ค่ายรถยนต์อีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่ได้เป็นผู้เสนอตัวในการผลิตรถอีโค่คาร์ ตามประกาศของรัฐบาล แต่มีสินค้าในไลน์เดียวกับอีโค่คาร์ หรือบางครั้งมีรถที่ไม่เข้าหลักเกณฑ์ แต่สามารถตั้งราคาขายได้ใกล้เคียงกับอีโค่คาร์ ก็อาศัยการเติบโตของอีโค่คาร์ เข้ามาสร้างยอดขายเช่นกัน รถยนต์ในกลุ่มนี้คือรถจากประเทศจีน เกาหลี และมาเลเซีย ที่ว่าไปแล้วก็มีความพร้อม และมีการสนับสนุนที่มากพอจากบริษัทแม่ในต่างประเทศ จึงทำให้การตั้งราคาขาย หรือโปรโมชั่นต่างๆ ที่พอเบียดกับอีโค่คาร์ได้ เฌอรี่ รถจีนในเงาของซีพี ค่ายที่มาแบบน่าสนใจ และดูเหมือนว่าจะเดินไปได้ดีคือ แบรนด์เฌอรี่ จากประเทศจีน ที่ได้เครือเจริญโภคภัณฑ์เข้ามาถือหุ้นร่วมกับบริษัทไทยยานยนต์ โดยเจริญโภคภัณฑ์ดูแลเรื่องการเจรจากับทางผู้ผลิตฝ่ายจีน ส่วนไทยยานยนต์ดูแลเรื่องการขายทั้งหมด ความน่าสนใจของเฌอรี่ คือ การเป็นรถจีนที่มีโรงงานประกอบทันสมัย สามารถตั้งราคาที่เชิญชวนได้ แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือ การรับรู้ในเรื่องสินค้าจีนที่ผู้บริโภคมีอยู่ ยังไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ซื้อได้ กลิน บุณยนิตย์ ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท ไทยเฌอรี่ยานยนต์...
ค่ายมิตซูบิชิ นับเป็นรายที่ 3 ที่ประกาศเปิดตัวรถอีโค่คาร์อย่างจริงจังล่วงหน้า 1 ปี เช่นเดียวกับนิสสัน มาร์ช และฮอนด้า บริโอ้ เพื่อบอกให้ผู้บริโภคได้รับรู้ว่า รถอีโค่คาร์ของมิตซูบิชิกำลังเตรียมการและพร้อมที่จะออกมาขายแล้ว แต่ตอนนี้ให้ดูแค่รถต้นแบบไปก่อน ว่ารูปลักษณ์จะออกมาอย่างไร ศุภศักดิ์ ดุละลัมพะ ผู้อำนวยการ ฝ่ายโฆษณษและกิจกรรมส่งเสริมการตลาด สำนักการตลาด บริษัทมิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด บอกว่า รถขนาดเล็กเป็นกระแสของรถทั่วโลกที่เริ่มปรับเปลี่ยนมาทางนี้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ ได้นำรถต้นแบบ มิตซูบิชิ โกลบอล สมอล มาแสดงให้ชมในงานบางกอกมอเตอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 32...
แม้จะเป็นรถอีโค่คาร์ ราคาถูก แต่ นิสสัน มาร์ช กลับเป็นรถยนต์รุ่นที่ใช้สื่อดิจิทัลอย่างจริงจังเพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายคนรุ่นใหม่ Generation I ที่ข้อมูลรอบด้านเป็นสิ่งที่พวกเขาต้องการศึกษาก่อนตัดสินใจ อรรถวุฒิ เวศรานุรักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท adapter digital จำกัด ในฐานะผู้ดูแลสื่อดิจิทัลให้กับนิสสัน มาร์ช ตั้งแต่ครั้งเปิดตัว บอกว่า ในช่วงแรกของการเปิดตัววางกลยุทธ์ด้วยการ Educate ตลาดรถอีโค่คาร์ก่อน เนื่องจากเป็นรถรุ่นแรกที่ทำตลาดนี้ในไทย และตามด้วย Tie-in นิสสัน มาร์ช รวมถึงการใช้ Influencer ในโลกออนไลน์พูดถึงการ Coming Soon ของรถรุ่นนี้ เพื่อดึงดูดให้กลุ่มเป้าหมายไปดูรถที่ศูนย์บริการนิสสัน แม้จะมี Consumer...
นานๆ สักครั้งที่ผู้ผลิตรถยนต์ค่ายนิสสันจะมีโอกาสในการเป็นเจ้าตลาดรถยนต์สักรุ่นหนึ่ง เพราะความการแข่งขันกันสูงในทุกตลาด ทั้ง ๆ ที่แบรนด์นิสสันเองก็อยู่ในตลาดไทยมานานกว่า 50 ปี แต่ช่วงหลังทั้งรถเก๋ง และรถกระบะก็ถูกเบียดแซงอยู่ตลอดเวลา ช่วงเวลาที่นิสสันมีความสุขมากที่สุดในการขายรถอีโค่คาร์ ในรุ่น นิสสัน มาร์ช ช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมา อาจจะต้องตื่นจากฝันดีเร็วกว่าที่คิดไว้ ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริง ระยะเวลาที่ทอดนานหนึ่งปีนี้ นิสสันรู้ดีว่าคู่แข่งกำลังจะมา และจะมีอะไรตามมาบ้าง แต่เมื่อเวลานั้นยังมาไม่ถึง นิสสันก็ต้องเร่งทำยอดขายให้ได้มากที่สุด และรวดเร็วที่สุด เพื่อเก็บกวาดลูกค้าในรถกลุ่มนี้ให้หมด เชื่อหรือไม่ว่า รถนิสสัน มาร์ช เพียงรุ่นเดียว ที่เปิดตัวมาทำให้ยอดขายรถของค่านนิส สันตลอดปีที่ผ่านมาเติบโตสูงสุดในรอบ 13 ปี มีส่วนแบ่งในตลาดรถเก๋งถึง 9% จากยอดขาย 31,000...
การเข้ามาเป็นรายที่สองในตลาดอีโค่คาร์ของฮอนด้า ถึงจะเป็นสิ่งที่รู้ล่วงหน้ามาก่อน แต่ด้วยความที่เป็นแบรนด์ใหญ่ซึ่งอยู่ในรถอันดับแรกๆ ที่ผู้ซื้อนิยม ทำให้ถูกจับตามองว่าฮอนด้าจะมองตลาดนี้อย่างไร นอกจากในการทำเงื่อนไขที่ภาครัฐกำหนด และที่สำคัญอยากรู้ว่าฮอนด้าจะตั้งราคาได้น่าสนใจขนาดไหน ฮอนด้า บริโอ้ ถูกคาดหมายว่าจะออกมาเปลี่ยนแปลงตลาดรถขนาดเล็ก โดยเฉพาะรถอีโค่คาร์ เพราะฮอนด้าน่าจะมีฐานลูกค้า และการรับรู้ของแบรนด์ที่แข็งแรงกว่านิสสัน มาร์ช การปลุกกระแสความต้องการในรถอีโค่คาร์อาจจะพุ่งถึงขีดสุดเมื่อมีรายที่สองเข้ามา อาซึชิ ฟูจิโมโตะ ประธานบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด บอกในงานวันเปิดตัวฮอนด้า บริโอ้ เมื่อวันที่ 17 มีนาคมที่ผ่านมาว่า ฮอนด้าภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้แนะนำBrioคันแรกสู่สายตาชาวโลก เพราะเป็นรถยนต์ที่ผลิต ประกอบ จัดจำหน่ายในประเทศไทย เขาหวังว่า ฮอนด้า บริโอ้ จะสนองตอบความต้องการด้านไลฟ์สไตล์ของผู้ที่มองหารถที่มีรูปลักษณ์โดดเด่นสะดุดตา ขนาดกะทัดรัด...
ถ้าต้องซื้อรถสักคันในช่วงนี้ มั่นใจได้ว่าคนส่วนใหญ่จะต้องมองไปที่รถในกลุ่ม Eco Car เป็นกลุ่มแรกเพราะด้วยกระแสความร้อนแรง การพูดถึง และความเหมาะสมของสภาพเศรษฐกิจ ราคาน้ำมัน คำตอบที่ได้คงมีเหลือไม่กี่คำตอบ อีโค่คาร์ กลายเป็นส่วนผสมการตลาดในธุรกิจรถยนต์บ้านเราไปแล้ว และส่วนผสมที่ว่านี้เข้ามาเขย่า และสร้างความเปลี่ยนแปลงในตลาดรถยนต์ได้ไม่น้อย หลังจากที่อยู่กันแบบสงบเงียบมาหลายปี การเขย่าครั้งนี้ มีทั้งผู้ที่ได้ประโยชน์ และเสียประโยชน์ ต้องไม่ลืมว่าผู้บริโภคในบ้านเรามีอยู่เพียงกลุ่มเดียว แต่สินค้าที่ออกมาตอบสนองนั้นมีมากมายหลากหลายประเภท รถยนต์ก็ไม่ใช่มีแค่เพียงประเภทเดียว มากมายตามความต้องการผู้ซื้อ การมาถึงของ อีโค่คาร์ กำลังจะเปลี่ยนแปลงตัวแปรต่างๆ ในธุรกิจรถยนต์ แม้ว่าช่วงแรกอีโค่คาร์จะถูกปรามาสว่าไปไม่รอดหรือจะเดินไปได้แค่ไหน แต่เมื่ออีโคคาร์ก้าวข้ามจุดล้มเหลวมาได้ระดับหนึ่ง จนกลายเป็นปรากฏการณ์ใหม่ของตลาดรถยนต์ ที่ POSITIONING ขอเรียกสิ่งนี้ว่า Economass ปรากฏการณ์รถเล็กไล่ชนรถใหญ่ Eco Car ถูกบังคับให้โต ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่า อีโค่คาร์ โครงการรถยนต์เล็กแห่งชาติของรัฐบาลจะเดินมาได้ไกลถึงเพียงนี้...
เคยออกโฆษณาชุดแรกเมื่อปีที่แล้วมาแล้ว แต่ครั้งนั้นแอมเวย์ก็ยังไม่สามารถทำให้ “นิวทริไลท์ ดับเบิ้ล เอ็กซ์” ประสบความสำเร็จในแง่การสื่อสาร แม้หนังโฆษณาสวย ครบสูตรสไตล์อินเตอร์ก็ตาม แต่เมื่อเข้าใจยาก สร้างการรับรู้ไม่ได้ก็เปล่าประโยชน์ มาปีนี้ แอมเวย์จึงต้องจัดหนัก เพื่อทำให้คนทั่วไปเข้าใจ “ไฟโตนิวเทรียนท์” ได้จริงๆ เสียที ปีนี้แอมเวย์เลยต้องลองของใหม่ เปลี่ยนจาก มันเดย์ ไปให้ โอกิลวี่ แอนด์ เมเธอร์ แอ๊ดเวอร์ไทซิ่ง หรือOM คิดงานโฆษณาชุดนี้ให้เป็นครั้งแรก และอย่างที่รู้กันดีว่า OM เคยมีผลโดดเด่นเป็นอย่างมากในหนังโฆษณาสไตล์ Emotional ไม่ว่าจะเป็นไทยประกันชีวิต หรือล่าสุดเบบี้มายด์ นพรัตน์ วัฒนวราภรณ์ Creative...
ในเยอรมนีมีนิตยสารเฉพาะทางมากมายหลายร้อยฉบับ มีเนื้อหาเจาะลึกในแต่ละด้าน อาทิ ประวัติศาสตร์ วิทยาศาสตร์ จิตวิทยา วัฒนธรรม ไปจนถึงงานอดิเรก (เช่น โมเดลรถไฟ การตัดเสื้อผ้า ฯ) แต่มีฉบับหนึ่งที่อยู่บนแผงมานาน (ฉบับแรกออกเมื่อเมษายน 1997) และอยู่รอดเพราะมีสมาชิกบอกรับจำนวนมาก ไม่ใช่เพราะโฆษณา ก็คือนิตยสาร Mare ที่ออกรายสองเดือน มีเนื้อหาเกี่ยวกับทะเลเป็นหลัก แต่ครอบคลุมไปถึงประเด็นต่างๆ ทั้งสังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม อาหาร และวิทยาศาสตร์ ผลพวงจากการทำงานที่เจาะลึกเนื้อหาและมีภาพถ่ายระดับคุณภาพกวาดรางวัลนานาชาติมากมาย (เช่น World Press Photo Award, Lead Award, Hansel-Mieth-Preis) จึงเกิดการต่อยอดเป็นสำนักพิมพ์ ผลิตหนังสือเชิงสารคดี ปฏิทินภาพ...
ไม่นานมานี้ วงการแฟชั่นของอังกฤษต้องสั่นสะเทือนอีกครั้ง กับความนิยมเปรี้ยงปร้างของเสื้อผ้าวัยรุ่นแบรนด์น้องใหม่นาม ‘Superdry’ แบรนด์แฟชั่นล่าสุดที่ใช้ตัวหนังสือญี่ปุ่นเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบ แต่แฝงด้วยกลิ่นไอของอเมริกันวินเทจ ผสมผสานความสนุกสนานสไตล์อังกฤษ สิ่งเหล่านี้ได้สร้างรูปแบบแฟชั่นที่เป็นสีสันให้แก่บรรดานักช้อปวัยรุ่นได้อย่างแพร่หลายในเวลาอันรวดเร็ว นอกจากนี้ Superdry เองยังมีการตั้งราคาที่ชักจูงใจ เจาะกลุ่มวัยรุ่น อายุ 18 – 30 ปี ให้สามารถซื้อหาได้อย่างสบายกระเป๋า ความสำเร็จของ Superdry ยังได้มาจากเหล่าดาราและคนดังอีกมากมายที่ชื่นชอบแฟชั่นสไตล์นี้ จนติดใจเป็นสาวกแบรนด์อย่างงอมแงม เช่น David Beckham, Leonardo DiCaprio, Kate Moss และ ZacEfron คนดังเหล่านี้เลือกที่จะใส่ Superdry โดยไม่ต้องมีเรื่องของข้อตอบแทนราคาหลายล้านดอลลาร์จากการเป็นแบรนด์สปอนเซอร์แต่อย่างใด ความนิยมในโลกในโลกแฟชั่นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้บริษัทเจ้าของแบรนด์กลุ่ม Supergroup ซึ่งเป็นบริษัทแฟชั่นที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ของอังกฤษประสบความสำเร็จภายในเวลาแค่...
Hoyts Group เจ้าของเครือข่ายธุรกิจให้เช่าวิดีโอปฏิวัติตลาดให้เช่าวิดีโอ ด้วยการส่งเครื่องให้บริการเช่าหนังที่มีชื่อว่า Oovie เข้าไปเจาะห้างและศูนย์การค้าทั่วไป เพื่อหวังขยายฐานตลาดที่ยังไม่มีใครกล้าทำมาก่อน โดย “อูวี่” (Oovie) เป็นเครื่องให้เช่าดีวีดีที่ปัจจุบันนี้ถูกติดตั้งตามจุดต่างๆ ทั่วประเทศออสเตรเลียกว่า 230 เครื่อง ลูกค้าสามารถกดรายชื่อหนังตามที่ต้องการ จากนั้นก็กดปุ่มจ่ายเงินบนเครื่อง โดยผ่านระบบบัตรเครดิตเท่านั้น ก่อนที่แผ่นหนังจะตกลงมาทางช่อง เช่นเดียวกับตู้ให้บริการน้ำดื่มทั่วไป ตั้งแต่เปิดให้บริการมา เครื่องที่มีอยู่ทั่วประเทศนั้นได้ให้หนังไปแล้วกว่า 1.5 แผ่น และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว









