พ่อเรียกของเด็กน้อยที่เคยเฝ้าติดตามผู้เป็นพ่อไปทั่วทุกหนแห่งในฐานะนักชิมรุ่น “ใหญ่” แต่วันนี้ชื่อนี้ก็ยังหมายถึงนักชิมที่เพิ่งเติบโตตามรอยครอบครัว ในตระกูล “ลิ้นทองคำ” ในฐานะนักชิมรุ่น “ใหม่” นักชิมในสวัสดิวัตน์ ผู้พ่อคือ ม.ร.ว.ถนัดศรี มาสู่รุ่นลูกคนโต ศิริเฉลิม สวัสดิวัตน์ (หมึกแดง) นั้นมีคำถามที่น่าแปลกใจเหมือนกันว่าสายเลือดนักชิมสามารถที่จะสืบทอดต่อกันต่อได้หรือเปล่า เมื่อตอนเด็ก ภาสันต์ถือได้ว่าเป็นลูกที่ติดพ่อ แบบพ่อจะให้ลูกคอยติดสอยห้อยตามไปแทบทุกที่ที่พ่อไปทำงาน การได้ชิมมากเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับเด็กคนนี้ แต่การได้ลิ้มรสอาหารดีๆ มาตลอด ก็ทำให้นิสัยในการเลือกกิน (ของอร่อย) ของเขาเพิ่มขึ้นตามประสบการณ์ งั้นเป็นไปได้ไหมที่ใครๆ ก็คิดว่า ศาสตร์และศิลป์ของการชิม ใครๆ ก็มีด้วยกันได้ “ก็น่าจะพอหัดกันได้ ถ้าหากได้กินของอร่อยมาตลอด แต่คงไม่ถึงขนาดที่ชิมแล้วรู้ว่าอันนี้อันนั้นสุกเกินไป 10 วินาทีอย่างในการ์ตูนหรอก อย่างพี่หมึกแดงนี่ ถ้าเขาได้ชิมอาหารฝรั่งแล้วเขาบอกได้หมดเลยว่าใส่อะไรได้ แต่กับอาหารไทยมันต่างกัน เรื่องของรสและส่วนประกอบที่ละเอียดอ่อนกว่ามาก” ภาสันต์ตอบ ภาสันต์เริ่มใช้นามปากกา “ปิ่นโตเถาเล็ก” ตามอย่างที่พ่อได้เคยเขียนถึงเขาในคอลัมน์เชลล์...
จากทัศนะแค่เพียงว่าต้องการมีหนังสือโชว์เพื่อนสาว ณ วันนี้มันกลับกลายมาเป็นทัศนะในเชิงธุรกิจที่สองหนุ่มต้องช่วยกันดูแลและรับผิดชอบสำหนักพิมพ์ “อนิศ อติกานต์” และบริษัท “สร้างภาพ เอ็นเทอร์เทนเมนท์” ความเป็นหนุ่มเจ้าสำราญที่มีพื้นฐานของความเป็นคนขี้เกียจทั้งคู่ ทำให้สองหนุ่มเลือกที่จะทำงานที่ตัวเองรักและรู้สึกสนุกกับมัน ทั้งคู่จึงเลือกสร้างผลงานของเขาผ่านออกมาทางตัวอักษร โดยควักทุนส่วนตัว “หักหลังผู้ชาย” กลายเป็นหนังสือที่บอกความลับทุกอย่างของผู้ชายที่ผู้หญิงควรรู้ และกลายเป็นหนังสือที่ทำให้หลายๆ คนรู้จักกับสองหนุ่ม “กิ๊กกะจิ๊บ” จากที่เราดูเขาทั้งสองมีอารมณ์ขัน ยอมเปิดเผยความลับของผู้ชายให้สาวๆ ได้รู้ทุกเวลาตามคอนเซ็ปต์พร้อมหักหลัง “ครั้งแรกที่เราทำหนังสือเล่มนี้ (หักหลังผู้ชาย) เพราะมีรุ่นน้อง (ผู้หญิง!!!) มาปรึกษา เราก็อยากให้เขารู้ว่าผู้ชายคิดยังไงบ้าง เราก็เลยทำออกมาเป็นพ็อกเกตบุ๊ก พอทุกคนรู้จักเรามากขึ้นก็ทำเล่ม 2 ออกมา คือเป็นเรื่องราวที่ผู้หญิงมาสอนผู้ชายบ้าง” ด้วยงานที่ไม่ซ้ำแบบใคร เล่าเรื่องราวความจริง เป็นเรื่องใกล้ๆ ตัวที่เรามักมองข้ามทำให้เขาทั้งคู่ได้รับการตอบรับจากผู้อ่านอย่างมาก จนสองหนุ่มอดใจไม่ไหวกับความที่อยากจะตอกย้ำความเชื่อ และสิ่งที่หลายๆ คนรู้อยู่แล้วเรื่อง “ผู้หญิงสอนก่อนจีบสาว” เรื่องราวที่สาวสอนหนุ่ม “หักหลังผู้ชาย 2”...