ปี 2007 แบรนด์ที่ทำตลาดอยู่ในไทยหลายแบรนด์ เริ่มเล็งสื่อดิจิตอลเป็นเครื่องมือทางการตลาดมากขึ้นด้วยวิธีและรูปแบบที่ต่างกันไป แต่เป้าหมายเดียวกันคือการจับกลุ่มลูกค้าเป้าหมายให้ได้ โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่น และวัยทำงานหนุ่มสาว ที่มีพฤติกรรมเปลี่ยนมาบริโภคนิวมีเดีย และสื่อดิจิตอลมากขึ้น นี่คือโจทย์ที่นักการตลาดต้องคิดหนัก ขณะเดียวกันแวดวงโลกไซเบอร์ก็ต้องปรับตัว และหา Application ใหม่ๆ เพื่อสร้างความน่าสนใจ และไม่หลุดกระแส ล่าสุด brandrepublic.com เว็บไซต์ข่าวสารการตลาด ได้รายงานผลสำรวจแบรนด์ที่ใช้สื่อดิจิตอลเป็นเครื่องมือทางการตลาดในไทยได้อย่างโดดเด่น 10 อันดับแรกในปี 2007 ดังนี้ อันดับ 1 ทรูมูฟ ในเครือทรู คอร์ปอเรชั่น สามารถใช้สื่อดิจิตอลค่อนข้างได้ผลในการเจาะกลุ่มลูกค้าวัยรุ่น โดยตลอดทั้งปีทรูมูฟได้โฆษณาผ่านแบนเนอร์ MSN และในเว็บไซต์ที่ได้รับความนิยม อย่าง sanook.com นอกจากการใช้โมเดล Convergence...
ความท้าทายใหม่ของมีเดียแพลนเนอร์ (Media Planner) กับสื่อออนไลน์ ในยุค Social Networking ที่สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้เจาะจง รู้ทั้งเพศ อายุ ความชอบ ยังมีเครื่องมือใหม่ๆ ชนิดที่ไม่มีสื่ออื่นๆ ไม่มีมาก่อน เว็บ Social Networking อย่าง hi5 และ FaceBook ในสายตาของกรณิการ์ กลีบแก้ว หรือ "นานา" Interaction Director แห่ง Mindshare Interaction บริษัทวางแผนสื่อดิจิตอล ในเครือ Mindshare มองเห็นมูลค่าและศักยภาพสื่อในเว็บไซต์ประเภทนี้ว่า มีอยู่ในทุกหน้า Profile ในทุกลวดลาย Skin...
ถึงแม้ FaceBook จะใช้ได้แค่ภาษาอังกฤษ สเปนและเยอรมัน แต่แสนสิริ อสังหาริมทรัพย์ของไทย ก็เลือกลงโฆษณาในเว็บไซต์นี้แทนที่จะเป็น hi5 แบรนด์ผู้กล้าลองของใหม่คือ “แสนสิริ” หนึ่งในอสังหาริมทรัพย์ของไทย ที่เปิดตัว “Hive” โครงการคอนโดมิเนียมใหม่ล่าสุด เลือกลงโฆษณาโครงการดังกล่าวในเว็บ FaceBook เป็นครั้งแรก พร้อมกับมีหน้าเว็บโปรโมตโครงการโดยเฉพาะ แสนสิริมั่นใจว่าเว็บ Social Networking จะเป็นเทรนด์ซูเปอร์ฮอตและต่อยอดไปสู่กลยุทธ์ Word of Mouth อย่างได้ผล ด้วยฟังก์ชันที่เชื่อมโยงคนทุกระดับเสมือนจริง กลายเป็นไลฟ์สไตล์ที่ขาดไม่ได้ จนสมาชิกอย่างน้อย “ครึ่งหนึ่ง” ต้องเข้ามาใช้ทุกวัน แล้วทำไมถึงไม่เป็น hi5? ทั้งๆ...
เว็บไซต์ Social Networking อย่าง hi5 เริ่มกลายเป็นที่หมายตาของเจ้าของสินค้าและแบรนด์ที่สนใจทำตลาดกับกลุ่มลูกค้าด้วยสื่อใหม่ แม้จะมีตัวเลขของงบโฆษณาออนไลน์ในไทยเพียง 800-900 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา แต่ในปีนี้มีการคาดการณ์จากเอเยนซี่ที่เกี่ยวข้องกับโฆษณาออนไลน์ประเมินว่า จะมีตัวเลขเติบโตตั้งแต่ 25% ไปจนถึง 100% ของมูลค่าตลาด ขณะที่จำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตก็เติบโตจนถึงผู้ใช้ราว 14 ล้านคนในปัจจุบัน “ตอนนี้เรามีผู้ใช้ hi5 ที่ลงทะเบียนในไทย 1 ล้านกว่าคน ตัวเลข hi5 เติบโตตลอดโดยที่เราไม่ได้ทำอะไร บางเว็บอาจจะต้องมีการทำตลาดเข้าไปกระตุ้นความนิยม แต่ hi5 ไม่ได้เสียเงินทำตลาดเลย ในช่วงเริ่มต้นเขาใช้แค่การ Invite ผู้ใช้ ผ่านอีเมลของยาฮูเท่านั้น” กษมาช นีรปัทมะ รองประธานบริหารสื่อออนไลน์ ท็อปสเปซ...
สำหรับ Consumer Product แล้ว ดูจะเป็นเรื่องชักช้าไม่ทันการที่จะรอให้ Loyalty Consumer สร้าง Blog หรือ Generate Content ให้ เพราะความสัมพันธ์หรือพันธะระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภคมีไม่มากเท่า Lifestyle และ Luxury Brand ดังนั้นสู้ลงทุนกรุยทางเองไว้ก่อนดีกว่า เราจึงเห็นแบรนด์ยักษ์ใหญ่อย่าง “ซันซิล” ปฏิบัติการ Repositioning ย้อนวัยสู่สาวรุ่นวัยสะพรั่ง โดยเบื้องแรกเลือกใช้ “สื่อดิจิตอล” เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายใหม่ที่ทรงพลัง โดยมี hi5 เป็นสีสันทางการตลาดอันโดดเด่นที่ยูนิลีเวอร์เลือกใช้ในการเป็นเครื่องมือสร้าง “Connection” และ “Network” ให้กับ www.gangofgirls.com พรรณทิพา พงศ์ชัยฤกษ์...
โทรศัพท์มือถือ “โนเกีย” แจ้งเกิดตัวเองในโลก hi5 เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2007 ด้วยเหตุผลที่ผู้บริหารโนเกียไม่อาจมองข้ามพลังของ Social Networking ได้ ผนวกกับกลยุทธ์การสร้าง “สัมพันธ์” กับเพื่อนใน hi5 อย่างแนบเนียน จนโนเกียกลายเป็น Top Friend ของหลายคนในเครือข่าย “อุณา ตัน” ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัทโนเกีย (ประเทศไทย) บอกว่า โนเกียคือผลิตภัณฑ์ที่เป็นส่วนหนึ่งในไลฟ์สไตล์ของคน สื่อ Social Networking คือนิวมีเดียที่โนเกียมองเห็นว่ามีพลัง สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ เพราะไลฟ์สไตล์คนหันไปบริโภคสื่ออินเทอร์เน็ตมากขึ้น และพร้อมจะแชร์ข้อมูลกันมากขึ้น “ตอนนี้ใครๆ ก็ให้ความสนใจทั้งนั้น โนเกียก็เช่นกัน...
“ก้อ” ณฐพล ศรีจอมขวัญ นักดนตรีและโปรดิวเซอร์วัย 32 แต่โด่งดังในวงการเพลงไทยมานับสิบปีตั้งแต่สมัยอยุ่วง “พีโอพี” จนมาถึง “กรู๊ฟไรเดอร์ส” เขาเล่นทั้ง hi5 และ MySpace มาเกือบ 3 ปี เขาเลือกแบ่งเอารูปวง มิวสิกวิดีโอ ไฟล์เพลง ไว้ใน MySpace เพราะต้องการให้เพื่อนๆ นักดนตรีฝรั่งต่างประเทศได้ดูฟังและแลกเปลี่ยนกันเพราะ hi5 นั้น “ฝรั่งไม่ค่อยใช้” ซึ่งเขาได้รับ Feedback อย่างอบอุ่นจากคอเพลงดิสโก้ต่างประเทศที่ขอซื้อแผ่น Groove Riders ไปฟังแม้ไม่รู้ภาษาไทย และบางคนก็สานต่อไปถึงการร่วมงานข้ามประเทศกันต่อไป ซึ่งในปีนี้เขาก็ได้เตรียมจะเปิดตัวอัลบั้มที่ทำร่วมกับเพื่อนต่างชาติที่รู้จักกันทาง MySpace “ในรายชื่อเพื่อนผมมีทั้ง Jamiroquai,...
ในขณะที่กระทรวงวัฒนธรรมออกโรงมาวิจารณ์เมื่อคราวเทศกาลวาเลนไทน์ล่าสุดว่า สื่อใหม่อย่าง hi5 ทำให้เด็กวัยรุ่นไทยนัดกันไปมีสัมพันธ์อันไม่เหมาะไม่ควร จริงหรือไม่ คงยังต้องถกเถียงกันระหว่าง “วัฒนธรรมแบเดิม” กับนิยามใหม่ของ “วัฒนธรรม Social Network” ต่อไป แต่ที่พลาดคงเป็นในสองเรื่องคือ เรื่องแรกกลุ่มผู้ใช้ hi5 ได้ขยายเกินขอบเขตวัยรุ่นไปเรียบร้อยแล้ว และน่าจะเดินตามแนวโน้มต่างประเทศที่ในที่สุดผู้ใช้กลุ่มหลักคือคนวัยทำงาน เรื่องที่สองคือ สื่อใหม่อย่างอินเทอร์เน็ตกำลังสร้างวัฒนธรรมใหม่รองรับการใช้งานใหม่ๆ ที่สังคมไทยไม่เคยมี และที่เด่นที่สุดเรื่องหนึ่งคือการ “เมนต์” วัฒนธรรม “เมนต์” หรือคำไทยที่มาจากคำว่า “Comment” ในภาษาอังกฤษที่หมายถึง “ความคิดเห็น” เวลาที่ “เมนต์” ก็คือการแสดงความเห็นต่อท้ายบล็อก หรือโปรไฟล์ใน hi5 ของยูสเซอร์แต่ละราย ...
(เรียบเรียงจากบทความของ Danah M. Boyd & Nicole B. Ellison, time.com และ boston.com) ถ้าแค่ให้สมาชิกสร้างโปรไฟล์ รายชื่อเพื่อน และหาคนคุยด้วย แค่นั้นโปรแกรม ICQ และ AIM ---- ทำได้มาตั้งนานแล้ว แต่ถ้าผสมผสานโปรไฟล์กับรายชื่อเพื่อนๆ ให้สาธารณชนเห็นและโปรโมตว่าเป็นเครื่องมือช่วยเชื่อมคนเข้าด้วยกันก็ต้อง sixdegrees.com ที่เปิดตัวตั้งแต่ปี 1997 ถือเป็นเจ้าแรกตัวจริงแห่ง Social Networking มีคนแห่มาสมัครนับล้าน ทว่ากลับต้องล้มเหลวในเชิงธุรกิจจนต้องปิดตัวลงในปี 2000 แม้การใช้อินเทอร์เน็ตจะแพร่หลายแล้วในขณะนั้น ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นย่อมมีหลากมุม หากถามเจ้าของชุมชนแห่งนี้ เขาก็ว่าเป็นเพราะ “ใหม่เกินยุค” ขณะที่สมาชิกตัวจริงให้เหตุผลว่า “ไม่ค่อยมีอะไรให้ทำหลังจากที่แอดเพื่อนแล้ว”...
มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น กับ ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี จับมือเป็นพันธมิตร ครั้งแรกเมื่อปี 2548 เพื่อก่อสร้างโรงงานผลิตรถกระบะขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เมืองไทย นับแต่นั้นมารถกระบะฟอร์ดและมาสด้าจึงเหมือนพี่น้องที่คลานออกมาจากสายพานเดียวกัน ฟอร์ดและมาสด้า แม้จะ มีความคล้ายคลึงในด้านรูปลักษณ์และแทบจะเป็นฝาแฝดกันในด้านของเครื่องยนต์ แต่ในการรับรู้ของผู้ใช้ ทั้งสองแบรนด์กลับมีภาพลักษณ์ไปคนละทาง ตามการสร้าง DNA ให้กับแบรนด์ที่แตกต่างกัน ฟอร์ดวางโพสิชันนิ่งของแบรนด์ให้อยู่ในฝั่งของความแข็งแกร่ง ขณะที่มาสด้าเน้นดีไซน์โค้งมนสไตล์สปอร์ตซีดาน มาสด้า เน้นความเป็นสปอร์ต แบรนด์ดีเอ็นเอของมาสด้า ตั้งใจฉีกตัวเองให้เป็นรถกระบะที่ขับขี่สนุกสนานแบบรถสปอร์ตทั้งภายในห้องโดยสารและรูปลักษณ์ภายนอกของตัวรถ ซาโตรุ อากานะ หัวหน้าด้านการออกแบบรถปิกอัพมาสด้า บีที-50 บริษัท มาสด้า คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น ให้ข้อมูลว่า...








