"แม้ว่าเธอจะดูเรียบร้อย แต่เมื่อถึงเวลาต้องสนุก เธอจะสุดๆ กับมัน แม้ว่าจะสวมชุดที่ปกปิดมิดชิด แต่เธอยิ่งดูเซ็กซี่กว่าตอนใส่ชุดที่วาบหวิว เธอก็เป็นผู้หญิงแบบนั้นนั่นแหละ ส่วนผมก็คือผู้ชายคนนึง ผู้ชายที่ดูสุภาพ แต่พอถึงเวลาสนุก ผมก็จะมันส์เต็มที่เหมือนกัน เป็นผู้ชายที่บ้าคลั่ง แบบสุดๆ เมื่อถึงเวลา สนใจกับเรื่องพุง มากกว่าสนใจเรื่องกล้าม ผมก็เป็นผู้ชายแบบนั้นนั่นแหละ" เนื้อเพลงดังกล่าว เป็นคำแปลในท่อนหนึ่งของเพลง Gangnam Style ที่หลายคนรู้จักกันดี กับการเสียดเสียชีวิตของผู้คนในย่านสังคมชั้นสูงของเกาหลี เป็นงานที่มีผู้คนจำนวนไม่น้อยยกให้เป็น "เพลงแห่งปี 2012" ของวงการดนตรีโลก กับระยะเวลาไม่กี่เดือน ด้วยพลังของสื่อยุคอินเทอร์เน็ต ที่สร้างปรากฏการณ์อันยิ่งใหญ่ และเปลี่ยนให้ “ไซ” (PSY) เจ้าของเพลงจากศิลปินระดับประเทศของเกาหลีใต้ เป็นคนดังระดับโลกโดยทันที ...
สุหฤท สยามวาลา ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่ากรุงเทพมหานครปี 2556 แม้คนทั่วไปอาจยังไม่รู้จักเขามากนัก แต่ในโลกโซเชี่ยลมีเดีย สุหฤท ผู้บริหารที่เป็นทั้งดีเจ ที่มียอดติดตามสูงสุด แต่ก็ยังมีคำถามมากมายว่าโซเชี่ยล มีเดียหรือยอดคลิกไลค์จะแปลงเป็นเครื่องหมายกากบาทในวันเลือกตั้งจริงมากน้อยแค่ไหน ลองมาดูกลยุทธ์การใช้โซเชี่ยลมีเดียหาเสียงจากสุหฤทว่าเขามองโอกาสอย่างไร 1 ล้านบาท สื่อดิจิตอลต้องเอาให้คุ้ม จากงบหาเสียงที่คณะกรรมการเลือกตั้งกำหนดไว้ที่ไม่เกิน 49 ล้านบาท และต้องแจกแจงทุกรายละเอียดว่าใช้งบฯ ไปกับอะไรบ้าง ผู้สมัครจากพรรคใหญ่จึงมีพลังในการใช้สื่อสารพัดชนิดตั้งแต่ป้ายหาเสียง แผ่นพับ ไปจนถึงออกอากาศทางฟรีทีวี แต่กับ สุหฤท สยามวาลา นักธุรกิจเจ้าของปากกาควอนตั้ม แฟ้มตราช้าง และดีเจอิเล็กทรอนิกส์ เขาบอกว่าใช้เงินเก็บส่วนตัวมาหาเสียง ดังนั้นงบประมาณที่เขาจะใช้อยู่ในตัวเลข 1 ล้านบาท ที่เขาเก็บเงินส่วนตัวมาใช้ในการหาเสียง ซึ่งถ้าหากจะตีเป็นงบประมาณทางการตลาด เงิน 1 ล้านบาท เทียบไม่ได้กับผู้สมัครแบรนด์ใหญ่...
นีเวียแถลงข่าวใหญ่เป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปี เผยกลยุทธ์ที่ทำให้แบรนด์ประสบความสำเร็จ การรับรู้ต่อแบรนด์ 100% ผู้ที่ชื่นชอบแบรนด์ 85% และใช้ผลิตภัณฑ์ของนีเวีย 73% ว่ามาจากนโยบาย 3 ด้าน 1.การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ 2.การวางกลยุทธ์ 3.การสื่อสารไปยังกลุ่มเป้าหมาย กลยุทธ์ที่นีเวียให้ความสำคัญและเริ่มต้นใช้มาตั้งแต่ปี 2011 คือ การสร้าง Brand Personality ให้กับนีเสียและนีเวีย ฟอร์ เมน ผ่านแบรนด์ แพลตฟอร์มที่เรียกว่า Sassy Girl และ Witty Guy สื่อสารสร้าง แรงบันดาลใจให้กับผู้บริโภคมากกว่าแค่การแก้ใช้ผลิตภัณฑ์ของนีเวียแก้ไขปัญหาผิวแล้วเน้นแค่ความสวยงามเท่านั้น แต่นีเวียสื่อสารด้วยความเชื่อที่ว่า Sassy Girl หมายถึง สาวไทยที่ดูแลผิว...
หลังจากทำความรู้จักกับ ลูกค้า “แมสทีจ” กลุ่มคนชั้นกลาง “พลังซื้อยุคใหม่” กันแล้ว คราวนี้มาดูกันบ้างว่า ส่วนแบรนด์ไหนจะอยู่ในใจ และกลยุทธตลาดแบบไหน จะเหมาะกับลูกค้ากลุ่มนี้ จากการวิจัยของนักศึกษาปริญญาโท วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้สอบถามการสนทนากลุ่ม และสัมภาษณ์เชิงลึก เป็นหญิงและชาย ที่รายได้ สองหมื่นถึงแปดหมื่น อยู่กรุงเทพฯ และปริมาณฑล ชอบความหรูหรา ซื้อสินค้าพรีเมียม ในราคาจับต้องได้ และการวิจัยเชิงปริมาณ 407 ชุด พบว่า แบรนด์โดนใจหนุ่มแมสทีจ แบรนด์เครื่องใช้ส่วนตัวที่โดนใจหนุ่มแมสทีจ นีเวียฟอร์เมน เป็นอันดับ 1 รองลงมาคือ ARTISTRY MEN และ PROTEX,CLEAR...
โออิชิ ระเบิดศึกชาเขียว งัดกลยุทธ “me too marketing” อัดฉีด 250 ล้าน ออกแคมเปญ “รหัสโออิชิ ลุ้นรวยทุกชั่วโมง” แจกรางวัล 90 ล้านบาท ตามไล่บี้ “อิชิตัน” คู่แข่งรายสำคัญแบบก้าวต่อก้าว ที่เตรียมจะออกแคมเปญลักษณะเดียวกัน ในวันที่ 1 มีนาคมนี้ ดีกรีการแข่งขันของ “ชาเขียว”ชั่วโมงนี้ เขาขั้น “ใครดีใครอยู่” เพราะหลังจากที่คู่แข่งรายสำคัญ “อิชิตัน” ส่งแคมเปญ “ลุ้นรหัสรวยเปรี้ยง อิชิตัน 60 วัน 60...
ไม่ช็อตแล้ว…กระแสฮิตเกาหลี หรือ เคเทรนด์ ที่เคยร้อนแรงต่อเนื่องมาหลายปี กำลังเป็นวัฏจักรทั่วไป ที่ “มีขึ้นก็มีลง” เมื่อความนิยมได้ลดดีกรีความร้อนแรงมาตั้งแต่กลางปีที่แล้ว ส่งผลให้หลายแบรนด์เวลานี้ต้องงดการนำบอยแบนด์ เกิร์ลแก๊งค์ จากเกาหลีเป็น “พรีเซ็นเตอร์” กันแล้ว ยังรวมไปถึงแฟชั่น ทัวร์เกาหลี คอนเสิร์ต ที่ล้วนแต่อยู่ในช่วงขาลง หลังจากที่สื่อบันเทิงเกาหลี ดารา นักแสดง ซีรี่ส์ คอนเสิร์ต แฟชั่น หรือกระแส “เคเทรนด์” แผ่อิทธิพลเข้ามาครองใจคนไทยมายาวนานติดต่อกันเกือบ 10 ปี ส่งผลให้แบรนด์สินค้าต่างๆ ที่อยากอินเทรนด์ต้องเลือกใช้ศิลปินเกาหลี หรือสอดแทรกความเป็นเกาหลีเพื่อทำให้แบรนด์ติดอยู่ในกระแส และได้ใจแฟนคลับ แต่กระแสความนิยมเกาหลีเริ่มลดความนิยมลงมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ส่งผลให้ธุรกิจทัวร์ไปเกาหลี คอนเสิร์ตวงดนตรีเกาหลี รวมถึงแฟชั่นจากเกาหลีได้เสื่อมความนิยมลง ถึงขั้นที่เจ้าของแบรนด์สินค้าที่เคยเลือกใช้ “ศิลปินเกาหลี” เป็นพรีเซ็นเตอร์...
ตลาดเครื่องดื่มชูกำลัง พยายามหันมาจับกลุ่มเป้าหมายใหม่ๆ อย่างเต็มที่ เพราะถ้าหากอยู่ในกลุ่มผู้บริโภคกลุ่มเดิม การเติบโตไม่กระเตื้องมาหลายปี แถมนับวันเทรนด์สุขภาพที่ถาโถมเข้ามา แย่งตลาดเอนเนอร์จี้ ดริ๊งค์ ที่มีมูลค่า 20,000 ล้านบาท โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดเครื่องดื่มชูกำลังระดับล่างที่มีส่วนแบ่งตลาด 95% นั่น ไม่เติบโตมานานแล้ว สองเครือใหญ่อย่างโอสถสภาเจ้าของแบรนด์ เอ็ม-150 ที่มีมาร์เก็ตแชร์อยู่ 55% กับ กระทิงแดงเจาของส่วนแบ่งตลาด 17% จึงมองหากลุ่มเป้าหมายผู้หญิง โดยออกผลิตภัณฑ์ Saay และ Ready มาทำตลาดในเครื่องดื่มชูกำลังระดับบน ใช้วิธีการทำตลาดก็ใช้พรีเซนเตอร์มาสร้างการจดจำ โดย Sassy ของเครือโอสภสภา จากเดิมที่ใช้ผู้หญิงที่ประสบความสำเร็จในสาขาอาชีพของตัวเอง แต่ดูเหมือนว่าบุคคลเหล่านี้อาจจะไม่ทำให้ผู้บริโภคจดจำตัวสินค้า ก็เลยต้องหันมาเลือกใช้อั้ม-พัชราภา ดาราหญิงอันดับ 1 ของประเทศ ส่วน...
ทำตลาดไม่ว่ายุคไหนต้องรู้เขารู้เรา รู้ว่า “ลูกค้ากลุ่มไหน” กำลังมา และที่ต้องจับตาให้ดี คือ “แมสทีจ” กลุ่มคนชั้นกลาง อยู่กึ่งกลางระหว่างไฮโซและแมสเติบโตขึ้นทุกปี ด้วยอำนาจการซื้อไม่น้อยกว่า 14,000 ล้านบาทต่อเดือน กลายเป็น “พลังซื้อยุคใหม่” ที่หลายธุรกิจ อสังหาริมทรัพย์ ร้านอาหาร ร้านไวน์ เลือกเจาะตลาดนี้โดยเฉพาะ ส่วนแบรนด์ไหนจะอยู่ในใจ และกลยุทธตลาดแบบไหน จะเหมาะกับลูกค้ากลุ่มนี้ ทั้งหมดนี้...เรามีคำตอบ ลูกค้ากลุ่มนี้มาจากผลงานวิจัยของนักศึกษาปริญญาโท วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล ได้สอบถามการสนทนากลุ่มและสัมภาษณ์เชิงลึก เป็นหญิงและชายที่รายได้สองหมื่นถึงแปดหมื่นอยู่กรุงเทพฯ และปริมาณฑล ชอบความหรูหรา ซื้อสินค้าพรีเมียม ในราคาจับต้องได้และการวิจัยเชิงปริมาณ 407 ชุด พบว่า ผู้บริโภคอยู่กึ่งกลางระหว่างกลุ่มคนที่ต้องการสินค้าหรูหรา (เพรสทีจ) และสินค้าทั่วไป (แมส)...
นางสาวปริม ปัญญาเสรีพร ผู้อำนวยการ สายงานการตลาดเพื่อการท่องเที่ยวและสันทนาการ “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ มร. เดวิด บอล์ดวิน ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพ สยามสแควร์ และ มร. เคิร์ก อัลโบร ผู้จัดการทั่วไปประจำประเทศไทย สายการบินเอทิฮัด มอบรางวัลตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-ปารีส 2 ที่นั่งจากสายการบินเอทิฮัด พร้อมที่พัก 4 คืนที่โรงแรม Novotel Paris Les Halles สำหรับ 2 ท่าน รวมมูลค่า...
คำตัดสินการเข้าประกวด Campaign Asia-Pacific’s Agency แห่งปีได้ออกมาให้ยลโฉมอีกคราและครั้งนี้ OMD (ประเทศไทย) นั้นได้ความพิเศษนี้ไปครอง หลังจากที่คว้ารางวัล “Media Planner of The Year Award” ไปสดๆร้อนๆ OMD ยังสร้างความประกาศความสำเร็จอีกครั้งโดยคว้า “Media Agency of The Year Thailand” เป็นแห่งแรกในประเทศไทย ซึ่งพิธีการประกาศมอบรางวัลประจำปีอย่างเป็นทางการครั้งนี้สร้างความเป็นที่ยอมรับในด้านความยอดเยี่ยมในฐานะผู้นำ ความเป็นเลิศในการบริหารจัดการ ความโดดเด่นในเชิงธุรกิจและความสำเร็จโดยรวมประจำภูมิภาคในเชิงอุตสาหกรรมการโฆษณาและการสื่อสาร หรืออีกนัยหนึ่งคือ หนึ่งเดียวของการประกาศรางวัลผลการปฎิบัติงานแห่งภูมิภาคซึ่งผลสรุปถูกเรียบเรียงออกมาโดย PricewaterhouseCoopers ข้อคิดเห็นในความสำเร็จครั้งนี้ คุณพอล สเปนเซอร์ ผู้ดำรงตำแหน่งกรรมผู้จัดการบริษัท OMD (ประเทศไทย) กล่าวว่า “โดยความที่เป็นทีมบริหารจัดการ...








