สกุลเงินคริปโต – Positioning Magazine https://positioningmag.com Thailand's Leading Marketing Magazine Thu, 16 Feb 2023 12:34:57 +0000 en-US hourly 1 https://wordpress.org/?v=5.6 167543101 เสื่อมความนิยม! อเมริกัน “เจนวาย” ที่พร้อมลงทุน “คริปโต” ลดฮวบเหลือ 30% จากเดิมมีถึง 50% https://positioningmag.com/1419540 Thu, 16 Feb 2023 11:22:20 +0000 https://positioningmag.com/?p=1419540 ความนิยมของเงิน “คริปโต” ในหมู่นักลงทุนอเมริกันเริ่มเสื่อมลงแล้ว ทั้งในการสำรวจกลุ่มคนทั่วไป และกลุ่มคน “เจนวาย” ซึ่งเคยนิยมลงทุนกับคริปโตมาก ปัจจุบันเหลือเพียง 30% ที่ยังต้องการลงทุนอยู่

การสำรวจเมื่อเดือนกันยายน 2022 โดย Bankrate พบว่า คนอเมริกันทั่วไปมีเพียง 21% ที่รู้สึกสบายใจในการลงทุนกับ “คริปโต” สัดส่วนนี้ลดลงจากที่เคยมี 35% ในการสำรวจปี 2021

ตัวเลขของคนทั่วไปอาจจะดูลดลงไม่มาก แต่ถ้าแบ่งตามช่วงวัย กลุ่มที่ลดลงแรงที่สุดคือ “เจนวาย” โดยสำรวจในกลุ่มคนวัย 26-41 ปี เมื่อปี 2021 กลุ่มวัยนี้เคยมีสัดส่วน 50% ที่สบายใจในการลงทุนในคริปโต แต่การสำรวจปี 2022 กลุ่มนี้ลดฮวบลงเหลือ 30% เท่านั้น

ความนิยมที่เสื่อมลงไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจ หากดูจากสถานการณ์ในตลาดคริปโตที่มูลค่าดิ่งลงถึง 2 ล้านล้านเหรียญสหรัฐนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2021

“เทรดเดอร์ในสินทรัพย์ใดๆ ก็ตามมักจะเป็นคนที่ชอบลงทุนในสินทรัพย์ที่ได้ผลตอบแทนดีอยู่แล้ว ดังนั้น เมื่อสกุลเงินคริปโตหลักๆ เช่น บิตคอยน์, อีเธอเรียม มูลค่าลดลง 70% จากราคาสูงสุดที่เคยทำได้ ก็ไม่ต้องสงสัยเท่าไหร่นักว่าทำไมเหรียญเหล่านี้ถึงไม่เปล่งประกายอีกต่อไปแล้ว” เจมส์ รอยัล นักสื่อสารหลักของ Bankrate กล่าวกับสำนักข่าว CNBC

จากจุดเริ่มต้นของกระแสคริปโต นักลงทุนวัยเด็กหลายคนเข้ามาสนใจคริปโตก็เพราะ “บรรยากาศเหมือนถูกลอตเตอรี” เพราะเป็นการลงทุนที่ทำให้หลายคนร่ำรวยได้ในเวลาอันรวดเร็ว รอยัลอธิบายว่า นักลงทุนเด็กมากมายไม่เข้าใจในสิ่งที่ตัวเองซื้อ แต่พวกเขาเห็นว่าราคากำลังขึ้น ดังนั้น พวกเขาจึงอยากเข้ามามีส่วนร่วม

ราคาบิตคอยน์เคยขึ้นไปสูงสุดมากกว่า 65,000 เหรียญสหรัฐต่อ 1 บิตคอยน์เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2021 หลังจากนั้นราคาก็ไม่เคยขึ้นไปสูงได้ขนาดนั้นอีก (ข้อมูลล่าสุดวันที่ 16 ก.พ. 2023 ราคาลงมาเหลือ 24,600 เหรียญสหรัฐต่อ 1 บิตคอยน์)

รอยัลวิจารณ์เหรียญคริปโตเหล่านี้ว่าเป็นเหมือน “เหรียญที่แลกมาเพื่อไปหยอดตู้เกม” เหมือนไปแลกมาก่อนแล้วค่อยหวังว่าจะมีใครสักคนมาจ่ายให้มากกว่าเพื่อซื้อเหรียญนี้ไป เหตุนี้ทำให้นักลงทุนในตำนานอย่าง วอร์เรน บัฟเฟต์ ไม่มีการลงทุนอะไรที่เกี่ยวข้องกับสกุลเงินคริปโต

“แน่นอน บางคนก็ถูกลอตเตอรีรางวัลที่หนึ่งกันจริงๆ แต่ความมั่งคั่งที่ยั่งยืนนั้นต้องใช้เวลาในการสั่งสม และคนที่จะทำสำเร็จได้ก็ต้องเป็นนักลงทุนที่มีวินัย” รอยัลกล่าวปิดท้าย

Source

]]>
1419540
“เกาหลีใต้” ออกหมายจับ “โด ควอน” ผู้ก่อตั้ง Terraform Labs เจ้าของเหรียญ LUNA https://positioningmag.com/1400160 Wed, 14 Sep 2022 10:20:56 +0000 https://positioningmag.com/?p=1400160 ศาลประเทศ “เกาหลีใต้” ออกหมายจับ “โด ควอน” ผู้ก่อตั้ง Terraform Labs เจ้าของเหรียญเจ้าปัญหา LUNA เรียบร้อยแล้ว โดยขณะนี้คาดว่าเจ้าตัวไม่อยู่ในประเทศ

ก่อนหน้านี้ 4 เดือน เหรียญ LUNA และเหรียญ UST มูลค่าดิ่งจนทั้งตลาดสูญเสียมูลค่าไปกว่า 40,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน นำมาสู่การสืบสวนของเจ้าหน้าที่เกาหลีใต้

ความคืบหน้าล่าสุดของคดี Bloomberg รายงานข่าวว่า ศาลเกาหลีใต้ได้ออก “หมายจับ” โด ควอน ผู้ก่อตั้ง Terraform Labs พร้อมกับพวกอีก 5 คนแล้ว ในข้อหาละเมิดกฎหมายตลาดเงินตลาดทุน

หายนะระบบนิเวศ Terra ล่มสลายนั้นทำให้เกิดผลกระทบเป็นโดมิโน่ต่อตลาดคริปโตทั้งหมดด้วย มีบริษัทที่เกี่ยวข้องได้รับผลกระทบลูกโซ่จนต้องยื่นขอล้มละลาย คือ Celsius Network, Voyager Digital และรายล่าสุดคือเฮดจ์ฟันด์สิงคโปร์ Three Arrows Capital โดยรายหลังสุดนี้ทำให้เกิดหนี้เสียไปทั่ววงการคริปโต

เมื่อเดือนก่อนนี้เอง โด ควอนเพิ่งปรากฏตัวในการสัมภาษณ์สาธารณะกับ Coinage ที่สิงคโปร์ เขายังคงยืนยันว่า เขาให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐเป็นอย่างดี และเขาไม่ได้ถูกตั้งข้อหาใด แม้ว่าผู้พิทักษ์กฎหมายจะมีคำสั่งห้ามพนักงานในบริษัทของเขาออกนอกประเทศแล้วก็ตาม รวมถึง “แดเนียล ชิน” อีกหนึ่งผู้ร่วมก่อตั้ง Terraform Labs ก็ถูกตำรวจบุกค้นบ้านไปแล้วเมื่อเดือนกรกฎาคม

ข่าวนี้ทำให้ราคาเหรียญ LUNA ที่เพิ่งกลับมาเปิดตัวใหม่ ราคาตกลงไปแล้ว 16.7%

Source: Techcrunch, Coindesk

]]>
1400160
สัญญาณลบ? ตลาด NFT ดิ่งตามคริปโต มูลค่าการขายบน OpenSea ลดลง -73% ในเดือนเดียว https://positioningmag.com/1391453 Wed, 06 Jul 2022 08:56:54 +0000 https://positioningmag.com/?p=1391453 หลังจากมูลค่าสกุลเงินคริปโตดิ่งลง ตลาด NFT เองก็ร่วงลงตามเช่นกัน โดยเมื่อเดือนมิถุนายน 2022 มูลค่าการขายผ่านแพลตฟอร์ม OpenSea ลดลงเหลือ 700 ล้านเหรียญสหรัฐ จากเมื่อเดือนพฤษภาคม 2022 อยู่ที่ 2,600 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่บางบริษัทนักลงทุนยังมั่นใจว่าตลาดจะกลับมา รวมถึงความหวังการเติบโตของ NFT ในวงการเกม

OpenSea แพลตฟอร์มซื้อขาย NFT (non-fungible token) ที่ใหญ่ที่สุด ประกาศตัวเลขการซื้อขายบนแพลตฟอร์มที่ลดลง -73% เมื่อเทียบเดือนมิถุนายนกับพฤษภาคม 2022 และจะถือว่าลดลงหลายเท่าตัว หากนับจากเดือนที่มีการซื้อขายสูงสุดเมื่อเดือนมกราคม 2022 เคยมีการซื้อขายถึง 5,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

ราคาเฉลี่ยต่อชิ้นของ NFT ก็ลดลงแรงเช่นกัน โดยเดือนมิถุนายนที่ผ่านมาเหลือเฉลี่ยชิ้นละ 412 เหรียญสหรัฐ เทียบกับเมื่อสิ้นเดือนเมษายนปีนี้เคยอยู่ที่เฉลี่ย 1,754 เหรียญสหรัฐ เก็บข้อมูลจาก NonFungible.com ซึ่งติดตามยอดขายผ่านบล็อกเชนของอีเธอเรียมและโรนิน

“ตลาดหมีของการเทรดคริปโตมีผลกระทบต่อวงการ NFT อย่างแน่นอน” เกาเธียร์ ซัปปิงเกอร์ ผู้ร่วมก่อตั้ง NonFungible.com กล่าว “เราได้เห็นการเก็งกำไรอย่างหนัก มีกระแสนิยมสูงอย่างรวดเร็วในสินทรัพย์ชนิดนี้ แต่ขณะนี้เราเห็นความนิยมที่ลดลง เพราะคนเริ่มเข้าใจแล้วว่าตัวเองจะไม่ได้กลายเป็นเศรษฐีได้ภายในสองวัน”

NFT ตลาดดิ่ง
ยอดขาย NFT ผ่าน OpenSea ตกลงมากในเดือนมิถุนายน 2022 (ที่มา: Asia Financial)

NFT เริ่มปรับตัวลดมูลค่าลงพร้อมกับคริปโต เมื่อธนาคารกลางหลายแห่งเริ่มขึ้นอัตราดอกเบี้ยสู้กับปัญหาเงินเฟ้อ และทำให้นักลงทุนในวงการนี้เริ่มชะลอลง

ราคาบิตคอยน์ลดลง -57% ในรอบ 6 เดือนที่ผ่านมา ขณะที่ราคาอีเธอเรียมก็ลดลง -71% เช่นกัน

ตัวอย่างความเจ็บปวดของนักลงทุน NFT เช่น นักธุรกิจชาวมาเลเซียรายหนึ่งที่ลงทุนซื้อ NFT ข้อความทวีตแรกของ “แจ็ค ดอร์ซีย์” ผู้ร่วมก่อตั้ง Twitter ไปในราคา 2.5 ล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อปี 2021 เขาพยายามจะรีเซลขายต่อผลงานชิ้นนี้เมื่อเดือนเมษายน 2022 แต่ไม่เคยได้ราคาเสนอซื้อที่มากกว่าหลักพันดอลลาร์เลย

 

แต่บางกลุ่มลงทุนก็ยังมีความหวัง

อย่างไรก็ตาม บางกลุ่มลงทุนก็ยังเห็นโอกาส “เบนัวต์ บอช” หัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์ระดับสากลของบริษัท GSR บริษัทเทรดคริปโต ยังคงมองว่า ตลาดขาลงแบบนี้คือช่วงเวลาเหมาะเจาะที่จะสร้างคอลเลกชัน NFT ของบริษัท ในมุมมองเดียวกับธนาคารดั้งเดิมที่สะสมศิลปะชั้นสูงไว้จัดแสดงสร้างความประทับใจแก่ลูกค้า

ชิ้นงาน Bored Ape ที่ Eminem ซื้อไป

เดือนก่อนนี้ GSR ใช้เงินลงทุน 500,000 เหรียญสหรัฐ เพื่อประมูลซื้อ NFT คอลเลกชันที่บอชเรียกว่าเป็น “บลูชิพ” แห่งวงการ นั่นคือผลงานศิลปะที่มีแฟนคลับออนไลน์กลุ่มใหญ่

ผลงานที่เขาซื้อนั้นรวมถึงผลงานชื่อดังอย่าง Bored Ape Yacht Club ศิลปะการ์ตูนรูปลิงจำนวน 10,000 ชิ้น ผลิตโดยบริษัท Yuga Labs และมีคนดังมากมายเข้าซื้อและสนับสนุนผลงาน เช่น ปารีส ฮิลตัน, Eminem แรปเปอร์ดัง

งานชุด Bored Ape เคยขึ้นไปสูงสุด 238,000 เหรียญต่อชิ้นเมื่อเดือนมกราคม 2022 แต่ล่าสุดในเดือนมิถุนายน ตกลงไปเหลือ 110,000 ต่อชิ้น จากข้อมูลของ CryptoSlam

NFT
ราคา NFT ตกลงตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2022 ตามตลาดคริปโต (ที่มา: Asia Financial)

ทางบริษัท GSR จึงไปซ้อนชื้อมาได้ชิ้นหนึ่งในราคา 125,000 เหรียญ และนำมาจัดแสดงบนจอภายในสำนักงานของบริษัทที่นิวยอร์ก

“สำหรับเรา มันเป็นการบริหารแบรนด์ของเราด้วย” บอชกล่าวว่า การเป็นเจ้าของ NFT ที่มีมูลค่าและนำมาใช้เป็นภาพโปรไฟล์บนโซเชียลมีเดีย คือการวางรากฐานของความน่าเชื่อถือ การมีอำนาจ และมีอิทธิพลในโลกคริปโต

 

รอกระแสในวงการ “เกม”

นักวิเคราะห์บางรายในตลาดมองว่า NFT ในแง่ของการเป็นศิลปะสำหรับนักสะสมน่าจะหดตัวลง ขณะที่ตลาดในโลกเมตาเวิร์สก็ยังไม่เป็นรูปเป็นร่าง ทำให้ความหวังน่าจะอยู่ในวงการเกม ตัวอย่างเช่น มีช่องทางให้ผู้เล่นครอบครองสินทรัพย์ภายในเกมนั้น อย่างการมีสกินตัวละครแบบพิเศษ

NFT
ตลาด NFT แบ่งตามประเภทช่องทางการใช้งาน (ที่มา: Asia Financial)

แต่การรวมกันของวงการเกมและวงการเก็งกำไรทางการเงินก็อาจจะยากลำบาก เพราะเกมเมอร์หลายคนไม่ชอบแนวคิดการมี NFT ในเกม หรือการมีฟังก์ชัน ‘play-to-earn’ จากข้อมูลของ จอห์น อีแกน ซีอีโอบริษัท L’Atelier บริษัทด้านการวิจัยเทคโนโลยี

ขณะนี้ L’Atelier ยังเห็นว่า ตลาด NFT ไม่น่าจะฟื้นกลับไปได้เท่ากับที่เคยบูมมาก่อนหน้านี้ “มันเป็นสถานการณ์ที่มีเงินทุนมากผิดปกติไหลเข้าไปจ่ายให้กับสินทรัพย์ที่มีจำกัดอย่างผิดปกติ และไม่ได้ทำเงินเพิ่มได้สักเท่าไหร่” อีแกนกล่าว

แต่คอนเซ็ปต์ของการสร้างสรรค์สินทรัพย์ดิจิทัลที่มีความเฉพาะตัวก็จะยัง “เป็นพื้นฐานที่สำคัญ” และจะเป็นคุณสมบัติที่สำคัญให้กับวงการการเงินต่อไปในอนาคต

Source

]]>
1391453
ผู้บริโภค-ภาคธุรกิจ ใช้ ‘Bitcoin’ เพื่อชำระเงินลดลง หันมาใช้ ‘เหรียญทางเลือก’ เพิ่มขึ้น https://positioningmag.com/1370585 Mon, 17 Jan 2022 09:20:51 +0000 https://positioningmag.com/?p=1370585 ผู้บริโภคเเละภาคธุรกิจต่างๆ เริ่มหันมาใช้เงินคริปโตเคอร์เรนซีสกุลอื่นๆ เพื่อซื้อของทั่วไป นอกเหนือจากพี่ใหญ่อย่าง ‘Bitcoin’ มากขึ้น ส่วนใหญ่นิยมใช้เงินดิจิทัลซื้อ ‘สินค้าหรู’

ข้อมูลของ BitPay หนึ่งในผู้ให้บริการชำระเงินด้วยสกุลเงินดิจิทัลหรือคริปโตฯ ที่ใหญ่ที่สุดในโลก พบว่าเเนวโน้มการใช้งานเหรียญ Bitcoin ทั้งในส่วนผู้บริโภคและธุรกิจกำลังเริ่มลดน้อยลงเรื่อยๆ โดยมียอดซื้อขายแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการบน BitPay เหลือประมาณ 65% จากเดิม 92% ในปี 2020 ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการที่ผู้คนหันไปใช้ ‘เหรียญดิจิทัลอื่นๆ’ แทนมากขึ้น

Ether เหรียญดิจิทัลที่ได้รับความนิยมเป็นเบอร์สองรองจาก Bitcoin มีปริมาณธุรกรรมเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 15% กลุ่มเหรียญ stablecoin อยู่ที่ 13% และกลุ่มเหรียญสกุลดิจิทัลอื่นๆ ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น อย่าง Dogecoin, Shiba Inu และ Litecoin ที่ 3%

การใช้ ‘เหรียญทางเลือก’ เพิ่มขึ้น สะท้อนให้เห็นถึงการยอมรับเหรียญดิจิทัลในฐานะสื่อกลางการทำธุรกรรมข้ามพรมแดน บรรดาธุรกิจต่างๆ เเละผู้บริโภคเริ่มหันมาใหญ่เหรียญ stablecoin กันมากขึ้น เนื่องจากมี ‘มูลค่าเสถียรกว่า’ เมื่อราคาตลาดคริปโตฯ ลดลง เเละผันผวนสูง

ประกอบกับปัจจุบันเหรียญ stablecoin มีตัวเลือกในการใช้มากขึ้น มีการรับรองและมีแหล่งที่มาที่ไปที่ชัดเจน ทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจใช้ชำระสินค้าแทน Bitcoin มากขึ้น เพราะรู้สึกปลอดภัยกว่า

ยกตัวอย่างเช่น เหรียญ ‘Doge’ ที่มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของโลกอย่าง Elon Musk ซึ่งเป็นผู้บริหารระดับสูงของเเบรนด์รถยนต์ไฟฟ้า Tesla ประกาศให้ใช้เหรียญดังกล่าวซื้อสินค้าของบริษัทได้

อีกปัจจัยหนึ่งคือ ด้วยราคาของ Bitcoin ที่เพิ่มขึ้นกว่า 60% ในปีที่แล้ว แม้จะมีความผันผวนในช่วงปลายปี เเต่นักลงทุนจำนวนมากก็เลือกที่จะ ‘ถือยาว’ ในสกุลเงินดิจิทัลที่ใหญ่ที่สุดในโลกแทนที่นำมาใช้จ่าย

ในช่วงที่ผ่านมา มีการนำสกุลเงินดิจิทัลมาใช้เพื่อซื่อสินค้าหรูหรา อย่าง เครื่องประดับ นาฬิกา รถยนต์ เรือ หรือแม้แต่ทองคำ

โดยข้อมูลของ BitPay พบว่า มีการใช้เหรียญดิจิทัลซื้อสินค้าหรูเพิ่มขึ้นจาก 9% ในปี 2020 มาอยู่ที่ 31% ในปี 2021 ขณะที่ภาพรวมปริมาณการใช้จ่ายเงินดิจิทัลผ่านระบบของ BitPay เพิ่มขึ้นถึง 57% เลยทีเดียว

BitPay ก่อตั้งขึ้นในปี 2011 เริ่มจากเป็นบริษัทใหญ่เพียงไม่กี่แห่งในโลกที่ยอมรับการชำระเงินด้วยเหรียญดิจิทัล โดยปัจจุบันมีธุรกรรมเฉลี่ย ประมาณ 66,000 รายการต่อเดือน นับเป็นเพียงส่วนเล็ก ๆ เมื่อเทียบกับปริมาณธุรกรรมของ VISA ผู้ให้บริการบัตรเครดิตรายใหญ่ ที่มีมากกว่า 2.06 เเสนล้านรายการ (ณ วันที่ 30 มิ.ย.64)

อย่างไรก็ตาม ด้วยปริมาณธุรกรรมที่มีมูลค่ามากกว่า 1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อปี เเต่มีพนักงานเพียง 80 คนของ BitPay ทำให้บริษัทยักษ์ใหญ่ทั่วโลก มองเห็นเเนวโน้มในตลาดที่กำลังจะเติบโตอย่างรวดเร็ว พร้อมทิศทางการยอมรับการชำระเงินด้วยสกุลเงินคริปโตฯ มากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งเราจะได้เห็นการเปลี่ยนเเปลงอย่างมากในช่วงต่อไปจากนี้

 

ที่มา : Bloomberg 

]]>
1370585
ทำความรู้จัก Popcoin เหรียญวงการ “บันเทิง” ไทยที่ “แบมแบม” เป็นแพลตฟอร์ม พาร์ทเนอร์ https://positioningmag.com/1370103 Tue, 11 Jan 2022 11:16:32 +0000 https://positioningmag.com/?p=1370103 เกิดกระแสฮือฮาในวงการบันเทิงและนักลงทุน เมื่อปรากฏภาพ “แบมแบม-กันต์พิมุกต์ ภูวกุล” ในฐานะแพลตฟอร์ม พาร์ทเนอร์ของเหรียญ “Popcoin” เหรียญนี้คืออะไร เราจะพาไปทำความรู้จักกัน

เหรียญ Popcoin เกิดจากความร่วมมือของ 3 บริษัท คือ บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) หรือ RS, โฟร์ท แอปเปิ้ล และ บริษัท ฟิวเจอร์ คอมเพเทเร่ จำกัด และวางตัวให้เหรียญนี้เป็น “Utility Token” คือเหรียญที่ตั้งใจให้มีช่องทางนำไปใช้แลกเปลี่ยนสินค้าได้จริงมากกว่าการเก็งกำไร

จุดประสงค์ของ Popcoin ดูได้จากสโลแกนของเหรียญคือ “Popcoin: Join to Earn” เหรียญนี้จะมาดิสรัปต์วงการ “Entertainmerce” โดยเข้ามาเป็นตัวเชื่อมในระบบนิเวศของ “วงการบันเทิง” และ “การตลาด”

โดยผู้ที่จะได้ครอบครองเหรียญ (หรือในแพลตฟอร์ม Popcoin ใช้ชื่อว่า Popsters) จะได้เหรียญมาจากการรับชมโฆษณา เข้าร่วมงานอีเวนต์ ตอบคำถาม เล่นเกม ฯลฯ ตามแต่จะมีการสร้างกิจกรรมขึ้นมาร่วมกับสปอนเซอร์

วิธีการนี้จะเข้ามาอุดจุดบอดของการตลาดปัจจุบันที่คนมักจะไม่สนใจโฆษณา ไม่สนใจมีส่วนร่วมกับแบรนด์ แต่เมื่อมี Popcoin ตอบแทนก็จะเป็นแรงจูงใจใหม่ให้ผู้บริโภคสนใจมากขึ้น

(จากซ้าย) กอล์ฟ F.HERO ผู้ร่วมก่อตั้ง High Cloud Entertainment, สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) และ ฐณณ ธนกรประภา หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารธุรกิจ โฟร์ท แอปเปิ้ล

 

แล้วผู้บริโภคจะอยากได้ Popcoin ไปทำไม?

คำตอบคือ Popcoin จะร่วมกับพันธมิตรเพื่อให้คนนำเหรียญไปใช้แลกสินค้าได้จริง บางแคมเปญอาจจะมีการปล่อยสินค้าพิเศษที่ต้องใช้ Popcoin แลกเท่านั้น เช่น การ์ดเซ็ทของไอดอล ของสะสมดาราศิลปิน เมอร์ชานไดซ์พิเศษ รวมถึงอนาคตหากโลก ‘เมตาเวิร์ส’ บูมเมื่อไหร่ เหรียญนี้ก็อาจจะนำไปใช้ในโลกดิจิทัลได้

แม้ว่าจุดประสงค์ของเหรียญจะไม่ได้เน้นเก็งกำไร แต่ Popcoin กำลังจะเข้าไปเทรดบนกระดานของ Bitkub ด้วย ซึ่งจะทำให้ผู้เทรดแลกเหรียญ Popcoin กับเงินคริปโตอื่นๆ หรือแลกออกมาเป็นเงินบาทได้

นอกจากนี้ ยังมีระบบให้ ‘Stake’ เหรียญ ให้เจ้าของเหรียญที่ไม่มีแผนจะใช้เหรียญนำเหรียญเข้ามาออมในระบบเพื่อรอรับ Reward (คล้ายกับฝากเงินในธนาคารแล้วได้ดอกเบี้ย) อัตรา Reward ที่จะได้ก็ขึ้นอยู่กับสภาวะซัพพลาย-ดีมานด์ของเหรียญขณะนั้น

ด้านการควบคุมจำนวนเหรียญ Popcoin มีการระบุไว้ใน Whitepaper ว่า ภายใน 4 ปีแรกจะมีการผลิตเหรียญไม่เกิน 10,000 ล้านเหรียญ และในปีต่อๆ ไปจะมีการปรับจำนวนเหรียญขึ้นตามอัตราเงินเฟ้อ เพื่อไม่ให้จำนวนเหรียญในระบบ “เฟ้อ” จะต้องเพิ่มจำนวนตามปริมาณการนำไปใช้จริง

 

ใครได้ Popcoin ไปแล้วบ้าง?

การปล่อยเหรียญครั้งแรกหรือ ICO ไม่ได้ขายให้กับประชาชนทั่วไป แต่เน้นไปที่ B2B มากกว่า ได้แก่

  • 65% ให้กับแบรนด์ที่ต้องการซื้อไปทำแคมเปญ
  • 15% เก็บไว้ทำการตลาดให้กับตัวเหรียญเอง
  • 15% ให้กับพันธมิตรธุรกิจ
  • 5% ให้กับทีมผู้ก่อตั้ง

เหรียญ Popcoin มีการเปิดตัวไม่เป็นทางการต่อสาธารณะไปตั้งแต่เดือน พ.ย.-ธ.ค. 2564 โดยให้สิทธิผู้ที่สมัครเข้ามาในแพลตฟอร์ม สามารถร่วมแคมเปญ “Popcoin Airdrop” รับเหรียญฟรี 100 เหรียญ และเมื่อชวนเพื่อนมาสมัครจะได้รับเพิ่มอีก 25 เหรียญต่อเพื่อน 1 คน (เป็นเหรียญที่มาจากส่วนสำหรับทำการตลาดนั่นเอง)

ปัจจุบันเหรียญมี Popsters ที่ถือเหรียญแล้ว 5 แสนคน และ Popcoin เชื่อว่าจะมีผู้สมัครเข้าแพลตฟอร์มเป็น 1 ล้านคนในเร็วๆ นี้ (สำหรับแคมเปญ Popcoin Airdrop จบไปแล้วตั้งแต่เที่ยงคืนวันที่ 10 ม.ค. 65)

แบมแบม Popcoin
แพลตฟอร์มดึงตัว “แบมแบม” มาเป็นพาร์ทเนอร์ช่วยโปรโมต

ล่าสุด Popcoin ประกาศรายชื่อพันธมิตรออกมายาวเหยียด แบ่งกลุ่มได้ดังนี้

  • ธุรกิจดนตรีและบันเทิง: Live Nation, BEC Tero, High Cloud Entertainment, คณะหมอลำเสียงอิสาน, VOM Records, Full Sense, สมาคมการค้าธุรกิจไอดอลหญิง (FITA), RS Music, Coolism, สถานีโทรทัศน์ช่อง 8
  • ธุรกิจสื่อ: UNLOCKMEN, Pet Hipster
  • ธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค: RS Mall, คามู ซี, เวล ยู, ไลฟ์เมต, ไวตาเนเจอร์พลัส
  • ธุรกิจอื่นๆ: Carnival แบรนด์สตรีทแฟชั่น, Bhouse Studio โรงเรียนสอนเต้น, บริษัท เชฎฐ์ เอเชีย จำกัด, บริษัท ชโย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน), บริษัทไอที ซิตี้ จำกัด (มหาชน), บริษัท อินดีม กรุ๊ป จำกัด, บริษัท สบาย เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน), บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน)

น่าสนใจว่า Popcoin จะร้อนแรงแค่ไหน เมื่อเข้ามาเป็นโทเคนมิติใหม่แห่งวงการบันเทิง-การตลาด!

]]>
1370103
รู้จัก “ลูกบาศก์ทังสเตน” ของสะสมเศรษฐีคริปโต เมื่อมนุษย์ยังโหยหาสิ่งที่จับต้องได้ https://positioningmag.com/1369081 Wed, 29 Dec 2021 06:44:58 +0000 https://positioningmag.com/?p=1369081 ตลาดเทรดเงินคริปโตยังคงร้อนแรงต่อเนื่องในปี 2021 สร้างเศรษฐีคริปโตรายใหม่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แม้ความร่ำรวยและการเทรดทั้งหมดจะเกิดขึ้นในโลกดิจิทัล แต่ทว่าเศรษฐีเหล่านี้ยังต้องการสิ่งที่จับต้องได้ในโลกจริง จนทำให้ของสะสมอย่าง “ลูกบาศก์ทังสเตน” กลายเป็นของเล่นใหม่สุดฮิตในวงการ

เศรษฐีเอเชียนในรูปแบบการค้ายุคเก่านิยมวางรูปปั้นสำเภาทองไว้ประดับห้อง แต่เศรษฐีคริปโตยุคใหม่ ของสะสมที่นิยมกลับเป็น “ลูกบาศก์ทังสเตน” ซึ่งเป็นสิ่งที่จับต้องได้จริงๆ ไม่ใช่งานศิลปะในโลกดิจิทัลที่พวกเขาลงทุนกันอยู่

กระแสฮิตสะสมลูกบาศก์ทังสเตนพุ่งขึ้นจุดสูงสุดเมื่อเดือนตุลาคม 2021 ปั่นจนยอดขายเพิ่มขึ้นถึง 300% สร้างแรงกระเพื่อมจนทังสเตนขาดตลาดไประยะหนึ่ง ซึ่งส่งผลต่อเนื่องถึงอุตสาหกรรมอื่นที่ต้องใช้ทังสเตนผลิตวัตถุดิบ เช่น ส่วนประกอบเครื่องบิน แผ่นเอกซเรย์ (แน่นอนว่าอุตสาหกรรมอื่นย่อมไม่พอใจ เพราะเหล่าเศรษฐีคริปโตซื้อลูกบาศก์ทังสเตนไปเก็บสะสมไว้เฉยๆ ไม่ได้ใช้ประโยชน์)

ลูกบาศก์ทังสเตนคืออะไร? มันคือแร่ธาตุทังสเตนที่ถูกนำมาขึ้นรูปเป็นลูกบาศก์เกลี้ยงๆ ความพิเศษของมันคือ ทังสเตนเป็นหนึ่งในแร่ธาตุที่มีมวลหนักที่สุดในโลก ยกตัวอย่างลูกบาศก์ทังสเตนขนาด 4×4 นิ้ว ซึ่งสามารถวางไว้บนฝ่ามือได้พอดี กลับมีน้ำหนักถึง 18.6 กิโลกรัม เมื่อคนเราหยิบลูกบาศก์ทังสเตนขึ้นมาจึงรู้สึกว่ามันขัดหลักฟิสิกส์ เพราะของที่เล็กแค่นี้ไม่ควรจะหนักได้ถึงขนาดนี้

ความหนักผิดปกติของ “ลูกบาศก์ทังสเตน” (Photo: Twitter@zerobeta)

ความรู้สึกแปลกพิศวงนี้เองทำให้ลูกบาศก์ทังสเตนกลายเป็นของพิเศษจนบรรดาเศรษฐีคริปโตแห่ซื้อ แม้กระทั่ง Jack Dorsey อดีตซีอีโอ Twitter เมื่อย้ายมาทำงานกับ Block (ชื่อเดิม Square) เขาก็จัดการเปลี่ยนชื่อบริษัทโดยมีที่มาส่วนหนึ่งจากลูกบาศก์ทังสเตนนี้ด้วย

 

ลึกๆ แล้วมนุษย์ก็ยังโหยหาสิ่งที่จับต้องได้

จุดเริ่มต้นกระแสฮิตนี้มาจาก Nic Carter เขาเป็นพาร์ตเนอร์คนหนึ่งในบริษัท Castle Island Ventures บริษัทเวนเจอร์แคปปิตอลที่ลงทุนในเทคโนโลยีบล็อกเชน เขานิยามตัวเองว่าเป็นเหมือน ‘ผู้ป่วยหมายเลข 0’ ของวงการลูกบาศก์ทังสเตน เนื่องจาก Carter เริ่มซื้อของสะสมนี้มาตั้งแต่ 4 ปีก่อน โดยซื้อให้ตัวเองและส่งเป็นของขวัญให้คนอื่นด้วย

“มันเป็นอะไรที่คลาสสิกเหมือนเรื่องคริปโตเลย วงการนี้ยอมรับคอนเซ็ปต์ตลกๆ มาใช้จริง และกลายเป็นเอาจริงเอาจังกับมุกตลกนี้เข้าจนได้” Carter กล่าว

เขายังอธิบายถึงความชื่นชอบในลูกบาศก์ทังสเตนว่า เป็นเพราะคุณสมบัติเชิงอะตอมของมัน ความหนาแน่น ความแข็งแกร่งที่ดึงดูดใจ “เราทำงานกับโลกเสมือนจริงที่จับต้องไม่ได้ หรือที่เรียกกันว่าเมตาเวิร์ส เราทำงานกับสินค้าโภคภัณฑ์ที่สังเคราะห์สร้างขึ้น ทำงานกับ NFT ที่มีมูลค่าทางการเงินแต่จับต้องไม่ได้โดยสิ้นเชิง ดังนั้น มันจึงรู้สึกดีที่ได้จับต้องสิ่งที่มีอะตอมอยู่จริงๆ บ้าง” Carter กล่าว

 

ผู้ชนะในเกมนี้: MTS ผู้ผลิต ‘ลูกบาศก์ทังสเตน’

ราคาของลูกบาศก์ทังสเตนนั้นสูงพอสมควร ถ้าเป็นชิ้นขนาด 1×1 ซม. เล็กเพียงปลายนิ้วมือ ก็มีราคาถึง 29.99 เหรียญสหรัฐแล้ว (ประมาณ 1,000 บาท) ส่วนขนาดยอดฮิตคือ 4×4 นิ้ว ตีราคาไว้ที่ 3,499 เหรียญสหรัฐ (ประมาณ 117,000 บาท)

โดยผู้ผลิตรายใหญ่สำหรับสินค้าของสะสมเหล่านี้คือ Midwest Tungsten Service (MTS) โรงงานอุตสาหกรรมใกล้กับเมืองชิคาโก ซึ่งบริษัทนี้เป็นผู้ผลิตวัตถุดิบทังสเตนให้กับอุตสาหกรรมอื่นๆ อยู่แล้ว และเคยได้รับออร์เดอร์ล้นหลามเป็นครั้งคราว เมื่อใดก็ตามที่ใน YouTube เกิดมีช่องทดลองทางวิทยาศาสตร์เล่นกับลูกบาศก์ทังสเตนและมียอดวิวสูง

แต่ครั้งนี้ Sean Murray ผู้อำนวยการฝ่ายอีคอมเมิร์ซของ MTS ให้สัมภาษณ์ Business Insider ว่า ยอดขายยังสูงต่อเนื่องแม้ผ่านไปแล้ว 3 วัน ทำให้พวกเขารู้ว่าต้องเร่งผลิตสต็อกออกมาให้ทันความต้องการ รีบขี่กระแสที่เกิดขึ้นนี้ นอกจากจะเร่งผลิตแล้ว MTS ยังรีบเปิดระบบชำระเงินยอมรับสกุลเงินบิตคอยน์ด้วย

พวกเขายังเปิดขายลูกบาศก์ทังสเตนที่ใหญ่ที่สุดที่เคยทำมา คือขนาด 14.5×14.5 นิ้ว น้ำหนักประมาณ 900 กิโลกรัม แต่ว่าเป็นการขายเป็นชิ้นงานศิลปะแบบ NFT ล้อไปกับเทรนด์ความฮิตที่เกิดในหมู่เศรษฐีคริปโต ผู้ชนะในการเปิดขายคือกลุ่ม TungstenDAO ซึ่งประมูลไปในราคา 57ETH (เท่ากับมูลค่าประมาณ 8.29 ล้านบาท ณ เวลานั้น) สาเหตุที่ไม่ได้ขายชิ้นงานจริงเพราะจะขนส่งลำบาก แต่มีการเปิดให้เจ้าของมันในโลก NFT สามารถติดต่อเข้ามาชมและถ่ายรูปกับลูกบาศก์ทังสเตนยักษ์ชิ้นนี้ได้ปีละครั้งที่โรงงาน MTS

Murray ระบุว่าจุดพีคสุดในการขายลูกบาศก์ทังสเตนเมื่อเดือนตุลาคมได้ผ่านพ้นไปแล้ว แต่คำสั่งซื้อก็ยังไม่ได้หายไปโดยสิ้นเชิง เพราะบริษัทเทคฯ ก็ยังสนุกกับการแจกของสะสมนี้ โดยระยะหลังเริ่มมีคำสั่งบิ๊กลอตให้บริษัทผลิตลูกบาศก์ทังสเตนแบบสลักชื่อพนักงาน เพื่อบริษัทจะนำไปแจกเป็นของขวัญ

โดยสรุปแล้ว กระแสลูกบาศก์ทังสเตนกลายเป็นอีกข้อพิสูจน์หนึ่งว่าเมื่อมนุษย์มีความเชื่อและชอบพร้อมๆ กัน ของบางอย่างก็กลายเป็นของสะสมที่มีค่าทางใจขึ้นมาได้ และยังพิสูจน์ได้อีกอย่างหนึ่งว่า แม้ว่าโลกเราจะมีเมตาเวิร์ส มีสกุลเงินดิจิทัล มีศิลปะ NFT แต่ลึกๆ แล้วมนุษย์ยังต้องการสิ่งที่จับต้องได้มาถ่วงสมดุลกับสิ่งที่จับต้องไม่ได้ในโลกดิจิทัล

Source: GQ, Business Insider

]]>
1369081
เปิดเหตุผล คนไทยสนใจลงทุน ‘คริปโต’ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เน้นเก็งกำไร ทำใจรับความเสี่ยงได้ https://positioningmag.com/1350690 Tue, 07 Sep 2021 10:00:40 +0000 https://positioningmag.com/?p=1350690 ส่องตลาดคริปโตเคอร์เรนซี’ ในไทย คนสนใจลงทุนมากขึ้นเรื่อยๆ เเตะ 1.37 ล้านบัญชี ขยายตัวที่ 27.6% ต่อเดือน โตเร็วกว่าตลาดหุ้น เเต่ยังกระจุกตัวอยู่ในกลุ่มคนเมืองที่มีรายได้และเงินออมสูง ส่วนใหญ่มุ่งเน้นเก็งกำไร ยอมรับความเสี่ยงได้ เเนะหาข้อมูล-เพิ่มทักษะต่อเนื่อง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องให้ความรู้เพื่อพัฒนาตลาด 

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดบทวิเคราะห์การลงทุนในตลาดคริปโตเคอร์เรนซีหรือสกุลเงินดิจิทัลในไทย รวมถึงความเห็นของเหล่านักลงทุน ซึ่งเป็นประเด็นที่น่าจับตามองไม่น้อย

ด้วยความที่คริปโตเคอร์เรนซีหรือเรียกสั้นๆ ว่าคริปโตยังคงมีความผันผวนสูง เเละเป็นสินทรัพย์ใหม่ที่อาจยังมีมูลค่าไม่ชัดเจน เมื่อเทียบกับสินทรัพย์อื่น แต่ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ตลาดคริปโตกลับมีการเติบโตเป็นอย่างมาก

ปัจจัยอะไรที่ทำให้ตลาดคริปโตพุ่ง ? 

จากกระเเสข่าวเชิงบวกเเละความต้องการลงทุนของนักลงทุนรายใหญ่ ทำให้คริปโตให้ผลตอบแทนสูง เมื่อเทียบกับสินทรัพย์อื่นๆ เเต่ก็ต้องเเลกมาด้วยความเสี่ยงสูงเช่นกัน

คริปโตเคอร์เรนซี ได้กลายเป็นสินทรัพย์ทางเลือกใหม่ในหมู่นักลงทุน โดยเฉพาะนักลงทุนที่พยายามแสวงหาสินทรัพย์ใหม่ๆ เพื่อให้ได้รับผลตอบแทนที่สูงขึ้น หรือ Search for Yield จากภาวะอัตราดอกเบี้ยในตลาดที่ยังอยู่ในระดับต่ำ

รวมถึงในกลุ่มนักลงทุนที่ชื่นชอบความเสี่ยง และต้องการกระจายความเสี่ยงของพอร์ตการลงทุนไปยังสินทรัพย์ใหม่ๆ ท่ามกลางภาวะความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ

ความน่าสนใจของตลาดคริปโตเคอร์เรนซีที่ให้อัตราผลตอบแทนสูง ทำให้เป็นที่ดึงดูดกลุ่มนักลงทุนรายใหม่เข้ามาในตลาดอย่างต่อเนื่อง

เเนวโน้มคนไทยลงทุนคริปโต เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ 

สำหรับประเทศไทยนั้นก็มีนักลงทุนรายย่อยรายใหม่ๆเข้ามาในตลาดเพิ่มขึ้นแต่ยังอยู่ในวงจำกัด ปัจจุบันมีจำนวนบัญชีซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในไทยทั้งหมด 1,379,373 บัญชี ซึ่งน้อยกว่าบัญชีซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ ราว 2.1 เท่า

แต่มีอัตราการขยายตัวสูงอยู่ที่ 27.6% ต่อเดือน ขณะที่บัญชีซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ มีอัตราการเติบโตเพียง 2.9% ต่อเดือน สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมลงทุนในตลาดคริปโตเคอร์เรนซีในไทย

ในช่วงที่ผ่านมา ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้ดำเนินการสำรวจการลงทุนในตลาดคริปโตเคอร์เรนซีกับกลุ่มตัวอย่างโฟกัสกรุ๊ปซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มพนักงานบริษัทเอกชนที่มีรายได้สูง อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่น่าจะเป็นกลุ่มที่มีความเข้าใจด้านนี้ ขณะเดียวกัน เนื่องด้วยสถานการณ์โควิดทำให้มีจำนวนตัวอย่างที่จำกัด

ทั้งนี้ จำเป็นต้องใช้ความระมัดระวังในการตีความเชิงสถิติเนื่องจากผลทางสถิติ อาจจะเปลี่ยนแปลงตามขนาดของกลุ่มตัวอย่างได้

เเม้ผลทางสถิติอาจไม่ได้สะท้อนถึงประชากรทั้งประเทศ และจากผลสำรวจดังกล่าวได้มีผลทางสถิติที่น่าสนใจหลายประการที่น่าจะสามารถบ่งชี้ลักษณะ มุมมอง และความคาดหวังของนักลงทุนไทยในเบื้องต้นได้ ดังนี้

ผลการสำรวจของศูนย์วิจัยกสิกรไทย ชี้ว่า กลุ่มตัวอย่างโฟกัสกรุ๊ปรู้จักคริปโตเคอร์เรนซีสูงถึง 69.4% มีคนสนใจลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซีมากถึง 52.0% และลงทุนจริงในปัจจุบันอยู่ที่ 24.3%

กลุ่มนักลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซียังอยู่ในวงจำกัด โดยมักเป็นกลุ่มคนเมืองที่มีรายได้ และเงินออมอยู่ในระดับสูง

โดยกลุ่มตัวอย่างที่ยังไม่ได้ลงทุนจริงในปัจจุบัน เเต่มีความสนใจที่จะลงทุนคริปโตเคอร์เรนซีในอีก 1 ปีข้างหน้า มีถึง 42.0% สะท้อนว่าจะมีนักลงทุนรายใหม่ๆ เข้ามาในตลาดคริปในไทยจำนวนมากในระยะข้างหน้า

Photo : Shutterstock

ส่วนใหญ่เน้น ‘เก็งกำไร’ ทำใจรับความเสี่ยงได้

ปัจจุบันคนไทยที่ลงทุนในคริปโทเคอร์เรนซี มักเน้นมิติการเก็งกำไรเป็นหลัก

อย่างไรก็ดี กลุ่มตัวอย่างโฟกัสกรุ๊ปส่วนใหญ่ ค่อนข้างเข้าใจในภาวะเสี่ยงจากการลงทุนในตลาด แต่ขณะเดียวกัน ก็มีนักลงทุนบางส่วนที่อาจจะยังไม่เข้าใจถึงสภาวะเสี่ยงนั้น เพราะมีความคาดหวังและมีความเชื่อมั่นว่าจะได้รับผลตอบแทนในระดับสูงต่อเนื่อง

ภาพรวมกลุ่มตัวอย่างโฟกัสกรุ๊ปที่รู้จักคริปโตเคอร์เรนซี ส่วนใหญ่ราว 26.6% คาดหวังว่าคริปโตเคอร์เรนซีจะสามารถนำมาเก็งกำไรระยะสั้นได้

โดยนักลงทุนคริปโตเคอร์เรนซีในกลุ่มตัวอย่างโฟกัสกรุ๊ปกว่า 76.3% สามารถรับได้ หากเงินลงทุนจะหายไปมากกว่า 50% ภายใน 1 วัน สะท้อนถึงความมั่นใจอีกมุมหนึ่งว่าราคาคริปโตจะสามารถผันตัวกลับมาได้โดยเร็ว

ขณะเดียวกัน มีนักลงทุนบางส่วนที่คาดว่าคริปโตจะสามารถสร้างผลตอบแทนในระยะยาวได้ราว 18.6% เเละสามารถทดแทนการลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงินแบบดั้งเดิม อย่าง หุ้น ตราสารหนี้ได้ 16% 

พร้อมกันนั้น กลุ่มตัวอย่างโฟกัสกรุ๊ปที่ลงทุนในคคริปโตเคอร์เรนซีส่วนใหญ่ราว 56.7% เปรียบการลงทุนในคริปโตเหมือนเช่นเดียวกับการลงทุนในหุ้น

เหตุผลที่เลือกลงทุนในคริปโต ?

นักลงทุนไทยในกลุ่มสำรวจ กว่า 21% บอกว่าพวกเขาเข้ามาลงทุนในตลาดคริปโตเคอร์เรนซี เพราะมีความเชื่อมั่นว่าราคาจะขึ้นไปอีกเรื่อยๆ และคาดหวังที่จะได้ผลตอบแทนสูง

ส่วนอีก 11.5% เห็นเพื่อนหรือคนรอบข้างลงทุนและได้ผลตอบแทนสูง 11.5% หรือเพื่อนหรือคนรอบข้างชักชวนลงทุน 9.0%

จากเหตุผลต่างๆ ดังกล่าวสะท้อนถึงความเสี่ยงที่อาจจะเกิดความเสียหายจากการลงทุนในตลาดสูง เนื่องจากความไม่เข้าใจในทิศทางตลาดที่อยู่ในภาวะความผันผวนสูง และอาจเป็นเป้าหมายต่อการถูกชักชวนให้เข้าร่วมลงทุนแบบผิดกฎหมาย

Photo : Shutterstock

เงินลงทุนมาจากไหน ?

การลงทุนส่วนใหญ่ใช้เงินลงทุนจริงในตลาดคริปโตเคอร์เรนซีไม่มาก จากผลสำรวจของศูนย์วิจัยกสิกรไทย พบว่า กลุ่มตัวอย่างโฟกัสกรุ๊ปที่ลงทุนในคริปโต ส่วนใหญ่ราว 48.5% ใช้เงินลงทุนในสัดส่วนไม่เกิน 10% ของเงินออม นับว่าเป็นสัญญาณที่ดีที่จะป้องกันความเสียหายที่อาจจะเกิดจากการลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซีได้ในระดับหนึ่ง หากตลาดเกิดความผันผวนรุนแรงในช่วงระยะเวลาสั้นๆ

ให้ความรู้ ทำความเข้าใจ เพื่อพัฒนาตลาด 

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า การจะลดความเสี่ยงจากภาวะความผันผวนในตลาด หรือสร้างโอกาสจากการลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซี จำเป็นต้องอาศัยทักษะความรู้ทางการเงินและความรู้เท่าทันต่อเทคโนโลยีดิจิทัลด้วย นับว่าเป็นโจทย์สำคัญต่อทั้งกลุ่มนักลงทุนและทางการ

โดยนักลงทุนที่สนใจจะเข้ามาลงทุนในตลาดคริปโตเคอร์เรนซี ก็ควรต้องเร่งเสริมสร้างทักษะความรู้และความเข้าใจในเรื่องสกุลเงินดิจิทัลอย่างคริปโตเคอร์เรนซีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะเทรนด์เทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และมีสกุลเงินคริปโตเคอร์เรนซีใหม่ๆ เข้ามาในตลาดอย่างต่อเนื่อง

ส่วนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็อาจต้องเพิ่มแหล่งการเรียนรู้ที่จะเป็นสื่อกลางในการให้ความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องต่อนักลงทุนกลุ่มเป้าหมายให้มากขึ้น เพื่อลดความสูญเสียอันจะเกิดกับนักลงทุนในตลาด โดยเฉพาะกลุ่มคนรุ่นใหม่หรือนักลงทุนมือใหม่ที่มุ่งหวังผลตอบแทนจากการลงทุนในระดับสูง ท่ามกลางอัตราผลดอกเบี้ยและอัตราผลตอบแทนในตลาดตราสารหนี้ที่จะยังอยู่ในระดับต่ำอย่างน้อยในอีก 1-2 ปีข้างหน้าตามทิศทางดอกเบี้ยนโยบาย

“ความรู้ความเข้าใจในสินทรัพย์ดิจิทัล ควบคู่กับความรู้ทางการเงินที่ดีขึ้น ยังน่าจะช่วยปูทางไปสู่การใช้เงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลาง และนวัตกรรมทางการเงินที่จะตามมาอีกมากในอนาคตด้วย”

 

 

]]>
1350690
‘Binance’ เเพลตฟอร์มซื้อขายคริปโตฯ ยักษ์ใหญ่ เข้ม ‘ตรวจสอบ’ ลูกค้ามากขึ้น สกัดฟอกเงิน https://positioningmag.com/1348021 Sun, 22 Aug 2021 11:19:58 +0000 https://positioningmag.com/?p=1348021 หลังเผชิญความกดดันจากหน่วยงานกำกับดูแลทั่วโลก ‘Binance’ เเพลตฟอร์มซื้อขายสกุลเงินคริปโตฯ รายใหญ่ ประกาศเพิ่มความเข้มงวดในการ ‘ตรวจสอบประวัติ’ ลูกค้ามากขึ้น เพื่อต่อต้านการฟอกเงิน โดยจะมีผลบังคับใช้ทันที

ที่ผ่านมา ‘Binance’ ต้องเจอคำเตือนและการเฝ้าระวังจากหน่วยงานทางการเงินของทั้งสหรัฐฯ อังกฤษ เยอรมนีเเละญี่ปุ่น เนื่องจากข้อกังวลเกี่ยวกับการเเลกเปลี่ยนสกุลเงิน ‘คริปโตเคอร์เรนซี’ ที่เชื่อมโยงกับการฟอกเงิน มีความเสี่ยงต่อผู้บริโภค

Binance เป็นเเพลตฟอร์มซื้อขายสกุลเงินคริปโตฯ รายใหญ่ที่สุดของโลก ที่มีบริษัทเเม่จดทะเบียนที่หมู่เกาะเคย์แมน มีท่าทีจะสานสัมพันธ์อันดีกับหน่วยงานกำกับดูแลต่างๆ โดยเริ่มลดการเสนอขายผลิตภัณฑ์ รวมถึงโทเคนที่เชื่อมโยงกับหุ้น

Janet Yellen รัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐฯ และ Christine Lagarde ประธานธนาคารกลางยุโรป เป็นหนึ่งในผู้บริหารระดับสูง ที่เเสดงความกังวลเกี่ยวกับการฟอกเงินในตลาดคริปโตฯ โดยเฉพาะบนเเพลตฟอร์มของ Binance

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ธนาคารกลางเนเธอร์แลนด์ ระบุว่า Binance ไม่ได้ปฏิบัติตามกฎหมายต่อต้านการฟอกเงิน และต่อต้านการเงินของกลุ่มก่อการร้าย

ทาง Binance จึงมีการยกระดับมาตรการตรวจสอบลูกค้าให้เข้มงวดมากขึ้น โดยผู้ใช้บริการจะต้องผ่านกระบวนการตรวจสอบให้เสร็จสิ้นก่อน จึงจะเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการได้ ส่วนผู้ที่ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดดังกล่าว จะสามารถใช้บริการได้เพียงถอนเงิน ยกเลิกคำสั่งซื้อ และปิดสถานะการลงทุนเท่านั้น โดยตอนนี้ มีเพียงการตรวจสอบ ID ผู้ใช้ซึ่งต้องแสดงบัตรประจำตัวประชาชน ใบขับขี่ หรือหนังสือเดินทาง

Changpeng Zhao ซีอีโอของ Binance เเถลงว่า บริษัทตั้งใจที่จะทำงานร่วมกับหน่วยงานกำกับดูแลมากขึ้น เพื่อปรับปรุงมาตรฐานระดับโลก

อย่างไรก็ตาม นักกฎหมายบางคน สงสัยว่าเพิ่มมาตรการตรวจสอบผู้ใช้นี้ จะทำให้หน่วยงานกำกับดูแลยอมผ่อนคลายการเฝ้าระวังลงหรือไม่ โดยให้ความเห็นว่า

มันเป็นคำแถลงทางการตลาดที่ดี แต่จากมุมมองของหน่วยงานกำกับดูแลนั้นยังไม่เพียงพอ

เนื่องจาก Binance ดำเนินการตรวจสอบตามความสมัครใจของผู้ใช้ ทำให้หน่วยงานกำกับดูแลไม่ทราบว่าพวกเขามีอำนาจควบคุมการตรวจสอบตัวตนหรือไม่ และไม่มีใครสามารถตรวจสอบว่าพวกเขากำลังดำเนินการอย่างถูกต้องหรือไม่

ข้อมูลจาก CryptoCompare ระบุว่า Binance มีปริมาณการซื้อขายในเดือนก..ที่ระดับ 455 ล้านดอลลาร์ ลดลงเกือบ 1 ใน 3 จากเดือนมิ.หลังจากตลาดคริปโตฯ ชะลอตัวลง แต่ก็ยังคงเป็นเเพลตฟอร์มที่มีปริมาณการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล สูงสุดเป็นอันดับ 1 ของโลก

 

ที่มา : Reuters , Economictimes 

]]>
1348021
มูลค่าตลาดคริปโตทะยาน 2 ล้านล้านเหรียญในรอบ 3 เดือน หลังราคา Bitcoin แตะ 4.8 หมื่นเหรียญ https://positioningmag.com/1347126 Mon, 16 Aug 2021 12:33:59 +0000 https://positioningmag.com/?p=1347126 ราคา Bitcoin พุ่งขึ้นถึง 48,000 ดอลลาร์สหรัฐในช่วงสุดสัปดาห์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม ส่งผลให้ตลาดคริปโตเคอเรนซี่ (cryptocurrency) หรือสกุลเงินดิจิทัล พุ่งทะยานทะลุ 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

เมื่อวันที่ 14 สิงหาคมที่ผ่านมา มูลค่าของ Bitcoin แตะ 48,126.47 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคม ตามข้อมูลของ Coindesk โดยราคาซื้อขายที่ 47,442.40 ดอลลาร์สหรัฐ ในวันจันทร์ที่ 16 สิงหาคม โดยการฟื้นตัวของมูลค่า Bitcoin เกิดขึ้นหลังจากที่มูลค่าดิ่งอย่างหนักในเดือนมิถุนายนและกรกฎาคม โดยลดลงต่ำกว่า 30,000 ดอลลาร์สหรัฐ หลังจากทำสถิติสูงสุดที่มากกว่า 64,000 ดอลลาร์สหรัฐในเดือนเมษายน

“ฉันเชื่อว่าการเพิ่มขึ้นของมูลค่า Bitcoin เป็นผลมาจากการกักตุนจำนวนมาก เมื่อ Bitcoin ซื้อขายอยู่ที่ประมาณ 29,000 ถึง 30,000 ดอลลาร์” Vijay Ayyar หัวหน้าฝ่ายพัฒนาธุรกิจที่ Luno การแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัล กล่าว

การเติบโตของมูลค่า Bitcoin ช่วยดันมูลค่าของตลาดคริปโตเคอเรนซี่ทั้งหมดให้สูงกว่า 2 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ในวันเสาร์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคม ตามข้อมูลจาก CoinMarketCap ที่ติดตามราคาของเหรียญดิจิทัล

ตลาดคริปโตเผชิญกับปัญหามากมายในช่วงฤดูร้อน หนึ่งในปัญหาที่ใหญ่ที่สุดคือ การแบนในประเทศจีน ซึ่งได้บังคับให้การดำเนินการขุด Bitcoin ต้องปิดตัวลง นั่นเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้มูลค่า Bitcoin ลดลงต่ำกว่าระดับ 30,000 ดอลลาร์สหรัฐ

ในขณะเดียวกัน วุฒิสภาสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมายการกำหนดให้บริษัทนายหน้าค้าขายเงินดิจิทัล หรือ คริปโตเคอร์เรนซี่ ต้องรายงานภาษีต่อสำนักงานสรรพากรสหรัฐฯ หรือ Internal Revenue Service (IRS) เพื่อเปิดทางให้มีการจัดเก็บภาษีสำหรับเงินดิจิทัล แม้จะถูกมองว่าเป็นระเบิดสำหรับชุมชนคริปโต แต่บางคนบอกว่ามันแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลสหรัฐฯ กำลังเอาจริงเอาจังกับอุตสาหกรรมนี้

Jehan Chu ผู้ก่อตั้งบริษัทร่วมทุนและบริษัทการค้า Kenetic Capital กล่าวว่า อุปสรรคด้านกฎระเบียบพื้นฐาน เหล่านี้ได้ “ตัดปีกของตลาด” ในระยะเวลาอันใกล้ ในขณะที่ Bitcoin อาจพุ่งขึ้นถึง 55,000 ดอลลาร์สหรัฐ แต่นักลงทุนควรระวังว่ามูลค่าอาจดิ่งกลับไปที่ระดับต่ำกว่า 30,000 ดอลลาร์สหรัฐ

Source

]]>
1347126
ยอดซื้อ-ขาย ‘คริปโต’ หด 40% หลังราคาดิ่งหนักในช่วง 2 เดือน https://positioningmag.com/1342099 Tue, 13 Jul 2021 09:24:30 +0000 https://positioningmag.com/?p=1342099 หนึ่งในความแน่นอนของตลาดคริปโตเคอเรนซีคือ ‘ความไม่แน่นอน’ โดยที่ผ่านมาจะเห็นถึงความผันผวนที่ยากเกินจะคาดเดาโดยเฉพาะราคาของบิตคอยน์ ซึ่งวันนี้ 13 ก.ค. ก็ปรับลงอีก -3.51% เมื่อเทียบกับราคาเมื่อ 24 ชั่วโมง โดยราคาอยู่ที่ 32,983.50 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1,077,241.11 บาท

จากความผันผวนดังกล่าว โดยเฉพาะในช่วง 2 เดือนมานี้ที่มีข่าวในเชิงลบมากมาย ไม่ว่าจะมาจาก ‘Elon Musk’ (อีลอน มัสก์) และการแบนของ ‘จีน’ ส่งผลให้ปริมาณการซื้อขายในตลาดแลกเปลี่ยนที่ใหญ่ที่สุด อาทิ Coinbase, Kraken, Binance และ Bitstamp ในเดือนมิถุนายนลดลงมากกว่า 40% ตามข้อมูลจากผู้ให้บริการข้อมูลตลาด crypto CryptoCompare เนื่องจากราคาที่ต่ำและความผันผวนที่สูง

โดยในเดือนมิถุนายนราคาของ บิตคอยน์ (Bitcoin) แตะระดับต่ำสุดต่อเดือนที่ 28,908 ดอลลาร์สหรัฐ และลดลง -42.3% จากระดับสูงสุดในเดือนพฤษภาคม

รายงานระบุว่า จีนถือเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาหลัก โดยความพยายามครั้งล่าสุดของจีนในการปราบปรามส่งผลกระทบมากกว่าที่เคยเป็นมา ทั้งการที่จีนเตรียมที่จะเปิดตัวสกุลเงินดิจิทัลที่รัฐสนับสนุน รวมถึงการปิดเหมืองขุดบิตคอยน์ลง ซึ่งคิดเป็น 50-60% ของเหมืองขุดทั้งหมดบนโลก

“การปราบปรามของจีนทำให้เกิดความหวาดกลัวอย่างมาก ซึ่งกำลังปรากฏให้เห็นในตลาด ตอนนี้ยังไม่เห็นกระแสบวก อัตราการระดมทุนยังคงเป็นลบ” เท็ดดี้ วัลลี หัวหน้าเจ้าหน้าที่การลงทุนของ Pervalle Global กล่าว

Photo: AFP

Gabor Gurbacs ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์สินทรัพย์ดิจิทัลของ VanEck มองว่า ช่วงที่ผ่านมาอาจเป็นช่วงเวลาแห่งปริมาณที่ลดลง แม้กระทั่งในหุ้น ซึ่งทำให้นักลงทุนอาจยังคงรู้สึกเจ็บปวดหลังจากที่ตลาดคริปโตสูญเสียมูลค่าไปมากในปีนี้

“เมื่อคริปโตเคอเรนซีทำสถิติสูงสุดตลอดกาลในปีนี้ ผู้คนจำนวนมากลงทุนสูงขึ้นและผู้คนใหม่จำนวนมากลงทุนที่จุดสูงสุด ทำให้พวกเขาสูญเสียเงิน โดยตลาดครึ่งหนึ่งหายไปแล้ว และเราไม่สามารถคาดหวังปริมาณที่เท่ากันได้”

อย่างไรก็ตาม นักลงทุนและผู้เชี่ยวชาญในระบบนิเวศของสกุลเงินดิจิทัลยังคงมองเห็น แนวโน้มเชิงบวกในระยะยาวสำหรับ บิตคอยน์และสกุลเงินดิจิทัลอื่น ๆ โดย Clara Medalie หัวหน้าฝ่ายวิจัยของ Kaiko ผู้ให้บริการข้อมูลตลาดคริปโตมองว่า แม้ว่าปริมาณการซื้อขายจะลดลงอย่างมาก แต่ก็ยังสูงกว่าปีที่แล้วอย่างมาก

“ปริมาณการซื้อขายลดลงในเดือนมิถุนายนในทุกการแลกเปลี่ยน อย่างไรก็ตาม ปริมาณโดยรวมยังคงมีขนาดที่ใหญ่กว่าเมื่อหนึ่งปีที่แล้วในวันนี้ โดยธุรกรรมในช่วง 5 เดือนแรกมากกว่าปี 2020 ทั้งปี” Medalie กล่าว

Source

]]>
1342099